23/06/2023
พ่อดัตช์สอนลูกว่า...
#ให้ฟัง : เวลาพ่อพูด ลูกจะฟังอย่างตั้งใจทุกครั้ง เพราะพ่อตั้งใจพูด พูดจริงจังเหมือนพูดกับผู้ใหญ่ พ่อจะมองหน้า หลายๆครั้งจะมีคำว่า listen, listen carefully, hear me out, this is important, you won't believe this.....ต่างๆเหล่านี้เป็นวิธีดึงความสนใจลูกๆ และที่สำคัญที่สุด เวลาลูกพูด พ่อจะฟังอย่างตั้งใจทุกครั้งเช่นกัน
#ให้ถาม : เวลาพ่อเล่าเรื่องอะไรก็ตาม ระหว่างเล่าจะหยุด.... เพื่อให้ถาม จริงๆแล้วเด็กๆทุกคนเมื่อถึงวัยสงสัย จะชอบถามกันอยู่แล้ว การทำแบบนี้เป็นการฝึกให้ตั้งคำถาม ถามเพราะอยากรู้ ถามบ่อย ๆ เวลาลูกถามจะชอบมาก และรีบตอบว่า ดีมากที่ถาม เป็นคำถามที่ดีมาก เป็นต้น
#ให้ขอ : การขอ หรือในภาษาอังกฤษใช้คำเดียวกันกับ การถาม คือ ask แต่การขอคือ ask for ..(something) พ่อสอนว่า ถ้าไม่ขอ โอกาสการได้มาคือ 0% แต่ถ้าขอ โอกาสจะเพิ่มเป็น 50% ทันที
#ให้ตอบ : เมื่อมีคนถาม ให้พยายามตอบ ถ้ารู้และตอบได้ ตอบทันที ถ้าไม่แน่ใจพยายามเดาให้ใกล้เคียง ถ้าไม่รู้ก็ตอบว่าไม่รู้ ในภาษาอังกฤษการตอบมีหลายแบบ I am sure it is.... , I think it is...., I guess it is...
I am not sure but I would say it is... , I don't know.
แต่การเงียบ ไม่ตอบอะไรเลย พ่อบอกว่า เป็นการไม่ให้เกียรติผู้ถาม และผู้ถามจะไม่รู้เลยว่าเราไม่รู้หรือเราแค่ไม่อยากพูดกับเค้า และสุดท้ายจะไม่เกิดความรู้ใหม่อะไรเลย
#ให้เถียง : พ่อจะชอบมากเวลาลูกเถียง บางสถานการณ์ยกให้ลูกชนะการเถียงนั้นเพื่อสอนลูกว่า เห็นมั้ยถ้าลูกไม่เถียงพ่อก็ไม่รู้เหตุผลของลูกนะ เพราะจริงๆเหตุผลของลูกมันถูกต้องเลยแต่พ่อคิดไม่ถึง
#ให้ออกความเห็น: ระหว่างทุกการสนทนาพูดคุย จะมีคำว่า what do you think?, how would you do?, what would you say?, what would you do it differently?, how do you like it? เสมอ เพื่อกระตุ้นให้ลูกๆได้แสดงความเห็นต่อสิ่งต่างๆ และเช่นเดิม คือพ่อตั้งใจฟังทุกความเห็นนั้น
การออกความเห็นจะไม่มีถูกหรือผิด สังเกตว่าพ่อจะเน้นว่า .. ในความคิดเห็นส่วนตัวของพ่อ พ่อคิดว่า......... ในเมื่อมันเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน มันจึงจะไม่ถูกหรือผิด
***การแสดงความเห็นเท่ากับการมีตัวตน คนที่ไม่แสดงความเห็นอะไรเลยเปรียบเหมือนคนที่ตายไปแล้ว****
#ให้ยอมรับ : ในการสนทนาที่มีข้อขัดแย้ง สุดท้ายต้องมีข้อสรุป การที่จะมีความเห็นของใครที่น่าจะเข้าท่าที่สุด และอีกคนจะบอกว่า yes, you are right ก็น่าจะไม่ยากเย็นอะไร หลายๆครั้งที่พ่อตั้งใจบอกลูกว่า Yes, you are right , I agree with you.
และหากจะไม่ได้ข้อสรุปตรงกันหัดยอมรับว่าคนมีความเห็นต่างกัน และเรียนรู้วิธีดีลกับความเห็นต่างนั้น (agree to disagree)
บทความรีรัน เคยเขียนไว้เมื่อสี่ปีที่แล้วค่ะ
ปล. ในรูปเมื่อวานเราไปเดินป่ากัน พ่อกับปู่บอกให้เด็ก ๆ ปีนรั้ว แม่ถามทำไมต้องให้ปีน เปิดประตูก็ได้ พ่อบอกว่า เพราะเป็นเด็กไงเลยปีนได้ และการได้ปีนรั้วมันสนุกดี