พร้อมออม

พร้อมออม ถ่ายทอดเรื่องราวการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน เพื่อให้ผู้คนได้เข้าใจ เห็นคุณค่า และนำความรู้ไปใช้จริง

เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ข้าพระพุทธเจ้า เพจพร้อมออม 25 ตุลาคม 2568
25/10/2025

เสด็จสู่สวรรคาลัย
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า เพจพร้อมออม
25 ตุลาคม 2568

แอดมินได้ติดตามน้องวินได้ไม่นานหลังจากชมคลิปสัมภาษณ์จากช่องมนุษย์ต่างวัย น้องวินคือไอดอลด้านวางแผนท่งการเงินของแอดมินอีก...
23/10/2025

แอดมินได้ติดตามน้องวินได้ไม่นานหลังจากชมคลิปสัมภาษณ์จากช่องมนุษย์ต่างวัย น้องวินคือไอดอลด้านวางแผนท่งการเงินของแอดมินอีก 1 คนเลยค่ะ เพราะเรามีส่วนที่คล้ายกันคือ แอดมินก็ป่วยเป็นโรคเรื้อรังตั้งแต่เด็ก ยังรักษาไม่หาย ปัจจุบันยังต้องรักษาอยู่ ซึ่งไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ แอดมินจึงต้องวางแผนการเงินเพื่อเตรียมเงินไว้รักษาตัวเองในอนาคตเช่นกัน แอดมินได้รับทั้งแนวความคิด ทัศนคติ และพลังเชิงบวกจากน้องวินมาเยอะมาก วันนี้ได้ทราบข่าวว่าน้องวินออกเดินทางไกลแล้ว แอดมินรู้สึกใจหายและเศร้าใจมากค่ะ ไม่คิดว่าระเบิดเวลาของน้องจะมาเร็วขนาดนี้ ขอบคุณน้องวินมาก ๆ นะครับ สิ่งที่หนูฝากไว้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนมากมาย แอดมินเพจ #พร้อมออม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องวิน และขอให้น้องวินเดินทางไปในที่ที่สวยงามอย่างปลอดภัย 🤍💐

"น้องวิน ภาสวิน" ได้ออกเดินทางไกลแล้วในเช้าวันนี้ 🤍🕊️

ขอบคุณบทสัมภาษณ์และความคิดดีๆ ของวิน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน ขอบคุณโอกาสดีๆ ที่ทำให้วินกับมนุษย์ต่างวัยได้พบกัน

พี่ๆ ทีมมนุษย์ต่างวัยขอส่งน้องวินสำหรับการเดินทางไกล ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของวิน และส่งกำลังใจให้ครอบครัวด้วยครับ

19/08/2025

นี่ก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่เราต้องเก็บออมและวางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ

เมื่อเรามีเงินเก็บเดือนละ 2,000 บาท คำถามแรกที่มักจะแว็บขึ้นมาในหัว "เอาเงินไปลงทุนที่ไหนดี?"โดยหลักการแล้ว เงินจำนวน 2,...
12/08/2025

เมื่อเรามีเงินเก็บเดือนละ 2,000 บาท คำถามแรกที่มักจะแว็บขึ้นมาในหัว "เอาเงินไปลงทุนที่ไหนดี?"
โดยหลักการแล้ว เงินจำนวน 2,000 บาท/เดือน สามารถนำไปลงทุนได้ในหลาย Asset เช่น สลากออมสิน กองทุนรวมตราสารหนี้ ออมทอง เป็นต้น
Asset แต่ละตัวก็มีคุณสมบัติ ความเสี่ยง และผลตอบแทนต่างกันออกไป ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าลงทุนที่ไหนดีกว่ากัน แต่อยู่ที่ก่อนลงทุนเรารู้จัก Asset นั้นดีพอหรือยัง ถ้าเราไม่รู้จักเลย อย่าเพิ่ง!! นำเงินไปลงทุน ควรนำเงิน 2,000 บาทนั้นกลับไปลงทุนที่ "ตัวเอง" พาตัวเองไปศึกษา Asset แต่ละแหล่งให้ดีเสียก่อน เพราะถ้าเราไม่รู้ นอกจากเราจะได้ผลตอบแทนที่ไม่ตรงกับความต้องการแล้ว เรายังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่าย ๆ อีกด้วย
ขอย้ำไว้เสมอว่า "อย่าลงทุนใน Asset ที่เราไม่รู้จัก และอย่าบอกใครว่าเรามีเงินและกำลังลงทุนอยู่"

#พร้อมออม #ออมเงิน #การออม
#ลงทุนในAssetไหนดี

04/08/2025

[ ] ถึงอายุยืน 100 ปี คุณก็จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สินทรัพย์ (Asset) 3 อย่างที่คุณต้องเตรียม ไปพร้อมกับการเตรียมทรัพย์สินทางการเงิน
เมื่อคุณลงมือเริ่มต้นวางแผนเกษียณ คุณจำเป็นต้องคำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่มีผลทำให้เงินเกษียณอาจหมดเร็วกว่าที่คาดไว้ และเตรียมแผนป้องกัน โอนย้าย หรือ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเท่าที่จะทำได้
ความเสี่ยงในวัยเกษียณ มี 5 ข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะทำให้คุณเตรียมเงินไว้น้อยเกินไป หรือ คุณอาจถอนเงินวัยเกษียณในช่วงต้นมากเกินไปแบบไม่รู้ตัว จนทำให้เงินเกษียณหมดลงอย่างรวดเร็ว ไม่เป็นตามแผนที่คาดไว้
⚠️1.ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Risk)
เป็นความเสี่ยงข้อแรกที่ต้องคำนึงถึงในการคำนวณกองทุนเกษียณให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะภาวะเงินเฟ้อทำให้อำนาจการใช้จ่ายลดลง ทำให้ต้องถอนเงินต่อปีออกมาใช้มากขึ้น ถึงแม้จะมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเท่าเดิม แต่ราคาของกินของใช้จะแพงขึ้น วิธีการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อคือนำเงินไปบริหารสร้างผลตอบแทนให้ได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อ ในความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้
⚠️2. ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายพิเศษด้านสุขภาพ (Long Term Care Risk)
นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพพื้นฐาน ค่าใช้จ่ายพิเศษในวัยเกษียณที่คนส่วนใหญ่กังวล คือ ค่ารักษาพยาบาลหากตกเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรืออยู่ในภาวะพึ่งพิง คุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณจะเป็นอย่างไร จะแปรตามภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่คุณสามารถรับผิดชอบได้
แนวทางในการเตรียมตัวกับเรื่องนี้ คือ การทำประกันสุขภาพไว้ให้เพียงพอ ตั้งแต่ในวัยทำงาน เพราะการสมัครประกันสุขภาพเมื่อถึงวัยเกษียณจริงๆ อาจไม่ได้รับความคุ้มครองตามที่คาด เนื่องจากตรวจพบโรคประจำตัวต่างๆ
สินค้าที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ คือประกันสุขภาพกลุ่มเหมาจ่าย เพราะจะรองรับเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลในอนาคตได้ และควรเป็นเหมาจ่ายแบบ Deduct คือ มีจ่ายร่วม จะทำให้เบี้ยประกันในวัยเกษียณราคาไม่สูงมากนัก และในปัจจุบันส่วน Deduct สามารถนำมาใช้ร่วมกับสวัสดิการที่มีอยู่ได้ เป็นการขยายความคุ้มครองสวัสดิการวัยทำงานที่มีอยู่เดิมของคุณ โดยไม่ต้องชำระเบี้ยเพิ่มสูงเกินไปนัก
⚠️3. ความเสี่ยงจากความผันผวนของผลตอบแทนการลงทุน
เงินกองทุนเกษียณมักถูกแนะนำให้วางไว้ในที่ความเสี่ยงต่ำ ซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมฝากธนาคาร โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารต่ำมากในเวลานี้ และจะต่ำลงไปอีกเรื่อย ตามภาวะของสังคมผู้สูงวัย ผลของการนำเงินไปไว้ในที่ผลตอบแทนต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ ทำให้มูลค่าเงินหดหาย และทำให้เงินไม่พอใช้ตลอดช่วงวัยเกษียณ
ในส่วนของการลงทุน หากจะแบ่งเงินไว้ในหุ้น หรือ กองทุนรวม ผู้ลงทุนก็ควรมีความรู้ ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้ในเรื่องของผลตอบแทนและการจัดการความเสี่ยง แต่ต้องมีความรู้เรื่องการถอนเงินด้วยว่า ต่อปีไม่ควรถอนออกมาใช้เกินเท่าไหร่ ทางที่ดีควรวางแผนการถอนเงินให้ต่ำกว่า สภาวะผลตอบแทนการลงทุนที่ได้รับในปีนั้นๆ และ ต้องทราบว่าช่วงเวลาไหนที่ไม่ควรถอนเงินออกมาใช้ เพราะจะพบกับ Sequence of Returns Risk ความเสี่ยงในการถอนเงินช่วงตลาดขาลง ทำให้กองทุนเกษียณหมดลงอย่างรวดเร็วมาก
อย่างไรก็ตาม คุณอาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถอนเงินมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Excess Withdrawal Risk) ไม่ได้ หากไม่มีเงินส่วนอื่นที่เป็นเงินได้ประจำสำหรับใช้จ่ายในปีที่อัตราผลตอบแทนการลงทุนต่ำไว้เลย การเลือกเครื่องมือทางการเงินในการวางแผนเกษียณจึงมีความสำคัญมาก และต้องจัดการตั้งแต่ในวัยทำงาน เช่น การทำประกันบำนาญเพื่อสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณเตรียมไว้ ประกันบำนาญต้องเริ่มตั้งแต่วัยทำงาน การเลือกลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ก็ควรเลือกตั้งแต่วัยทำงาน เพราะคุณยังสามารถรับความเสี่ยงได้ เรียนรู้ได้ ปรับพอร์ตเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงได้
⚠️4. ความเสี่ยงในความเสื่อมของร่างกาย (Frailty Risk) ทำให้การตัดสินใจในเรื่องการจัดการการเงิน การดูแลที่อยู่อาศัย ลดประสิทธิภาพลง การลืมจ่ายบิลค่าใช้จ่ายต่างๆ ความสามารถในการประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูลก็จะถดถอยลง ทั้งหมดนี้ จะนำมาซึ่งความเสียหาย ทำให้เสียผลประโยชน์ได้ ดังนั้น การเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณจึงต้องปรับรูปแบบชีวิตให้เรียบง่ายที่สุด ลดการบริหารจัดการเรื่องต่างๆลงให้น้อยที่สุด เพราะคุณคงไม่สามารถอ่านเอกสาร หรือ วิเคราะห์ตัดสินใจเรื่องที่ซับซ้อนไปได้ตลอด
⚠️5. ความเสี่ยงจากการที่คุณมีอายุยืนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Longevity Risk) การมีชีวิตอยู่อย่างยาวนาน จะรับทุกความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าคุณอายุสั้นความเสี่ยง 4 ข้อด้านบน ก็จะไม่มีผล
ถึงคุณจะได้ยินข่าวจากคนใกล้ชิดหรือข่าวในสื่อว่าชีวิตคนเรามีความไม่แน่นอน อาจจากไปกะทันหันได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ค่าเฉลี่ยสถิติอายุขัยประชากรทั่วโลกบอกว่า คนเราจะมีแนวโน้มจะอายุยืนขึ้น อาจจะมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 100 ปีก็เป็นได้
เรื่องนี้หากเกิดขึ้นกับตัวคุณ คุณจะเตรียมรับมือไว้อย่างไร เตรียมเผื่อเอาไว้แบบที่ไม่เบียดเบียนชีวิตในปัจจุบัน คือ อายุสั้นก็ใช้ชีวิตมีความสุขดีแล้ว อายุยืนก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว นี่คือ หัวใจของการวางแผน
ชีวิตที่มีความสุขในวัยเกษียณน่าจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของทุกคน บทความนี้ขอแนะนำสินทรัพย์ (Asset) 3 อย่างที่คุณต้องเตรียม ไปพร้อมกับการเตรียมทรัพย์สินทางการเงิน เพื่อเติมเต็มให้การใช้ชีวิตวัยเกษียณมีความสบายใจ และรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ได้แก่
🪙1.Productive Asset
สินทรัพย์ที่เพิ่มความเจริญก้าวหน้าให้กับคุณ เช่น การศึกษา (éducation) ความรู้ความชำนาญ (skill) ในการประกอบอาชีพ
มีคำกล่าวว่า ทุกๆ 10 ปี คุณควรเรียนรู้เพิ่มเติม เพื่อสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้กับตัวเอง สิ่งที่คุณได้เรียนมาตอนจบมหาวิทยาลัย ไม่สามารถใช้เป็นอาชีพเลี้ยงตัวคุณไปได้ตลอดชีวิต หากคุณมีทักษะวิชาชีพที่สามารถพัฒนาได้หลากหลายติดตัว โอกาสที่คุณจะสร้างรายได้ไม่มีวันเกษียณ ก็จะยาวนานมากยิ่งขึ้น ความรู้ความสามารถจึงถือเป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่ามิได้เลยทีเดียว และ ทักษะใหม่ ที่คุณได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้ค้นพบศักยภาพแบบไร้ขีดจำกัดของตัวเองได้ ลองคิดดูสิคะว่า มันจะสนุกแค่ไหน ที่เราได้ทำเรื่องท้าทายความสามารถอยู่ตลอดเวลา ได้รับรู้ตระหนักในคุณค่าของตัวเอง Productive Asset ถือเป็นสินทรัพย์เพิ่มพลังชีวิตข้อแรกเลยทีเดียว
🪙2. Vital Asset
สินทรัพย์เพื่อสร้างพลังชีวิตข้อต่อไป คือ รูปแบบการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ การมีสุขภาพที่แข็งแรง การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง การมีครอบครัวที่ดี การมีเพื่อนที่ดี ที่สามารถยื่นมือมาช่วยเหลือ ประคับประคองกันได้ในช่วงต่างๆ ของชีวิต ใครที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่กับตัว ควรมองเห็นคุณค่า และ รักษามันไว้ให้ดี เพราะมันคือหนึ่งในสินทรัพย์อันมีค่าของคุณ
ถ้ามองในแง่วางแผนการเงิน จากผลสำรวจพบว่า การใช้ชีวิตร่วมกัน 2 คน ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 2 เท่า เทียบกับคนใช้ชีวิตคนเดียว ดังนั้นการมีคู่ชีวิต หรือมีเพื่อน ญาติ พักอาศัยอยู่ด้วย แชร์ค่าใช้จ่ายต่างๆ ร่วมกัน ถ้าหารค่าใช้จ่ายต่อคนแล้ว จะถูกกว่าค่าใช้จ่ายของการใช้ชีวิตคนเดียวอีกค่ะ
🪙3.Transformative Learning Asset
ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับเรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นโดยผ่านการเปิดใจเรียนรู้ได้ตลอดเวลา คุณจะต้องรู้จักตัวเอง (know yourself) เป็นอย่างดีก่อน จึงจะสามารถเข้าใจและรับมือกับเรื่องใหม่จากภายนอกได้
เพราะหากคุณอายุยืนอีกยาวนาน แน่นอนคุณจะต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงอีกหลายยุคสมัย ความสามารถในการปรับตัวจึงเป็นสิ่งจำเป็น เสมือนสินทรัพย์สำคัญอย่างหนึ่งของคุณ
ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช ท่านได้กล่าวไว้ในงานประชุมวิชาการประจำปี "ระพีเสวนา"ครั้งที่ 10 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative Learning) ว่า
“ปัจจุบันทักษะการร่วมมือนั้นสำคัญกว่าการแข่งขัน" จะเห็นได้ว่าองค์กรใหญ่ๆหลายองค์กร แทนที่จะแข่งกัน กลับหันหน้ามาเจรจา หาความร่วมมือที่จะก้าวหน้า เติบโตไปด้วยกัน
กับคนรอบข้างที่เราใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วยก็เช่นกัน ทั้งเพื่อนที่ทำงาน และ คนในครอบครัว แทนที่จะเอาชนะ โต้เถียงกัน หรือ แข่งขันกัน หากสามารถเจรจา นำจุดแข็งมาพัฒนาร่วมกันเพื่อส่งเสริมกันได้ ก็น่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการทำเรื่องต่าง ได้ดีเลยทีเดียว
Assets ทั้ง 3 ข้อนี้ถ้าคุณสามารถสร้างขึ้นได้ รักษาได้ และ เพิ่มพูนให้มากขึ้นได้ ก็เชื่อว่าหากคุณเป็นคนที่โชคดี (หรือโชคร้าย) มีอายุยืนถึง 100 ปี คุณก็จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขค่ะ
คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ กล่าวไว้ว่า
“ถ้าเลือกได้ไม่อยากอยู่ถึง 100 ปี เพลงที่ยาวเกินไปก็ฟังไม่เพราะ หนังที่ยาวเกินไปก็น่าเบื่อ ชีวิตก็เช่นกัน เพราะมันเหนื่อย แต่ถ้าต้องอยู่ก็พยายามปรับตัวเตรียมใจให้ทุกข์ให้น้อย สุขให้มาก”
อายุ 100 ปี จะเป็นของขวัญ หรือ คำสาป อยู่ที่การเตรียมพร้อมและปรับตัวค่ะ
เขียนโดย: พิชญาภัฐฐ์ ทองศรีเกตุ ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™
#สมาคมนักวางแผนการเงินไทย #เตรียมแผนป้องกัน #ความเสี่ยง

“พฤติกรรมการใช้เงิน” ทำให้การออมของเรายั่งยืน ต้นปีเราตั้งเป้าหมายการออมไว้เดือนละ 1,000 บาท ตอนนี้ผ่านมากลางปีแล้ว เราไ...
02/08/2025

“พฤติกรรมการใช้เงิน” ทำให้การออมของเรายั่งยืน
ต้นปีเราตั้งเป้าหมายการออมไว้เดือนละ 1,000 บาท ตอนนี้ผ่านมากลางปีแล้ว เราได้ออมตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ ถ้าไม่ ลองสำรวจดูสิว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ซึ่งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Asset ที่เรานำเงินไปออม หรือวิธีการ/เทคนิคต่าง ๆ ในการออม หนึ่งในคำตอบที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ “พฤติกรรมการใช้เงิน” ของเรายังเหมือนเดิม ยังไม่ได้เอื้อให้เราประหยัด หรือจุดประกายให้เราเริ่มออมเงิน วันนี้ พร้อมออม ขอนำเสนอ “พฤติกรรมการใช้เงิน” ที่สำคัญที่ช่วยส่งเสริมการออมของเราให้ยั่งยืน และเริ่มต้นได้ไม่ยาก ดังนี้ค่ะ
1️⃣ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า
แม้ว่าข้อนี้จะเป็นแนวทางพื้นฐานที่ทุกคนทราบกันดี แต่ก็เป็นแนวทางที่คนส่วนใหญ่ล้มเลิกระหว่างทางเสมอ เพราะบางครั้งทำให้เกิดความกดดันจนทำให้ไม่มีความสุขกับการออม ซึ่งการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายที่ พร้อมออม จะนำเสนอนี้ ไม่ใช่การทำแบบละเอียดยิบย่อยรายวัน แต่จะทำสรุปเป็นรายเดือน มีรายการหลัก ๆ ที่ชัดเจนเป็นก้อน ๆ เช่น รายรับประจำ รายรับงานเสริม รายจ่ายคงที่ รายจ่ายผันแปร เงินออม เป็นต้น เพื่อให้เราได้ทราบความเคลื่อนไหวการเงินของตัวเองในแต่ละเดือนแบบภาพรวม เพราะจะช่วยให้เราวางแผนและจัดสรรการเงินของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ทำให้มีเงินเหลือใช้ทุกเดือน และไม่ต้องไปยืมใคร
2️⃣ “ลด” แต่ “ไม่งด”
รายจ่ายที่เป็นอุปสรรคของการออมคือ “รายจ่ายฟุ่มเฟือย” ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้ง 1) “รายจ่ายคงที่” เช่น แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตรายเดือน เราอาจซื้อแพ็กเกจที่มากเกินไปจนใช้ไม่คุ้มค่าแต่เรายังคงแบกภาระจ่ายทุกเดือน และ 2) “รายจ่ายผันแปร” เช่น ของใช้ส่วนตัว เราอาจมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่บางครั้งการโฆษณาสินค้าและโปรโมชันต่าง ๆ ก็ดึงดูดเราให้จ่ายเงินซื้อสินค้านั้นโดยง่าย ทั้ง ๆ ที่เราก็ซื้อมาแล้ว เป็นต้น
แล้วจะทำอย่างไรกับ “รายจ่ายฟุ่มเฟือย”? ถ้าจะให้ “งด” ซื้อ ก็คงเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายและให้ผลดีกว่าคือ เปลี่ยนจาก “งด” เป็น “ลด” เพราะเรายังได้ซื้อสินค้าหรือบริการที่เราต้องการ โดยที่ยังมีเงินเหลือเก็บและช่วยให้เรามีความสุขกับการออมเงินอีกด้วย
ตัวอย่างแรก ให้เราสำรวจว่าเราจ่ายแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตรายเดือนเกินความจำเป็นไหม ถ้าเกิน เราก็ปรับลดแพ็กเกจให้เหมาะสมกับการใช้ เราก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
ตัวอย่างที่สอง ถ้ากิจวัตรของเราคือ นัดเพื่อนไปกินข้าวนอกบ้านเป็นประจำทุกสุดสัปดาห์ ซึ่งการนัดเพื่อนกินข้าวในแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายพอสมควร เมื่อเราต้องการออมเงิน เราก็ “ลด” จำนวนการนัดลง เช่น สัปดาห์เว้นสัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์มาเจอกัน 1 ครั้ง หรือเดือนละ 1 ครั้งก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างเรากับเพื่อน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนก็ยังดีอยู่ และเราก็มีเงินออมตามเป้าหมายอีกด้วย
3️⃣ “คิด” ก่อนจ่าย
ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทำให้เราจ่ายเงินคล่องมือมาก ๆ เช่น โอนเงินผ่านแอปพลิชันธนาคาร ชอปปิงออนไลน์ หักค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เราเผลอและลืมตัวจ่ายเงินจนเพลิน เมื่อกลับมาดูเงินในบัญชีอีกทีก็แทบจะเป็นลม จนบางครั้งส่งผลให้เราต้องไปกู้ยืม ฉะนั้น คาถาง่าย ๆ ที่เราต้องท่องไว้เสมอก่อนจ่ายเงินคือ “คิดก่อนจ่าย” คิดก่อนว่าของที่จะซื้อจำเป็นตอนนี้ไหม? เร่งด่วนไหม? ถ้าซื้อตอนนี้จะมีเงินพอใช้ถึงสิ้นเดือนไหม? ถ้าไม่มีของชิ้นนี้จะเกิดผลกระทบอะไรกับเราบ้าง? และแนวคิดอื่น ๆ ที่จะมาเตือนสติของเราให้เราได้ “ฉุกคิด” ก่อนจ่ายเงิน
ถ้าพูดกันตามตรง พฤติกรรมทั้ง 3 ที่กล่าวมาแล้วนั้น เวลาลงมือทำ ไม่ได้ง่ายเลย แต่ถ้าเราไม่เริ่มทำอะไรสักอย่าง เราก็จะไม่ประสบความสำเร็จในการออม ฉะนั้น ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยน “พฤติกรรมการใช้เงิน” ทั้ง 3 ข้อพร้อมกัน ขอแนะนำว่า ให้เพื่อน ๆ เริ่มต้นจากพฤติกรรมที่คิดว่าตัวเองทำง่ายที่สุด แล้วทำพฤติกรรมนั้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราทำซ้ำ ๆ ก็จะเริ่มเกิดความเคยชิน แล้วทำให้เราปฏิบัติได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้น ค่อย ๆ ขยับความก้าวหน้า ปรับพฤติกรรมด้านอื่นเพิ่มขึ้น แต่ยังคงรักษาพฤติกรรมเดิมเอาไว้ แล้วทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องด้วยความตั้งใจและอดทน
ผลลัพธ์ของการออมที่ยั่งยืน ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินมากหรือน้อย แต่อยู่ที่ “พฤติกรรมการใช้เงิน” ที่ส่งเสริมการออมต่างหาก

#พร้อมออม
#พฤติกรรมการใช้เงิน
#การออมที่ยั่งยืน

🩺Check up "สุขภาพการเงิน" 💸"การเงินส่วนบุคคล" เปรียบเสมือน "ร่างกาย" ถ้ามีสุขภาพที่ดีก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างราบรื่นแ...
06/07/2025

🩺Check up "สุขภาพการเงิน" 💸
"การเงินส่วนบุคคล" เปรียบเสมือน "ร่างกาย" ถ้ามีสุขภาพที่ดีก็สามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างราบรื่นและมีความสุข ในทางตรงกันข้าม ถ้าสุขภาพแย่ก็ทำให้การดำรงชีพมีความยากลำบากมากขึ้น
ถ้าเราอยากรู้ว่าสุขภาพร่างกายของเราดีหรือไม่ เราก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือคลินิก แต่ถ้าเป็น "สุขภาพการเงิน" จะเป็นตรวจที่ไหน? วันนี้ พร้อมออม มีคำตอบค่ะ
จริง ๆ แล้ว เราสามารถตรวจ "สุขภาพการเงิน" ของเราได้เองแบบง่าย ๆ โดยใช้ตัวชี้วัด Money Index ดังนี้ค่ะ
1️⃣ อัตราส่วนการออมและการลงทุน (Saving Ratio) ควรมากกว่าหรือเท่ากับ 10%
2️⃣ อัตราส่วนเงินผ่อนชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ไม่ควรเกิน 50%
3️⃣ อัตราส่วนเงินสำรอง (Emergency Fund Ratio) ควรมากกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน
4️⃣ ความมั่งคั่งสุทธิ (ทรัพย์สินรวม - หนี้สินรวม) ควรเป็น “บวก” (➕)
เพื่อน ๆ Check up สุขภาพการเงินกันแล้วผ่านกี่ข้อ มาคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะคะ

ที่มา: The Money Coach โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์
#พร้อมออม ุขภาพการเงิน

ของมันต้องมี VS คนมีของ
22/06/2025

ของมันต้องมี VS คนมีของ

ที่อยู่

กรุงเทพ-นนทบุรี
Bangkok
10800

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พร้อมออมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง พร้อมออม:

แชร์