12/07/2023
ไดเอ็ทอะไรดีที่สุด
ถ้าเรากินแบบ Paleo หรือคีโต หรืออะไรก็ตามเหมาะกับเรา ได้ผลดี เจ๋งเลยค่ะ
แต่เพียงเพราะว่ามันเวิร์คกับเรา ในช่วงเวลานี้ในชีวิตของเรา ในสภาวะแบบนี้ของเรา ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องทำตามหมด เพราะร่างกายคนเราซับซ้อนกว่านั้นค่ะ
จริงๆแล้วเรามีคนหุ่นดีให้ดูในทุกเผ่าพันธุ์และรูปแบบนั่นแหละค่ะ เช่น พวกคน Inuit ในแถบอาร์คติก และอาฟริกัน เผ่า Masai จะกินอาหารที่ไขมันสูง กินสัตว์ แต่ผักน้อยตามสภาพอากาศที่แห้งแล้ง หนาวเย็น ก็เพราะว่ามันเหมาะกับสภาพของเค้า เราจะบอกว่าเค้ากินไม่ดีไม่ได้ สมมุติว่าเราไปติดป่า เราจะล่ากระต่ายกิน สักพักเราจะกลายเป็นอยู่ในโหมดอดอาหาร เพราะร่างกายเราต้องการไขมัน และเนื้อกระต่ายเป็นเนื้อที่ลีน ไขมันน้อย
ในขณะที่คน Kitavans ในแถบแปซิฟิกใต้ จะกินไขมันน้อย แต่กินผักเยอะ และกินคาร์บเยอะ หลากหลายและแตกต่างกันตามสภาวะอากาศและภูมิประเทศ แต่คนเหล่านี้ก็สุขภาพดีได้ หุ่นดีได้
และบางคนก็เหมาะกับการกินมื้อเล็กๆ หลายมื้อ บางคนเหมาะแบบมื้อใหญ่ เป็นมื้อๆ บางคนเหมาะกับ intermittent fasting ดังนั้นไม่ควรยึดติดกับโภชนาการใด โภชนาการหนึ่งเท่านั้น เพราะเราทำงานกับร่างกายมนุษย์ เราจึงควรมีความเป็นอไญยนิยม เปิดกว้างทางความคิด พร้อมจะลองวิธีใหม่ ทางเลือกใหม่ จะวิ่งก็ต้องโหลดคาร์โบไฮเดรตเพิ่มขึ้น ไม่ใช่กลัว กินโปรตีนมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เราดูดซึมได้น้อยลง เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าเราจำกัดความคิดอยู่ที่แบบเดียว เราจะลืมโฟกัสที่ประสิทธิภาพทางสรีรวิทยาและจิตวิทยา ซึ่งมันมีผลกระทบในระยะยาวได้
ทุกไดเอ็ทที่ทำอย่างถูกต้องและปลอดภัย ที่สำคัญคือเหมาะกับร่างกายแต่ละคน จะได้ผลดีทั้งนั้น เราก็น่าจะเห็นกันมากมาย ทำไมทุกไดเอ็ทที่กินต่างกัน ถึงได้ผลดี
คำตอบคือ มันไม่ต่างกันอย่างที่คิดหรอกค่ะ
เพราะอะไร
เพราะไม่ว่าจะเป็น Paleo diets, plant-based diets, high carb diets, low carb diets, กินบ่อยๆหรือ กินน้อยมื้อ มีลักษณะที่คล้ายกันตรงนี้ค่ะ
1. ไดเอ็ทเหล่านี้สอนให้เราสนใจอาหารมากขึ้น ไม่ใช่แค่อะไรกินได้ กินไม่ได้นะคะ แต่ทำให้เราเปิดตา มองอาหาร ตั้งใจกิน ดูสัดส่วน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เรามีสติขึ้นมาได้ค่ะ มองจานอาหารแล้วเห็นสัดส่วนอาหาร ไม่ใช่มองจากอาหารแล้วขอสั่งเพิ่มทันทีเผื่อไม่พอ
2. เราสนใจคุณภาพอาหารมากขึ้น
อาหารในทุกค่าย มีกฎร่วมกันอยู่คือ แนะนำให้เรากินอาหารที่แปรรูปน้อยที่สุด มีสารอาหารครบถ้วน ก่อนที่จะไปสนใจสัดส่วนโปรตีน คาร์บ อะไรนั่นอีก
3. ช่วยละการขาดสารอาหาร
เมื่อเราอยู่ห่างจากอาหารที่แปรรูป เราก็จำได้รับสารอาหารมากขึ้น เพราะพวกอาหารที่แปรรูปมากๆ มักจะไม่มีสารอาหารหลงเหลืออยู่มากนัก หลังจากผ่านการรุมโทรมจากวิธีการผลิต ทำให้เราอิ่มได้อย่างเดียว เสียที่กระเพาะ
แผนโภชนาการที่ดี จะต้องเริ่มที่การอุดรูรั่วทางการสารอาหารก่อน วิตามิน แร่ธาตุ อะไรต่างๆ เรื่องนี้คนให้ความสำคัญน้อยที่สุด แต่สำคัญที่สุด เพราะเรารู้สึกดีขึ้นเร็วมาก ถ้าเราแก้ตรงการขาดสารอาหารก่อน
4. ไดเอ็ทที่ดีทุกไดเอ็ท จะคุมความหิว ทำให้เราไม่โหย แต่ในขณะเดียวกันก็ลดปริมาณอาหารไปโดยปริยาย
เมื่อเรามีสติ โฟกัสอาหาร จะส่งผลให้เราเลือกอาหารมากขึ้น เพิ่มวิตามินที่เราขาดด้วยการกินสารอาหารที่เราขาดเพิ่ม ผลพลอยได้คือ เราอิ่มค่ะ กว่าจะกินครบ เลือกกิน อิ่มเหอะ
สังเกตว่าเราไม่พึ่งการนับแคลเลยค่ะ เพราะแค่ โฟกัสที่ตัวสารอาหารและคุณภาพของอาหารส่วนใหญ่แล้วก็เพียงพอที่จะทำให้ความหิวและความอยากอาหารพร่ำเพื่อลดลงไปได้ งั้นก็แปลว่าเราสามารถที่จาก control ปริมาณแคลอรี่โดยที่ไม่ต้องมานั่งบวกลบคูณหาร
5. ส่วนใหญ่แล้วก็จะสนับสนุนการออกกำลังกายไปด้วย
เหมือนเป็นพื้นฐานเลยค่ะที่จะบอกว่าให้ออกกำลังกายไปกับการไดเอ็ทแบบนี้ อาการเสริมประเภทนี้ควบคู่ไปกับ lifestyle ที่ดี บลาๆ และบ่อยเลยเมื่อเราเริ่มมาโฟกัสที่อาหารที่เรากิน สักพักนึงเราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเราอยากจะออกกำลังกายร่วมไปด้วย ซึ่งเป็นความคิดที่ดีเพราะถ้าจะมานั่งคิดอาหารมันก็น่าเบื่อและดูหมกมุ่น และนิสัยรักการขยับก็ควรจะเป็นอย่างนั้น เป็นนิสัยที่ควรจะเทรน
และเมื่อเราออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอผสมผสานกันไประหว่างแบบหนักและแบบเบา ให้มีความหลากหลาย เราก็จะเริ่มมาใส่ใจอาหารเราได้ดีขึ้น ว่าเรากินอะไรแบบไหนแล้วมีแรง หรือฟื้นตัวเร็ว
ดังนั้นเราจะเห็นว่าถึงแม้ว่าไดเอ็ดจะดูเหมือนกับเป็นขั้วตรงกันข้ามกัน อันที่จริงแล้วทุกประเภททุกแบบก็สนับสนุนการมีสุขภาพดีขึ้น หุ่นดีขึ้น แล้วก็อายุยืนขึ้นกันทั้งนั้น (ถ้าศึกษาให้ดีและถ่องแท้นะคะ) แล้วจะไปสายไหนก็ไปเลย ไม่มีสายใดที่ดีที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับทุกคนทุกวัย ตราบใดที่เรากินอาหารที่มีคุณภาพ เลือกประเภทของมันมากกว่าปริมาณ
และถ้าไม่เหมาะกับเรา ก็เปลี่ยน ยกตัวอย่างเช่นไม่ใช่ทุกคนเหมาะกับการกินแบบช่วงๆ กำหนดระยะเวลาการกิน ก็ไม่ได้แปลว่าจะผอมไม่ได้
เราต้องนึกว่าในระยะยาวเราสามารถที่จะกินแบบไหนได้เหมาะที่สุดกับตัวเรา เพราะไม่อย่างนั้นแล้วถ้าทำไม่ได้เค้าจะรู้สึกหดหู่ผิดหวัง แต่ต้องพยายามก่อนนะคะ ยังไงก็ต้องเปลี่ยน mindset จากเดิมที่เราเคยกินตามใจปาก แล้วลองกินแบบมีคุณภาพดู แบบไหนที่เหมาะกับเราก็ไปแบบนั้น เน้นมากๆตรงคุณภาพอาหารค่ะ โปรตีนแต่ deep fried นี่ไม่ใช่คุณภาพนะคะ ขอดักคอไว้ก่อน
โค้ชเอิน xx