11/08/2026
อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หลายคนก็ยังไม่รู้ 🤓
รับยอดโอนรัวๆ อย่าเพิ่งตกใจ! 📱 สรุปเงื่อนไข "มาตรการ e-Payment" ที่คนมีรายได้ต้องรู้
เงินโอนเข้าบัญชี 3,000 ครั้ง หรือ 400 ครั้ง + ยอด 2 ล้านบาทขึ้นไป จะถูกรายงานข้อมูลให้กรมสรรพากร... แต่ถูกรายงานไม่ได้แปลว่าโดนเก็บภาษีย้อนหลังนะ!
เกณฑ์จริงๆ นับยังไง พร้อมทริคเตรียมรับมือสำหรับคนที่ยังไม่เคยยื่นภาษี มาอ่านรายละเอียดกันเลย 👆✨
💸 เงินเข้าบัญชีบ่อย ต้องรู้! เงินโอนเข้ากี่ครั้ง ถึงจะเข้าเกณฑ์ e-Payment
หลายคนที่มีเงินโอนเข้าบัญชีอยู่บ่อยครั้งในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า เจ้าของธุรกิจ รวมถึงฟรีแลนซ์ ต้องทำความรู้จักกับ “มาตรการ e-Payment” ไว้ด้วยนะ ถ้าเราเข้าเกณฑ์ e-Payment สถาบันการเงินจะมีหน้าที่รายงานข้อมูลธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ใก้กรมสรรพากร
ต้องเกริ่นก่อนว่า มาตรการ e-Payment ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ได้ทำให้ทุกคนต้องยื่นแบบเพื่อเสียภาษีเพิ่มแต่อย่างใด ถ้าเรายื่นภาษีและชำระภาษีอย่างถูกครบถ้วน
วันนี้เราจะมาสรุปเงื่อนไขมาตรการ e-Payment แบบง่ายๆ ให้เพื่อนๆ เข้าใจกันง่ายขึ้น พร้อมแชร์ไอเดียการรับมือเรื่องนี้หากเรามีโอกาสเข้าข่าย
มาตรการ e-Payment เป็นมาตรการที่เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet (เช่น TrueMoney, ShopeePay) รายงานข้อมูลธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ให้กรมสรรพากรหากบัญชีนั้นเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เข้าเกณฑ์จะต้องเสียภาษีเพิ่มโดยอัตโนมัติ
📌 เกณฑ์ที่ใช้ ในการส่งข้อมูลบัญชีให้กรมสรรพากร
1. มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าบัญชี ตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไปต่อปี ไม่ว่ายอดรวมทั้งหมดจะกี่บาทก็ตาม (นับรวมทุกบัญชีในธนาคารเดียวกัน)
2. มียอดฝากหรือโอนเงินเข้าบัญชี ตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไปต่อปี และมียอดรวมทั้งปี 2 ล้านบาทขึ้นไป (ต้องเข้าเงื่อนไขทั้งจำนวนครั้งและจำนวนเงิน)
หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบการเสียภาษี โดยเริ่มนับยอดเงินเข้าธนาคาร ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. ของทุกปี
ตัวอย่าง
เงินเข้า 300 ครั้ง ยอดเงินรวม 5 ล้านบาท = ไม่ถูกส่งข้อมูล เพราะจำนวนครั้งไม่ถึงเกณฑ์
เงินเข้า 500 ครั้ง ยอดเงินรวม 1 ล้านบาท = ไม่ถูกส่งข้อมูล เพราะ
จำนวนเงินรวมไม่ถึงเกณฑ์
เงินเข้า 500 ครั้ง ยอดเงินรวม 2.5 ล้านบาท = ถูกส่งข้อมูล❗️
เงินเข้า 4,000 ครั้ง ยอดเงินรวม 200,000 บาท = ถูกส่งข้อมูล❗️
🏢 หน่วยงานที่ส่งข้อมูลให้สรรพากร ได้แก่
- ธนาคารพาณิชย์
- ธนาคารภาครัฐ
- สถาบันการเงิน
- ผู้ให้บริการด้านการเงินอื่นๆ อย่าง e-Wallet เช่น TrueMoney, ShopeePay, Rabbit Line Pay
สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองน่าจะเข้าเงื่อนไขที่ต้องถูกส่งข้อมูลให้กับกรมสรรพากร อย่าเพิ่งกังวล เพราะการถูกส่งข้อมูลไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเสียภาษีเพิ่มหรือถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังโดยอัตโนมัติ ถ้าเรามีรายได้และยื่นแบบภาษีอย่างถูกต้อง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเพียงเพราะมีธุรกรรมเข้าเกณฑ์รายงาน
📝 ส่วนใครที่ยังไม่เคยเริ่มยื่นภาษี แนะนำเตรียมรับมือ ดังนี้
1. ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับภาษีอย่างละเอียด
2. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน จดบันทึกรายการที่เกิดขึ้นจริงทุกครั้ง
3. เก็บหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกอย่างไว้ใช้เป็นหลักฐานประกอบตอนยื่นภาษีและใช้สิทธิหักค่าใช้จ่ายแบบตามจริง
4. ควรแยกบัญชีธนาคารไว้ใช้ส่วนตัวกับใช้เพื่อธุรกิจเป็นคนละบัญชีกัน
5. จดทะเบียนพาณิชย์, จดทะเบียนบริษัท, หากเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย ควรจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
เมื่อเรามีรายได้จากการค้าขายหรือประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะรับเงินสดหรือรับเงินผ่านการโอน รายได้เหล่านั้นก็มีหน้าที่ต้องนำมาคำนวณภาษีตามกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายและยื่นภาษีให้ถูกต้อง มากกว่าการกังวลว่าจะเข้าเกณฑ์รายงานข้อมูลหรือไม่
#รู้เท่าธัน #ภาษี #ภาษีบุคคลธรรมดา #ลดหย่อนภาษี #วางแผนภาษี #ขายของออนไลน์ #ภาษีขายของออนไลน์ #ภาษีePayment #ขายของออนไลน์ #ธุรกรรมออนไลน์