Business Loan Partner สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

Business Loan Partner สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Business Loan Partner สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME, บริการทางการเงิน, บางนา, Bangkok.

15/12/2025

ดัชนี Container ฟื้นแรง เส้นเอเชีย-ยุโรปหนุนความต้องการ
LIBERATOR Commodity Stock Ideas ชี้สัญญาณบวกดัชนี Container จากดีมานด์เอเชีย–ยุโรป ขณะน้ำมันอ่อนตัว ทองคำยังเด่น รับความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก
สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี Container ปรับเพิ่มขึ้น 7.8% จากความต้องการขนส่งในเส้นทางเอเชีย-ยุโรปที่มากขึ้น สวนทางกับค่าระวางเรือโดยรวมที่ลดลงแรงถึง 19%w-w ซึ่งถือเป็นการปรับลงรายสัปดาห์แรงสุดตั้งแต่ต้นปี ประเด็นนี้กลายเป็นสัญญาณที่นักลงทุนเริ่มจับตาหุ้นกลุ่มเรือตู้ โดยเฉพาะ RCL ที่มีความเชื่อมโยงกับเส้นทางที่กำลังฟื้นตัว
ราคาน้ำมันดิบโลกปรับลดลงราว 4%w-w หลังสหรัฐฯ รายงานสต๊อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นเพิ่มสูงกว่าคาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบินอ่อนตัวตาม กดดัน spread ของกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น โดยเฉพาะผู้ที่พึ่งพาดีเซลและน้ำมันเครื่องบินเป็นหลัก ทำให้กลยุทธ์ระยะสั้นของกลุ่มนี้ยังอยู่ในโหมด “รอจังหวะราคา”
ราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง +2.4% สู่ระดับ 4,299.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สะท้อนบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่โลหะอื่นอย่างทองแดงและอลูมิเนียมยังทรงตัวในระดับสูง ด้านสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ปรับลดลง อาทิ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด ยกเว้นน้ำตาลและยางพาราที่ยังปรับขึ้นได้
แม้ระยะถัดไปอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือยังมีความเสี่ยงจากอุปทานส่วนเกิน แต่ในระยะสั้นแรงหนุนจากเส้นทางเอเชีย-ยุโรปช่วยดันดัชนี Container ฟื้นตัวชัดเจน โดย RCL มีแนวโน้มโดดเด่นกว่าดัชนี เนื่องจากการขยายเส้นทางไปยังอินเดีย-ตะวันออกกลาง ซึ่งมีผลการดำเนินงานดีกว่าเส้นทางที่ผูกกับจีนเป็นหลัก

#ดัชนีเรือตู้ #สินค้าเกษตร #ทองคำ #น้ำมัน #ค่าระวางเรือ #ฐานเศรษฐกิจ

🛑 ธุรกิจสะดุด เงินหมุนไม่ทัน... อย่าปล่อยให้ "เงินช็อต" หยุดการเติบโตของคุณ! ปลดล็อคสภาพคล่องทันที แค่มี "เช็คบริษัท" ก็...
09/12/2025

🛑 ธุรกิจสะดุด เงินหมุนไม่ทัน... อย่าปล่อยให้ "เงินช็อต" หยุดการเติบโตของคุณ! ปลดล็อคสภาพคล่องทันที แค่มี "เช็คบริษัท" ก็เปลี่ยนเป็นเงินทุนสำรองได้ 💸

✅ ดอกเบี้ยต่ำพิเศษ เพียง 0.89% ต่อเดือน! ✅ ไม่เช็คเครดิตบูโร ติดปัญหาคุยได้ ✅ เอกสารน้อย อนุมัติไว ไม่ยุ่งยาก

ทางออกของผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่ต้องการความคล่องตัว 🚀

06/12/2025

ไดกิ้นฯ ประกาศ 'ปิดงานงดจ้าง' สหภาพแรงงาน มีผล 6 ธ.ค.68 หลังเจรจาข้อพิพาทล้ม
บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) แจ้งใช้สิทธิ "ปิดงานงดจ้าง" ต่อสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี มีผล 6 ธ.ค.นี้ หลังการเจรจาข้อพิพาทแรงงาน 2 ฉบับไม่สามารถตกลงกันได้ ทั้งนี้ การปิดงานงดจ้างตามกฎหมายแรงงานถือเป็นสิทธิของฝ่ายนายจ้างเมื่อข้อพิพาทไม่สามารถยุติได้
การใช้สิทธิปิดงานงดจ้างถือเป็นสิทธิของฝ่ายนายจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 เมื่อข้อพิพาทแรงงานไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้ามาทำงานและจะไม่ได้รับค่าจ้างในช่วงเวลาดังกล่าว

#ไดกิ้น #ปิดงานงดจ้าง #ข้อพิพาทแรงงาน #กฎหมายแรงงาน #สหภาพแรงงาน #ฐานเศรษฐกิจ

27/10/2025

ธุรกิจผ้าไทยสุดฮอต โตแรงทะลุ 4 เท่า ยอดจดทะเบียนพุ่ง มูลค่าทุน 684 ล้านบาท
ธุรกิจผ้าไทย จัดตั้งใหม่ขยายตัวโดดเด่น ในรอบ 9 เดือนปี 2568 โตกว่า 406% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 เติบโตทั้งจำนวนและมูลค่าการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่นำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และเชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ชี้เป็นสัญญาณดีของการสืบสานภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก
จากการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจประจำเดือนกันยายน 2568 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ‘ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผ้าไทย’ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่นำผ้าไทยมาต่อยอดเชิงพาณิชย์และ เชิงวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-กันยายน) มีการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ 642 ราย เพิ่มขึ้น 515 ราย คิดเป็น 406% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (127 ราย) และมีมูลค่าทุนจดทะเบียน 684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 460 ล้านบาท คิดเป็น 205% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 (225 ล้านบาท)
อีกทั้ง การจัดตั้งธุรกิจในรอบ 9 เดือน ของปี 2568 เป็นกิจการขนาดเล็ก (SMEs) ทั้งหมด โดยมีสัดส่วนบริษัทจำกัด 425 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 574 ล้านบาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 217 ราย มูลค่าทุน 110 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยและพัฒนาให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
สำหรับประเทศไทยมีนิติบุคคลธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับผ้าไทย จำนวนทั้งสิ้น 3,416 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 47,339 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1) กลุ่มผลิต 651 ราย ทุนจดทะเบียน 32,939 ล้านบาท และ 2) กลุ่มขายส่ง/ปลีก 2,765 ราย ทุนจดทะเบียน 14,400 ล้านบาท การจัดตั้งนิติบุคคลในธุรกิจนี้ เมื่อมองย้อนหลังไป 5 ปี (2563-2567) พบว่า มีการเติบโตที่ผันผวนและชะลอตัวลงเล็กน้อยในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 แต่สามารถกลับมาเติบโตเมื่อการระบาดสิ้นสุด ทำการจัดตั้งใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 160 รายต่อปี อย่างไรก็ดี ในปี 2567 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 163 ราย ทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท มีเงินทุนที่เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2566 (199 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจในกลุ่มขายส่ง/ปลีก
ธุรกิจผ้าไทยถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสร้างมูลค่าสูงของประเทศ โดยมีส่วนเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 494.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แน่นอนว่ากระแสแฟชั่นยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) การใช้เส้นใยธรรมชาติ และการออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ล้วนส่งผลให้ผ้าไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ด้านการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่า 22,093 ล้านบาท โดยมีประเทศที่เข้ามาลงทุนใน 3 ลำดับแรกคือ ออสเตรีย 16,679 ล้านบาท ญี่ปุ่น 2,733 ล้านบาท และสิงคโปร์ 1,021 ล้านบาท”

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

#ธุรกิจผ้าไทย #ธุรกิจเด่น #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #ธุรกิจมาแรง

14/10/2025

บีโอไอเร่งปลดล็อก 70 โครงการลงทุน มูลค่า 3 แสนล้าน เดินหน้าปั๊มเศรษฐกิจใน 4 เดือน
บีโอไอเดินหน้าแผนเร่งรัดการลงทุน 70 โครงการมูลค่ารวมกว่า 3 แสนล้านบาท ภายใน 4 เดือน มุ่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ที่รอใบอนุญาตให้เดินหน้าได้จริง พร้อมขับเคลื่อน 2 มาตรการสำคัญ “สร้างคน-ยกระดับผู้ประกอบการไทย” รองรับอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด อีวี และดิจิทัลขั้นสูง
โครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ภาคเอกชนมีความพร้อมลงทุน แต่ติดขัดขั้นตอนทางราชการ บีโอไอจึงจะเข้ามาช่วยประสานและเร่งรัด โดยมีแนวคิดจัดระบบ “Fast Pass” ให้โครงการสำคัญได้รับการอนุมัติแบบเร่งด่วน พร้อมหารือทุกหน่วยงานเพื่อกำหนด Service Level Agreement (SLA) ลดระยะเวลาดำเนินการจาก 100 วัน เหลือ 50 วัน
บีโอไอยังเดินหน้ามาตรการ “สร้างคน” ร่วมกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ พลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า และดิจิทัลขั้นสูง ผ่านหลักสูตร Bootcamp และ Online Training พร้อมฝึกงานจริงในโรงงาน ตั้งเป้าสร้างงานกว่า 1 แสนตำแหน่ง
เตรียมมาตรการ “ยกระดับผู้ประกอบการไทย” สนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และเครื่องจักรทันสมัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยทั้งหมดนี้จะถูกนำเสนอเข้าสู่การประชุมบอร์ดบีโอไอ 17 ตุลาคมนี้ เพื่อเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นทางการ

#บีโอไอ #ลงทุนไทย #เศรษฐกิจไทย #ฐานเศรษฐกิจ

12/09/2025

(Sep 12) หลังโดนเทียบมาหลายปี เศรษฐกิจ ‘เวียดนาม’ ตอนนี้ กำลังจะใหญ่เท่าไทย: Four Asian Tigers ‘เสือเศรษฐกิจเอเชีย’ คือคำที่ใช้เรียกกลุ่มประเทศในเอเชียที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1960-1990 ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเกาหลีใต้ จนกลายเป็นต้นแบบของประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ ทั่วภูมิภาค

ต่อมาปลายยุค 1980 ถึง Millennium เริ่มเกิดการพูดถึง ‘เสือเศรษฐกิจใหม่’ และมาพร้อมกับคำว่า NICs (Newly Industrialized Countries) ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังโตร้อนแรง เข้าสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมเต็มตัว

ตอนนั้นประเทศไทยเคยเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากทีเดียว แต่แล้วจนวันนี้เราก็ยังไม่สามารถก้าวขึ้นไปถึงระดับนั้นได้เลย

ส่วน ‘เวียดนาม’ ซึ่งขึ้นมาเป็นคู่เทียบกับไทยตลอด 5 ปีนี้ ประกาศความฝันอันท้าทายที่จะเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ ตั้งเป้าหมายเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2045 หรืออีกแค่ 20 ปีเท่านั้น

จริงอยู่ว่าวันนี้เวียดนามอาจจะตามหลังไทยหลายมิติ แต่หากลองเทียบกันหมัดต่อหมัด และมองไปถึงแผนพัฒนาประเทศในอนาคต เอาจริง ๆ แล้ว ใครมีดีกว่ากัน

เศรษฐกิจไทย v.s. เวียดนาม
ปี 2024 มูลค่า GDP ไทยอยู่ที่ 5.26 แสนล้านดอลลาร์ เวียดนามอยู่ที่ 4.76 แสนล้านดอลลาร์ ถือว่าเริ่มใกล้เคียงกันแล้ว ส่วนรายได้ต่อหัว (GDP per Capita) คนไทยอยู่ที่ 6,573.44 ดอลลาร์ เวียดนามอยู่ที่ 4,017.75 ดอลลาร์

แม้ไทยยังเหนือกว่าทั้งในแง่ความใหญ่ของเศรษฐกิจ และรายได้เฉลี่ยตัวหัวที่ยังห่างจากเวียดนามเป็นช่วงตัว แต่ถ้าดูในระยะ 20 ปี จะเห็นว่าเวียดนามขยับเข้าใกล้ไทยเรื่อย ๆ

ปี 2004 – GDP ไทย 1.73 แสนล้านเหรียญ, เวียดนาม 0.45 แสนล้านเหรียญ

ปี 2014 – GDP ไทย 4.07 แสนล้านเหรียญ, เวียดนาม 2.33 แสนล้านเหรียญ

ปี 2024 – GDP ไทย 5.26 แสนล้านเหรียญ, เวียดนาม 4.76 แสนล้านเหรียญ

และถ้ามองไปสู่อนาคต มูลค่า GDP เวียดนามมีโอกาสเร่งเครื่องแซงหน้าไทยในปี 2040 ด้วยอัตราการเติบโตก้าวกระโดดระดับ 5-6% ตลอด 30 ปี ขณะที่ไทยสร้างการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 2.5-3% เท่านั้น

โครงสร้างประชากร
ประเด็นถัดมาคือแง่ของโครงสร้างประชากร ซึ่งแปรผันกับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งช่วยเป็นแรงหนุนจากฐานประชากรในอนาคต หรือเป็นได้ทั้งแรงฉุดให้หยุดการเติบโตได้เลย

ประเทศไทยนั้นมีโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป จากจำนวนประชากรที่เริ่มลดลง และการเปลี่ยนผ่านสู่ Super Aged Society สังคมที่มีผู้สูงอายุเกิน 65 ปี มากกว่า 20% ภายในปี 2029 นี้แล้ว

ปัจจุบันไทยมีประชากรทั้งหมด 71.9 ล้านคน เป็นประชากรกำลังแรงงานประมาณ 61% แต่จุดที่น่ากังวลก็คือวัยแรงงานที่คาดว่าจะลดสัดส่วนเหลือแค่ 56% ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ตรงข้ามกับเวียดนามมีประชากรเกือบ 100 ล้านคน เป็นวัยแรงงาน 63% แถมโครงสร้างประชากรกำลังอยู่ในยุคทอง กว่า 2 ใน 3 (ราว 65 ล้านคน) กำลังเป็นวัยทำงาน และจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกทศวรรษ ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น

ตลาดทุน
ขยับจากด้านภาพรวมเศรษฐกิจ เจาะลึกมาดูตลาดทุนภายในประเทศกันบ้าง จะเห็นว่า Market Cap. รวมของตลาดหุ้นไทยทั้ง SET และ mai อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านล้านบาท และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยมีหุ้นที่เป็นผู้นำ เช่น PTT, ADVANC, DELTA, GULF และ AOT เป็นต้น

ด้านตลาดหุ้นเวียดนาม Market Cap. ที่ราว 8 ล้านล้านาท ยังตามหลังไทยอยู่ครึ่งนึง ปัจจุบันถูกจัดในกลุ่มตลาดชายขอบ (Frontier Market) มีหุ้นที่เป็นที่รู้จัก อาทิ Vingroup, Vinhomes, FPT, Mobile World และ Vinamilk เป็นต้น

ถ้าจะวัดกันหมัดต่อหมัดตอนนี้ ชัดเจนว่าตลาดหุ้นไทยยังคงนำหน้าอยู่หลายก้าว (ไม่นับเรื่องผลตอบแทน) และเวียดนามยังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข ยังไม่ได้เปิดเสรีเต็มที่ เช่น การจำกัดสัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติ (Foreign Ownership Limit) ในบางบริษัท รวมถึงการปรับปรุงกฏเกณฑ์ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

ซึ่งรัฐบาลเวียดนามก็เดินหน้าปฏิรูปตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับตลาดหุ้นเป็น Emerging Market หากวันนั้นมาถึง แน่นอนว่าคงดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากต่างชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือการไหลออกไปจากตลาดหุ้นไทยนี่แหละ

เงินลงทุนจากต่างชาติ
ตัวเลข FDI หรือการลงทุนโดยตรงของต่างชาติในปี 2023 ของภูมิอาเซียนโดยรวมอยู่ที่ 208,340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจาก 230,786 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 ที่ระดับ จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

แต่เงินที่ไหลเข้าในภาคอุตสาหกรรมของเวียดนามกลับเพิ่มขึ้น เพราะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน ทำให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตสำคัญของโลก

ตัวเลข FDI หรือการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ ตั้งแต่ปี 2018-2023 ไหลเข้าเวียดนามเป็นจำนวน 94,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2012-2017

ขณะที่ไทยมี FDI จำนวน 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2018-2023) ลดลงจาก 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2012-2017) ส่วนหนึ่งมาจากการปิดกิจการของบริษัทต่างชาติ ตลอดจนการขาดอุตสาหกรรมที่เป็น New S-Curve

แผนพัฒนาประเทศ
สุดท้ายอยากพามาดูกันที่แผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศระหว่างไทยกับเวียดนาม

เวียดนาม ปักหมุดหมายอยากเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2045 ซึ่งจะครบรอบ 100 ปีพอดีของการก่อตั้งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

โดยวางงบ 10% ของ GDP หรือคิดเป็นประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางด่วน สนามบิน ศูนย์วิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และ Smart City ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ กระตุ้นการเติบโตในประเทศ ลดพึ่งพาการส่งออก

โครงการดานัง Silicon Bay เป็นหนึ่งไฮไลท์ในความทะเยอะทะยานของเวียดนาม ด้วยการยกระดับเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ ควบคู่กับการเป็นเมืองอุตสาหกรรมด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์แบบเต็มตัว

ยังรวมถึงการสร้างบุคลากรด้านนี้โดยเฉพาะ ตั้งเป้าว่าปีนี้จะมีนักศึกษาในสาขาเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มเป็น 1,000 คน พร้อมกับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5 ปี สำหรับพนักงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI

ประเทศไทย ตั้งเป้าในแผนยุทธศาสตร์ชาติว่าอยากเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2037 ซึ่งเร็วกว่าเวียดนามราว 8 ปี

โดยจะเห็นว่าเราพยายามเปลี่ยนจากประเทศอุตสาหกรรม เบนเข็มเข้าสู่การเป็น Food Security, Wellness และ Soft Power ซึ่งก็ดูจะเป็นอีกหนึ่ง Blue Ocean ที่ไทยอยากจะขยับไปให้ถึง เพราะว่าเป็นภาคบริการที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเหมาะกับโครงสร้างประชากรไทยที่เข้าสู่สังคมสูงวัย

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์และหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาชน ‘วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร’ มองเรื่องนี้ว่า “แม้เวียดนามยังตามหลังไทยหลายด้าน แถมมีจุดอ่อนที่ต้องแก้อีกมาก แต่สิ่งสำคัญคือเวียดนามกล้ายอมรับความจริง กล้าตัดสินใจเรื่องยากๆ อย่างการปฏิรูประบบราชการ และเร่งพัฒนาคนให้พร้อม ซึ่งคือหัวใจของความสำเร็จอย่างที่เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือสิงคโปร์ เคยทำให้เห็นมาแล้ว”

พร้อมเสนอทางแก้ว่า ถ้าไทยกลัวเวียดนามแซงจริงๆ เราต้องจริงจังกับการพัฒนาคนกันมากกว่านี้ เปลี่ยนจากการพูดคุยระดับวิสัยทัศน์ มาให้ถึงรายละเอียดระดับโครงการ ประสานระหว่างรัฐกับเอกชน ออกแบบจัดสรรงบประมาณให้เหมาะ และต้องกล้าเปลี่ยนวิธีกำหนด KPI ของระบบราชการ

กลับมาตอบคำถามที่ว่า เวียดนาม vs. ไทย ประเทศไหนกำลังวิ่งตามหลังใคร คำตอบคงอยู่ที่ว่าเราเอาแง่มุมไหนไปจับ เพราะแต่ประเทศก็มีที่ทางของตัวเองในการพัฒนาไปข้างหน้า แม้ว่าความเร็วและความมุ่งมั่นอาจจะต่างกันก็ตาม

Source: Brandinside.asia
https://brandinside.asia/vietnam-and-thai-economy/
By BrandInside admin

ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ! รวมเครื่องมือ AI สุดเจ๋งที่ SME ยุคใหม่ต้องมีติดตัว
05/09/2025

ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ! รวมเครื่องมือ AI สุดเจ๋งที่ SME ยุคใหม่ต้องมีติดตัว

ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ! รวมเครื่องมือ AI สุดเจ๋งที่ SME ยุคใหม่ต้องมีติดตัว

ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ การนำเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของผู้ประกอบการ SME ที่ทุกกระบวนการต้องดำเนินไปด้วยความมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

หากมองในมุมการทำงาน AI ก็เปรียบเสมือน ผู้ช่วยส่วนตัวในการทำงานที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง สนับสนุน แก้ปัญหาให้กับธุรกิจได้ทันท่วงที ทั้งในเรื่องของการลดต้นทุนกับงานที่มีความซ้ำซ้อน และใช้เวลานาน เช่น การบริหารจัดการข้อมูล, การตอบคำถามเบื้องต้นกับลูกค้า, การวิเคราะห์บัญชี ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการไปมีเวลาโฟกัสกับงานอื่น ๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และการวางแผนกลยุทธ์

ไม่เพียงเท่านั้น ในเรื่องของการตลาด AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้ธุรกิจสามารถสร้างแคมเปญการตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น หรือนำเสนอสินค้าและบริการที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเพิ่มความภักดีของลูกค้าในระยะยาว

Smartsme ได้รวบรวมเครื่องมือ AI สำหรับผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการใช้บริหารธุรกิจ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มยอดขาย แบ่งตามหมวดหมู่มาไว้ให้แล้ว ดังต่อไปนี้

เครื่องมือสร้างเนื้อหา

ChatGPT, Gemini, Jasper AI, Copy.ai เครื่องมือที่ช่วยเขียนบทความ, คิดไอเดีย, เขียนคำโฆษณา ทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย

จัดการโซเชียลมีเดีย
Hootsuite: แนะนำเวลาโพสต์ที่ดีที่สุด และช่วยสร้างเนื้อหาเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม

แชทบอท
Freshdesk AI, Tidio: ให้บริการถาม-ตอบลูกค้าเบื้องต้น, ตอบคำถามที่พบบ่อย และรวบรวมข้อมูลลูกค้า ช่วยลดภาระงานของพนักงาน และตอบสนองลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โปรแกรมบัญชี
QuickBooks AI, Xero: ช่วยจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่าย. สร้างใบแจ้งหนี้ ทำบัญชีง่าย และแม่นยำขึ้น

จัดการสินค้าคงคลัง
Katana, Zoho Inventory: วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า และจัดการสต๊อกสินค้า ช่วยลดต้นทุนสินค้าคงคลังที่มากจนเกินไป

การจัดการเอกสารและสื่อสาร
Grammarly: ตรวจสอบไวยากรณ์ และคำผิดในอีเมล, รายงาน และเอกสารทางธุรกิจ ยกระดับความเป็นมืออาชีพ

Otter.ai: ถอดเสียงการประชุม หรือการสัมภาษณ์เป็นข้อความอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องมือ AI มาใช้ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าธุรกิจที่ทำมีปัญหาเรื่องอะไรที่ต้องทำมากที่สุด เช่น ต้องการลดเวลาทำงานด้านการตลาด, ต้องการจัดการลูกค้าได้ดีขึ้น หรือต้องการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วค่อยนำเครื่องมือเข้ามาใช้ โดยอาจดูจากราคาที่เหมาะสมกับงบประมาณเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด

#เครื่องมือAI #ธุรกิจ

ธุรกิจโต ต้องมีสภาพคล่องCash Flow ไหลลื่น ทุกการตัดสินใจง่ายขึ้นอย่าปล่อยโอกาสหลุดมือ เพราะเงินไม่พอหมุน✅ สินเชื่อธุรกิจ...
29/08/2025

ธุรกิจโต ต้องมีสภาพคล่อง
Cash Flow ไหลลื่น ทุกการตัดสินใจง่ายขึ้น
อย่าปล่อยโอกาสหลุดมือ เพราะเงินไม่พอหมุน
✅ สินเชื่อธุรกิจ อัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น1.25% ต่อเดือน
ให้ Business Loan Partner ช่วยแก้ปัญหาไปพร้อมกัน
✅ ไม่ต้องรอรอบการชำระเงิน ใช้เช็คค้ำประกัน เราจะช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว ให้คุณเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
✅ บริการเหมือนเพื่อนคู่คิด ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ พร้อมยื่นมือช่วยทุกสถานการณ์
❌ทางบริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดใดทั้งสิ้น❌
📍คุณสมบัติของผู้ยื่นขอสินเชื่อ
✅จดทะเบียน บมจ. บจก. หจก.
✅ทุนจดทะเบียน 1,000,000 ขึ้นไป

29/08/2025

รมว. คลัง เปิดแผน Financial Transformation มุ่งสู่การคลังสมดุล เน้นสร้างรายได้ เพิ่มพื้นที่การคลัง ผ่านการปฏิรูประบบราชการ -ขยายฐานภาษี นำทรัพย์สินของรัฐมาแปลงเป็นรายได้ ตั้งเป้าลดการขาดดุลเหลือ 3% ใน 2 ปี พร้อมเร่งการลงทุนต่อ GDP จาก 24% เป็น 30-35% ชี้หากทำได้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ถึง 4-5%

"ธุรกิจต้องหมุน แต่เงินยังไม่มา?เราช่วยเปลี่ยนเช็ค เป็นเงินทุนสำรองให้ทันที 🚀ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ วงเงินสูงสุด 5 ล้าน...
21/08/2025

"ธุรกิจต้องหมุน แต่เงินยังไม่มา?
เราช่วยเปลี่ยนเช็ค เป็นเงินทุนสำรองให้ทันที 🚀
ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำ วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท"
✅ สินเชื่อธุรกิจ อัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น1.25% ต่อเดือน
ให้ Business Loan Partner ช่วยแก้ปัญหาไปพร้อมกัน
✅ ไม่ต้องรอรอบการชำระเงิน ใช้เช็คค้ำประกัน เราจะช่วยให้คุณเข้าถึงเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว ให้คุณเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
✅ บริการเหมือนเพื่อนคู่คิด ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ พร้อมยื่นมือช่วยทุกสถานการณ์
❌ทางบริษัทไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดใดทั้งสิ้น❌
📍คุณสมบัติของผู้ยื่นขอสินเชื่อ
✅จดทะเบียน บมจ. บจก. หจก.
✅ทุนจดทะเบียน 1,000,000 ขึ้นไป

ที่อยู่

บางนา
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Business Loan Partner สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SMEผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์