ประกัน Allianz Ayudhya by นริศรา อุชุปาละนันท์

ประกัน Allianz Ayudhya by นริศรา อุชุปาละนันท์ ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันเงินออม ประกันกลุ่ม ประกันมรดกส่งต่อลูกหลาน ประกันลดหย่อนภาษี

ยืนยันความมั่นคงแข็งแกร่ง อลิอันซ์ อยุธยา  #ประกันระดับโลกAM BEST หน่วยงานจัดอันดับเครดิตระดับโลกได้ประกาศ เรทติ้งความแข...
17/09/2024

ยืนยันความมั่นคงแข็งแกร่ง อลิอันซ์ อยุธยา #ประกันระดับโลก

AM BEST หน่วยงานจัดอันดับเครดิตระดับโลกได้ประกาศ เรทติ้งความแข็งแกร่งทางด้านการเงินของ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย (AAGI) อยู่ในระดับ “ยอดเยี่ยม”
อันดับเครดิตนี้ ยืนยันถึงรากฐานที่แข็งแกร่งของเรา ที่พร้อมให้บริการ ดูแล และปกป้องลูกค้าในประเทศไทยอย่างเต็มที่
และด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มอลิอันซ์ บริษัทแม่ของเรา ที่มีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 130 ปีในธุรกิจประกัน ขอให้ทุกท่านมั่นใจ ว่า อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมดูแลและเคียงข้างให้ทุกท่านให้ผ่านพ้นทุกเงื่อนไขของชีวิต
#ณิชชาอลิอันซ์

เรื่องนี้ต้องขยาย 🤟🏼We’ve Done it Again 🏆 We are proud to announce that Allianz continues to rank  #1 in Insurance in th...
12/09/2024

เรื่องนี้ต้องขยาย 🤟🏼

We’ve Done it Again 🏆

We are proud to announce that Allianz continues to rank #1 in Insurance in the FTSE D&I Index 2024. Additionally, this year we have achieved the #2 spot globally!

The FTSE D&I Index — formerly known as Refinitiv — identifies the top 100 publicly traded companies with the most diverse and inclusive workplaces. This recognition reflects our ongoing dedication to building a workplace where everyone feels valued, empowered and able to thrive.

Cr: LinkedIn…

การเลือกบริษัทประกันชีวิต ต้องเลือก บริษัทที่น่าเชื่อถือนะ #อลิอันซ์ประกันที่กล้าบอกเงื่อนไข เคลมได้จริง

31/08/2024
🎂 🥳แฮปปี้เบิร์ธเดย์ "น้องเทนนิส" 🇹🇭 กับของขวัญชิ้นใหญ่ฉลองอายุครบ 27 ปี 8 สิงหาคมพอดี หลังจอมเตะเบอร์ 1 ของโลก คว้าเหรีย...
08/08/2024

🎂 🥳แฮปปี้เบิร์ธเดย์ "น้องเทนนิส" 🇹🇭 กับของขวัญชิ้นใหญ่ฉลองอายุครบ 27 ปี 8 สิงหาคมพอดี หลังจอมเตะเบอร์ 1 ของโลก คว้าเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทยใน โอลิมปิกเกมส์ 2024 จากเทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง ซึ่งนับเป็นนักกีฬาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ 2 สมัยติด

#ส่งใจเชียร์ไทย #โอลิมปิก2024 #โอลิมปิก #โอลิมปิกเกมส์ #ปารีส2024

มองไปข้างหน้า : 20 ทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต===============================1.ทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling Skills)...
07/08/2024

มองไปข้างหน้า : 20 ทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต
===============================
1.ทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling Skills): ความสามารถในการสื่อสารผ่านการเล่าเรื่องอย่างน่าสนใจและมีความหมาย การเล่าเรื่องที่ดีสามารถกระตุ้นความรู้สึกและสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

2.กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset): ความเชื่อที่ว่าความสามารถและทักษะสามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝนและความพยายาม การมีกรอบความคิดแบบเติบโตช่วยให้เปิดรับความท้าทายและมองว่าความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้

3.ความฉลาดในการปรับตัว (Adaptability Intelligence): ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว การมีความยืดหยุ่นและการปรับตัวจะช่วยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ดี

4.ทักษะการแก้ปัญหาอันซับซ้อน (Complex Problem Solving Skills): ความสามารถในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน การแก้ปัญหาต้องใช้การคิดเชิงระบบและการวางแผนที่ดี

5.การยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility): ความสามารถในการปรับเปลี่ยนมุมมองและวิธีการคิดในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง การมีความยืดหยุ่นทางความคิดช่วยให้สามารถหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ๆ ได้

6.การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking): การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อหาข้อสรุปที่มีความถูกต้องและมีเหตุผล การคิดเชิงวิพากษ์ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication): การถ่ายทอดความคิดและข้อมูลอย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย การสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างบุคคล

8.การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning): ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอในทุกช่วงชีวิต การเรียนรู้ตลอดชีวิตช่วยให้สามารถติดตามความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้

9.การคิดเชิงโครงสร้าง (Structural Thinking): การมองเห็นและเข้าใจโครงสร้างและความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆ ในระบบ การคิดเชิงโครงสร้างช่วยให้สามารถวิเคราะห์และจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10.ความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (Technology Literacy): ความสามารถในการใช้และเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ การมีความรู้เรื่องเทคโนโลยีช่วยให้สามารถนำไปใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวันได้

11.ความเข้าใจข้อมูล (Data Literacy): ความสามารถในการเข้าใจและใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจ การมีความเข้าใจข้อมูลช่วยให้สามารถทำการตัดสินใจอย่างมีข้อมูลที่มั่นคง

12.การฟื้นตัว (Resilience): ความสามารถในการรับมือกับความเครียดและความท้าทาย การมีความแข็งแกร่งทางจิตใจจะช่วยให้สามารถฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่ยากลำบากได้

13.การคิดจากความรู้หลายแขนง (Interdisciplinary Thinking): ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้จากหลายสาขาเพื่อแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรม การคิดจากหลายแขนงช่วยให้มองเห็นปัญหาในมุมมองที่หลากหลาย

14.การเป็นผู้นำและการสร้างอิทธิพล (Leadership and Influence): ความสามารถในการนำทีมและสร้างแรงจูงใจ การมีทักษะการเป็นผู้นำจะช่วยให้สามารถสร้างผลกระทบในเชิงบวก

15.การทำงานร่วมกัน (Collaboration): ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีมจะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

16.ความเข้าใจผู้อื่น (Empathy): ความสามารถในการเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่น การมีความเข้าใจผู้อื่นจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

17.การคิดแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Thinking): การมีแนวคิดและการกระทำที่มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนานวัตกรรม การคิดแบบผู้ประกอบการจะช่วยให้สามารถมองเห็นโอกาสและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

18.การมีศีลธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม (Ethics and Social Responsibility): การมีคุณธรรมและการกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม การมีศีลธรรมจะช่วยให้สามารถทำการตัดสินใจที่ถูกต้องและมีผลกระทบที่ดี

19.ความสามารถในการก้าวข้ามวัฒนธรรม (Cross-Cultural Competence): ความสามารถในการเข้าใจและทำงานร่วมกับคนจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง การมีความสามารถนี้จะช่วยให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายได้

20.การคิดแบบมองไปข้างหน้า (Foresight Thinking): ความสามารถในการคาดการณ์และวางแผนเพื่ออนาคต การมีการคิดแบบมองไปข้างหน้าจะช่วยให้สามารถเตรียมตัวและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้

👵🏻🏠 เปิดพิกัด! บ้านพักคนชรา 2567 อยู่หลังเกษียณต้องเตรียมเงินเท่าไหร่นะ?💬 เป้าหมายหลังชีวิตหลังเกษียณใครวางแพลนกันยังไงบ...
07/08/2024

👵🏻🏠 เปิดพิกัด! บ้านพักคนชรา 2567 อยู่หลังเกษียณต้องเตรียมเงินเท่าไหร่นะ?

💬 เป้าหมายหลังชีวิตหลังเกษียณใครวางแพลนกันยังไงบ้าง วันนี้แอดมาเปิดราคาบ้านพักคนชรา อยากอยู่แบบไหนเตรียมเก็บเงินไว้เลย งานนี้บอกเลยว่าไม่มีครอบครัว ไม่ต้องกังวลเลย ศึกษากันไว้ก่อนได้เลย!

** ราคานี้เป็นราคาเริ่มต้นเท่านั้นนะ

#ชอบโปร #บ้านพักคนชรา #วัยเกษียณ

งานประจำแบบ 9 - 5 อาจสูญพันธ์ภายในปี 2034!เรด ฮอฟฟ์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn คาดการณ์ว่า งานประจำแบบ 9-to-5 หรือทำงาน ...
04/08/2024

งานประจำแบบ 9 - 5 อาจสูญพันธ์ภายในปี 2034!

เรด ฮอฟฟ์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn คาดการณ์ว่า งานประจำแบบ 9-to-5 หรือทำงาน 9.00-17.00 น. จะกลายเป็นเรื่องล้าสมัยภายในปี 2034 ในวิดีโอสัมภาษณ์ที่กำลังเป็นกระแสบนโซเชียลมีเดีย ฮอฟฟ์แมนกล่าวว่าแรงงานส่วนใหญ่จะถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต เขายังเสริมว่าพนักงานอาจไม่ได้มีงานประจำที่มั่นคงอีกต่อไป แต่จะทำงานในระบบเศรษฐกิจแบบ gig ซึ่งหมายถึงการทำสัญญากับหลายบริษัทและทำงานในหลายอุตสาหกรรม

ฮอฟฟ์แมนคาดการณ์ว่า

1. พนักงานส่วนใหญ่จะไร้งานประจำ และเข้าสู่เศรษฐกิจแบบ Gig economy หรือ รูปแบบฟรีแลนซ์นั่นเอง
พนักงานหนึ่งคน อาจทำงานในหลายอุตสาหกรรม และเป็นสัญญาชั่วคราว ซึ่งสร้างความยืดหยุ่น และโอกาสในการทำงานที่หลากหลาย
แต่ก็จะขาดความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่พนักงานหลายคนต้องการ

2. พนักงานฟรีแลนซ์จะมีรายได้สูงกว่าพนักงานประจำ และ Resume /CV จะไม่มีประโยชน์อีกต่อไป
คนที่มีทักษะเฉพาะทางเก่ง + ทักษะนั้นเป็นที่ต้องการของตลาด = รายได้จะสูงกว่าคนอื่น

3. สินทรัพย์สำคัญของพนักงานยุคใหม่ คือ Digital Footprint หรือ ทรัพย์สินดิจิทัล
พอร์ตโฟลิโอออนไลน์จะกลายเป็นเรซูเม่ใหม่ของคุณ บริษัทจะจ้างงานตามผลงานที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ปริญญาหรือตำแหน่งงาน

ในปี 1997 ฮอฟฟ์แมน ก็เคยทำนายไว้ว่า การเติบโตของ Social Media จะเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมาก รวมถึงการเกิดขึ้นของ AI และ Sharing Economy หรือเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน อย่างพวกแพลตฟอร์ม P2P

ในสัมภาษณ์ล่าสุดของ ฮอฟฟ์แมน
"งานมากมายจะถูกแทนที่ด้วย AI ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนองค์กรเองก็จะต้องรีบปรับตัวเพื่อ upskill ให้พนักงานมีความรู้ด้าน AI"

ปั้นน้ำเป็นตัว_ น้ำแข็งก้อนแรกในสยาม มีคนสงสัยว่าน้ำแข็งที่เราใช้เพื่อความดับกระหายคลายร้อนกันทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปเช่น...
04/08/2024

ปั้นน้ำเป็นตัว_ น้ำแข็งก้อนแรกในสยาม

มีคนสงสัยว่าน้ำแข็งที่เราใช้เพื่อความดับกระหายคลายร้อนกันทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปเช่นไร เข้ามาในสยามได้อย่างไร มีอะไรซ่อนอยู่ในน้ำแข็งก้อนเล็กๆเหล่านี้บ้าง

แรกเริ่มบรรดาชาวเอสกิโม ผู้คนที่อยู่ในเขตอากาศหนาวคงรู้จักหิมะ และน้ำแข็งมาตั้งแต่เกิด แต่สำหรับชาวไทย ซึ่งเป็นผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในภูมิภาคเขตร้อน ดูเหมือนจะเพิ่งรู้จักหรือเพิ่งจะเห็นก้อนน้ำแข็งกันจริงๆ ก็เมื่อประมาณ 120 กว่าปีมานี้เอง ในที่นี้ไม่นับจำรวมพวกลูกเห็บหรือน้ำค้างแข็งนะ

ประวัติการเดินทางของน้ำแข็งในไทยนั้นมีมากน้อยเพียงใด ขออนุญาตยกข้อมูลจากหนังสือสาส์นสมเด็จ เล่ม 12 มีลายพระหัตถ์สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทูลสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริครานุวัดติวงศ์ ตอนหนึ่งว่า มีบาทหลวงไทย ชื่อ ประมุข มินประพาฬ ออกไปเรียนที่อิตาลี เขียนจดหมายมาทูลถามเรื่องน้ำแข็ง จดหมายนั้นลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2480 ว่า

หนังสือพิมพ์อิตาลีรายเดือนฉบับหนึ่ง กล่าวถึงเมืองไทยในทางพิกล พิกลอย่างไร ขอให้ท่านลองอ่านเนื้อความที่ท่านบาทหลวงถอดเป็นภาษาไทยดู “ความลึกลับแห่งน้ำแข็ง-ชาววิลันดานักท่องเที่ยวผู้หนึ่ง เมื่อถึงสยาม ได้เล่าให้กษัตริย์ประเทศร้อนนี้ฟังว่า ชาวเมืองของตน ถึงคราวหนึ่ง ในเทศกาลทุกปี ต่างพากันเดินเล่นบนน้ำกษัตริย์ทรงสดับดังนั้นจึงอัญเชิญชาววิลันดาให้ออกจากที่เฝ้าทันที และดำรัสแก่ข้าราชบริพารของพระองค์ว่า “ข้าไม่ชอบคนมุสา อย่าให้อ้ายคนนั้น เข้ามาเฝ้าอีก” กษัตริย์นั้นไม่เคยพบน้ำแข็ง เลยถือว่านำเอานิยายโกหกมดเท็จ ซึ่งพระองค์ไม่สามารถเข้าใจถึงมาเล่า” เรื่องของเรื่อง มันเป็นอย่างนี้

ท่านบาทหลวงอ่านแล้วรู้สึกเป็นห่วง ภาพพจน์เมืองไทย เกรงชาวยุโรปจะปักใจคิดว่ากษัตริย์ไทยทรงขาดเชาว์พิเคราะห์ เนื้อข่าวที่เขียนมา ไม่รู้ว่านักข่าวไปหาเอามาจากไหน ท่านอยากทราบว่าใน ประวัติศาสตร์ของไทย เคยกล่าวถึงเรื่องราวตอนนี้ไว้บ้างหรือไม่ ถ้าหากไม่มี หรือคิดเห็นว่าเป็นความเท็จท่านจะได้ชี้แจงไปให้หนังสือพิมพ์กับคนเขียนข่าว ได้แก้ไข ให้ถูกต้อง

เมื่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงรับจดหมายทูลถามแล้ว พระองค์ได้ทรงเขียนตอบ บาทหลวงประชุมไป “สาส์นสมเด็จ” ลงว่าได้ทรงส่งสำเนา ตอบ มาถวายสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงอ่านเล่น แต่เราพยายามพลิกหาสำเนาดูแล้ว ปรากฏว่าไม่มีสำเนาไห้อ่านในเล่มรวมพิมพ์ด้วย ข้อนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะไม่รู้ว่าทรงตอบให้ความรู้ไปอย่างไร ถ้าได้มีการค้นหาสำเนาลายพระหัตถ์แล้ว อาจได้เกร็ดดีๆ เพิ่มเติมออกไป สมมติว่าชาววิรันดา หรือชาวฮอลันดา หรือชาวเนเธอร์แลนด์คนที่เกร็ดกล่าว ถึง ทูลเรื่องคนเดินบนน้ำแข็งแด่พระเจ้าอยู่หัวไทยจริง แต่กระนั้นนั่นก็เป็นแต่เพียงคำพูด ยังไม่มีผู้ใดสามารถนำน้ำแข็งของจริง มาถวายทอดพระเนตรชัดๆ ได้ สาเหตุสำคัญก็คือ การคมนาคมยังไม่สะดวกเพียงพอ และเทคโนโลยี ผลิตก้อนน้ำแข็ง เพื่อจำหน่ายก็ยังไม่เกิด

ในส่วนของเครื่องผลิตน้ำแข็งในยุคนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ปรากฎแน่ชัดหากจะดันทุรังเล่าก็เกรงว่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ขออนุญาตกระโดดข้ามมาในส่วนของการเดินทางของน้ำแข็งมายังสยามกันเลยดีกว่า

โดยน้ำแข็งเป็นก้อนจับแล้วเย็นมือมาถึงเมืองไทยคราวแรกๆ เมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 มีบันทึกในพระนิพนธ์ “ความทรงจำ”ตอนที่ 1 ทรงกล่าวตอนหนึ่งว่ารับส่งสินค้าผู้คน ระหว่างกรุงเทพ-สิงคโปร์ 15 วันมาถึงกรุงเทพฯ ครั้งหนึ่งเรือเจ้าพระยาลำนี้แหละที่ขนเอาน้ำแข็งเข้ามาประเทศสยามด้วย ความว่า “เมื่อรู้ว่าเรือเจ้าพระยาเข้ามาถึงก็พากันยินดี ด้วยมักมีผู้ส่งของเข้ามาถวายทูลกระหม่อม บางทีมีของเล่นแปลกๆ ได้พระราชทานเนืองๆ ของประหลาดอย่างหนึ่ง นั่นคือ น้ำแข็ง ดูเหมือนจะเพิ่งทำได้ที่เมืองสิงคโปร์ไม่ช้านัก มีผู้ส่งแท่งน้ำแข็งไส่หีบ กลบขี้เลื่อยมาถวายเนืองๆได้น้ำแข็งมาเมื่อใด ก็มักโปรดให้แจกเจ้านายและข้าราชการ ผู้ใหญ่ พวกที่เพิ่งได้เห็นน้ำแข็งชั้นเด็กๆ เช่นตัวฉันชอบต่อยออกเป็นก้อนเล็กๆ อมเล่นเย็นเฉียบสนุกดี พวกที่เป็นชั้นผู้ใหญ่ดูมิใคร่มีใครชอบ มักบ่นกันว่ากินน้ำแข็ง ปวดฟัน

และยังมีพวกคนแก่ที่เป็นแต่ได้ยินว่า แจกน้ำแข็งไม่เชื่อว่าน้ำ กระซิบกันว่า “จะปั้นน้ำเป็นตัวอย่างไรได้” ด้วยมีในคำสุภาษิตพระร่วงว่า“อย่าปั้นน้ำเป็นตัว” หมายความห้ามมิให้ทำอะไรฝืนธรรมชาติ หรืออีกนัยหนึ่งกล่าวแต่ว่า “ปั้นน้ำเป็นตัว”หมายความติเตียนว่าแกล้งปลูกเท็จให้เป็นจริง เคยไค้ยินกันชินหูมาแต่โบราณ โรงทำน้ำแข็งเพิ่งมามีขึ้นในประเทศนี้

ต่อเมื่อรัชกาลที่ 5 นอกจากของที่ส่งมาจาก “เมืองนอก” บางทีทูลกระหม่อมเสด็จประพาสเวลาบ่ายไปแวะห้างฝรั่ง…”
ย่อหน้าเพียงย่อหน้าเดียว ให้ความรู้แก่เราได้มากมิใช่น้อย เราได้รู้ว่า น้ำแข็งก็เป็นของประหลาดของยุคนั้น เป็นของเพิ่งทำได้ที่เมืองสิงคโปร์ ได้มาแล้วในหลวงทรงแจกทั้งเจ้านาย และกระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คำว่า “ปั้นน้ำเป็นตัว” เพิ่งมาเป็นจริงให้เห็นก็ในยุคนั้น โรงทำน้ำแข็งเมืองไทย เพิ่งมามีในสมัยรัชกาลที่ 5

โรงน้ำแข็งแห่งแรกในสยาม พ.ศ.2454 หรือในสมัยรัชกาลที่ 6 นายเลิศได้ก่อตั้ง“โรงน้ำแข็งสยาม” ขึ้นเป็นครั้งแรก แม้ว่าชาวตะวันตกจะประดิษฐ์เครื่องทำความเย็นจนทำให้น้ำกลาย เป็นน้ำแข็งได้ตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 3 แต่การตั้งโรงงานผลิตน้ำแข็งในสยามเมื่อ 100 ปีก่อน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยอุปสรรคเรื่องอากาศที่ร้อน และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในเวลานั้นยังไม่เพียงพอ การริเริ่มอุตสาหกรรมนี้จึงต้องใช้เงินลงทุนสูง เพราะต้องสร้างระบบพื้นฐานของตัวเองในทุกด้าน ทั้งระบบทำความเย็นที่เป็นของใหม่ ต้องมีหน่วยผลิตไฟฟ้าของตัวเอง และต้องมีระบบผลิตน้ำสะอาดที่ใช้บริโภคได้ แต่นายเลิศก็ได้ตัดสินใจลงทุน เพราะต้องการสร้างกิจการใหม่ๆ ที่เป็นของคนไทย ไม่ใช่ของคนต่างชาติ นายเลิศก่อตั้งโรงน้ำแข็งขึ้น โดยใช้ชื่อว่า น้ำแข็งสยาม หรือ SIAM ICE WORKS แต่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า โรงน้ำแข็งนายเลิศ ตั้งอยู่ใกล้สะพานพิทยเสถียร หรือซอยเจริญกรุง 26 ในปัจจุบัน เมื่อเปิดเดินเครื่องทำน้ำแข็ง ปรากฎว่าเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ใครๆ ก็อยากมาดูการ ปั้นน้ำเป็นตัว ผู้คนต่างก็มามุงดูของแปลกที่เย็นฉ่ำกันที่หน้าโรงน้ำแข็ง

หลังจากเปิดเดินเครื่องทำน้ำแข็งได้แล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งให้นายเลิศ เป็นผู้ส่งน้ำแข็งในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรุงสยาม เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2456 โรงน้ำแข็ง เป็นหนึ่งในธุรกิจที่นายเลิศเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งเปลี่ยนแปลงสังคม และกลายเป็นมรดกทางความรู้และทางอาหารมาจนถึงปัจจุบัน

หากไม่มีโรงน้ำแข็งนายเลิศในสมัยนั้นชาวสยามอาจจะไม่ได้รู้จักน้ำแข็งไส ไอศกรีม และวิสกี้ ออน เดอะร็อค จะเห็นได้ว่า ใครจะคิดว่าน้ำแข็งก้อนเล็กๆที่เรากินกันอยู่ทุกวันจะมีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ยาวนาน และเกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่อยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน

Cr. Suam Treasure

02/08/2024
กลับบ้านแล้ว คิดถึงจุงไฟส์ดีเลย์  #มีประกันการเดินทาง
31/07/2024

กลับบ้านแล้ว คิดถึงจุง

ไฟส์ดีเลย์ #มีประกันการเดินทาง

ที่อยู่

43/5 ถนน ราชดำริ ปทุมวัน
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ประกัน Allianz Ayudhya by นริศรา อุชุปาละนันท์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์