24/11/2024
เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาไปกับการทำแผนธุรกิจประจำปีให้กับธุรกิจขนาดกลาง ยอดขายประมาณ 300 - 800 ล้านบาท 4 บริษัท สิ่งที่น่าสนใจระหว่างทำแผนคือ ทุกคนพูดเหมือนกันว่าปัญหาที่หนักใจที่สุดคือ เรื่องคน ซึ่งตัวปัญหาก็ไม่หนีไปจากกันเท่าไหร่
- เข้ามาแล้ว อยู่ไม่นานก็ออก
- ติไม่ได้เลย ใจบาง นิดหน่อยก็น้อยใจ ลาออกง่ายเกินเบอร์
- ทำงานได้ไม่เท่ากับตอนที่สัมภาษณ์ ประมาณว่าไม่ตรงปก
- เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
- อดทน สู้งานจริง แต่เฉพาะงานของตัวเอง และแทบไม่เคยหันไปช่วยเพื่อนร่วมงานเลยเพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ทำให้บริษัทกลายเป็นองค์กรไร้น้ำใจ
- ดีจริงแค่ช่วงเดียว หลังจากพ้นโปรก็แปลงกายเป็นอีกคนไปเลย
- รู้มาก โดยเฉพาะสิทธิที่ตัวเองจะได้รับหากถูกเลิกจ้าง
ปัญหาทั้งหมดนี้ แก้ได้โดยหลักการ 3 ข้อ คือ เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
เข้าให้ยาก
หมายถึงกระบวนการรับคนเข้าทำงาน ต้องคัดเลือกอย่างมีหลักการ
- หาจากแหล่งที่ตรงกับงาน ยอมจ่ายแพงกับการหาคน ดีกว่ามาจ่ายชดเชยเพื่อให้ออก
- HR ต้องเข้าใจหน้าที่ของตำแหน่งงานนั้นอย่างดี อยากได้คนทำงานแบบไหน ด้านไหน ให้รับคนที่เหมาะกับตำแหน่งงานนั้น ไม่รับคนเก่ง A เพื่อมาทำงาน B โดยหวังว่าคนนั้นจะปรับตัวได้เอง HR ที่คิดแบบนี้จะเสียเวลากับทุกฝ่าย
- เตรียมการทดสอบทักษะความสามารถของผู้สมัครให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ และเมื่อเข้ามาแล้วทีมจะได้ไม่มีปัญหา
ออกให้ง่าย
บริษัทต้องใช้ช่วงทดลองงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ให้ทำงานให้เต็มที่โดยไม่รบกวนเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุด โยนงานยากที่สุดสำหรับตำแหน่งงานของผู้สมัครให้รับผิดชอบไม่มีข้อยกเว้นหรือปราณีเห็นว่าพนักงานพึ่งเข้าใหม่ ถ้าผ่านได้แปลว่าชีวิตหลังพ้นโปรฯ ก็ไม่มีอะไรยากไม่กว่านี้แล้ว
ช่วงทดลองงาน ให้ทดสอบทั้งความสามารถในการทำงาน และนิสัยในการทำงานด้วยว่า มีน้ำใจกับผู้อื่นหรือไม่ ยอมเสียสละบางส่วนหรือไม่ เคมีการทำงานเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรไหม ถ้าเก่งแต่เข้ากันไม่ได้ ก็อยู่กันได้แต่ไม่ยาว ถ้าไม่เก่งจริงหรือกลางๆ และเข้ากันไม่ได้ด้วย จะได้รีบเลิกจ้างไป
อย่ากลัวที่จะให้พนักงานไม่ผ่านการทดลองงานเพราะดีกว่าให้ผ่านมาแล้วมาทำงานไม่ได้ และไม่คิดว่าการเลิกจ้างช่วงทดลองงานเป็นความผิด เป็นบาป เป็นการกลั่นแกล้ง เพราะการจ้างคนที่รู้ว่าไม่ใช่ ก็เหมือนการฝืนใส่รองเท้าผิดเบอร์ ไม่เป็นผลดีกับร่างกายทั้งหมดของเรา
คนอีกกลุ่มที่ต้องจัดการออกให้ง่าย และเร็วที่สุดแบบไม่ต้องลังเล
- ผลงานต่ำกว่าความคาดหวัง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทราบแล้วแต่แก้ไขไม่ได้
- พวกที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เรือจะล่มยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน เจ้าของหาทางแก้เอาเองละกัน
- พวก toxic คลื่นใต้น้ำ เป็นตัวป่วนการทำงานของบริษัท
- คนที่สร้างความร้าวฉาน ทำให้คนในองค์กรแตกกัน ดราม่าเก่ง ทุกคนผิดหมดยกเว้นกู
4 ประเภทนี้ เอาออกได้เมื่อไหร่ บริษัทเจริญขึ้นทันที
สอนให้ถึง
ถึงแม้ว่าการให้คนไม่ผ่านทดลองงานจะไม่ใช่ความผิด แต่ระหว่างการทดลองงาน การสอนงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอนให้เข้าใจเพื่อให้เพื่อนร่วมงานทำงานต่อได้ เป็นหน้าที่ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ HR หัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมแผนก
เมื่อรับใครสักคนมาแล้ว มันมีเรื่องต้องสอนงานมากมายหลายอย่าง ไม่ใช่รับมาแล้วก็ปล่อยละเลย พนักงานทุกคนต้องการคำแนะนำและสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเริ่มงาน อย่ารอจนใกล้ช่วงทดลองงานแล้วค่อยคิดจะสอน คนเรามีทักษะและความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน
มันจะมีวัฒนธรรมแปลกๆ เรื่องการสอนงานที่เคยเจอ
- คิดและโยนการสอนงานให้เป็นหน้าที่ของ HR คนเดียว
- แกล้งไม่สอน ด้วยความคิดว่า ลองปล่อยให้มันดิ้นรนเรียนรู้เอง ดูซิว่าจะรอดไหม ใครทำแบบนี้ บอกเลยว่าคุณเลวมาก
- อีกเหตุผลของการตั้งใจไม่สอน คือต้องการให้คนใหม่เข้ามาขอความช่วยเหลือ มาขอให้สอน เหมือนจะวางอำนาจนิดๆ ว่าฉันนี่แหละใหญ่ในนี้ ใครทำแบบนี้ บอกเลยว่าคุณเลวสุด
- ยุ่งจนไม่มีเวลาสอน (ใครที่กำลังเป็นแบบนี้ ยิ่งต้องรีบสอนเพื่อน เพราะเพื่อนคนนี้แหละที่จะมาช่วยลดความยุ่ง)
ในการสอนงานช่วงทดลองงาน เราสอนอะไรบ้าง
- การใช้ระบบต่างๆ ขององค์กร เช่นเข้าดูฐานข้อมูลยังไง ดึงออกมาใช้ยังไง
- คนไหนอยู่แผนกอะไร เรื่องอะไรบ้างในบริษัทที่คนนี้ให้คำตอบได้
- ที่กิน ที่นั่งพัก ร้านอะไรอร่อยๆ แถวอออฟฟิศอยู่ตรงไหน
- กฏ ระเบียบการทำงาน วัฒนธรรมการทำงานเป็นยังไง เช่นอาจจะมีการส่งข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือเรื่องงานบ้างในช่วงวันหยุด หรือหลังหกโมง ทั้งบริษัทจะไม่มีใครติดต่ออะไรกันเลย แปลว่าห้ามติดต่อไปหาคนอื่นเหมือนกัน ถ้างานติดขัดให้รอวันรุ่นขึ้น
เรื่องการสอนงานเป็น key success ของการรักษาคน สอนดี โอกาสได้คนดีอยู่ต่อกับเราก็มากขึ้นไปด้วย
เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
เป็นแนวทางการบริหารจัดการคนที่ใช้มาตลอดและได้ผลดีกับทุกที่ ทุกคน
ลองนำไปใช้กันดูครับ
เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาไปกับการทำแผนธุรกิจประจำปีให้กับธุรกิจขนาดกลาง ยอดขายประมาณ 300 - 800 ล้านบาท 4 บริษัท สิ่งที่น่าสนใจระหว่างทำแผนคือ ทุกคนพูดเหมือนกันว่าปัญหาที่หนักใจที่สุดคือ เรื่องคน ซึ่งตัวปัญหาก็ไม่หนีไปจากกันเท่าไหร่
- เข้ามาแล้ว อยู่ไม่นานก็ออก
- ติไม่ได้เลย ใจบาง นิดหน่อยก็น้อยใจ ลาออกง่ายเกินเบอร์
- ทำงานได้ไม่เท่ากับตอนที่สัมภาษณ์ ประมาณว่าไม่ตรงปก
- เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
- อดทน สู้งานจริง แต่เฉพาะงานของตัวเอง และแทบไม่เคยหันไปช่วยเพื่อนร่วมงานเลยเพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง ทำให้บริษัทกลายเป็นองค์กรไร้น้ำใจ
- ดีจริงแค่ช่วงเดียว หลังจากพ้นโปรก็แปลงกายเป็นอีกคนไปเลย
- รู้มาก โดยเฉพาะสิทธิที่ตัวเองจะได้รับหากถูกเลิกจ้าง
ปัญหาทั้งหมดนี้ แก้ได้โดยหลักการ 3 ข้อ คือ เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
เข้าให้ยาก
หมายถึงกระบวนการรับคนเข้าทำงาน ต้องคัดเลือกอย่างมีหลักการ
- หาจากแหล่งที่ตรงกับงาน ยอมจ่ายแพงกับการหาคน ดีกว่ามาจ่ายชดเชยเพื่อให้ออก
- HR ต้องเข้าใจหน้าที่ของตำแหน่งงานนั้นอย่างดี อยากได้คนทำงานแบบไหน ด้านไหน ให้รับคนที่เหมาะกับตำแหน่งงานนั้น ไม่รับคนเก่ง A เพื่อมาทำงาน B โดยหวังว่าคนนั้นจะปรับตัวได้เอง HR ที่คิดแบบนี้จะเสียเวลากับทุกฝ่าย
- เตรียมการทดสอบทักษะความสามารถของผู้สมัครให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ และเมื่อเข้ามาแล้วทีมจะได้ไม่มีปัญหา
ออกให้ง่าย
บริษัทต้องใช้ช่วงทดลองงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ให้ทำงานให้เต็มที่โดยไม่รบกวนเวลาหลังเลิกงานหรือวันหยุด โยนงานยากที่สุดสำหรับตำแหน่งงานของผู้สมัครให้รับผิดชอบไม่มีข้อยกเว้นหรือปราณีเห็นว่าพนักงานพึ่งเข้าใหม่ ถ้าผ่านได้แปลว่าชีวิตหลังพ้นโปรฯ ก็ไม่มีอะไรยากไม่กว่านี้แล้ว
ช่วงทดลองงาน ให้ทดสอบทั้งความสามารถในการทำงาน และนิสัยในการทำงานด้วยว่า มีน้ำใจกับผู้อื่นหรือไม่ ยอมเสียสละบางส่วนหรือไม่ เคมีการทำงานเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรไหม ถ้าเก่งแต่เข้ากันไม่ได้ ก็อยู่กันได้แต่ไม่ยาว ถ้าไม่เก่งจริงหรือกลางๆ และเข้ากันไม่ได้ด้วย จะได้รีบเลิกจ้างไป
อย่ากลัวที่จะให้พนักงานไม่ผ่านการทดลองงานเพราะดีกว่าให้ผ่านมาแล้วมาทำงานไม่ได้ และไม่คิดว่าการเลิกจ้างช่วงทดลองงานเป็นความผิด เป็นบาป เป็นการกลั่นแกล้ง เพราะการจ้างคนที่รู้ว่าไม่ใช่ ก็เหมือนการฝืนใส่รองเท้าผิดเบอร์ ไม่เป็นผลดีกับร่างกายทั้งหมดของเรา
คนอีกกลุ่มที่ต้องจัดการออกให้ง่าย และเร็วที่สุดแบบไม่ต้องลังเล
- ผลงานต่ำกว่าความคาดหวัง เป็นระยะเวลาติดต่อกัน โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทราบแล้วแต่แก้ไขไม่ได้
- พวกที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เรือจะล่มยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน เจ้าของหาทางแก้เอาเองละกัน
- พวก toxic คลื่นใต้น้ำ เป็นตัวป่วนการทำงานของบริษัท
- คนที่สร้างความร้าวฉาน ทำให้คนในองค์กรแตกกัน ดราม่าเก่ง ทุกคนผิดหมดยกเว้นกู
4 ประเภทนี้ เอาออกได้เมื่อไหร่ บริษัทเจริญขึ้นทันที
สอนให้ถึง
ถึงแม้ว่าการให้คนไม่ผ่านทดลองงานจะไม่ใช่ความผิด แต่ระหว่างการทดลองงาน การสอนงานอย่างมีประสิทธิภาพ สอนให้เข้าใจเพื่อให้เพื่อนร่วมงานทำงานต่อได้ เป็นหน้าที่ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่ HR หัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมแผนก
เมื่อรับใครสักคนมาแล้ว มันมีเรื่องต้องสอนงานมากมายหลายอย่าง ไม่ใช่รับมาแล้วก็ปล่อยละเลย พนักงานทุกคนต้องการคำแนะนำและสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเริ่มงาน อย่ารอจนใกล้ช่วงทดลองงานแล้วค่อยคิดจะสอน คนเรามีทักษะและความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน
มันจะมีวัฒนธรรมแปลกๆ เรื่องการสอนงานที่เคยเจอ
- คิดและโยนการสอนงานให้เป็นหน้าที่ของ HR คนเดียว
- แกล้งไม่สอน ด้วยความคิดว่า ลองปล่อยให้มันดิ้นรนเรียนรู้เอง ดูซิว่าจะรอดไหม ใครทำแบบนี้ บอกเลยว่าคุณเลวมาก
- อีกเหตุผลของการตั้งใจไม่สอน คือต้องการให้คนใหม่เข้ามาขอความช่วยเหลือ มาขอให้สอน เหมือนจะวางอำนาจนิดๆ ว่าฉันนี่แหละใหญ่ในนี้ ใครทำแบบนี้ บอกเลยว่าคุณเลวสุด
- ยุ่งจนไม่มีเวลาสอน (ใครที่กำลังเป็นแบบนี้ ยิ่งต้องรีบสอนเพื่อน เพราะเพื่อนคนนี้แหละที่จะมาช่วยลดความยุ่ง)
ในการสอนงานช่วงทดลองงาน เราสอนอะไรบ้าง
- การใช้ระบบต่างๆ ขององค์กร เช่นเข้าดูฐานข้อมูลยังไง ดึงออกมาใช้ยังไง
- คนไหนอยู่แผนกอะไร เรื่องอะไรบ้างในบริษัทที่คนนี้ให้คำตอบได้
- ที่กิน ที่นั่งพัก ร้านอะไรอร่อยๆ แถวอออฟฟิศอยู่ตรงไหน
- กฏ ระเบียบการทำงาน วัฒนธรรมการทำงานเป็นยังไง เช่นอาจจะมีการส่งข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือเรื่องงานบ้างในช่วงวันหยุด หรือหลังหกโมง ทั้งบริษัทจะไม่มีใครติดต่ออะไรกันเลย แปลว่าห้ามติดต่อไปหาคนอื่นเหมือนกัน ถ้างานติดขัดให้รอวันรุ่นขึ้น
เรื่องการสอนงานเป็น key success ของการรักษาคน สอนดี โอกาสได้คนดีอยู่ต่อกับเราก็มากขึ้นไปด้วย
เข้าให้ยาก ออกให้ง่าย สอนให้ถึง
เป็นแนวทางการบริหารจัดการคนที่ใช้มาตลอดและได้ผลดีกับทุกที่ ทุกคน
ลองนำไปใช้กันดูครับ