28/08/2026
ANALYSIS GUIDE
🔎 ประเด็นการลงทุน
(0/+) ส่งออกไทยดีกว่าคาด
(0) ติดตามถ้อยแถลงของวอร์ช ที่ Jackson Hole
ประเมิน SET Index แกว่งตัว Sideway ในกรอบ 1,590–1,620 จุด
โดยวานนี้มีรายงานส่งออกเดือน ก.ค. ขยายตัว 21.6% YoY และ 7M26 โต 18.2%
YoY จากวัฏจักร AI–Electronics โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ แผงวงจร หม้อแปลง
และเครื่องจักร ขณะที่การนำเข้าเร่งขึ้น 36.7% YoY จนขาดดุลการค้า
US$3.61bn ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำเข้าวัตถุดิบ สินค้าทุน
และเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
จึงมีโอกาสเปลี่ยนเป็นการส่งออกและการลงทุนในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม
หากการนำเข้ายังโตเร็วกว่าส่งออกต่อเนื่อง จะจำกัดแรงบวกจาก Net Exports
ต่อ GDP และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท
โดยกระทรวงพาณิชย์ประเมินส่งออกทั้งปีมีโอกาสโตมากกว่า 12% จากเดิม 8–11%
เป็นแรงหนุนให้กลุ่ม Tech ปรับตัวขึ้นพยุงตลาด แต่อย่างไรก็ดี เช้าวันนี้
KOSPI ปรับตัวลง เป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่ม
รวมถึงวานนี้เห็นแรงขายสุทธิจากต่างชาติสูงถึง 5.4 พันล้านบาท
มองว่ายังกดกัน upside ของตลาดในระยะสั้น
ปัจจัยต่างประเทศ
ตลาดรอถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ในงาน Jackson Hole คืนนี้
เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย หลังเจ้าหน้าที่ Fed หลายรายส่งสัญญาณ
Hawkish มากขึ้น โดย Beth Hammack
สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ราว 3% ขณะที่ Jeffrey
Schmid มองว่าเงินเฟ้อยังสูงเกินไปและอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 3.50-3.75%
อาจยังไม่ตึงตัวเพียงพอ ทำให้ถ้อยแถลงของ Warsh
มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทาง US Bond Yield และดอลลาร์
หากย้ำความเสี่ยงเงินเฟ้อและเปิดทางขึ้นดอกเบี้ย มีโอกาสเห็น Bond Yield
และ DXY กลับมาแข็งค่าขึ้น โดยล่าสุด DXY อยู่ที่ 99.16
และดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยก่อนการประชุม
ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ 203,000 ราย
ต่ำกว่าคาด สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังไม่ได้อ่อนตัวมากพอจะสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายเร็ว
ๆ นี้
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันตลาด หลังสหรัฐฯ
ส่งสัญญาณว่าไม่สนใจกลับไปใช้เงื่อนไข MOU
เดิมกับอิหร่านและยังไม่มีการเจรจารอบใหม่
ขณะที่อิหร่านยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไข
ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้น โดย WTI +1.58% ปิดที่
83.53 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent +2.12% ปิดที่ 89.70 ดอลลาร์/บาร์เรล
หากการเจรจายังชะงักและ Hormuz ยังถูกจำกัดการเดินเรือ
ราคาน้ำมันมีโอกาสทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้
Fed มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยน้อยลง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการกลุ่ม AI โดย Dow Jones
+0.20%, S&P 500 +0.72% และ Nasdaq +1.57% หลัง Nvidia พุ่ง 8.7%
จากรายได้และ Guidance สูงกว่าคาด ส่งผลให้หุ้น Semiconductor และ
Software ปรับขึ้นตาม อย่างไรก็ตามการขึ้นยังค่อนข้างกระจุกตัว เพราะหุ้น
10 จาก 11 กลุ่มใน S&P 500 ปิดลบ
สะท้อนว่าตลาดยังระมัดระวังต่อดอกเบี้ยและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ส่วนทองคำเพิ่มขึ้น 0.23% ปิดที่ 4,664 ดอลลาร์/ออนซ์
จากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและ Bond Yield ที่ลดลง
โดยทิศทางระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำเสียงของ Warsh เช่นเดียวกัน หาก
Hawkish มากกว่าคาดจะกดดันทองผ่าน Yield และดอลลาร์ที่สูงขึ้น
สัปดาห์หน้าให้น้ำหนักตลาดแรงงานสหรัฐฯ เป็นหลัก เริ่มจาก JOLTS วันที่ 1
ก.ย., ADP วันที่ 2 ก.ย. ซึ่งตลาดคาดเพิ่ม 39,000 ตำแหน่ง, Initial
Jobless Claims, ISM Services วันที่ 3 ก.ย. และ Nonfarm Payrolls วันที่
4 ก.ย. ซึ่งตลาดคาดเพิ่มเพียง 60,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงาน 4.2%
จึงเป็นชุดข้อมูลที่จะชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอมากพอให้เฟดผ่อนคลายได้หรือไม่
นอกจากนี้ติดตาม ISM Manufacturing สหรัฐฯ, PMI
ภาคการผลิตและบริการของจีน, เงินเฟ้อและยอดค้าปลีกยูโรโซน
รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของไทย โดยหาก NFP ต่ำกว่าคาดและค่าจ้างชะลอ
มีโอกาสกด US Bond Yield และดอลลาร์ลง พร้อมหนุนสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำ
แต่หากตลาดแรงงานยังแข็งแรงจะเพิ่มน้ำหนักต่อมุมมองดอกเบี้ยสูงนานขึ้น
⭐️ Stock pick: PR9 เป้าเชิงกลยุทธ์ที่ 20 บาท
28/08/2026
--------------------------
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
💻เปิดบัญชี Click • https://www.aslsecurities.com/new/fasttrack
💬Inbox • https://m.me/ASLSecurities
📞Call Center • 02-508-1567