Deepscope ฟรี!! เครื่องมือ AI ช่วยค้นหาหุ้นหรือกองทุนยอดเยี่ยม คลิกดู! -> https://deepscope.com

บลป. ดีพสโคป (ใบอนุญาตบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เลขที่ ด06-0155-39) - Deepscope.com เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเองโดยผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราต้องการให้เป็นระบบ investment platform ที่สมบูรณ์แบบในการค้นหาโอกาสในการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนที่มีคุณภาพ และช่วยเราซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยบริหาร portfolio ให้มีประสิทธิ์ภาพสูงสุดด้วยการแสดงข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดในการตัดสินใจ และเตือนเราทันทีในยามที่พื้นฐานของหุ้นหรือกองทุนที่เราลงทุนมีการเปลี่ยนแปลง

ROE 30% = หุ้นดี?ไม่เสมอไปครับ เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณกำลังเห็นอาจเป็น “พลังของหนี้” ไม่ใช่พลังของธุรกิจลองดูตัวอย่างง่า...
28/08/2026

ROE 30% = หุ้นดี?

ไม่เสมอไปครับ เพราะบางครั้งสิ่งที่คุณกำลังเห็นอาจเป็น “พลังของหนี้” ไม่ใช่พลังของธุรกิจ
ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ 👇
บริษัท A
กำไร 100 ล้าน
Equity 1,000 ล้าน
→ ROE = 10%

บริษัท B
กำไร 100 ล้านเท่ากัน
Equity 500 ล้าน
→ ROE = 20%

ถ้าดูแค่ ROE คุณอาจเลือก B ทันที

แต่เดี๋ยวก่อน...

ทำไม B ถึงมี Equity แค่ครึ่งเดียว?

ถ้าคำตอบคือ เพราะบริษัทใช้หนี้เยอะกว่า
ROE ที่สูงขึ้นก็อาจไม่ได้แปลว่า “ธุรกิจเก่งขึ้น 2 เท่า”

แต่มันอาจเป็นผลจาก Financial Leverage

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมสูตรที่ว่า

❌ “ROE > 15% = หุ้นดี”

ถึงใช้แบบเหมารวมไม่ได้

เพราะแต่ละอุตสาหกรรมมี ROE ปกติไม่เท่ากัน

ข้อมูลของ Aswath Damodaran ณ ม.ค. 2026 ยิ่งเห็นภาพชัด
🥤 Beverage (Soft) → ROE ~30.92%
💼 Business & Consumer Services → ~18.20%
✈️ Aerospace/Defense → ~15.27%
🏦 Money Center Banks → ~12.86%
🏦 Regional Banks → ~9.75%
🚗 Auto & Truck → ~3.16%

แปลว่า ROE 12% อาจโอเคสำหรับธุรกิจหนึ่ง แต่ต่ำสำหรับอีกธุรกิจหนึ่ง

ดังนั้นครั้งหน้าเจอหุ้น ROE 20–30%

อย่าเพิ่งถามว่า
“สูงพอหรือยัง?”

ให้ถามว่า
“มันสูงเพราะอะไร?”

แล้วเปิดดูต่ออย่างน้อย 5 อย่าง 👇
1️⃣ D/E — ใช้หนี้เยอะแค่ไหน?
2️⃣ ROIC / ROC — ธุรกิจสร้างผลตอบแทนจากทุนทั้งหมดได้ดีจริงไหม?
3️⃣ Cash Flow — กำไรที่เห็นเปลี่ยนเป็นเงินสดจริงหรือเปล่า?
4️⃣ Industry — ROE ดีกว่าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันไหม?
5️⃣ Cost of Equity — ผลตอบแทนที่สร้างได้คุ้มกับความเสี่ยงหรือยัง?

และสุดท้าย ต่อให้ ROE ดี หนี้ต่ำ Cash Flow สวย...

ก็ยังมีอีกคำถามที่สำคัญมาก
“แล้วราคาที่เรากำลังจะซื้อ แพงไปหรือเปล่า?”

เพราะ...

บริษัทดี ≠ หุ้นน่าซื้อทุกราคา

ถ้าต้องคัดหุ้นจำนวนมาก ลองเปลี่ยนจาก

❌ ROE สูง → ซื้อ

เป็น

✅ Filter → Compare → อ่านงบ → วิเคราะห์ → ตัดสินใจ
Deepscope มีเครื่องมือช่วยคัดกรองและวิเคราะห์หุ้น ทั้ง Opportunity – Quality, Opportunity – Timing, Filter, Backtest, Compare และ Magic Formula

ดูเพิ่มเติมได้ที่
👉 https://deepscope.com/
จำไว้สั้น ๆ:
ROE สูงเป็น “จุดเริ่มต้นให้เราถามต่อ”
ไม่ใช่ “คำตอบว่าต้องซื้อ”

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ แล้วครั้งหน้าเจอหุ้น ROE 30% ลองเปิด D/E กับ ROIC ดูต่อก่อน
ข้อมูลอุตสาหกรรม: Aswath Damodaran, NYU Stern, January 2026

เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุนมีความเสี่ยง

ขอบคุณ Liberator Securities และ Techsauce ที่ให้เกียรติทีมงาน Deepscope ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการประ...
28/08/2026

ขอบคุณ Liberator Securities และ Techsauce ที่ให้เกียรติทีมงาน Deepscope ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI, Quantitative Investing และ Systematic Investment ในกระบวนการวิจัยและการลงทุน

ตลอดที่ผ่านมา ทีม Deepscope ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาพัฒนาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้กระบวนการ คัดเลือก วิเคราะห์ และบริหารการลงทุน เป็นระบบมากขึ้น ทั้งสำหรับนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน

P/E 10 ไม่ได้แปลว่าถูก และ P/E 30 ก็ไม่ได้แปลว่าแพงเสมอไป
เราถูกสอนให้จำตัวเลขเป็นเส้นแบ่ง ต่ำกว่านี้คือถูก สูงกว่านี้คือแพง ซึ่งใช้ได้ในห้องเรียน แต่ตลาดจริงไม่เคยทำงานแบบนั้น
คุณบิ๊ก ธานินทร์ แซมมณี Managing Director จาก Deepscope Investment Advisory Securities เล่าบนเวที Techsauce Global Summit 2026 ว่าเมื่อเอา machine learning เข้ามาช่วยมอง คำว่า "ถูก" จะไม่ใช่ตัวเลขตายตัวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด อุตสาหกรรม และปัจจัยอีกมากมายที่คนคนเดียวไล่ดูไม่ไหว
พูดอีกแบบคือ เครื่องมือไม่ได้มาบอกว่าหุ้นตัวไหนถูก แต่มาบอกว่า "ถูก" ในบริบทนี้ควรหน้าตาเป็นยังไง?

27/08/2026
11/08/2026

“กับดัก DCA หุ้น” ที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนเงินก้อนเล็กจะกลายเป็นขาดทุนก้อนใหญ่

น้ำมันพุ่ง 30% ใน 3 สัปดาห์ ฮอร์มุซกลายเป็นสนามรบ  นี่คือระเบิดเวลาที่รอทำลาย "ธีมเงินเฟ้อลด"📌 ช่องแคบฮอร์มุซ เรือผ่านเห...
29/07/2026

น้ำมันพุ่ง 30% ใน 3 สัปดาห์ ฮอร์มุซกลายเป็นสนามรบ
นี่คือระเบิดเวลาที่รอทำลาย "ธีมเงินเฟ้อลด"

📌 ช่องแคบฮอร์มุซ เรือผ่านเหลือ 57 ลำใน 3 วัน ลดลงกว่า 50% จากสัปดาห์ก่อน
📌 Brent พุ่งจากจุดต่ำสุดของเดือนกรกฎาคมแล้วประมาณ 30% แตะ $85.92/บาร์เรล
📌 และนี่คือเหตุผลที่เฟดอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขึ้นดอกเบี้ย


ไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นจริงในเดือนนี้

• 7 ก.ค. — เรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน

• 8 ก.ค. — สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ราคาน้ำมันดีดกลับล้างระดับ "ก่อนสงคราม" ทั้งหมด

• 13–14 ก.ค. — สหรัฐฯ–อิหร่านตอบโต้กันไปมา Brent แตะจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน

• 17 ก.ค. — คำสั่งยกเว้นคว่ำบาตร (ซึ่งเดิมมีผลถึง 21 ส.ค.) สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เวลา 12:01 น. EDT

• 20 ก.ค. — ราคาน้ำมันเหวี่ยงแรง กดหุ้นกลุ่มดั้งเดิมทั้งกระดาน Treasury yield ขยับขึ้นเพราะความกังวลเงินเฟ้อจากพลังงาน


ทำไมนี่ไม่ใช่ "ข่าวภูมิรัฐศาสตร์ธรรมดา"

ตลาดชินกับการมองข่าวสงครามเป็น noise เพราะที่ผ่านมามันจบเร็ว แต่รอบนี้ต่างออกไปด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง

📍 ข้อ 1 — มันเป็นเรื่องปริมาณ ไม่ใช่แค่ sentiment
ปริมาณเรือผ่านฮอร์มุซที่หายไปครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่ความกลัว แต่คือ supply ที่ส่งไม่ถึงจริง ๆ

📍 ข้อ 2 — มันเข้าไปฝังในตัวเลขเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อจากพลังงานคือประเภทที่ธนาคารกลาง "มองข้ามไม่ได้" เมื่อ Core PCE คาด 3.3% การเติมแรงกดจากด้าน supply ทำให้ทางเลือกของเฟดแคบลงเรื่อย ๆ

📍 ข้อ 3 — มันตัดขา narrative ลดดอกเบี้ยปลายปี
ซึ่งเป็นเสาหลักที่ค้ำ valuation หุ้นเทคทั้งตลาดอยู่ตอนนี้


ผลกระทบต่อพอร์ตนักลงทุนไทย

น้ำมันขึ้นไม่ได้แปลว่าหุ้นพลังงานขึ้นเสมอไป และไม่ได้แปลว่าหุ้นทั้งตลาดลง มันคือการกระจายผลกระทบแบบไม่เท่ากันในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม — กลุ่มต้นน้ำได้ประโยชน์, กลุ่มขนส่ง/สายการบิน/ปิโตรเคมีปลายน้ำ/ค้าปลีก โดนกดจากต้นทุน

คำถามที่ต้องตอบคือ: กลุ่มไหนกำลังถูกเงินไหลเข้าจริง ๆ ตอนนี้? ซึ่งดูจากพาดหัวข่าวไม่ได้ ต้องดูจากภาพรวมทั้งตลาด
ดู Heatmap ทั้งตลาด แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม สีตามผลตอบแทน ขนาดตาม market cap
https://deepscope.com/th/market-map/

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.aljazeera.com/economy/2026/7/14/oil-hits-1-month-high-as-us-iran-fighting-clouds-strait-of-hormuz-outlook
https://www.aljazeera.com/news/2026/7/8/oil-prices-surge-as-us-strikes-iran-reversing-fall-to-pre-war-levels
https://www.cnbc.com/2026/07/15/oil-prices-today-brent-wti-hormuz-blockade.html
https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Strait_of_Hormuz_crisis

BIS เพิ่งบอกว่า "ฟอง AI" คือความเสี่ยงอันดับ 1 ของระบบการเงินโลก — และมีหนี้ 662,000 ล้านดอลลาร์ที่ไม่อยู่ในงบดุลใคร📌 ธน...
28/07/2026

BIS เพิ่งบอกว่า "ฟอง AI" คือความเสี่ยงอันดับ 1 ของระบบการเงินโลก
— และมีหนี้ 662,000 ล้านดอลลาร์ที่ไม่อยู่ในงบดุลใคร
📌 ธนาคารกลางของธนาคารกลางทั่วโลก จัด "AI capex bust" เป็นภัยคุกคามอันดับต้นของเสถียรภาพการเงินโลกปี 2026

📌 Hyperscaler 5 รายใหญ่จะใช้เงินลงทุนเกิน 600,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ — โต 36% จากปีก่อน

📌 และมีสัญญาเช่า Data Center อีก 662,000 ล้านดอลลาร์ ที่เซ็นแล้วแต่ยังไม่ปรากฏในงบดุล เพราะมาตรฐานบัญชี GAAP อนุญาต


ตัวเลขที่ควรทำให้คุณหยุดคิด

• Capex เทียบรายได้ 45–57% — อัตราส่วนระดับนี้ในอดีตเห็นได้แค่ในธุรกิจสาธารณูปโภคและโทรคมนาคม ไม่ใช่บริษัทซอฟต์แวร์

• ราว 75% ของ Capex (~450,000 ล้านดอลลาร์) พุ่งตรงเข้าโครงสร้างพื้นฐาน AI

• แหล่งเงินเปลี่ยนไปแล้ว — จากเดิมใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ตอนนี้ Alphabet, Amazon, Meta, Microsoft, Oracle หันไปออกหนี้ ปี 2025 ระดมไป 108,000 ล้านดอลลาร์ และมีการประเมินว่าอาจแตะ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ในไม่กี่ปีข้างหน้า


หัวใจของคำเตือน: "Circular Financing"

นี่คือส่วนที่ BIS ระบุตรงที่สุด และเป็นส่วนที่คนทั่วไปมองไม่เห็น

ผู้ผลิตชิปและ Hyperscaler เข้าไปถือหุ้นใน AI Lab หรือผู้ให้บริการ Neocloud — ซึ่งบริษัทเหล่านั้นก็หันกลับมาผูกสัญญาซื้อชิปหรือกำลังประมวลผลระยะยาว

พูดให้ตรง: เงินก้อนเดียวกันวิ่งวนอยู่ในระบบ แล้วถูกนับเป็น ดีมานด์ หลายรอบ

และ BIS เตือนต่อว่า
"เงื่อนไขของดีลเหล่านี้มักเปิดเผยไม่ครบ มีความเสี่ยงที่สินทรัพย์ชิ้นเดียวกันถูกนำไปค้ำหลายครั้ง"

ถ้าคำนี้ฟังคุ้น ๆ — มันคือกลไกเดียวกับที่เคยเกิดในวิกฤตสินเชื่อครั้งก่อน ๆ เพียงแต่คราวนี้สินทรัพย์ค้ำคือ GPU และ Data Center


สิ่งที่ BIS กลัวจริง ๆ ไม่ใช่ AI ไม่เวิร์ค

คำเตือนของ BIS แม่นกว่านั้น
"ความผิดหวังในผลตอบแทน อาจกระตุ้นให้เกิดการถอนเงินทุนอย่างฉับพลัน และเปลี่ยน Capex Boom ให้กลายเป็น Investment Bust ที่ยืดเยื้อ พร้อมผลกระทบลูกโซ่ต่อภาวะการเงิน"

ประเด็นไม่ใช่ AI จะสำเร็จหรือไม่

ประเด็นคือ ROI มาถึงทันกับตารางชำระหนี้หรือเปล่า

👉 ให้ AI ช่วยจัดพอร์ตที่กระจายความเสี่ยง ไม่กระจุกในธีมเดียว
https://deepscope.com/th/portfolio-idea/

👉 เริ่มต้นสำรวจเครื่องมือวิเคราะห์ทั้งหมดฟรีที่ https://deepscope.com/th/

แล้วนักลงทุนรายย่อยควรทำอย่างไร
ไม่ใช่ขายหนีทั้งหมด และไม่ใช่หลับตาซื้อทุกตัวที่มีคำว่า AI

สิ่งที่ต้องทำคือแยกให้ออกระหว่างบริษัทที่มีกำไรจริงกับบริษัทที่โตด้วยหนี้ — และนั่นวัดได้จากงบการเงิน ไม่ใช่จากกระแส

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.theregister.com/ai-and-ml/2026/06/29/how-the-ai-bubble-could-pop-and-take-down-the-global-economy-according-to-the-bis/5263793
https://www.tftc.io/bis-annual-report-2026-ai-bubble-circular-financing-sovereign-debt
https://www.zerohedge.com/markets/bursting-ai-bubble-collapse-circular-deals-are-among-top-risks-global-financial-system-bis
https://introl.com/blog/hyperscaler-capex-600b-2026-ai-infrastructure-debt-january-2026

2 เดือน 5 วัน +15.24% — พอร์ตที่ AI เลือกให้ ไม่ใช่พอร์ตที่อารมณ์เลือกให้ช่วงที่คนส่วนใหญ่บ่นว่า "หุ้นไทยไม่มีอะไรเล่น"พ...
27/07/2026

2 เดือน 5 วัน +15.24% — พอร์ตที่ AI เลือกให้ ไม่ใช่พอร์ตที่อารมณ์เลือกให้
ช่วงที่คนส่วนใหญ่บ่นว่า "หุ้นไทยไม่มีอะไรเล่น"
พอร์ต TH-SELECTIVE ของ Deepscope.com
ทำผลตอบแทนไป +15.24% ตั้งแต่ 15 พ.ค. – 20 ก.ค. 2026
ไม่ใช่หุ้นเด็ดตัวเดียวที่ฟลุ๊ค ไม่ใช่การเทหมดหน้าตัก

แต่คือ 15 ตัว ถือเท่ากันทุกตัว แล้วปล่อยให้ระบบทำงาน

ขอเปิดไพ่ให้ดูทั้งพอร์ต ไม่มีปิดตัวที่ขาดทุน 👇


🟢 ฝั่งที่วิ่ง (12 จาก 15 ตัว)

• GUNKUL +51.43%
• KCE +27.91%
• KTB +23.36%
• BBL +23.03%
• KBANK +21.12%
• AOT +20.75%
• TIDLOR +19.76%
• SCB +19.17%
• WHA +16.45%
• GULF +12.55%
• ADVANC +4.93%
• BH +3.38%


🔴 ฝั่งที่ยังไม่เข้าเป้า (3 ตัว)

• DELTA -7.52%
• TRUE -5.44%
• PTTEP -2.33%


📌 สิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

Hit rate 80% (12 จาก 15) ฟังดูดี — แต่ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง

พระเอกจริงๆ คือ "ตัวที่แพ้ แพ้แค่หลักหน่วย ตัวที่ชนะ ชนะถึงหลัก 50%"

ตัวที่แย่ที่สุดในพอร์ตคือ DELTA -7.52%

ตัวที่ดีที่สุดคือ GUNKUL +51.43%

ต่างกันเกือบ 7 เท่า

พอร์ตทำเงินไม่ได้เพราะ "ทายถูกบ่อย"

แต่ทำเงินเพราะ ตอนถูกได้เยอะ ตอนผิดเสียน้อย — และนั่นคือสิ่งที่ระบบออกแบบมาให้เกิดขึ้นซ้ำได้


⚙️ วิธีที่ระบบคัดเลือกหุ้น

AI ของ Deepscope ไม่ได้ไล่ดูข่าว ไม่ได้ดูกระแสห้องเม่า

แต่สแกนหุ้นไทยทุกตัวหลังงบออกทุกไตรมาส แล้วคัดจาก 3 ชั้น

ชั้นที่ 1 — โมเมนตัมกำไรจริง

หาบริษัทที่กำไรเร่งตัวต่อเนื่อง ไม่ใช่กำไรพุ่งครั้งเดียวจากรายการพิเศษ ขายที่ดิน หรือกลับรายการสำรอง งบสวยเพราะ "ของจริง" เท่านั้นถึงผ่านด่านนี้

ชั้นที่ 2 — คุณภาพงบดุล

ดูหนี้สินต่อทุน กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และคุณภาพของลูกหนี้ บริษัทที่กำไรโตแต่เงินสดไม่เข้า = ตัดทิ้ง

ชั้นที่ 3 — สภาพคล่องและการกระจายความเสี่ยง

ต้องซื้อขายได้จริงในปริมาณที่มีนัย และไม่กระจุกในกลุ่มเดียว

สังเกตพอร์ตนี้: ธนาคาร (BBL/KBANK/KTB/SCB) + พลังงานสะอาด (GUNKUL/GULF) + อิเล็กทรอนิกส์ (KCE/DELTA) + โครงสร้างพื้นฐานและท่องเที่ยว (AOT/WHA/BH) + สื่อสาร (ADVANC/TRUE) + ไฟแนนซ์ (TIDLOR) + พลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

ถ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดนกระทบ พอร์ตไม่ล้มทั้งกระดาน — และรอบนี้ก็พิสูจน์แล้ว

DELTA กับ TRUE ติดลบ แต่ธนาคารทั้ง 4 ตัวขึ้นยกแผง พอร์ตรวมเลยยังบวก 15.24%


🛑 กติกาที่สำคัญที่สุด: Stop Loss อัตโนมัติ -20%

หุ้นตัวไหนขาดทุนถึง -20% ระบบตัดทิ้งทันที ไม่ต้องรอ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องหาเหตุผลมาแก้ตัว

คนเจ๊งหุ้นส่วนใหญ่ไม่ได้เจ๊งเพราะเลือกหุ้นผิด

แต่เจ๊งเพราะ "ถือหุ้นผิดนานเกินไป"

ติดลบ 20% ยังบอกตัวเองว่าเดี๋ยวเด้ง

ติดลบ 40% เริ่มถัวเฉลี่ย

ติดลบ 70% กลายเป็น "หุ้นปันผลระยะยาว" ไปโดยปริยาย

ระบบไม่มีอารมณ์ ไม่มีอีโก้ ไม่มีการ "รอให้เท่าทุนก่อนค่อยขาย"

มันตัดตามกติกา — และนั่นคือเหตุผลที่ตัวแย่ที่สุดในพอร์ตนี้ยังอยู่แค่ -7.52%


📌 ข้อสรุปจากพอร์ตนี้

ไม่ต้องเก่งเลือกหุ้นระดับเทพ — ถูก 80% ก็พอ ถ้าคุมขาดทุนเป็น
กระจาย 15 ตัวไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนจืด — GUNKUL +51% ยังลากพอร์ตขึ้นได้
วินัยชนะการคาดเดา ทุกครั้ง


ดูพอร์ตเต็มๆ กราฟรายตัว และการอัปเดตทุกไตรมาสได้ที่
https://deepscope.com/th/portfolio-idea/

Disclaimer
ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

พอร์ตบวกแรงเกือบทุกตัวทำยังไง?😇 ตอบ: ขายตัวที่ติดลบออก😆 เหมือนพูดเล่น แต่พูดจริงนะครับ คือทำตามแผนเด๊ะ ว่าตัวไหนขาดทุน >...
24/07/2026

พอร์ตบวกแรงเกือบทุกตัวทำยังไง?😇 ตอบ: ขายตัวที่ติดลบออก😆
เหมือนพูดเล่น แต่พูดจริงนะครับ คือทำตามแผนเด๊ะ ว่าตัวไหนขาดทุน > -20% ให้ cutloss พอดีว่าลงทุนรอบนี้ตัวที่ถ่วงพอร์ตก็คือถ่วงเลยจริงๆ พอตัดออกไปตาม plan ทีนี้ก็เหลือแต่ตัวบวกแรงเลย
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าตัวที่ตัด cutloss ออกไปแล้ว ก็คือมี realized loss ไปเรียบร้อยแล้วนะ อันนั้นคือเสียเงินจริงแล้ว แต่ไม่มากหรอก -20% ของตัวละ 6.6% ของหุ้น 15 ตัว ก็คือถือว่าเสียเงินไป 1.3% ของพอร์ตเท่านั้นสำหรับตัวที่ cutloss ไป
ถ้าตัวอื่นๆยังโตได้ดีจากปัจจัยพื้นฐานดังที่ AI คัดเลือกมา ก็ยังลุ้นต่อกันยาวๆครับ
วันนี้ตลาดท่าทางจะแดงเดือดอีกแล้ว ขอให้ทุกคน monitor การลงทุนกันอย่างมีสติและคัดเลือกหุ้นให้ดีจาก fundamental growth แบบ admin ก็ทำให้สบายใจไปได้ระดับนึงนะครับ
ส่วนแอดมิน ตอนนี้ยังแวะทำงานอยู่ที่ Starbucks อยู่เลยครับ จะ 3 ทุ่มแล้ว ทำงานอย่างมีความสุข และลงทุนเอาจริงเอาจัง แค่นี้ก็เพียงพอเลยครับ🥸
ใครสนใจฟีเจอร์ช่วยจัดพอร์ตหุ้น US/TH เข้าไปลองอ่านลองใช้กันได้เลย 👇ฟีเจอร์นี้ถ้าจะใช้เต็มๆ ต้อง upgrade เป็น PRO ราคาเพียง 299 THB/เดือน — ถูกกว่ากาแฟ 2 แก้วอีกนะครับ ☕☕
กดเลย ->🔗 https://deepscope.com/th/portfolio-idea/US/
#หุ้นUS ุนหุ้น #หุ้นเทคโนโลยี
Remark: ผลการดําเนินงานในอดีต / ผลการเปรียบเทียบ ผลการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดําเนินงานในอนาคต นักลงทุนต้องทําความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

📈 เฟดกำลังจะ "ขึ้น" ดอกเบี้ย ไม่ใช่ลด — และตลาดยังไม่ได้ราคาความเสี่ยงนี้เลยทุกคนเข้าปี 2026 ด้วยความเชื่อเดียวกัน: ปีนี...
24/07/2026

📈 เฟดกำลังจะ "ขึ้น" ดอกเบี้ย ไม่ใช่ลด — และตลาดยังไม่ได้ราคาความเสี่ยงนี้เลย

ทุกคนเข้าปี 2026 ด้วยความเชื่อเดียวกัน: ปีนี้คือปีแห่งการลดดอกเบี้ย

แต่ 28–29 ก.ค. นี้ FOMC อาจ "ขึ้น" ดอกเบี้ย — และตลาดให้น้ำหนักแค่ 25%

ถ้าเกิดขึ้นจริง สมมติฐานที่คุณใช้ประเมินมูลค่าหุ้นทุกตัวในพอร์ต พังหมด


📌 เกิดอะไรขึ้น

Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ พูดชัดตั้งแต่เวที ECB Forum วันที่ 1 ก.ค. ว่าเงินเฟ้อ "สูงเกินไป" และปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณล่วงหน้าว่าจะทำอะไรในเดือนกรกฎาคม

สิ่งที่ตลาดยังประเมินต่ำเกินไป คือ 3 จุดนี้:

Dot Plot แตกเป็นเสี่ยง — จากรายงานประชุมเดือนมิถุนายน (เผยแพร่ 8 ก.ค.) กรรมการ 9 คนมองว่าปีนี้ควรขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้ง, 8 คนมองคงที่, และเหลือเพียง 1 คนที่ยังมองว่าควรลด นี่ไม่ใช่คณะกรรมการที่กำลังจะผ่อนคลายนโยบาย
ตัวเลขเงินเฟ้อถูกปรับขึ้นแรง — คาดการณ์ Core PCE ปี 2026 ถูกปรับขึ้นเป็น 3.3% จากเดิม 2.7% ที่ประเมินไว้เมื่อมีนาคม นั่นคือการปรับขึ้นถึง 60 bps ในเวลาแค่ 3 เดือน
Warsh ไม่ส่ง Dot ของตัวเอง — เขาเป็นประธานเฟดคนแรกที่ไม่ส่งตัวเลขคาดการณ์เข้า Dot Plot นับตั้งแต่เริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2012 อ่านให้ขาด: นี่คือการจงใจถอด forward guidance ออกจากมือตลาด แปลว่าตลาดจะไม่มี "ตาข่ายรองรับ" ทางจิตวิทยาอีกต่อไป


📊 ทำไมเรื่องนี้ถึงกระแทกพอร์ตคุณโดยตรง

ราคาหุ้นเติบโตสูงทั้งตลาดถูกตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอัตราคิดลด (discount rate) จะลดลง ถ้าเฟดกลับทิศ:

หุ้น Growth / High-multiple โดนกดดันจากทั้ง multiple contraction และต้นทุนการกู้
Treasury yield ที่ปรับขึ้นอยู่แล้วจากราคาน้ำมัน (ดู Content #2) จะยิ่งเร่ง
Sector rotation จะเกิดเร็วและแรง — คนที่รู้ก่อนได้เปรียบ 1 สัปดาห์

และวันที่ 20 ก.ค. ตลาดสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งสัญญาณแล้ว:

Dow ปิด -307.16 จุด (-0.59%) ที่ 51,839.26

S&P 500 -0.19% ที่ 7,443.28

ขณะ Nasdaq แทบไม่ขยับที่ 25,508.07

เม็ดเงินไม่ได้หนีออกจากตลาด แต่กำลัง "ย้ายกลุ่ม" อยู่เงียบ ๆ


🎯 สิ่งที่ควรทำก่อน 29 ก.ค.
อย่าเดาว่าเฟดจะทำอะไร — ให้ไปดูว่า พอร์ตของคุณทนได้แค่ไหนถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย นั่นคือคำถามที่ตอบได้ด้วยข้อมูล ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก

👉 เช็กว่าพอร์ตคุณเอียงไปทาง Growth มากเกินไปไหม และ AI ควรจัดสัดส่วนใหม่อย่างไร
ที่ https://deepscope.com/th/portfolio-idea/

👉 ดูภาพ rotation ทั้งตลาดใน 1 หน้าจอที่
https://deepscope.com/th/market-map/

ที่อยู่

K. C. C. Building, Silom Soi 9, Bangrak
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Deepscopeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์