Second Wind - Life After 50

Second Wind - Life After 50 Life After 50 Designer & Retirement Planning Consultant
ออกแบบชีวิตหลังวัย 50 และวางแผนการเงินเพื่อชีวิตที่อยากใช้

20/03/2026

สิ่งหนึ่งที่ผมเริ่มสังเกตเห็นจากคนวัย 45–55

หลายคนยังทำงานเก่งเหมือนเดิม
ยังมีความรับผิดชอบมากเหมือนเดิม

แต่ในขณะเดียวกัน
หลายคนเริ่มมีคำถามบางอย่างเพิ่มขึ้นมา

ไม่ใช่คำถามเรื่องตำแหน่ง
หรือรายได้

แต่เป็นคำถามอย่างเช่น

ต่อจากนี้
เราจะใช้ชีวิตอย่างไร

ถ้าวันหนึ่งเราไม่ต้องวิ่งเร็วเหมือนเดิมแล้ว
ชีวิตของเราจะหน้าตาเป็นแบบไหน

ผมเริ่มรู้สึกว่า
ช่วงเวลานี้ของชีวิตน่าสนใจมาก

เพราะมันเป็นช่วงที่คนจำนวนมาก
เริ่มหยุดคิดเรื่องชีวิตจริง ๆ

16/03/2026

บางครั้ง
ชีวิตไม่ได้เปลี่ยนเพราะเหตุการณ์ใหญ่

แต่มันเริ่มเปลี่ยน
เพราะคำถามเล็ก ๆ บางคำถาม

เช่น

วันหนึ่งเราเริ่มถามตัวเองว่า

ถ้าวันหนึ่งเราไม่ต้องทำงานแบบเดิมแล้ว
ชีวิตของเราจะหน้าตาเป็นอย่างไร

เราอยากใช้เวลาไปกับอะไร
อยากอยู่ที่ไหน
อยากใช้ชีวิตแบบไหน

คำถามแบบนี้
บางทีมันไม่ได้ดังมาก

แต่มันจะค่อย ๆ อยู่กับเราเงียบ ๆ

และบางที

ชีวิตครึ่งหลังของเรา
อาจเริ่มต้นตั้งแต่วันที่คำถามเหล่านี้
เริ่มเกิดขึ้นในใจแล้วก็ได้

16/03/2026

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เพจนี้เคยใช้ชื่อว่า Money Guru
แต่เมื่อผมทบทวนสิ่งที่อยากทำต่อจากนี้ให้ชัดขึ้น
ผมพบว่า สิ่งที่ผมอยากสื่อสารจริง ๆ ไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน

สิ่งที่ผมสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คือคำถามที่ลึกกว่านั้น

เมื่อชีวิตเดินมาถึงอีกช่วงหนึ่ง
โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี
หลายคนไม่ได้กำลังถามแค่ว่า “มีเงินพอไหม”
แต่กำลังถามว่า

ชีวิตช่วงต่อไปอยากใช้แบบไหน

อะไรคือความหมายของชีวิตในบทถัดไป

และเงินที่มีอยู่ จะช่วยรองรับชีวิตแบบนั้นได้อย่างไร

เพจนี้จึงขอเปลี่ยนชื่อเป็น

Second Wind - Life After 50

ชื่อนี้สะท้อนสิ่งที่ผมอยากทำมากขึ้น
ไม่ใช่แค่พูดเรื่องการเงิน
แต่พูดเรื่องการออกแบบชีวิตหลัง 50
อย่างมีความหมาย มีความสงบ
และมีการวางแผนการเงินเป็นเครื่องมือสนับสนุนชีวิต

จากนี้ไป เนื้อหาในเพจจะค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 3 เรื่องหลัก

ชีวิตครึ่งหลังและการเปลี่ยนผ่านของตัวตน

การออกแบบชีวิตช่วงต่อไป

การวางแผนการเงินเพื่อรองรับชีวิตที่อยากใช้

ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
และหวังว่าพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้
จะเป็นอีกพื้นที่หนึ่งสำหรับคนที่กำลังคิดเรื่องชีวิตหลัง 50 อย่างจริงจังครับ

FP101 ตอนที่ 1 บทบาทและหน้าที่ของนักวางแผนการเงิน
24/05/2020

FP101 ตอนที่ 1 บทบาทและหน้าที่ของนักวางแผนการเงิน

ภาพรวมของบทบาทและหน้าที่ของนักวางแผนการเงิน

ภาพรวมของ... แผนพลิดชีวิตสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคง ลองฟังกันดูนะครับ
14/07/2019

ภาพรวมของ... แผนพลิดชีวิตสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคง ลองฟังกันดูนะครับ

... แผนผลิกชีวิตสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคง ... ภาพรวมของการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย.....

ผมเชื่อว่า วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญสำหรับ "ผู้ให้บริการทางการเงินในภาคสนามของประเทศไทย"ส่วนท...
18/06/2017

ผมเชื่อว่า วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่มีความสำคัญสำหรับ "ผู้ให้บริการทางการเงินในภาคสนามของประเทศไทย"

ส่วนที่ผมดีใจที่สุดคือ ผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างความแตกต่างในสิ่งที่ต่อไปจะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของอุตสาหกรรม "การให้บริการทางการเงินในภาคสนาม"

ผมใช้เวลาหลังเลิกงานจันทร์ - ศุกร์ และ เวลาในวันเสาร์และอาทิตย์ ในการมีส่วนร่วมกับกลุ่ม Avenger Planner ที่นำทีมโดย พี่เอ พี่อ้น และพี่ใหม่ นานตลอด 9 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แสนจะคุ้มค่า

จากวันแรก ที่เราเริ่มต้นประชุมกัน มีความไม่มั่นใจมากมายที่เกิดขึ้นในทีม Avenger Planner "เราก็ไม่รู้นะ ว่าเราจะไปกันรอดไหม แต่มาลองดูกันสักตั้ง" เป็นคำพูดติดตลกในกลุ่มพวกเรา

เมื่อวันเวลาผ่านไป ความไม่มั่นใจนั้นค่อยๆ คลายลง กลายเป็นความเชื่อมั่นว่า ผู้นำของเราพาเรามาถูกทางแล้ว

ในวันนี้ 18 มิถุนายน 2560 มีการเปิดตัว Avenger Planner Project อย่างเป็นทางการ มีผู้เข้าชม Live ผ่าน Facebook ตัวเลขใกล้เคียง 10,000 ท่าน มีผู้ตัดสินใจใช้บริการของ Avenger Planner ทันทีจำนวนมาก

สำหรับผม ผมเชื่อแบบหมดหัวใจว่า ในอนาคตนักศีกษาที่เรียน MBA จะได้ศึกษาประวัติการดำเนินงานของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ เช่น Apple, Microsoft หรือ Virgin และอีกหลายๆ บริษัท

การศึกษาแนวคิดและแนวสร้างธุรกิจของ Avenger Planner ก็เป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ทำไมผมถึงเชื่อเช่นนี้ ผมได้นั่งอยู่กับผู้ก่อตั้ง Avenger Planner ในขณะที่ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live พูดถึงวิสัยทัศน์ และเมื่อกลับถึงบ้านผมได้ฟังซ้ำวนไปวนมาอีกหลายรอบ

เพื่อพยายามถอดข้อความส่วนหนึ่งออกมา และความคิดนี้จะกลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม "การให้บริการทางการเงินในภาคสนามของประเทศไทย" ไปตลอดกาล

1. “งานวางแผนการเงินแบบองค์รวม ที่ Avenger Planner ตั้งใจจะทำคือ การรวบรวมเป้าหมายทางการเงินทั้งหมดในทุกๆ ด้านของชีวิตคนๆ หนึ่ง นำมาจัดลำดับความสำคัญโดยอาศัยความร่วมมือและการตัดสินใจของลูกค้า เพื่อออกแบบแผนการเงินแบบตัดเย็บเฉพาะตัว (Tailor made)” – Avenger Planner Founder

2. "เราไม่ใช่ฟินเทค เรายังคงเป็นบริการวางแผนการเงินแบบดั้งเดิมที่สุด มีการนัดพบ พูดคุย เจอหน้ากัน อธิบายด้วยการเขียนบนกระดาษ เพราะเราเชื่อว่านี่คือรูปแบบที่เราจะสามารถเข้าถึงตัวตนของผู้รับคำปรึกษาได้ลึกที่สุด มากกว่าการกรอกข้อมูลลงบนโปรแกรมต่างๆ แต่หลังบ้านเราก็มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดการข้อมูล และจะใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้นในอนาคต" – “Avenger Planner Founder”

3. "เราเชื่อว่านักวางแผนการเงินที่เป็น "คน" คือหัวใจของงานนี้ สรุปสั้น Avenger Planner คือกลุ่มนักวางแผนการเงินอิสระ ที่ตั้งใจวางแผนทางการเงินแบบองค์รวม เพื่อมอบแผนการเงินแบบตัดเย็บเฉพาะตัว และใช้นักวางแผนการเงินที่เป็นคนทำงาน – “Avenger Planner Founder”

4. “พวกเราไม่ใช่คนที่จบเกียรตินิยม ไม่ใช่เป็นผู้นำเสนอขั้นเทพ ไม่ใช่คนที่แบบแผนในการปรากฎตัว ไม่ได้มีบุคลิคภายนอกที่ดูดีเนียบ หรือไม่มีแม้แต่ต้นทุนทางสังคมมากมาย แต่สิ่งที่พวกเรามีคือ เราอยากสร้างมาตรฐานของการเป็นนักวางแผนทางการเงินที่คำนึงความถูกต้องและให้คำแนะนำที่ตรงไปตรงมา” – “Avenger Planner Founder”

(และที่สำคัญที่สุด ที่สร้างพลังและแรงบันดาลใจให้พวกเราได้อย่างมากที่สุด คือ)

5. "Avenger Planner ไม่ได้ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนมาใช้บริการกับเรา แต่เราอยากจะเป็นตัวอย่าง เป็นผู้สร้างมาตรฐาน และเป็นผู้จุดประกายให้กับนักวางแผนการเงินที่ต้องการทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และมาแข่งขันกันแบบเสรีทางการค้า เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ เราอยากเป็นจุดเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย – “Avenger Planner Founder”

เพื่อนๆ สามารถชมวีดีโอการถ่ายทอดสดการเปิดตัว Avenger Planner ได้ที่ https://web.facebook.com/pg/a.academy.th/videos/?ref=page_internal

และทำความรู้จักพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ http://www.avenger-planner.com/

อยากมีที่ปรึกษาด้านการเงินที่ไว้ใจได้จริงๆ เพื่อร่วมกันวางแผนและตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆแต่ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหน...ลองติ...
16/06/2017

อยากมีที่ปรึกษาด้านการเงินที่ไว้ใจได้จริงๆ เพื่อร่วมกันวางแผนและตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ

แต่ไม่รู้จะไปหาได้ที่ไหน...

ลองติดตาม การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Avenger Planner โปรเจคใหม่ของพี่ A Academy ที่ต้องการช่วยให้ทุกๆ คน สามารถวางแผนการเงินของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ในวันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย. นี้ เวลาบ่าย 2 โมง นะครับ

ขอเรียนเชิญทุกท่าน พบกับ Facebook Live
เปิดตัวบริการวางแผนการเงินในนาม Avenger Planner
ที่ A-Academy ร่วมก่อตั้ง
ในวันอาทิตย์ 18 มิ.ย. 2560 เวลา 14.00

เชิญมาทำความรู้จักกันครับว่า...

- Avenger Planner คืออะไร ให้บริการอะไร
- ความเป็นมา และอนาคตที่เราตั้งใจเดินทางไป
- พวกเราทำอะไรได้บ้าง
- บริการของเราเหมาะกับใคร
- ค่าบริการเป็นอย่างไร

ไม่ว่าท่านจะวางแผนการเงินเองอยู่แล้ว
หรือกำลังอยากหาผู้ช่วย มาทำงานร่วมกัน
ตั้งแต่ขั้นวางแผน ลงมือปฏิบัติ
ไปจนถึงการติดตามปรับปรุงแผนต่อเนื่องในระยะยาว
อยากให้ได้ลองรับชมดูนะครับ

นี่เป็นบริการที่ผมตั้งใจที่สุด
และจะเป็นก้าวต่อไปของ A-Academy
ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ดีทางการเงิน
ไปถึงทุกท่าน ได้มากกว่าแค่การสอนที่ผมทำอยู่

เชิญติดตามได้ที่เพจ A-Academy แห่งนี้
ตามวันและเวลาข้างต้น
และสำหรับท่านที่ไม่สะดวกชม Live สดๆ
ค่อยมารับชมย้อนหลังได้เช่นกันครับ

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – การสร้างความสมดุลย์ระหว่างการเก็บเกี่ยวและการดูแลความสามารถในการผลิตมีประ...
19/03/2017

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – การสร้างความสมดุลย์ระหว่างการเก็บเกี่ยวและการดูแลความสามารถในการผลิต

มีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมากๆ ได้อ่านเมื่อไหร่ ก็รู้สึกว่ามีความท้าทายและความตื่นเต้นรออยู่ อยู่ประโยคนั้นก็คือ

“มันไม่สำคัญว่าเรามาจากไหน ทั้งหมดที่สำคัญคือเราจะไปไหน”

ประโยคๆ นี้ไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เรามองไปข้างหน้า แต่ยังส่งเสริมให้เราเกิดสามัญสำนึกของการรับผิดชอบชีวิตของตนเอง

มีงานวิจัยชื่อ “สิ่งที่พวกเขาไม่ได้สอนคุณในโรงเรียนสอนธุรกิจฮาเวิร์ด” ทำขึ้นในปี ค.ศ. 1979 – 1989 ผู้ทำงานวิจัยได้ทำการสัมภาษณ์นักศึกษาที่สำเร็จ MBA จากฮาวาร์ดในปี ค.ศ. 1979 ว่า “คุณตั้งเป้าหมายสำหรับอนาคตระยะยาวที่ชัดเจนและเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้หรือไม่”

ผลการสำรวจพบว่า มีนักศึกษาเพียง 3% เท่านั้นที่มีการตั้งเป้าหมายระยะยาวและเขียนแผนการเป็นลายลักษณ์อักษรเอาไว้ นักศึกษาอีก 13% มีการตั้งเป้าหมายระยtยาวแต่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนนักศึกษาส่วนที่เหลืออีก 84% ไม่มีเป้าหมายระยะยาวที่เฉพาะเจาะจง แต่มีแผนระยะสั้นประเภทการเดินทางท่องเที่ยวเป็นต้น

เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ในปี ค.ศ. 1989 มีการสำรวจสินทรัพย์ที่นักศึกษากลุ่มนี้สร้างได้

ผลการสำรวจพบว่า นักศึกษากลุ่ม 13% ที่มีเป้าหมายระยะยาวแต่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรสร้างสินทรัพย์ได้โดยเฉลี่ยเป็น 2 เท่าของนักศึกษากลุ่ม 84% ที่ไม่มีเป้าหมายระยะยาวที่เฉพาะเจาะจง

และเมื่อลองนำนักศึกษากลุ่มที่สร้างสินทรัพย์ได้มากที่สุด 3% แรกของนักศึกษาทั้งหมดมาพิจารณา พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วนักศึกษากลุ่มนี้สามารถสร้างทรัพย์สินได้มากกว่า 10 เท่าของนักศึกษาอีก 97% ที่เหลือ

คำถามต่อมาคือนักศึกษากลุ่มที่สร้างสินทรัพย์ได้มากที่สุด 3% แรกของนักศึกษาทั้งหมด มีคุณลักษณะและทักษะอะไรที่แตกต่างจากเพื่อนๆ นักศึกษาที่เรียนมาด้วยกัน สิ่งที่พบไม่ใช่พ่อแม่ร่ำรวยที่สุด ไม่ใช่เรียนที่เก่งที่สุด แต่เป็นกลุ่มนักศึกษา 3% มีการตั้งเป้าหมายระยะยาวและเขียนแผนการเป็นลายลักษณ์อักษร

ครั้งหนึ่งมีการสัมภาษณ์มหาเศรษฐีท่านหนึ่งว่า “เคล็ดลับความสำเร็จของท่านคืออะไร” สิ่งที่มหาเศรษฐีท่านนี้ตอบก็คือ 1. ความชัดเจนของเป้าหมายในอนาคต และ 2. ความชัดเจนของแผนงานที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง และทั้งหมดต่อจากนี้คือก้มหน้าก้มตาจ่ายราคาล่วงหน้า

แนวคิดที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นหนึ่งในเนื้อหา 7 Habits of Highly Effective People เป็นกรอบความคิดที่จะบอกว่า การที่เราจะได้อะไรหรือมีอะไรนั้น สำคัญน้อยกว่าการที่เราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการจะเป็นใคร

เพราะในความเป็นจริงถ้าพิจารณาลงไปจะพบว่า การที่เราจะได้ครองความมั่งคั่ง ทรัพย์สิน บ้าน รถ หรือรายได้อย่างที่เราอยากได้นั้น เป็นสิ่งที่จะตามมาหลังจากที่เรามีคุณลักษณะและทักษะบางอย่าง

ดังนั้นก่อนที่เราจะสมควรได้รับรางวัลต่างๆ เราจะต้องมีคุณลักษณะภายในที่ดี เพื่อเป็นที่รัก เป็นที่เคารพ และเป็นที่ชื่นชม และเมื่อคนรักเรา เคารพเรา และชื่นชมเรา มันไม้ได้เฉพาะเจาะจงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่รวมไปถึงอาชีพและหน้าที่การงานของเราด้วย และแน่นอนคนยินดีที่จะให้ธุรกิจและใช้บริการจากคนที่เค้ารัก เคารพ และชื่นชม

โดยทั่วไปเรามีสินทรัพย์ 3 ประเภท ได้แก 1.สินทรัพย์ที่เป็นสิ่งของ (เช่น บ้าน รถยนต์ หรือสินทรัพย์ที่เราใช้ประโยชน์ทางกายภาพของมัน) 2.สินทรัพย์ที่เป็นตัวเงิน และสุดท้าย 3.สินทรัพย์ที่เป็นมนุษย์ (เช่น ตัวเอง พนักงาน หรือหุ้นส่วน)

กรอบความคิดของการมีประสิทธิผลคือ การที่เราสามารถได้รับผลลัพธ์ที่เราต้องการในวันนี้ ด้วยแนวทางที่จะช่วยเราให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างจีรังยั่งยืนในอนาคต ดังนั้นเพื่อที่เราจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่างๆ จากสินทรัพย์ทั้ง 3 ประเภทได้อย่างมีประสิทธิผล เราจำเป็นต้องดูแลทรัพย์สินต่างๆ อย่างดี ไปพร้อมๆ กับการเก็บเกี่่ยวผลผลิต และแน่นอนสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดคือสินทรัพย์ที่เป็นมนุษย์

คำนิยามที่ตรงที่สุดของคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” นั้น ไม่ได้หมายถึงการมีเงินมากๆ แต่หมายถึงการมีความสามารถในการสร้างเงิน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญกว่ารายการของสิ่งที่เราอยากได้หรืออยากมี คือการเป็นคนที่คนอื่นรัก เคารพ และชื่นชม

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความจากเพจ Money Guru จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ ท่านได้ ทั้งในเรื่องของเงินๆ ทอง และแนวคิดในการพัฒนาตนเอง

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อ่าน กดไลค์ กดแชร์ บทความต่างๆ ของเพจ "Money Guru" ด้วยนะครับ

ท่านใดสนใจวางแผนทางการเงินหรือจัดสัมมนาด้านการเงินส่วนบุคคล สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะครับ

บทความโดย ปิยะ สุราสา นักวางแผนการเงินวิชาชีพคุณวุฒิวิชาชีพ CFP (Certified Financial Planner)

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – ค่านิยม (ทางการเงิน) ที่วางอยู่บนหลักการ“ชะตาชีวิตของเราถูกความคุมด้วยระด...
12/03/2017

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – ค่านิยม (ทางการเงิน) ที่วางอยู่บนหลักการ

“ชะตาชีวิตของเราถูกความคุมด้วยระดับความเชื่อฟังของเราที่มีต่อหลักการ”

ประโยคที่เราพึ่งอ่านจบนี้ เป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมา และจริงแท้แน่นอนไม่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม

เราอาจจะรู้สีกต่อต้าน แต่จากการศึกษา ผมพบว่าแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่นักปราชญ์ ผู้รู้ และผู้ที่ประสบความสำเร็จในระดับแถวหน้าของโลก ไม่เพียงแต่ยอมรับ แต่ยังเลือกที่จะประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็ทำให้เค้าเหล่านั้นได้รับประโยชน์อย่างมากมายมหาศาล

การตอบสนองต่างๆ ของเราเป็นไปตามค่านิยมที่เราเลือก และเราก็ไม่สามารถปฏิเสธผลลัพธ์ที่จะตามมาได้ นั่นเทียบได้กับกิ่งไม้ที่วางอยู่กับพื้น เมื่อเรายกด้านหนึ่งของกิ่งไม้ขึ้นมา อีกด้านของกิ่งไม้ก็จะถูกยกขึ้นมาด้วย

ถ้าพูดให้ชัดก็คือเราเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร แต่ส่วนที่เราไม่สามารถเลือกได้ก็คือ ผลลัพธ์ที่จะตามมา

หลักการหมายถึง กฎที่ควบคุมความเป็นไปของสิ่งต่างๆ มันอาจจะฟังดูยากที่จะเข้าใจคำๆ นี้ หรือมันยากที่จะเข้าใจว่าโลกของเราถูกควบคุมด้วยหลักการบางอย่างอยู่ แต่เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่ามันมีหลักการที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกจริงๆ

ขอยกตัวอย่างของสิ่งที่พอจะทำให้เราเห็นภาพได้ก็คือ เมื่อเราโยนสิ่งของขึ้นไปในอากาศ กฎของแรงโน้มถ่วงที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกก็จะทำงาน และเราทุกคนสามารถคาดเดาได้เลยว่าสิ่งของที่เราโยนขึ้นไปนั้นจะตกกลับลงมา

หลักการบางข้อนั้นสามารถมองเห็นและเข้าใจได้ง่าย แต่บางข้อนั้นอาจจะไม่สามารถมองเห็นหรือเข้าใจได้ง่ายๆ (เหมือนที่เราอ่านพระไตรปิฏกแล้วไม่ได้เข้าใจได้ทั้งหมด)

แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องเข้าใจก็คือ หลักการเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ไม่ใช่อยู่ในตัวเรา หลักการเป็นสิ่งที่ปราศจากเงื่อนไขของเวลาและสถานที่ หมายความว่า หลักการนี้มีมาตั้งแต่ในอดีต ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน และจะคงอยู่ต่อไปในอนาคต ในทั่วทุกหนแห่ง

คำที่ผมเน้นคือ “หลักการอยู่รอบตัวเรา ไม่ใช่อยู่ในตัวเรา” ดังนั้นเคล็ดลับคือ เราต้องนำหลักการที่อยู่รอบตัวเรามาไว้ในตัวเรา นั่นคือการเลือกค่านิยมของเราให้ตรงกับหลักการ เพียงเท่านี้นเราก็จะได้รับประโยชน์จากหลักการแล้ว

โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่ามีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่เราควรเข้าใจคือ “เราจะไม่ได้ในสิ่งที่เราอยากได้ แต่เราจะได้ในสิ่งที่คู่ควรกับเรา”

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการมากขึ้น มันเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวเรามา จงยอมรับสัญชาตญาณนี้ และประยุกต์ใช้หลักการต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราอย่างสร้างสรรค์ ตัดสินใจตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตด้วยค่านิยมที่วางอยู่บนหลักการ เพราะสิ่งที่เราควบคุมได้คือการตอบสนอง ส่วนผลลัพธ์ในลำดับถัดไปหลักการจะเป็นตัวควบคุม

สุดท้ายผมอยากนำแนวคิดจากหนังสือ “10 ข้อคิดเปลี่ยนชีวิตเพื่อความก้าวหน้า” (Laws of Lifetime Growth) ของ Dan Sullivan และ Catherine Nomura ที่ประยุกต์หลักการมาเป็นค่านิยม 10 ข้อ ที่ถ้าเรานำไปปฏิบัติจะช่วยให้สามารถเติบโตได้ตลอดชีวิตมาเป็นของฝากนะครับ (ลองคลิกในรูปภาพนะครับ)

อาทิตย์หน้าเราจะมาคุยกันเรื่อง "การปลดปล่อยขีดความสามารถของเราด้วยพลังของการตั้งเป้าหมาย" นะครับ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความจากเพจ Money Guru จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ ท่านได้ ทั้งในเรื่องของเงินๆ ทอง และแนวคิดในการพัฒนาตนเอง

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อ่าน กดไลค์ กดแชร์ บทความต่างๆ ของเพจ "Money Guru" ด้วยนะครับ

ท่านใดสนใจวางแผนทางการเงินหรือจัดสัมมนาด้านการเงินส่วนบุคคล สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะครับ

บทความโดย ปิยะ สุราสา นักวางแผนการเงินวิชาชีพคุณวุฒิวิชาชีพ CFP (Certified Financial Planner)

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – ระดับวุฒิภาวะ (ทางการเงิน)ชีวิตคนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1. วัยเด็ก 2. วัย...
04/03/2017

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน – ระดับวุฒิภาวะ (ทางการเงิน)

ชีวิตคนแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ 1. วัยเด็ก 2. วัยทำงาน และ 3. วัยเกษียณ

ในช่วง 20 ปีแรกของชีวิต - วัยเด็ก เราพึ่งพาพ่อแม่ สิ่งต่างๆ ในชีวิตของเรามีคนอื่นคอยหยิบยื่นให้

40 ปีต่อมา – วัยทำงาน เรารับผิดชอบชีวิตของเรา รวมถึงเริ่มมีคนที่เราต้องดูแล

20->30 ปีสุดท้าย - วัยเกษียณ คำถามสำคัญคือ ในอนาคตเมื่อเราเกษียณใครจะเป็นคนดูแลเรา

คำตอบนี้สามารถบอกระดับของวุฒิภาวะ (ทางการเงิน) ของเราได้

ระดับวุฒิภาวะ (ทางการเงิน) มี 3 ระดับ

ระดับที่ 1 วุฒิภาวะแบบพึ่งพาผู้อื่น เป็นสภาวะของความ “ไม่รับผิดชอบ” ต่อผลลัพธ์ที่ตนเองต้องการ คาดหวังว่าคนอื่นจะหยิบยื่นทุกสิ่งให้ เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการก็จะรู้สึกมีความสุข แต่เมื่อไม่ได้ก็กล่าวโทษผู้อื่นอย่างรุนแรง ผู้ที่อยู่ในสภาวะของการพึ่งพาผู้อื่นมักจะมีคำพูดติดปากว่า “คุณ”

ระดับที่ 2 วุฒิภาวะแบบพึ่งพาตนเอง เป็นสภาวะของการมีความ “รับผิดชอบ” ต่อผลลัพธ์ที่ตนเองต้องการ จดจ่อหาวิธีการที่จะสร้างผลลัพธ์ และลงมือทำด้วยตนเองจนบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ แต่ยังขาดความรับผิดชอบต่อสังคมรอบข้าง สรุปด้วยวลีง่ายๆ ก็คือ การคิดถึงแต่ตัวเอง ผู้ที่อยู่ในสภาวะของการพึ่งพาตนเองมักจะมีคำพูดติดปากว่า “ฉัน”

ระดับที่ 3 วุฒิภาวะแบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน เป็นสภาวะของการมีความ “รับผิดชอบ” ต่อตนเองและส่วนรวม ผู้ที่อยู่ในสภาวะของการพึ่งพาซึ่งกันและกันได้ จะต้องเป็นผู้ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ก่อน ลงมือทำสิ่งต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกและป้องกันผลกระทบเชิงลบทั้งต่อตนเองและส่วนรวม ผู้ที่อยู่ในสภาวะของการพึ่งพาซึ่งกันและกัน มักจะมีคำพูดติดปากว่า “เรา”

ผมชวนคิดแบบนี้นะครับ ระดับของความสำเร็จ รายได้ และความสุขที่ได้รับในวันนี้ ใครเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นและใครเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบ

ในหนังสือ “วิธีขโมยความสำเร็จจากอนาคต” (The Success Principle) ผู้เขียน Mr.Jack Canfield ได้เขียนถึงความเชื่อมโยงของ เหตุการณ์ การตอบสนอง และผลลัพธ์ ไว้ได้อย่างชาญฉลาด โดยเขียนเป็นสมการเอาไว้ดังนี้

เหตุการณ์ + การตอบสนอง = ผลลัพธ์

การตอบสนองที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกัน ความเป็นเลิศเกิดจากการตัดสินใจตอบสนองที่ยอดเยี่ยม การตัดสินใจตอบสนองที่ยอดเยี่ยม เป็นผลจากประสบการณ์จำนวนมากของการเลือกตอบสนองที่ผิดพลาด

ดังนั้นหากเราต้องการที่จะใช้ชีวิตที่ดีเลิศ คำแนะนำจากหนังสือเล่มนี้คือ “จงรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณ 100%” นั่นหมายความว่าเราต้องมี วุฒิภาวะของการพึ่งพาตนเองให้ได้

(ถ้ามองแบบผิวเผินอาจจะมองว่าอายุมากขึ้น วุฒิภาวะจะเพิ่มขึ้นตาม แต่จริงๆ แล้วระดับวุฒิภาวะนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ)

ในการสร้างชีวิตที่ดีนั้น คำถามคือหากเราสร้างชีวิตที่ดีไปพร้อมกับช่วยทำให้สังคมดีขึ้นได้ด้วย เราอยากทำไหม

ประเภทของคนในสังคม

คนประเภทที่ 1 คือ คนที่เดินผ่านชีวิต เก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตและสังคมมีให้ สุดท้ายจากไป คนกลุ่มนี้เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งของสังคม มีหรือไม่มีก็ได้ ไม่ได้สร้างความแตกต่างอย่างไร

ประเภทที่ 2 คือ คนที่เดินผ่านชีวิต เก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตและสังคมมีให้ ระหว่างทางทำลายหลายสิ่งหลายอย่างในสังคม สุดท้ายจากไป ผมชวนคิดว่าถ้าคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากสังคมน่าจะเป็นอย่างไร

ประเภทที่ 3 คนที่เดินผ่านชีวิต เก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตและสังคมมีให้ ระหว่างทางสร้างประโยชน์ต่างๆ เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้อย่างมากมาย สุดท้ายจากไป

คุณมนตรี แสงอุไรพร MBA, RFC, CFP, ELM ปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างความสำเร็จและความสุข เคยถามว่าถ้าเราเลือกได้เราอยากเป็นคนประเภทไหน

หากเราต้องการเป็นคนประเภทที่ 3 นั่นหมายถึงว่าเรารับผิดชอบในการสร้างชีวิตที่ดี ด้วยการทำความดี และนั่นคือเป็นวุฒิภาวะของการพึ่งพาซึ่งกันและกัน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความจากเพจ Money Guru จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ ท่านได้ ทั้งในเรื่องของเงินๆ ทอง และแนวคิดในการพัฒนาตนเอง

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อ่าน กดไลค์ กดแชร์ บทความต่างๆ ของเพจ "Money Guru" ด้วยนะครับ

ท่านใดสนใจวางแผนทางการเงินหรือจัดสัมมนาด้านการเงินส่วนบุคคล สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้นะครับ

บทความโดย ปิยะ สุราสา นักวางแผนการเงินวิชาชีพคุณวุฒิวิชาชีพ CFP (Certified Financial Planner)

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน - กรอบความคิดทางการเงินที่มีประสิทธิผลกรอบความคิดจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมในกา...
26/02/2017

ใครๆ ก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักวางแผนทางการเงิน - กรอบความคิดทางการเงินที่มีประสิทธิผล

กรอบความคิดจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ และในที่สุดก็จะกลายเป็นผลลัพธ์

เมื่อกรอบความคิดเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการกำหนดผลลัพธ์

คำถามที่สำคัญคือ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากรอบความคิดของเราจะถูกต้องและมีประสิทธิผล

ก่อนอื่นขอพูดถึงคำว่า “ประสิทธิผล” ก่อนนะครับ

การลงมือปฏิบัติงานและได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการนั้น เรียกว่าเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ แต่มีประสิทธิผลหรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้

เนื่องจากการมีประสิทธิผลนั้น ไม่ได้คำนึงถึงเพียงแค่ผลลัพธ์ที่ต้องการเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการมีแนวทางในการปฏิบัติที่จะทำให้ยังคงได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย

ดังนั้นกรอบความคิดที่มีประสิทธิผล จึงหมายถึงวิธีการปฏิบัติที่ทำให้เราได้รับผลลัพธ์อย่างที่ต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต

คำถามคือ แล้วเราจะเลือกกรอบความคิดที่มีประสิทธิผลได้อย่างไร

ในหนังสือ 7 Habits of Highly Effective People ซึ่ง Dr.Steven R Covey ผู้เขียน ได้พยายามค้นหาว่าความสำเร็จนั้นจริงๆ แล้วคืออะไร และผู้คนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้นทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

การศึกษาทำโดยการศึกษาอัตชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และหนังสือที่เกี่ยวข้องการสร้างความสำเร็จส่วนบุคคล ย้อนหลังกลับไปในอดีต 200 ปี

จากการศึกษาย้อนกลับไป 50 ปีแรก พบว่าแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างความสำเร็จนั้น ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์หรือบุคลิภาพภายนอก เทคนิค และเคล็ดลับ เพื่อเน้นให้เกิดความสำเร็จขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เคล็ดลับในการทำให้ผู้อื่นชื่นชอบ เคล็ดลับในการนำเสนอ และประเด็นปลีกย่อยทางเทคนิคอื่นๆ เพื่อสร้างบุคลิกภาพภายนอกที่มีเสน่ห์

ความสำเร็จที่มุ่งเน้นไปที่ภาพลักษณ์หรือบุคลิกภาพภายนอกนั้น มักจะนำมาซึ่งปัญหา บางครั้งเราอาจจะได้มีโอกาสเห็นหนุ่มสาวที่ชีวิตดูเหมือนชีวิตประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เพรียบพร้อมไปด้วยสิ่งต่างๆ แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ความรู้สึกต้องการเอาชนะ การแก่งแย่งแข่งขัน จิตใจที่โหยหาจนเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด บางรายถึงกลับต้องพบจิตแพทย์เพื่อรับการบำบัดทางจิตหรือปัญหาการใช้สารเสพติด

สำหรับแนวคิดการสร้างความสำเร็จในช่วง 50-200 ปีหลังนั้น จะให้ความสำคัญกับการสร้างคุณลักษณะที่อยู่ภายใน เช่น ความกตัญญูรู้คุณ ความกล้าหาญ การทำงานหนัก ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ปล่อยให้ภาพลักษณ์ภายนอกเป็นภาพของสิ่งที่สะท้อนออกมาจากภายใน

จนในที่สุดได้ข้อสรุปขององค์ประกอบร่วมของนิสัยของผู้มีประสิทธิผลสูง 7 ประการ เพื่อให้พวกเราสามารถประยุกต์ใช้เป็นกรอบความคิดที่มีประสิทธิผลของตนเองได้

จริงๆ อยากจะเล่าให้ฟังนะครับว่า 7 Habits of Highly Effective People มีอะไรบ้าง ขอเก็บไว้ตอนหน้านะครับ

กลับเข้ามาที่ กรอบความคิดของการเป็นคนที่มีประสิทธิผลทางการเงิน ผมเชื่อว่าหากเรามีกรอบควาคิดทั้ง 7 ข้อนี้ จะช่วยให้เราสามารถประสบความสำเร็จทางการเงินได้อย่างแน่นอน ลองพิจารณาดูนะครับ

1. เชื่อว่าอิสรภาพทางการเงินสำคัญกว่าการแสดงฐานะทางสังคม

2. ตั้งเป้าหมายทางการเงินและจัดทำงบประมาณ

3. ประหยัดและมัธยัสถ์ ใช้จ่ายน้อยกว่าที่หาได้

4. เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพของตนเอง

5. มีความเชี่ยวชาญในการใช้เงินทำงาน

6. ใช้เวลากับคนที่ยิ่งใหญ่และร่ำรวย

7. ดูแลสมดุลย์ในทุกด้านของชีวิต

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความจากเพจ Money Guru จะเป็นประโยชน์.ห้กับทุกๆ ท่านได้ ทั้งในเรื่องของเงินๆ ทอง และแนวคิดในการพัฒนาตนเอง

อีกอย่างครับช่วงนี้ผมเริ่มจัดสรรเวลาว่างได้มากขึ้น หากเพื่อนๆ ท่านใดต้องการจัดสัมมนา หรือประชุมกลุ่มย่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนทางการเงิน หรือต้องการคำนแนะนำเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับการวางแผนการเงิน ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับที่จะไปมีส่วนร่วมนัดมาได้เลยนะครับ

ขอบคุณเพื่อนๆ ที่อ่าน กดไลค์ กดแชร์ บทความต่างๆ ของเพจ "Money Guru" ด้วยนะครับ

บทความโดย ปิยะ สุราสา นักวางแผนการเงินวิชาชีพคุณวุฒิวิชาชีพ CFP (Certified Financial Planner)

ที่อยู่

Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Second Wind - Life After 50ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์