Droprich โปรเจคสร้างรายได้ สำหรับทุกคน

Droprich  โปรเจคสร้างรายได้ สำหรับทุกคน คนทำงาน ต้องทำตลอดชีวิต เพื่อเลี้ย?

Concept: Healthy for Office Syndrome

Product Benefit
• บรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะ Office Syndrome คืออาการป่วยที่เกิดจากการนั่งทำงานในออฟฟิต
• ช่วยบรรเทาหรือป้องกันอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ที่เกิดจากการนั่งนานเกินไป
• ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ปลดปล่อยความเครียด
• ลดความเมื่อยล้าของร่างกาย ให้ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย
• ช่วยบำรุงสายตา ลดความเมื่อยล้าของสายตา ปกป้องสายตาจากการจ้องคอมนานเกินไป
• ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวทั้งร่างกายและสมอง ให้พร้อมทำงาน

Selling Point
โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ซึ่งมักเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานโดยไม่รู้ตัวด้วยอิริยาบถและสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่เหมาะสมทำผลให้เกิดอาการหรือภาวะที่เจ็บป่วยต่อร่างกายทั้ง ปวดเมื่อยตามตัว ทั้งแขน ข้อมือ นิ้ว กระดูกแผ่นหลัง หรืออาจเกิดความเครียดสะสม สมองตื้อ สายตาสั้นลงหรือพร่ามัวเพราะจ้องคอมนานเกินไป ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะหมดไปเพราะเรามีอาหารเสริมที่จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการเหล่านี้ลงได้ ด้วยการคิดค้นสูตรที่สามารถลดและป้องกันทั้งอาการปวดเมื่อยต่างๆและการบำรุงสมอง สายตา กระดูก ปกป้องคุณจาก Office syndrome และยังช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรง และกระตุ้นการทำงานของสมองและร่างกาย โดยไม่ใช้คาเฟอีนสังเคราะห์ ให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมทำงานได้เต็มที่

Target
- คนที่ต้องนั่งทำงาน Office หรือที่บ้านก็ตามติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมง/วัน

Active Ingredient
1. Gingerol สารสกัดจากขิง จากผลการศึกษาที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าขิงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของกล้ามเนื้อของหนูนักวิจัยได้ทำการศึกษาผลการใช้ขิงเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อในคน ผลการการศึกษาพบว่าการรับประทานขิงทุกวันช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ถึง 25 % และผลที่เกิดขึ้นก็ไม่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้ขิงที่ผ่านความร้อนเพราะฉะนั้นนักวิจัยจึงสรุปว่าการบริโภคขิงทุกวันจะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากการออกกำลังกายได้และจากการศึกษาในผู้ป่วยที่เป็นโรคไขข้ออักเสบข้อเสื่อมและมีอาการผิดปกติทางกล้ามเนื้อ (muscular discomfort) พบว่าร้อยละ 75 ของผู้ป่วยโรคข้อมีอาการปวดข้อและบวมลดลงและผู้ป่วยที่มีอาการทางกล้ามเนื้อทั้งหมดหายปวดซึ่งกลไกในการลดอาการปวดมาจากการยับยั้งการสร้างprostaglandin และleukotriene






2. Turmeric Extract เคอร์คุมินอยด์ (Curcuminiod) เป็นสารที่พบในขมิ้นชันซึ่งเป็นสารเคมีประเภทโพลีฟีนอล (Polyphenolic phytochemical) ออกฤทธิ์ทางด้านชีวเคมีหลายประการมีผลการทดลองว่าผงแห้งน้ำคั้นและสารสกัดชนิดต่างๆมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบในร่างกายทุกชนิดและยังมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถลดการอักเสบของข้อเข่าได้
3. L-Glutamineประมาณ 60% ของเป็นกรดอะมิโนอิสระพบกระจายอยู่ในกล้ามเนื้อมากL-Glutamine จะช่วยลดความเหนื่อยและเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ โดยL-Glutamine จะช่วยทำลายกรดแลคติค (Lactic Acid) ที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อทำให้เราสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่เหนื่อยล้าซึ่งการออกกำลังกายได้นานขึ้นจะมีผลทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนGrowth hormone ให้มากขึ้นทางอ้อมเช่นกันช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นโดยการเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว, สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานสำหรับสมองได้อีกทางหนึ่ง, ช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
4. L-Lysine monohydrochloride เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทาน บทบาทสำคัญของ L-Lysine คือ เป็นสารกระตุ้นการสร้าง โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) จากต่อมใต้สมองของเรา L-Lysine เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการผลิต Collagen คอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวพรรณเต่งตึง มีน้ำมีนวล และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของ เส้นผม เล็บ กระดูก รวมทั้งกระดูกอ่อน L-Lysine ช่วยเพิ่มการดูดซึม Calcium แคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ลดโอกาสเกิดโรคงูสวัด โรคเริม
5. Capsaicin Extract สารสกัดจากพริกจากการวิจัยพบว่าสาร Capsaicin มีฤทธิ์ในการลดความรู้สึกปวดได้สามารถลดอาการปวดจากโรคข้ออักเสบได้เป็นอย่างดี ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อปวดกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal pain) ปวดปลายประสาทchronic neuropathic pain ปวดจากโรคงูสวัดเป็นต้น
6. Acetyl-L-carnitineมีบทบาทสำคัญในส่วนของการผลิตอะซีติลโคลีน (acetylcholine) ของร่างกายอะซีติลโคลีนเป็นสารเคมีในสมองที่สำคัญที่หลั่งออกมาจากส่วนปลายของเส้นใยประสาทบริเวณเชื่อมต่อทำหน้าที่ช่วยให้กระแสประสาทถูกส่งสัญญาณผ่านจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปสู่อีกเซลล์ประสาทหนึ่งได้ช่วยให้พลังงานกับสมองกำจัดอนุมูลอิสระลดอาการเหนื่อยล้าและอาการอ่อนเพลียเรื้อรังช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ประสาทและสมองช่วยเสริมสร้างความสามารถในการจดจำได้ดีขึ้นช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้นชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกายช่วยลดอาการซึมเศร้า
7. Coenzyme Q10เป็นตัวช่วยสำคัญให้ร่างกายนำออกซิเจนมาใช้งานได้มากขึ้นและช่วยให้ไมโตรคอนเดียซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานไฟฟ้าที่คอยสร้างพลังงานให้กับเซลล์ต่างๆทำงานได้ดียิ่งขึ้นQ10 จึงจำเป็นสำหรับอวัยวะที่ทำงานหนักและต้องใช้พลังงานสูงมากเป็นพิเศษเช่นหัวใจสมองตับและไตเป็นต้นQ10 ยังช่วยให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้ดียิ่งขึ้นช่วยป้องกันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานล้มเหลวหรือที่เรียกว่าโรคหัวใจโตนอกจากนี้Q10 ยังช่วยลดความดันโลหิตในกลุ่มของผู้ที่มีความดันโลหิตสูงที่เกิดจากการแข็งตัวของเส้นเลือดของอวัยวะต่างๆจนทำให้ผนังหลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นนั่นเองจากรายงานการวิจัยพบว่าโคเอนไซม์คิวเทนสามารถลดอาการหัวใจล้มเหลวโดยพบว่าการใช้โคเอนไซม์คิวเทนทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดได้มากกว่า 15.7% และทำให้iร่างกายออกกำลังกายได้นานขึ้น 25.4%



8. Taurineเป็นกรดอะมิโนตัวหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการต่างๆช่วยควบคุมการเข้าออกของสารสื่อประสาทต่างๆจากเซลล์พบTaurineมากในเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อลายและหัวใจTaurineช่วยการทำงานของตับและตับอ่อนโดยการสร้างTaurocholateซึ่งจะไปช่วยทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆสามารถถูกย่อยและเผาผลาญได้ง่ายขึ้นร่างกายของเราจึงสามารถนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้เป็นกำลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆได้เร็วขึ้น เพิ่มพลังงานในร่างกายและกระตุ้นพลังงานให้ร่างกายมีพลังเต็มที่

9. Natural Caffeineคาเฟอีนจากธรรมชาติโดยสกัดมาจากชาเขียวช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแตกต่างจากสารสังเคราะห์คาเฟอีนทั่วไปเพราะจะทำให้ตื่นตัวแต่แทรกภาวะหัวใจเต้นเร็วและนอนไม่หลับตาค้างแต่คาเฟอีนจากธรรมชาติจะทำให้ตื่นตัวแต่ไม่มีอาการเหล่านั้นเพราะมาจากธรรมชาติปลอดภัยซึ่งจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวพร้อมจะออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น

10. Oat straw หรือที่รู้จักในชื่อ Avena sativa โดย Oat Straw ได้มาจากข้าวโอ๊ตสีเขียวป่าซึ่งใช้เป็นเครื่องกระตุ้นสมองในการแพทย์พื้นบ้านมาตั้งแต่สมัยกลางโดยฟางข้าวโอ๊ตช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นโดยการเพิ่มคลื่นอัลฟาในสมองทำให้สมองรู้สึกตื่นตัวมากขึ้นช่วยเพิ่มไนตริกออกไซด์ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดการไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มปริมาณสารอาหารสำคัญและออกซิเจนที่จำเป็นสำหรับสมองช่วยลดความวิตกกังวลและความเครียดโดยเพิ่มระดับ dopamine ในสมองซึ่งจะเพิ่มความรู้สึกของความสุขเพิ่มขึ้นจากการศึกษาได้ให้อาสาสมัครทั้งที่ได้รับยาหลอกหรือสารสกัดจากข้าวโอ๊ตกรีน 800 mg ในแต่ละวันเป็นเวลา 6 วันและประเมินการทำงานด้านความรู้ความเข้าใจด้วยคอมพิวเตอร์พบว่าผู้ที่ได้รับข้าวโอ๊ตกรีนสามารถทำงานได้รวดเร็วและทำงานได้ดีขึ้นอีกการศึกษาได้ให้สารแก่ผู้ป่วยสูงอายุที่มีประสิทธิภาพการทำงานด้านความรู้ความเข้าใจต่ำกว่าปกติเป็นประจำทุกสัปดาห์หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำดีขึ้นในการทดสอบเพื่อวัดความสนใจและความสามารถในการโฟกัสข้อมูลต่างๆ

11. Schisandra Berryเป็นสมุนไพรช่วยปรับสมดุลของร่างกายช่วยให้ร่างกายต้านทานต่อโรคต่างๆและความเครียดได้ดีบำรุงตับและป้องกันสารพิษเข้าทำลายเซลล์ตับแก้อาการอ่อนเพลียเรื้อรังลดอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักพักผ่อนน้อยอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดช่วยให้นอนหลับสนิทตลอดคืนจึงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำงานทางกายภาพของร่างกายและลดความตึงเครียดช่วยชะลอความเสื่อมในระดับเซลล์

12. American Ginseng ช่วยต้านความเครียด สารสกัดจากโสมมีคุณสมบัติต้านความเครียดโดยช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้สามารถทนต่อความเครียดได้ในระดับหนึ่งโดยฮอร์โมนACTH จากต่อมใต้สมองจะเป็นตัวควบคุมการหลั่งฮอร์โมนต่อมหมวกไตซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวป้องกันและต่อต้านความเครียดโดยเร่งกระบวนการเมตาบอลิซึมต่างๆเพื่อปลดปล่อยพลังงานและสารต่อต้านความเครียดออกมาผลต่อระบบประสาทกลาง: ในสารสกัดโสมมีคุณสมบัติกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางให้ตื่นตัวช่วยให้ผ่อนคลายความตึงเครียดมีส่วนช่วยบำรุงสมองโดยรวมผลต่อต้านความเมื่อยล้าเพราะทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยให้เยื่อเซลล์สามารถดูดซึม Oxygen เพิ่มขึ้นถึง 21% เซลล์ในร่างกายจึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและยังมีผลทำให้กระบวนการเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มมากขึ้นด้วย

13. Lutein พบได้ในพืชที่มีสีเหลืองถึงแดงมักพบลูทีนร่วมกับซีแซนทีน (Zeaxanthin) นิยมเรียกลูทีนและซีแซนทีนรวมๆกันมีชื่อเรียกย่อว่าL/Z L/Z เป็นสารที่พบมากในบริเวณจุดรับภาพบริเวณจอประสาทตาทำให้บริเวณนี้มีสีเหลืองบริเวณนี้และที่จุดศูนย์กลางของบริเวณจุดรับภาพที่เรียกว่าโฟเวียประกอบด้วยตัวรับแสง (photoreceptors) จำนวนมากจึงตั้งสมมติฐานว่าL/Z ทำหน้าที่ช่วยให้มองภาพได้คมชัดและเห็นรายละเอียดของภาพดีขึ้นนอกจากนั้นยังพบL/Z ได้ในเลนส์ตาฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นของL/Z มีบทบาทในการป้องกันปัญหาจากแสงยูวีในแสงแดดชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นภาวะเลนส์ตาขุ่นมัวอันเนื่องจากความเสื่อมของเลนส์ตาลูทีนเป็นแคโรทีนอยด์สีเหลืองซึ่งมีส่วนอย่างมากในการต่อต้านสารต้านอนุมูลอิสระโมเลกุลของลูทีนพบในปริมาณสูงในจุดของดวงตาโดยเฉพาะพื้นที่ของเรตินาที่เกี่ยวกับการรับภาพช่วยในการดูดซับแสงสีน้ำเงินซึ่งปกป้องเซลล์จากการทำลายของคลื่นแสงสีนี้ซึ่งช่วยป้องกันความเสื่อมของจอประสาทตาเป็นอย่างมาก

14. Bilberry Extract ช่วยถนอมดวงตาทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้นช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night blindness) ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อใช้สายตานานๆช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วนกระจกตาและหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้นช่วยลดอนุมูลอิสระในจอตาทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้เช่นต้อกระจกต้อหินต้อเนื้อตาเสื่อมในคนสูงอายุ (สายตายาว)

เพื่อนๆfcเพจทุกคน...ใครกำลังลำบาก ใครกำลังหมดทางสู้กับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทักมาที่กล่องข้อความนะครับ #ฟรีครับ ทุกอย่าง...
23/10/2021

เพื่อนๆfcเพจทุกคน...ใครกำลังลำบาก ใครกำลังหมดทางสู้กับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทักมาที่กล่องข้อความนะครับ
#ฟรีครับ ทุกอย่าง เรียนรู้วันสองวันฟรี สมัครฟรี..ถ้าตั้งใจจริง อยากมีรายได้วัuละเป็uแสu (100,000)อัพเกรดให้ฟรีด้วย จากใจแอดมิน มอบให้ในฐานะที่เป็นfcกันมานาน
#ทักมานะครับ
หรือแอดเพื่อน ไลน์: gdi0408 โทร0953865987

06/05/2018

#โรคพาร์กินสัน
(Parkinson’s disease) หรือโรคสันนิบาต หรือโรคสั่นสันนิบาต คือโรคทางสมองที่เกิดจากเซลล์ประสาทในบางตำแหน่งเกิดมีการตายโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้สารสื่อประสาทในสมองที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) มีปริมาณลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการที่สำคัญ คือ อาการสั่นขณะช่วงการพัก (Resting tremor) เคลื่อนไหวร่างกายช้าลง (Bradykinesia) ร่างกายมีสภาพแข็งเกร็ง (Rigidity) และการทรงตัวขาดความสมดุล (Postural instability)

แพทย์ชาวอังกฤษชื่อ James Parkinson เป็นคนแรกที่ได้อธิบายลักษณะของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ในปี พ.ศ. 2360

สาเหตุของการเกิดพาร์กินสันในผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบชัดเจน มีส่วนน้อยที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม โรคนี้ยังไม่มีวิธีสำหรับป้องกัน และมียารักษาอาการต่างๆ แต่ยังไม่มียาที่จะรักษาให้โรคหายขาดได้

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มของโรคที่มีการเสื่อมของสมอง (Neuro dengenerative disorder) มักพบในผู้สูงอายุ โดยในคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปพบเป็นโรคนี้ถึง 1% พบได้ในคนทุกเชื้อชาติ ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า

อนึ่ง เนื่องจากโรคนี้พบได้บ่อยและเป็นปัญหาต่อการดำเนินชีวิต จึงได้มีการจัดตั้งวันโรคพาร์กินสันขึ้น ซึ่งตรงกับวันที่ 11 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของแพทย์ James Parkinson และมีการใช้ดอกทิวลิปสีแดงป็นสัญลักษณ์

ลักษณะอาการที่สำคัญของโรคพาร์กินสัน คือ อาการแต่ละอาการจะค่อยๆปรากฏ เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันที เมื่อเวลาผ่านไปอาการจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแบ่งอาการออกได้เป็น

อาการเกี่ยวกับระบบประสาทสั่งการ เป็นอาการหลักที่จะต้องพบในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ได้แก่
อาการสั่นขณะช่วงการพัก (Resting tremor) มักเป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้นมา โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่นิ้วมือก่อน แล้วตามด้วยข้อมือและแขน โดยจะเป็นแค่ข้างใดข้างหนึ่ง ไม่เกิดพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง เมื่อผ่านไปหลายๆเดือน ขาและเท้าอีกข้างก็จะเริ่มมีอาการสั่นตามมา และในที่สุดก็จะเกิดอาการทั่วร่างกาย รวมทั้งบริเวณ คาง ริมฝีปาก และลิ้น ยกเว้นแต่บริเวณศีรษะและลำคอที่จะไม่เกิดอาการสั่น อาการสั่นจะเกิดขณะที่ร่างกายไม่ได้ใช้งาน เช่น ขณะนั่งพัก เมื่อเกิดอาการเครียดอาการสั่นจะแรงขึ้น (แต่ความถี่จะคงที่คือ 4-6 ครั้งต่อวินาที) เมื่อนอนหลับอาการจะหายไป นิ้วมือที่มีอาการสั่นจะมีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า Pill-rolling คือเหมือนกำลังปั้นยาลูกกลอนอยู่
การสั่นของโรคพาร์กินสันนี้จะไม่เหมือนอาการสั่นชนิดไม่มีสาเหตุที่มักพบในคนสูงอายุ (Essential tremor) ซึ่งจะมีอาการสั่นขณะที่ใช้ร่างกายทำงาน เช่น จับปาก กาเขียนหนังสือ อาการสั่นจะเป็นพร้อมๆกันทั้งซีกซ้ายและซีกขวา มีความถี่อยู่ที่ 8-10 ครั้งต่อวินาที และที่สำคัญคือหากให้แอลกอฮอล์ดื่ม อาการสั่นจะดีขึ้นชั่วคราว

เคลื่อนไหวร่างกายช้าลง (Bradykinesia) การเคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่าง ๆ จะเกิดน้อยลงและช้าลง ได้แก่ การเคลื่อนไหวที่ใบหน้าลดลง ทำให้ผู้ป่วยมีการกระพริบตาน้อยลง การแสดงสีหน้าต่างๆลดลง ผู้ป่วยจะมีหน้าตายเหมือนใส่หน้ากากอยู่ เสียงพูดเบาลง พูดไม่มีจังหวะสูงต่ำ เมื่ออาการเป็นมากขึ้นคำพูดจะไม่ชัดเจนจนอาจฟังไม่รู้เรื่อง บางคนอาจมีน้ำลายไหลออกจากมุมปาก การเคลื่อนไหวของลำตัวและขาช้าลง ทำให้ลุกจากเก้าอี้ได้ยาก ล้มตัวลงนอนได้ลำบาก เดินช้าลง ก้าวขาสั้นลง เหมือนกำลังเดินซอยเท้า และเท้าไม่ค่อยยกจากพื้น เหมือนเดินลากเท้าอยู่ แขนไม่ค่อยแกว่ง เมื่ออาการเป็นรุนแรงขึ้น หากจะเริ่มต้นก้าวเดินอาจจะทำไม่ได้ชั่วคราว เหมือนเท้าถูกตรึงเอาไว้กับพื้น โดยเฉพาะเวลาจะเดินผ่านประตู นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของมือและแขนที่ลดลง ทำให้ลายมือที่เขียนหนังสือเปลี่ยนไป ตัว หนังสือจะเล็กลง การใช้งานในชีวิตประจำวันอื่นๆก็ทำได้ลำบากขึ้น เช่นการไขกุญแจ การใช้ช้อนส้อมกินอาหาร การแต่งตัว นอกจากนี้อาการของ Bradykinesia ยังรวมถึง อาการที่ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรงด้วย
ร่างกายมีสภาพแข็งเกร็ง (Rigidity) คือหากผู้อื่นจับแขนหรือขาของผู้ป่วยแล้วขยับไปมา จะรู้สึกมีแรงต้านทานเกิดขึ้น ขยับไม่ได้ง่ายเหมือนคนปกติ
การทรงตัวขาดความสมดุล (Postural instability) ส่วนใหญ่จะพบเมื่อโรคเป็นมานานแล้ว โดยเวลาที่ผู้ป่วยยืน ช่วงลำตัวจะเอนไปด้านหน้า ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของลำตัวเอนไปด้านหน้าเช่นกัน ผู้ป่วยจึงเสี่ยงต่อการล้มได้ง่ายโดยเฉพาะเวลาเดิน
อาการทางจิตประสาท ผู้ป่วยอาจจะเกิดภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
ภาวะซึมเศร้า พบได้ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย อาจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกๆ หรือในระยะหลังๆของโรคก็ได้
อาการวิตกกังวล มีความรู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่มีความสุข
อาการทางจิต/โรคจิต เช่น จิตเภท (เห็นภาพหลอน หลงผิด)
การนอนหลับผิดปกติ โดยจะรู้สึกเฉื่อยชาและง่วงนอนในช่วงกลางวัน ในเวลากลางคืนจะนอนไม่ค่อยหลับ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอาการตัวแข็งและการเคลื่อนไหวร่าง กายที่ช้าลงที่อาจเป็นมากในช่วงกลางคืน และทำให้การขยับตัวขณะนอนหลับเป็นไปได้ลำบาก ผู้ป่วยจึงสะดุ้งตื่นเรื่อยๆ
การเรียนรู้ถดถอยลง จะพบในระยะหลังๆของการเป็นโรค ผู้ป่วยจะจดจำเรียนรู้ข้อมูลใหม่ๆได้ยากขึ้น สมาธิในการทำงานลดลง ทำงานที่มีความซับซ้อนได้ยากกว่าปกติ เช่น การจัดทำแผนงานเพื่อทำโครงการต่างๆ การบริหารงาน แต่ทักษะในการคำนวณตัวเลข และการใช้ภาษาต่างๆยังคงทำได้ดีเหมือนเดิม
อาการหลงลืม ความจำเสื่อม ส่วนใหญ่จะพบในระยะหลังๆของการเป็นโรค ซึ่งจะแตกต่างจากโรค Alzheimer’s disease ที่มีอาการพาร์กินสันร่วม ซึ่งจะมีอาการหลงลืมเป็นอาการเด่นนำมาก่อนตั้งแต่ต้น ส่วนอาการของระบบประสาทสั่งการจะไม่เด่นชัดและจะปรากฏในช่วงหลังของโรค
อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ ได้แก่ เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเมื่อเปลี่ยนท่าทาง เช่น จากนั่งเป็นยืน ทำให้เกิดอาการหน้ามืดได้ แต่จะไม่ถึงกับเป็นลมหมดสติ ท้องผูก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เหงื่อออกมาก เป็นต้น

มีปัญหา #สมองเสือม #ความจำเสื่อม #อัลไซเมอร์ #เส้นเลือดในสมองแตก #ปลายประสาทอักเสบ #อายุมาก #สมาธิสั้นvsไฮเปอร์ #ผลการเรียนไม่ดี #บำรุงสมอง
ปรึกษาศูนย์รู้ทันโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์
เรามีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ช่วยแก้ไขและป้องกัน
โทร 095 3865987 , 095 4873552 ธรรมชาติครับ
หรือ สอบถามสั่งซื้อใต้โพสต์ ได้เลย

โ ร ค ก ล้ า ม เ นื้ อ ห ด เ ก ร็ ง   #แชร์ไปได้กุศล #ปวดหัว  #ปวดคอ  #ปวดบ่า  #ปวดไหล่  #ปวดหลัง  #คอเสื่อมโดยปกติแล้วก...
09/12/2017

โ ร ค ก ล้ า ม เ นื้ อ ห ด เ ก ร็ ง
#แชร์ไปได้กุศล
#ปวดหัว #ปวดคอ #ปวดบ่า #ปวดไหล่ #ปวดหลัง #คอเสื่อม
โดยปกติแล้วกล้ามเนื้อร่างกายจะหด และคลายตัวสลับกันเป็นจังหวะ ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
ถ้าเรามีพฤติกรรมทำให้กล้าเนื้อหดเกร็งนานเกินบ่อยๆ การไหลเวียนของเลือดก็จะติดขัดมีของเสียคั่งค้างอยู่ในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการอักเสบ และกลายเป็นอาการปวดอย่างเรื้อรัง
1.หากปล่อยให้เรื้อรัง กล้ามเนื้อจะหดเกร็งจนจับตัวเป็นก้อนหรือเป็นเส้นแข็งๆ
2.เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บมาก
3.ปวดศีรษะ ปวดก้านคอร้าวขึ้นขมับ ขึ้นกระโหลกศีรษะ หนักข้างเดียวคล้ายโรคไมเกรน
4.มีอาการปวดร้าวลงสะบัก แขนชา ลงไปจนถึงมือ และปวดบั้นเอว
5.ตื่นมาเหมือนคนตกหมอนบ่อยๆ รู้สึกขัดที่ก้านคอ พาลให้ปวดหัวตอนเช้าๆ หันคอ เอี้ยวคอไม่สุด
6.ปวดก้านคอร้าวไปที่กระบอกตา เหมือนตาจะปิดตลอดเวลา บางครั้งตาพล้ามัว มองไม่ชัด ลืมตาไม่ขึ้น และบางครั้งก็มีหูอื้อ
⭐⭐ #อาการเหล่านี้สามารถแก้ไขได้⭐⭐
ค้นพบวิธีธรรมชาติ บำบัด ดูแล ที่ต้นเหตุปัญหา...ด้วย "ดิออฟฟิศ"
#งานวิจัยที่สกัดจากธรรมชาติผสานสมุนไพรทั้ง14รายการลงในเม็ดเดียว

#จบในเม็ดเดียว

**********************************************
ปรึกษาฟรี คุณ ชาติ
095-3865987

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่ม
http://line.me/ti/p/~gdi0408

ใครที่ต้องทาน***แจ้งข่าว!!!***ผลิตภัณฑ์ Di-OFFICE (ดี ออฟฟิต)ออฟฟิต office syndromeคืออะไร?1.อาการทำงานหนักนั่งในสภาวะ เ...
21/10/2017

ใครที่ต้องทาน
***แจ้งข่าว!!!***
ผลิตภัณฑ์ Di-OFFICE (ดี ออฟฟิต)ออฟฟิต office syndrome
คืออะไร?
1.อาการทำงานหนักนั่งในสภาวะ เดิมๆในท่าเดิมๆเราจำเป็นต้องลุกเดินทุกๆ 1 ชม.
2. ปวดคอ ปวดข้อเข่า ปวดไหร่ ปวดเอว ปวดข้อต่อ
3.อ้วนลงพุง
4.นอนไม่หลับ
5.เกิดจากการนั่งท่าผิดๆทำให้กล้ามเนื้อ ตรึง เกร็ง เป็นพังพรืด
6.สาเหตุ ทำให้เกิดไมเกรน ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
7.ความเครียดถามหา
นอนไม่หลับ สมองทำงานได้ไม่เต็ม 100%
8.ความเครียดทำลายเซลล์สมอง ระยะยาว
มีผลกระทบต่อฮอร์โมน
9.นั่งหน้าจอคอมนานๆทำให้มีผลกระทบต่อจอประสาทตา
โทรเลย 095-386-5987 ปรึกษาฟรี

นอกจากเราจะมีอุปทานหมู่ว่าถ้าคนใดคนหนึ่งหาว อีกคนต้องหาวตามแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสงสัย นั่นคือ ทำไมเวลาเราหาว น้...
21/10/2017

นอกจากเราจะมีอุปทานหมู่ว่าถ้าคนใดคนหนึ่งหาว อีกคนต้องหาวตามแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสงสัย นั่นคือ ทำไมเวลาเราหาว น้ำตาเราถึงไหลตาม อาการหาว กับดวงตาของเรามีความสัมพันธ์กันในจุดไหน มาหาคำตอบกันค่ะ
ทำไมเราถึงหาว?
ก่อนจะไปหาคำตอบว่าทำไมเราหาวแล้วต้องมีน้ำตาไหล เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เราหาวกันก่อน หลายคนคิดว่าเราหาวเพราะเราง่วง อันที่จริงแล้วการหาวเป็นกระบวนการทางร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ จึงบังคับให้ร่างกายของเราสั่งให้หายใจเอาออกซิเจนเข้าไปลึกๆ แล้วปล่อยคาร์บอนมอนอกไซด์ที่อยู่ในร่างกายเยอะเกินไปออกมา
สาเหตุที่ทำให้สมองมีออกซิเจนน้อยลง อาจจะมาจากอาการอ่อนเพลียจากการพักผ่อนน้อย หลังทานอาหารจนอิ่มแล้วร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ในการย่อยอาหาร และเผาผลาญพลังงาน หรือแม้กระทั่งการอยู่ที่แคบๆ ออกซิเจนน้อย ก็อาจทำให้เกิดอาการหาวได้เช่นกัน
นอกจากนี้ การหาวยังช่วยเพิ่มความเย็น ลดอุณหภูมิในสมอง ยืดเนื้อเยื่อปอด เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ กระตุ้นสารหล่อลื่นในปอด ป้องกันการทำงานของปอดล้มเหลวได้ด้วย
ทำไมหาวแล้วน้ำตาต้องไหลด้วย?
การหาวเอาอากาศเข้าไปในร่างกายเยอะๆ กะทันหัน อาจทำให้ความกดอากาศบนกล้ามเนื้อบนใบหน้าเปลี่ยนกะทันหันเช่นกัน อาจทำให้ลูกตาซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางบนใบหน้าปรับตามไม่ทัน กระบวนการของร่างกายจึงเริ่มทำงานโดยสั่งให้ต่อมน้ำตาปล่อยน้ำตาให้ไหลมาเคลือบดวงตาเอาไว้ เพื่อให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง ป้องกันกระจกตาเสียหาย
อีกทั้งการหาวยังเป็นการกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทั้งต่อมน้ำตา และต่อมเยื่อเมือกในโพรงจมูก หรือช่องปาก ดังนั้นนอกจากน้ำตาอาจจะไหลซึมๆ แล้ว ยังอาจเกิดน้ำมูกไหลได้ด้วยเมื่อกัน
หาวมากเกินไปไหม?
บางคนหาวหนัก หาวบ่อยมาก น้ำตาไหลเป็นทาง หรือรู้สึกหาวบ่อยจนเสียบุคลิกภาพ สังเกตได้จากการหาวมากกว่า 1 ครั้งใน 1 นาทีบ่อยๆ อาจจะลองพักผ่อนให้มากขึ้น ออกกำลังกายให้ร่างกายสดชื่นแจ่มใส อยู่ในพื้นที่ๆ อากาศถ่ายเทสะดวก ถ้าอาการหาวบ่อยยังไม่ลดลง ควรปรึกาแพทยืเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายได้
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :หมอชาวบ้าน
#นอนไม่หลับ #ตื่นแล้วปวดหลัง

เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนนั้นทำงานประจำกันซะส่วนใหญ่นะครับ เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องตื่นแต่เช้าเข้าทำงานในเวลาที่ทางบริษัทนั...
12/10/2017

เชื่อว่าผู้อ่านหลายคนนั้นทำงานประจำกันซะส่วนใหญ่นะครับ เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องตื่นแต่เช้าเข้าทำงานในเวลาที่ทางบริษัทนั้นได้กำหนดไว้ ไม่ว่าคุณจะทำงานในตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ การอยู่ร่วมกันนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำงานออฟฟิศ เพราะแต่ละทีมนั้นต้องอาศัยเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เมื่อพูดถึงการทำงานในออฟฟิศนั้น หลายคนคงนึกถึงโต๊ะทำงานที่นั่งติด ๆ กัน ตามแผนกและส่วนงานต่าง ๆ หรืออาจจะนั่งรวมกันเป็นทีม เมื่อเป็นเช่นนี้ มนุษย์ออฟฟิศ หลายคนก็มาจากหลายที่หลายนิสัยย่อมแตกต่างกันออกไป ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับแต่ละคนให้ได้ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในการทำงานออฟฟิศ

การทำงานในออฟฟิศก็เปรียบเสมือนการทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำงานสิ้นเดือนเงินออก ซึ่งในการทำงานนั้นก็มีทั้งผลดีและผลเสียแตกต่างกันออกไป การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน บางคนมีเงินเดือนสูงหน่อยก็สบายแต่สำหรับบางคนที่อาจจะมีฐานเงินเดือนที่ยังไม่มากนักนั้น ต้องรู้จักใช้เงินให้เป็นไม่งั้นละก็ อาจทำให้ในเดือนนั้นคุณมีเงินไม่พอค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน

มีปัญหา Office Syndrome ปรึกษาเรา
คืออาการป่วยที่เกิดจากการนั่งทำงานในออฟฟิต
• ช่วยบรรเทาหรือป้องกันอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ที่เกิดจากการนั่งนานเกินไป
• ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ปลดปล่อยความเครียด
• ลดความเมื่อยล้าของร่างกาย ให้ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย
• ช่วยบำรุงสายตา ลดความเมื่อยล้าของสายตา ปกป้องสายตาจากการจ้องคอมนานเกินไป
• ช่วยกระตุ้นความตื่นตัวทั้งร่างกายและสมอง ให้พร้อมทำงาน

โทร 095 3865987
แอดไลน์ nature0408

#สุขภาพ #อาหารเพิ่มพลังงาน #พลังบวก #ลดความเหนื่อยล้า

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66953865987

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Droprich โปรเจคสร้างรายได้ สำหรับทุกคนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Droprich โปรเจคสร้างรายได้ สำหรับทุกคน:

ทางลัด

แชร์

ประเภท