28/09/2026
🌎 สรุปภาวะลงทุนรอบโลกและคำแนะนำ Treasurist Fund Port Pro สัปดาห์ที่ 28 ก.ย. - 2 ต.ค. 2569
1. ปัจจัยแวดล้อม
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเดินหน้าต่อ แม้ Bond Yield ระยะยาวจะเร่งขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ ดัชนี NASDAQ ทำ New All-time High ทั้งแบบปิดตลาดและระหว่างวันในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่ตลาดจะปิดวันศุกร์เป็นบวกอีกครั้ง ภาพรวมยังสะท้อนว่า Bond Yield ที่สูงไม่ได้หมายความว่าหุ้นต้องปรับลงเสมอ หากแนวโน้มกำไรและภาวะตลาดยังเอื้อ
- Bond Yield ระยะยาวของสหรัฐฯ ปรับขึ้นแรงระหว่างสัปดาห์ ก่อนที่ Yield อายุ 10 ปีจะย่อลงเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ตัว 30 ปียังทรงตัวในระดับสูง ยังเป็นตัวแปรที่ต้องติดตาม แต่สิ่งสำคัญกว่าระดับตัวเลขคือทิศทางของ Yield ว่าจะเร่งขึ้นต่อหรือเริ่มทรงตัว ซึ่งในช่วงปลายสัปดาห์แรงกดดันไม่ได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- ด้านดัชนีหุ้นเทคโนโลยี ทำ New All-Time High ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ S&P 500 ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเดิม (อีก 0.7% จะแตะ high เดิม) และตลาดสหรัฐฯ โดยรวมปิดวันศุกร์เป็นบวก
- ราคาน้ำมันยังผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ย่อลงในช่วงปลายสัปดาห์ ช่วยผ่อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและ Bond Yield ลงบางส่วน ภาพรวมจึงยังเป็นตลาดที่ควรพิจารณาเป็นรายสินทรัพย์และรายตลาด มากกว่าปรับเพิ่มหรือลดความเสี่ยงทั้งพอร์ตไปในทิศทางเดียวกัน
- ด้านค่าเงิน USD/THB อยู่บริเวณ 33.2 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแข็งขึ้นเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ แต่แนวโน้มระยะกลางยังเป็นฝั่งอ่อนค่าชัดเจน เทรเชอริสคงคำแนะนำไม่ปิดความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged) ไว้ต่อไป
2. Treasurist Fund Port PRO: กระจายลงทุนทั่วโลกในสินทรัพย์หลากประเภท >>
ภาพรวม: เพิ่มน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยี และตลาดเกิดใหม่นอกจีน (Emerging Markets ex China) ขึ้นเป็น 100% พร้อมพักการลงทุนหุ้นจีนและหุ้นเวียดนามส่วนที่เหลือ
3. Treasurist Fund Port Glo: กระจายลงทุนหุ้นกลุ่มประเทศและรายประเทศทั่วโลก >>
ภาพรวม: พักการลงทุนหุ้นจีนและเวียดนาม จากเดิมที่ลงทุนอยู่ 50%
3. Treasurist Fund Port Tec: กระจายลงทุนหุ้นธุรกิจเทคโนโลยีหลักของโลก >>
คงคำแนะนำเดิมต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
4. Treasurist Fund Port Com: กระจายลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง >>
คงคำแนะนำเดิมต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน
เทรเชอริสต์ติดตามภาวะการเงินการลงทุนโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยแก้เกมอย่างทันการณ์หากสถานการณ์เปลี่ยนไป เพื่อให้ผู้ลงทุนเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในตลาดขาขึ้น และลดโอกาสเสียหายหนักในตลาดขาลง โดยอำนาจการตัดสินใจยังอยู่ในมือผู้ลงทุน
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และปัจจัยความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ คำแนะนำฉบับอัปเดตของ Treasurist Fund Port PRO GLO COM และ TEC เผยแพร่ทุกวันทำการแรกของสัปดาห์ ส่วน Treasurist Fund Port SAV ซึ่งใช้ทดแทนเงินฝาก และ TAX ซึ่งพิจารณาตามแนวโน้มระยะยาว เผยแพร่สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง
ผู้ลงทุนที่ได้รับคำแนะนำและประสงค์ดำเนินการด้วยตนเอง สามารถดำเนินการได้ทันที ผู้ลงทุนที่ประสงค์ใช้บริการ Treasurist PROMPT ORDER ช่วยดำเนินการ เทรเชอริสต์จะนำส่งรายการให้ภายใน 2 วันทำการหลังจากได้รับแจ้งความประสงค์
----------
👉 สนใจลงทุนตามคำแนะนำ Treasurist Fund Port Pro / Treasurist Fund Port Tax /Treasurist Fund Port Com / Treasurist Fund Port Sav / Treasurist Fund Port Glo / Treasurist Fund Port Tec / Treasurist Fund Port Yld สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ที่ Line : เพื่อรับแผนลงทุนและรายชื่อกองทุนอย่างครบถ้วน
-----------
🧐 วิธีดูข้อมูลนี้ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
>> https://www.treasurist.com/news/184
1. ดู "สรุป" และ "รายการ" เพื่อให้ได้ข้อมูลทันทีว่ารายการไหนมีแนวโน้มระยะกลางอยู่ในขาขึ้น ซึ่งอยู่ในช่วงที่ลงทุนได้ และดู “ลำดับวัฏจักรของแนวโน้ม” เพื่อเข้าใจการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจากระยะสั้นที่จะส่งผ่านมาถึงระยะกลาง และทำความเข้าใจรายละเอียดคำแนะนำในสถานะแนวโน้มต่าง ๆ .. โดยสีของกล่องแต่ละรายการจะอิงตามประเภทสินทรัพย์ หุ้น = สีเขียว สินค้าโภคภัณฑ์ = สีทอง และกองรีท (สินทรัพย์ทางเลือก) = สีเทา
2. ดู “ตัวอย่างกองทุนน่าสนใจ” ได้ที่ LINE: https://page.line.me/treasurist เพื่อนำไปศึกษาหนังสือชี้ชวน/Fund Fact Sheet ให้เพียงพอก่อนตัดสินใจลงทุนจริงต่อไป โดยทั้งหมดเป็นกองทุนที่ซื้อได้จริงกับ บลน. เทรเชอริสต์ https://treasurist.com หรือจะเลือกลงทุนกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันก็ได้ตามชอบ
3. ดู “วันที่เริ่มแนะนำแนวโน้มระยะกลาง" เพื่อให้เห็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม โดยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อแนวโน้มระยะกลางเพิ่งเปลี่ยนทิศทาง (Reversal) จากเขียวเป็นแดง-จากแดงเป็นเขียว เพราะแปลว่า ผู้ลงทุนควรรีบพิจารณา ซื้อ/ขาย ตั้งแต่ต้นแนวโน้ม #ลงทุนให้ได้กำไร
4. แต่ละรายการควรลงทุนมากน้อยเท่าไรเมื่อเทียบกับเงินที่มี
4.1) ภาพรวมให้อิงตามการแบ่งสัดส่วนลงทุนตามประเภทสินทรัพย์ (Asset Allocation) และหากตารางนี้ยังไม่แนะนำกองทุนประเภทใด สามารถลงทุนในประเภทกองทุนที่ระดับความเสี่ยงต่ำกว่าไปพลางก่อน เช่น หากยังไม่แนะนำกองทุนหุ้นใด ๆ เลย สามารถใช้โควต้าสัดส่วนกองทุนหุ้น ไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้นได้ นับเป็นการลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนในภาวะที่หุ้นยังไม่สดใส
4.2) กรณีสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแนะนำให้ลงทุนได้หลายรายการพร้อมกัน สามารถแบ่งสัดส่วนคร่าว ๆ ได้ตามขนาดตลาด (Market Capitalization) ของรายการนั้น ๆ เช่น เนื่องจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าตลาดหุ้นเวียดนาม หลายเท่าตัว ก็อาจจะแบ่งสัดส่วนกองทุนหุ้นญี่ปุ่นให้สูงกว่ากองทุนหุ้นเวียดนาม
4.3) หากแนวโน้มระยะกลางเป็นกรอบสีส้ม ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มมีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องรอการยืนยัน
>> กรณีมีสัญญาณ Temp Up (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว) หากเน้นความเร็ว สามารถเริ่มเข้าซื้อได้ในสัดส่วน 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังรอดูไปก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีเขียวจึงเริ่มเข้าซื้อ
>> กรณีมีสัญญาณ Temp Down (มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนจากเขียวเป็นแดง) หากเน้นความเร็ว สามารถขายลดปริมาณลงมาเหลือ 50% ของตัวมันเอง (อ่านประกอบกับข้อ 4.2) แต่หากเน้นความแน่นอน ก็ยังถือเต็ม 100% ไว้ตามเดิมก่อน จนกว่าจะกลายเป็นสีแดงจึงขายทั้งหมด
5. ชวนสังเกตความสัมพันธ์แบบแปรตามและแปรผกผันกันระหว่างสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ช่วงที่ US Bond Yield ขยับขึ้น หุ้นมักปรับตัวลง และชวนสังเกตประเภทสินทรัพย์ (ดูตามสีกรอบ) ที่เป็นขาขึ้นลงในช่วงเวลาเดียวกัน #ลงทุนให้ได้ความรู้
----------------
ข้อมูลโดย: ศกุนพัฒน์ จิรวุฒิตานันท์, CISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ (IA) ผู้วางแผนการลงทุน (IP) และผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1 (IC) https://linkedin.com/in/sakunphatj
ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง: กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์เทรเชอริสต์ https://treasurist.com และ Thailand Investment Forum
-----------
📑หลักการพื้นฐานที่ใช้ทำข้อมูล
• รูปแบบตัวเลขเชิงสังคมเศรษฐกิจ (Socioeconomics) ที่เป็น time series เช่น จำนวนประชากรของประเทศหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายปี ยอดขายของอุตสาหกรรมหนึ่ง ๆ ย้อนหลังหลายไตรมาส มักไม่เปลี่ยนแปลงแบบสุ่ม แต่เป็นแนวโน้ม (ขึ้นแล้วมักขึ้นต่อ ลงแล้วมักลงต่อ) .. รูปแบบ time series ของราคาหลักทรัพย์ต่าง ๆ ย้อนหลังหลายวัน-สัปดาห์-เดือน ที่เป็นผลมาจากเหตุปัจจัยเชิง Socioeconomics จึงมีแนวโน้มเช่นกัน .. จึงสามารถใช้การคำนวณทางคณิตศาสตร์มาช่วยประเมินความต่อเนื่องของแนวโน้มได้ กล่าวคือ ที่ขึ้นมา ตอนนี้ยังขึ้นอยู่ไหม ที่ลงมา ตอนนี้ยังลงอยู่ไหม และที่สำคัญคือ ตอนไหนที่กำลังเกิด reversal คือการเปลี่ยนจากลงเป็นขึ้น-ขึ้นเป็นลง
แนวโน้มระยะกลาง >> ดูภาพระยะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณช้ากว่าแนวโน้มระยะสั้น แต่ก็มักจะแม่นยำกว่า (ขึ้นแล้วขึ้นต่อ ลงแล้วลงต่อ) โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน 2-Week/Weekly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์ .. ซึ่งแนวโน้มระยะกลาง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปมาถี่เสมอไป อาจกินเวลาหลายเดือนหรือเป็นปีได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับบริบทแต่ละช่วงเวลา
แนวโน้มระยะสั้น >> ภาพระยะหลายวันถึงหลายสัปดาห์ เป็นกรอบเวลาที่ให้สัญญาณเร็วกว่าแนวโน้มระยะกลาง แต่อาจเปลี่ยนไปมาได้บ่อย โดยเป็นการใช้เครื่องมือ MACD ใน Weekly/2-Day/Daily Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
• สำหรับ TFTC กองภาษี เลือกใช้แนวโน้มระยะยาว >> ใช้เครื่องมือ MACD ใน Monthly Timeframe มาช่วยวิเคราะห์
• ข้อมูลนี้ช่วยแสดงแนวโน้มปัจจุบันไปจนถึงอนาคตสั้น ๆ ได้ตาม "แรงเฉื่อย" ของแนวโน้ม แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าอีก 2 เดือน 6 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เมื่อสถานการณ์ตรงหน้าเปลี่ยนไป ก็ต้องรีบปรับตัว
• การตัดสินใจลงทุน/ชะลอลงทุนตามแนวโน้มของ Treasurist Fund Traffic Control หากวิเคราะห์แบบย้อนหลัง (hindsight analysis) จะไม่สามารถชนะแบบซื้อแล้วถือยาว (buy-and-hold) ได้ .. แต่ในโลกความเป็นจริง การลงทุนคือ "การมองไปข้างหน้า" และ "ปรับตัวตามสถานการณ์" .. ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หากในอนาคตเกิดสงครามโลกหรือโรคระบาดครั้งใหญ่ แนวโน้มการลงทุนโดยรวมย่อมเป็นขาลงอย่างรุนแรง โดยยังไม่เห็นอนาคต (เช่น ณ ต้นปี 2563 โลกยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 และยังไม่มีใครรู้ว่าวิกฤติครั้งนั้นจะบรรเบาลงเมื่อใด แต่พอมองย้อนหลัง ทุกอย่างก็ชัดเจนหมด เพราะเกิดแล้วจบแล้ว) ซึ่งการใช้คำแนะนำจาก Treasurist Fund Traffic Control ควรจะช่วยให้ผู้ลงทุนเลี่ยงผลขาดทุนที่รุนแรงได้อย่างทันท่วงที และช่วยให้ทราบจังหวะกลับเข้าลงทุนในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
• กองทุนน่าสนใจ จะอิงตามดัชนีหุ้นหลักของรายการนั้น ๆ เช่น รายการหุ้นญี่ปุ่น ก็จะพิจารณาดัชนี NIKKEI 225 ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นญี่ปุ่นที่น่าสนใจมานำเสนอ หุ้นเทคก็จะพิจารณาดัชนี NASDAQ ว่ามีสถานะแนวโน้มอย่างไร แล้วจึงเลือกกองทุนหุ้นเทคที่น่าสนใจมานำเสนอ อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มระยะกลางยังไม่เอื้อต่อการลงทุน ก็ยังไม่แนะนำกองทุนน่าสนใจ
(เนื้อหานี้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537)
---------
👍สนใจซื้อขาย รับคำปรึกษาเรื่องการลงทุนกองทุนรวม ทำได้ง่าย ๆ ที่ http://www.treasurist.com หรือติดต่อเราได้ที่ LINE: https://page.line.me/treasurist
📣นำทีมโดยผู้บริหารประสบการณ์นักลงทุนสถาบัน ภายใต้กำกับ ก.ล.ต.
📣แนะนำจังหวะซื้อขายทันการณ์ อิงปัจจัยมหภาค ครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลก
📣สื่อสารชัด ติดตามใกล้ชิด ช่วยคุณดูแลเงินลงทุนง่ายกว่าที่เคย
👍ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://www.treasurist.com/whyus
🏆เทรเชอริสต์ ขอขอบคุณสำนักงาน ก.ล.ต. กับรางวัล "ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม" พร้อมตราสัญลักษณ์พิเศษ "Investment Knowledge Provider" และ รางวัล " การสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน " ภายใต้โครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2” และภูมิใจที่ได้สร้างคุณค่าในการให้ความรู้การเงินการลงทุนแก่สังคม
#กองทุนรวม #การลงทุน #เทรเชอริสต์ #เก่งเทรเชอริสต์