04/09/2026
“ผมว่า Systemic Risk ที่มันทำให้ตลาดหุ้นทั้งโลกแทบล่มสลาย มันกำลังก่อตัวรอบใหม่ ใส่สูทผูกไทด์ ในรูปกองทุนดัชนียอดฮิตที่ เขาบอกกันว่าปลอดภัย ซื้อออมได้ไม่เสี่ยง …จริงดิ?“
สิบกว่าปีก่อน โลกการเงินเคยวางระบบเศรษฐกิจไว้บนกองสินทรัพย์ขยะอย่าง Subprime CDO แล้วหลอกตัวเองว่า "เราได้กระจายความเสี่ยงไปเรียบร้อยแล้ว" จนกระทั่งวิกฤต Systemic Risk (ความเสี่ยงเชิงระบบ) พังทลายลงมาทับหัวจนคางเหลือง
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน... โลกไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย เพียงแค่เปลี่ยนฉากทัศน์จากบ้านน็อคดาวน์และตราสารหนี้ขยะ มาเป็น "ศูนย์ข้อมูล AI และการเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีครั้งใหม่"
รอบนี้ ภาพความเสี่ยงเชิงระบบซ่อนตัวอยู่อย่างแยบยลในคราบของความล้ำสมัย เม็ดเงินออมมหาศาลจากคนทั้งโลกไหลผ่าน Passive ETF ที่ซื้อหุ้น Big Tech ทุกวันแบบหลับตาซื้อ
เพียงเพราะบริษัทเหล่านี้แปะป้ายคำว่า AI, Data Center หรือ Semi-conductor ในขณะเดียวกัน กองทุนยักษ์ใหญ่และธนาคารก็ระดมทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ไปสร้างโรงไฟฟ้า ชิปประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานไอที ด้วยความเชื่อสุดขั้วว่า “ AI คือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีวันเจ๊ง”
ความตลกที่ร้ายกาจที่สุดคือ ทุกคนต่างคิดว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตอันโชติช่วง แต่โครงสร้างที่ครอบระบบการเงินโลกไว้ในตอนนี้ กลับเปราะบางยิ่งกว่าปี 2008
โครงสร้างที่ 1: Valuation บนความคาดหวังแบบไร้ก้นบึ้ง — หุ้นเทคโนโลยีถูกตั้งราคาล่วงหน้าไปอีกสิบปี บนสมมติฐานที่ว่าทุกบริษัทในโลกจะยอมจ่ายเงินให้ AI แบบไม่มีวันหยุด
โครงสร้างที่ 2: Mechanical Machine — เครื่องจักร ETF ที่สูบลมใส่หุ้น Big Tech ไม่กี่ตัวจน Market Cap โตเกินจริง พอกลายเป็น Systemic Risk เม็ดเงินสัดส่วนหลักของโลกจึงไปผูกอยู่กับลมหายใจของบริษัทไม่กี่แห่ง
นักลงทุนยุคนี้หัวเราะเยาะคนยุค 2008 ว่าโง่เขลาที่ไปเชื่อตราสารขยะ แต่กลับยิ้มระรื่นพร้อมตบมือเกรียวกราวเมื่อเห็นบริษัท Big Tech กู้เงินมหาศาลมาทุ่มสร้าง Infrastructure เพียงเพื่อหวังผลตอบแทนที่ยังไม่มีใครตอบได้ชัดๆ ว่าจะคืนทุนเมื่อไหร่และอย่างไร
เรากำลังยืนอยู่บน Systemic Risk ลูกเดิม ในชื่อใหม่... ยามที่เงินไหลเข้า ทุกคนเรียกมันว่า "การปฏิวัติทางเทคโนโลยี" แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รายได้จาก AI ไม่มาตามนัด โมเมนตัมเปลี่ยนทิศ และเครื่องจักร ETF ถูกบังคับให้ทุบขายพร้อมกันฉับพลัน เมื่อนั้น Systemic Risk จะทวงถามบัญชีแค้นจากทุกคนแบบไม่เลือกหน้า
ปี 2008 สอนเราว่า สินทรัพย์ที่ทุกคนเชื่อว่าไม่มีวันเจ๊ง คือสินทรัพย์ที่จะฆ่าเราได้เจ็บที่สุด
.. และถ้าคุณยังคิดว่าการเดินตามฝูงชนไปซื้อของแพงกลางกระแส AI คือความปลอดภัย นั่นแปลว่าคุณไม่ได้กำลังลงทุนเพื่ออนาคต แต่คุณกำลังจ่ายเงินซื้อตั๋ว VIP เพื่อไปยืนหน้าสุดในวันที่ระบบกำลังจะล้มลงมาทับตัวเองต่างหาก