พนักงานเคลมอุบัติเหตุ

พนักงานเคลมอุบัติเหตุ

ประกันภัย พ.ร.บ. จำเป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องต่อทุกปี❓🟢 ประกันภัย พ.ร.บ. แท้จริงแล้วให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง ทำไมเจ้าของร...
19/10/2024

ประกันภัย พ.ร.บ. จำเป็นอย่างไร ทำไมจึงต้องต่อทุกปี❓
🟢 ประกันภัย พ.ร.บ. แท้จริงแล้วให้ความคุ้มครองอย่างไรบ้าง ทำไมเจ้าของรถจึงจำเป็นต้องต่อทุกปี หากรถไม่มี ประกันภัย พ.ร.บ. จะมีความผิดอย่างไร❓
🟡 ประกันภัย พ.ร.บ. คือ ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถ ทั้งกรณีได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือคนเดินถนนทั่วไป
🟠 โดยผู้ประสบภัยดังกล่าว หมายถึง ผู้ที่ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย เนื่องจากการใช้รถหรืออยู่ในทาง รวมถึงกรณีได้รับอันตรายจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น อีกทั้งยังรวมถึงทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตอีกด้วย โดยหากประสบอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน ก็จะได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.
🔵 ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดให้รถทุกคัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, จักรยานยนต์, รถโดยสารประจำทาง, รถโดยสารไม่ประจำทาง, รถบรรทุก ฯลฯ ทั้งที่เป็นรถเก่าและรถใหม่ เจ้าของรถจะต้องจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. เพื่อให้สามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากเป็นรถที่อยู่ในระหว่างการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อก็จำเป็นต้องทำประกันภัย พ.ร.บ. ด้วยเช่นกัน หากฝ่าฝืนไม่จัดทำประกันภัย พ.ร.บ. จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เจ้าของรถผู้นั้นจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
🟢 ความคุ้มครองของประกันภัย พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บสูงสุด 80,000 บาท และเพิ่มเป็นสูงสุด 500,000 บาท กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย, อนามัย หรือเสียชีวิต ขณะที่ค่าเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง อยู่ที่ 645.21 บาทต่อปี (เฉลี่ยเป็นรายวันตกวันละ 1.7 บาท) และจักรยานยนต์ทั่วไปที่มีขนาดเครื่องยนต์ 75 - 125 ซีซี อยู่ที่ 323.14 บาทต่อปี (เฉลี่ยเป็นรายวันตกวันละ 0.8 บาท)
🟡 การจัดทำประกันภัย พ.ร.บ. จึงถือเป็นความคุ้มครองขั้นพื้นฐานตามกฎหมายกำหนดที่จะช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ โดยผู้ที่สนใจข้อมูลรายละเอียดประกันภัย พ.ร.บ. สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. โทร 1186

#เซอร์เวย์แมน #ตรวจสอบอุบัติเหตุ
#พนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ
ขอบคุณ

02/08/2024

ครบจบใน 15 ขั้นตอน!
วิธีสมัคร #ดิจิทัลวอลเล็ต และ #ยืนยันตัวตน
ผ่านแอปพลิเคชัน " #ทางรัฐ"
゚ ゚viral #แท็กแฟน #แฟนเพจ #เปิดการมองเห็น #เปิดค่าการมองเห็น

28/07/2024

#ทางม้าลาย มีไว้ทำไม
นี้ดีนะ #รถมีประกัน
゚ ゚viral #แท็กแฟน #แฟนเพจ #เปิดการมองเห็น #เปิดค่าการมองเห็น

แนะนำ 3 ขั้นตอนเคลมประกันชั้น 1 แบบไม่มีคู่กรณี 🚗🚕🚙🚘 สำหรับผู้ขับขี่รถมือใหม่ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีขึ้นได้...
28/06/2024

แนะนำ 3 ขั้นตอนเคลมประกันชั้น 1 แบบไม่มีคู่กรณี 🚗🚕🚙
🚘 สำหรับผู้ขับขี่รถมือใหม่ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีขึ้นได้บ่อยครั้ง หลายคนก็มักมีประกันชั้น 1 ที่มีการคุ้มครองในกรณีเคลมแบบไม่มีคู่กรณีด้วยเช่นกัน แล้วถ้าหากเกิดเหตุขึ้นเราควรจะต้องทำอย่างไร
🔺อุบัติเหตุแบบไหนที่สามารถเคลมแบบไม่มีคู่กรณีได้❓❓❓
สามารถเคลมได้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจากทั้งการขับขี่ของเจ้าของรถเอง การถูกชน และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก แบ่งออกได้ 3 แบบ
1. ขับรถชนสิ่งของ สิ่งกีดขวาง 🚙
🔹เกิดจากการขับรถโดยประมาท หรือเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจของเจ้าของรถเอง เช่น ชนกระถางต้นไม้, ชนเสาไฟฟ้า, ครูดฟุตบาท, ชนรั้วบ้าน กำแพงบ้าน, ชนกรวยจราจร หรืออาคารบ้านเรือนต่างๆ
2. ถูกชนแล้วไม่มีคู่กรณี 🚙
🔹อาจเกิดขึ้นเมื่อเราจอดรถไว้ และอาจมีรถคันอื่นขับมาครูดกระจกข้าง, ชนท้าย หรือจะเป็นเหตุการณ์ที่คู่กรณีชนแล้วหนีประกันชั้น 1 ก็สามารถเคลมได้
ในกรณีนี้ หากมีหลักฐานของผู้ที่ชนแล้วหนี ไม่ต้องจ่ายค่า Excess แต่ถ้าหากไม่มีหลักฐานก็ต้องจ่ายค่า Excess ไปตามระเบียบ
3. เกิดจากปัจจัยภายนอก🚙
🔹เช่น เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นรวดเร็ว เกิดขึ้นในทันที จนคุณอาจไม่สามารถตั้งตัวรับทัน และทำการเคลื่อนย้ายรถออกจากบริเวณนั้นได้ทัน เช่น น้ำท่วมฉับพลัน, น้ำป่าไหลหลาก, แผ่นดินไหว, ลูกเห็บตกใส่ หรือต้นไม้โคนทับ ประกันชั้น 1 สามารถเคลมได้สบายใจหายห่วง
🔺เมื่อเกิดเหตุควรต้องปฏิบัติอย่างไร❓❓❓
1. ทำการแจ้งบริษัทประกันให้เร็วที่สุด🚘
🔹แจ้งเรื่อง และเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดให้ทางบริษัทประกัน เพื่อจัดการทำเรื่องเคลมให้รวดเร็วที่สุด หากรถมีการเสียหายไม่ว่าน้อย หรือมากก็ควรทำการแจ้งเคลมภายในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ จะเรียกว่า “เคลมสด”
ซึ่งสำหรับผู้ใช้งานรถยนต์หลายคน เมื่อเกิดเหตุแล้ว แต่อาจจะไม่ได้เป็นความเสียหายที่ใหญ่มาก ก็มักที่จะเลือกเคลมในภายหลัง ซึ่งเรียกว่า “เคลมแห้ง” สามารถทำได้เช่นกัน แต่ก็ควรทำการแจ้ง และทำการเข้าซ่อมที่อู่ในระหว่างที่ยังอยู่ในช่วงคุ้มครองของกรมธรรม์ด้วย
สำหรับบริษัทประกัน และโบรกเกอร์ประกันหลากหลายแห่ง อาจมีสิทธิพิเศษที่ให้บริการช่วยเหลือในด้านค่าเดินทาง หรือมีบริการรถให้ใช้ชั่วคราว หากมีบริการเสริมก็อย่าลืมสอบถามทางบริษัทประกันภัยด้วยเพื่อจะได้แจ้งเพื่อใช้สิทธิ์
2. ขอใบเคลมเพื่อทำการส่งซ่อม🚙
🔹เมื่อทำการแจ้งเคลมแล้ว ก็อย่าลืมขอเลขเคลม หรือใบเคลมเพื่อที่จะได้ทำเรื่องซ่อมในขั้นตอนถัดไป ผู้ใช้งานหลายคนอาจไม่สะดวกส่งซ่อมในช่วงเวลานั้นในทันทีก็สามารถเลื่อนวันส่งซ่อมรถออกไปได้ แต่ก็ไม่ควรช้าเกิน เนื่องจากใบเคลมโดยทั่วไปมักมีอายุประมาณ 1 ปีตามสัญญาของกรมธรรม์ นอกจากนี้ ก็ขอแนะนำให้คุณทำการสอบถามชื่อ และช่องทางการติดต่อของพนักงานที่ทำเรื่องเคลมให้คุณด้วย เพื่อใช้ติดต่อสอบถามในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบ ตกหล่น หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
3. นำรถส่งซ่อมที่อู่🚙
🔹ติดต่ออู่ซ่อมเพื่อเอารถเข้าซ่อมได้เลยหลังจากได้รับใบเคลม สำหรับการซ่อมอู่ โดยทั่วไปสามารถนำรถเข้าไปที่อู่เพื่อทำการส่งซ่อมได้ในทันที แต่สำหรับรถยนต์ที่ทำประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง หรือต้องการส่งอู่ซ่อมใหญ่ที่มีคิวค่อนข้างหนาแน่นอยู่ตลอด ขอแนะนำให้โทรไปสอบถามทางศูนย์ซ่อม หรืออู่ซ่อมก่อนเพื่อทำการเช็กคิว หากมีคิวให้ทำการนัดคิว แล้วจึงค่อยนำรถเข้าไปซ่อมในวันนัดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
หลังจากนั้นทางศูนย์จะทำการประเมิน และแจ้งวันนัดรับรถยนต์ของคุณ เพียงเท่านี้ก็สามารถได้รถกลับมาขับได้แล้ว🚗

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พนักงานเคลมอุบัติเหตุผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์