Insure “Talk” Insurtech

Insure “Talk” Insurtech ความรู้ด้านการวางแผนประกันภัย การวางแผนการเงิน และเทคโนโลยีด้านการประกันภัย

11/12/2025

จากที่เคยมองว่ากฎหมายยุ่งยาก เต็มไปด้วยความเสี่ยง และคาดเดาค่าใช้จ่ายไม่ได้ วันนี้ผู้ประกอบการเริ่มใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือวางแผนธุรกิจตั้งแต่ต้นทาง มากกว่าเป็นงานดับไฟปลายทาง

บทนี้พาไปรู้จักโมเดลของ รับขวัญ ชลดํารงค์กุล ผู้ก่อตั้ง LawXTech ที่ทำงานแบบ One Person Business จากบ้านในต่างจังหวัด แต่ให้บริการวางแผนกฎหมายครบวงจรแก่ลูกค้าทั้งประเทศ ผ่านภาษาที่เข้าใจง่าย เทคโนโลยี และระบบสมาชิกสำหรับ SME โดยเฉพาะ

บทบาทของ ‘นักวางแผนกฎหมาย’ ที่เธอออกแบบชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ทำ Visual Note ให้กฎหมายอ่านง่าย เครื่องมือเช็กความเสี่ยงที่ใช้ได้ฟรี แพ็กเกจเหมาจ่ายที่คุมต้นทุนได้ ไปจนถึงการใช้ AI และ Legal Tech จัดการงานหลังบ้านเพื่อให้บริการเร็วขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้น

ปัจจุบันผู้ประกอบการต้องการความชัดเจนทั้งเรื่องโครงสร้างบริษัท การจดทะเบียน ใบอนุญาต ทรัพย์สินทางปัญญา สัญญา การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแรงงาน โมเดลแบบ ‘Legal Buddy’ จึงกลายเป็นทิศทางที่น่าจับตาในยุคที่ความเสี่ยงสูงและต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น

และคำถามสำคัญ คือเมื่อความรู้ทางกฎหมายเข้าถึงง่ายขึ้น ธุรกิจไทยจะมีภูมิคุ้มกันดีขึ้นแค่ไหน และโมเดล One Person Business ผสาน AI จะกลายเป็นอนาคตของงานกฎหมายไทยหรือไม่

อ่านบทความเต็มได้ที่ https://readthecloud.co/lawxtech/

#ธุรกิจSME #วางแผนกฎหมาย

10/12/2025
30/11/2025

เผื่อเป็นประโยชน์ให้คนที่ต้องการครับ

24/11/2025

ย้อนกลับไปเมื่อสามสี่ปีก่อน โลกการเงินและการลงทุนเคยเกิดปรากฏการณ์ที่บ้าคลั่งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

มันเป็นช่วงเวลาที่รูปภาพไฟล์ดิจิทัลธรรมดา ซึ่งเราสามารถคลิกขวาแล้วกดบันทึกได้ กลับมีมูลค่าซื้อขายกันสูงกว่าบ้านหรูหรือรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์

ปรากฏการณ์นั้นมีชื่อเรียกว่า NFT หรือ Non-Fungible Token สิ่งนี้เคยเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหมุนเวียนหลายพันล้านดอลลาร์ ผู้คนต่างตื่นเต้นและเชื่อว่านี่คือนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนโลกศิลปะและการถือครองทรัพย์สินไปตลอดกาล

แต่เรื่องตลกร้ายก็คือ ในขณะที่เงินจำนวนมหาศาลถูกโอนถ่ายไปมาเพื่อแลกกับความเป็นเจ้าของไฟล์รูปภาพ

ตัว NFT เองกลับไม่ได้อยู่บน Blockchain อย่างที่หลายคนเข้าใจเสียด้วยซ้ำ มันเป็นเพียงลิงก์ที่ชี้ไปยังไฟล์ JPEG เท่านั้น

เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงปี 2024 ภาพฝันเหล่านั้นกลับพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง…

รายงานล่าสุดระบุตัวเลขที่น่าตกใจว่า 95% ของ NFT ทั้งหมดที่เคยถูกสร้างขึ้น ปัจจุบันมีมูลค่าเท่ากับศูนย์ กลายเป็นเพียงขยะดิจิทัลที่ไม่มีใครต้องการ

ฟองสบู่แห่งการเก็งกำไรได้แตกโพละ ทิ้งความเสียหายมหาศาลไว้ให้กับผู้ที่เข้ามาทีหลัง คนที่ทำกำไรได้จริงๆ กลับเป็นคนที่ชิงขายออกไปก่อน และบรรดาแพลตฟอร์มตัวกลางที่กินค่าธรรมเนียมอย่างอิ่มหนำสำราญกันไปถ้วนหน้า

เรื่องราวการล่มสลายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปุบปับ แต่มันมีสัญญาณเตือนภัยที่เราอาจมองข้ามไป วันนี้เราจะมาย้อนรอยดูสาเหตุที่แท้จริงว่าทำไมเทคโนโลยีที่เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด ถึงกลายสภาพเป็นสินทรัพย์ที่ไร้ค่าได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี

ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น NFT ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2014 แต่ในช่วงแรกนั้นมันยังเป็นเพียงของเล่นของกลุ่มคนเฉพาะทางในโลกคริปโทเคอร์เรนซี ยังไม่มีใครให้ความสนใจมันอย่างจริงจัง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2021

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั่วโลกต้องหันมามอง คือการประมูลงานศิลปะดิจิทัลที่ชื่อว่า Everydays: The First 5000 Days ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์โดยศิลปินที่ชื่อว่า Beeple ซึ่งมีความพิเศษตรงความมานะอุตสาหะของผู้สร้าง

Beeple สร้างงานศิลปะดิจิทัลวันละหนึ่งชิ้น ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลาถึง 13 ปี รวมทั้งหมด 5,000 ภาพ นำมาเรียงต่อกันจนเกิดเป็นภาพขนาดใหญ่ที่บันทึกวิวัฒนาการทางศิลปะและสังคมผ่านมุมมองของเขา

เมื่อ Christie’s สถาบันประมูลระดับโลกตัดสินใจนำผลงานชิ้นนี้ขึ้นประมูล โลกศิลปะก็ต้องจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อมันถูกเคาะขายไปในราคาที่สูงถึง 69 ล้านดอลลาร์ สร้างความฮือฮาไปทั่วทุกวงการ

การขายครั้งนั้นเปรียบเสมือนการจุดระเบิดไดนาไมต์ ในเวลาเพียงแค่หนึ่งปี มูลค่าการซื้อขายในตลาด NFT กระโดดจาก 82 ล้านดอลลาร์ พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 17,000 ล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นอย่างบ้าคลั่งจนน่าเหลือเชื่อ

กระแสความนิยมแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตเหมือนไฟลามทุ่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอิทธิพลของเหล่าคนดังระดับโลก ดาราศิลปินอย่าง Eminem หรือ Justin Bieber ต่างพากันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นตัวการ์ตูน NFT และอวดโฉมมันบนโซเชียลมีเดีย

แต่เบื้องหลังการโปรโมตอันแสนเย้ายวนใจนั้น อาจไม่ได้เกิดจากความชื่นชอบในศิลปะเพียงอย่างเดียว…

องค์กรตรวจสอบโฆษณาอย่าง “TINA” เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ และตั้งข้อสงสัยว่านี่อาจเป็นขบวนการปั่นราคาที่มีการจ้างวานอยู่เบื้องหลัง

ข้อกล่าวหานี้ดูจะมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อพิจารณาในกรณีของ Justin Bieber ซึ่งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคอลเลกชัน NFT ที่ชื่อว่า “Inbetweeners” เขาโพสต์ภาพโปรโมตโปรเจกต์นี้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เคยเปิดเผยว่าเขามีผลประโยชน์ทับซ้อน

ความจริงปรากฏภายหลังว่า Bieber มีสัญญากับบริษัทเจ้าของโปรเจกต์ การกระทำของเขาจึงเข้าข่ายการโฆษณาแฝงเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนรายย่อยกระโจนเข้ามาในกองไฟ เพื่อดันราคาของคอลเลกชันนั้นให้สูงขึ้นไปอีก

เมื่อ TINA เข้ามาแทรกแซงและส่งจดหมายเตือน ทีมงานของ Bieber จึงต้องลบโพสต์เหล่านั้นทิ้ง และทางเว็บไซต์ของโปรเจกต์ก็รีบถอดข้อมูลความเกี่ยวข้องของเขาออกไป

…แต่นั่นก็สายเกินไปสำหรับแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟไปแล้ว

คำถามสำคัญที่หลายคนอาจลืมถามท่ามกลางกระแสความตื่นเต้นคือ NFT มีมูลค่าที่แท้จริงหรือไม่ แน่นอนว่ามีศิลปินและนักลงทุนจำนวนหนึ่งที่ทำเงินได้มหาศาล แต่นั่นไม่ได้การันตีความยั่งยืนของสินทรัพย์ประเภทนี้

มูลค่าของ NFT ขับเคลื่อนด้วย “การเก็งกำไร” เป็นหลัก มันขึ้นอยู่กับกระแสความนิยม หรือ Hype ล้วนๆ หากวันใดที่กระแสนี้มอดดับลง มูลค่าทางการเงินของมันก็จะดิ่งเหวตามไปด้วย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2022

แต่นั่นเป็นเพียงปัญหาผิวเผิน ปัญหาที่หยั่งรากลึกกว่านั้นซ่อนอยู่ในโครงสร้างทางเทคโนโลยีของ NFT เอง เวลาที่คุณจ่ายเงินซื้อ NFT สิ่งที่คุณได้รับจริงๆ ไม่ใช่ไฟล์รูปภาพดิจิทัลไฟล์นั้น

สิ่งที่คุณได้ครอบครองคือ “ลิงก์” หรือ URL ที่ระบุตำแหน่งที่ตั้งของรูปภาพ ซึ่งไฟล์รูปภาพต้นฉบับนั้นมักจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม ไม่ได้ถูกฝังข้อมูลลงไปใน Blockchain อย่างที่เข้าใจกัน

ความจริงข้อนี้นำมาซึ่งความเสี่ยงที่เรียกว่า Link Rot หรือปรากฏการณ์ลิงก์เน่า เมื่อเวลาผ่านไป ลิงก์ที่เคยชี้ไปยังรูปภาพอาจใช้งานไม่ได้ หากเซิร์ฟเวอร์ต้นทางปิดตัวลง ถูกย้ายที่อยู่ หรือเจ้าของโปรเจกต์เลิกทำ

สำหรับเจ้าของ NFT ที่จ่ายเงินไปหลักแสนหลักล้าน นั่นหมายความว่ารูปภาพอวตารพิกเซลสุดหรูของคุณ อาจหายวับไปจากหน้าจอ กลายเป็นเพียงความว่างเปล่าที่เหลือไว้แค่รหัส Error 404 โดยที่คุณทำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากความเสี่ยงทางเทคนิคแล้ว ยังมีกับดักเรื่อง “ต้นทุนแฝง” ที่คอยกัดกินกำไรของนักลงทุนรายย่อย ระบบนิเวศของ NFT ถูกออกแบบมาให้มีค่าธรรมเนียมซ่อนอยู่ทุกขั้นตอนการทำธุรกรรม

เริ่มตั้งแต่ตอนที่คุณจะสร้าง หรือ Mint ผลงานออกมา ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า เมื่อคุณต้องการวางขาย หากโชคดีขายออก ก็ต้องเสียส่วนแบ่งให้กับแพลตฟอร์มตลาดกลาง หรือ Marketplace อีกต่อหนึ่ง

และเมื่อคุณต้องการแปลงเหรียญ Cryptocurrency กลับมาเป็นเงินสด ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยนอีก

สรุปแล้วคนที่รวยที่สุดในเกมนี้อาจไม่ใช่ผู้ซื้อหรือผู้ขาย แต่เป็นคนกลางที่นั่งเก็บค่าผ่านทาง…

มีกรณีศึกษามากมายที่คนขายงานได้ในราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ แต่เมื่อหักลบค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว กลับกลายเป็นขาดทุนเข้าเนื้อ เพราะต้นทุนค่าธุรกรรมหรือ Gas Fee สูงกว่าราคาขายเสียอีก

งานวิจัยของ Kimberly Parker ยืนยันเรื่องนี้ โดยพบว่าในช่วงที่ตลาดคึกคักที่สุด NFT มากกว่าครึ่งขายกันในราคาไม่ถึง 200 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่ทำกำไรได้ยากมากเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เสียไป

ปัญหาถัดมาคือเรื่อง “สิทธิ์ทางกฎหมาย” ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมากที่สุด

การถือครอง NFT ไม่ได้ทำให้คุณเป็น “เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือ Intellectual Property Rights” ในผลงานชิ้นนั้นแต่อย่างใด

การซื้อ NFT เปรียบเสมือนการที่คุณซื้อโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นศิลปิน คุณได้เป็นเจ้าของแผ่นกระดาษใบนั้น แต่คุณไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพวาด ศิลปินต้นฉบับยังคงมีสิทธิ์ทำสำเนาขายเพิ่มได้อีกไม่จำกัด

เมื่อความเป็นเจ้าของที่แท้จริงไม่มีอยู่จริง เหตุผลในการซื้อ NFT จึงเหลือเพียงแค่การเอาไว้เป็น Status Symbol หรือเครื่องประดับทางสังคมเพื่ออวดความร่ำรวยและความทันสมัยในโลกออนไลน์เท่านั้น

เมื่อองค์ประกอบความล้มเหลวครบถ้วน ทั้งการเก็งกำไรที่เกินจริง เทคโนโลยีที่เปราะบาง ต้นทุนที่สูงลิ่ว และสิทธิ์ทางกฎหมายที่คลุมเครือ ฟองสบู่ NFT จึงถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องแตกในที่สุด…

และแล้วจุดจบก็มาถึงในปี 2022 ตลาดเข้าสู่ภาวะ “ล้นตลาด” หรือ Oversupply อย่างรุนแรง ศิลปินและนักเก็งกำไรแห่กันผลิต NFT ออกมามหาศาล ในขณะที่คนซื้อเริ่มหายหน้าไปจากตลาด

ข้อมูลในปี 2023 ชี้ชัดว่า 79% ของคอลเลกชัน NFT ทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นมา ยังคงขายไม่ออก ไม่มีใครต้องการซื้อภาพวาดลิง หรือภาพพิกเซลที่ไม่มีประโยชน์ใช้สอยอีกต่อไป

แต่ปัจจัยที่เป็นฟางเส้นสุดท้าย คือการพังทลายของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในภาพรวม โดยเฉพาะเหตุการณ์การล้มละลายของ FTX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลยักษ์ใหญ่อันดับสามของโลก

การล่มสลายของ FTX สร้างความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนจนหมดสิ้น ราคาเหรียญคริปโตดิ่งลงเหว สภาพคล่องในระบบหายวับไปกับตา ดึงให้ตลาด NFT ร่วงลงมาด้วย

เมื่อเราเดินทางมาถึงปี 2024 ผลลัพธ์ของความบ้าคลั่งในอดีตก็ปรากฏชัดเจน รายงานยืนยันว่า 95% ของ NFT ในตลาดปัจจุบัน มีมูลค่าเป็นศูนย์อย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสินทรัพย์ที่ไร้ราคา

แม้แต่ในกลุ่มคอลเลกชันระดับท็อปที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง สถิติก็น่าใจหายไม่แพ้กัน 18% ของผลงานเหล่านั้นมีมูลค่าเหลือศูนย์ และอีก 41% มีราคาซื้อขายอยู่ระหว่าง 5 ถึง 100 ดอลลาร์เท่านั้น

มีเพียงแค่ 1% ของทั้งหมด ที่ยังพอรักษามูลค่าไว้ได้เกิน 6,000 ดอลลาร์ จากสินทรัพย์ที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นทองคำดิจิทัล วันนี้กลับกลายเป็นเพียงอนุสรณ์สถานแห่งความโลภของมนุษย์

สถานการณ์ตอนนี้ดูมืดมน แต่ด้วยธรรมชาติของโลกคริปโตที่คาดเดาไม่ได้ บางทีในอนาคตมันอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หรือมีเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแก้ไขจุดบกพร่องเหล่านี้ก็ได้

แต่จนกว่าจะถึงวันนั้น บทเรียนราคาแพงจาก NFT สอนให้เรารู้ว่า การลงทุนตามกระแสโดยไม่ศึกษาพื้นฐานความเป็นจริง มักจบลงด้วยความเจ็บปวดเสมอ และอะไรที่ขึ้นเร็วเกินไป มักจะลงเร็วเสมอเช่นกัน

สำหรับตอนนี้ การใช้รูปโปรไฟล์ JPEG ธรรมดาๆ ที่เราไม่ได้เสียเงินซื้อ อาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดและปลอดภัยกว่าการถือครองลิงก์รูปภาพราคาแพง ที่วันดีคืนดีอาจจะเปิดไม่ติดอีกเลย

References : [christies, truthinadvertising, cnbc, dappradar, theverge]

◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢

17/11/2025

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ Sustainability-linked Bond เพิ่มความยืดหยุ่น สอดรับพัฒนาการในต่างประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกและเสนอขายตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สอดรับกับพัฒนาการด้านการออกและเสนอขาย SLB ในต่างประเทศ โดยยังคงหลักการคุ้มครองดูแลผู้ลงทุนในระดับที่เหมาะสม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 288 / 2568 ได้ที่ https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=12234

31/10/2025

...พี่ๆ น้องๆ ข้าราชการที่ลงทะเบียนไว้ พรุ่งนี้เจอกันครับ
..เป็นครั้งแรกที่สอนวางแผนเกษียณแบบที่นักวางแผนการเงิน CFP ทำกันในชีวิตจริง
..แอบกังวลนิดหน่อยว่าจะยากไปไหม แต่ด้วยทีมงาน (มีผู้ช่วยสาวสวยอย่างน้อย 2 ท่าน) และ การเตรียมตัว เชื่อว่าจะพาทุกคนผ่านการคำนวณต่างๆ ไปได้ และได้แผนเกษียณกลับไปต่อยอดครับ
..พอดีกับที่ กบข.ปล่อย new version ของ My Twins ที่ให้สมาชิกได้ลองปรับเปลี่ยนการลงทุนใน กบข แบบต่างๆ พอดี - พรุ่งนี้มาลองเล่นกันครับ
..ขอบพระคุณ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่ให้โอกาส Dr.MOney ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ สนุกๆ ครับ
.. #เกษียณ #กบข

ถ้าคุณมีไอเดีย สำหรับธุรกิจใหม่ๆที่มี INNOVATION เจ๋งไปร่วมสมัครแข่งขันได้เลยนะครับ #ถ้าอายุน้อยกว่านี้สักยี่สิบปีก็จะไป
23/10/2025

ถ้าคุณมีไอเดีย สำหรับธุรกิจใหม่ๆ
ที่มี INNOVATION เจ๋ง
ไปร่วมสมัครแข่งขันได้เลยนะครับ

#ถ้าอายุน้อยกว่านี้สักยี่สิบปีก็จะไป

ถ้าคุณมีของ...อย่ารอช้า! นี่คือสนามของนักรบไอเดีย✨
ที่รวม Workshop และสนามแข่งขันนำเสนอไอเดีย “ทางธุรกิจเจ๋งๆ” ของคนรุ่นใหม่

สนามเดียวที่จะให้คุณคว้าเงินรางวัลและทุนการศึกษารวมกว่า 200,000 บาท💵

พร้อมสัมผัสประสบการณ์จริง จากผู้ประกอบการจริง และลงมือแบบ Hackathon พัฒนาไอเดียธุรกิจต่อยอดได้จริง💡

❤️‍🔥อย่าปล่อยให้ไอเดียเจ๋งๆเป็นแค่อากาศ❤️‍🔥
มาเปลี่ยนมันให้เป็นเงินรางวัล และต่อยอดธุรกิจ กับตลาด Last Mile Delivery ที่กำลังเติบโต 📦💸

--------------------------------------------
เงื่อนไขการสมัคร
💎นักรบไอเดีย : รวมทีม 1-3 คน แล้วมาเปลี่ยนโลกโลจิสติกส์ไปด้วยกัน!
รับนักเรียนม.ปลาย ปวช. ปวส. นักศึกษาจากทั่วประเทศ
📅เปิดรับสมัครวันนี้ - 13 พฤศจิกายน 2568 เท่านั้น! (เหลือเวลาไม่มากแล้ว!)
📚วันที่กิจกรรม : วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ลงพื้นที่กับไปรษณีย์ไทย
📚วันที่แข่งขัน : วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568
⚙️ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

👉ลงทะเบียนสแกนคิวอาร์โค้ด หรือคลิก https://forms.gle/MwfMqMC7Rj7MTFgf7

--------------------------------------------
🚩เหมาะสำหรับ
💎ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ Hackathon จริง และต้องการเรียนรู้ ฝึกฝนการระดมสมองและพัฒนาต้นแบบธุรกิจ
💎ผู้ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจให้เป็นจริง
💎ผู้ที่สนใจ Last Mile Delivery ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจในการปรับปรุงการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

☎️สอบถามเพิ่มเติม โทร : 02-697-6705

#แข่งขันไอเดียธุรกิจ #วิศวะโลจิสติกส์ #วิศวะหอการค้า #ไปรษณีย์ไทย

19/10/2025

📌หยุดเรียนเพราะเอไอ📌

”เรียนเยอะๆ ไปทำไม งานมีแต่เพิ่มขึ้น ชีวิตไม่เห็นจะก้าวหน้าเลย“

”จะฝึกทักษะนี้ทำไม เดี๋ยว AI ก็ทำได้หมดแล้ว“

”ฝึกภาษาอังกฤษทำไม AI ช่วยเปลี่ยนภาษาได้แล้ว“

นี่คือคำถามที่ คนรักการเรียน อย่างเรา ได้รับมาตลอด😅

มี AI ที่สอบผ่านทุกอย่างแล้ว ผ่านเร็วกว่าเราอีก เราจะสอบข้อสอบพวกนั้นไปเพื่ออะไร😱

มีผู้ฟังท่านหนึ่งเขียนมาถาม Steve Eisman นักลงทุน Hedge Fund ชื่อดังมาก ในช่อง Youtube ของเค้า

…(ใครจำ Steve Eisman จากหนังเรื่อง the Big Shot ได้ เค้าเป็นนักลงทุนใน Wallstreet ตัวจริงที่ค้นพบเรื่อง subprime mortgage ที่นำไปสู่วิกฤตระบบการเงินโลก)

☑️คนที่เขียนมาถาม ถาม Steve ว่า ในเมื่อ AI ก็สอบ ผ่านแล้ว “เค้ายังควรต้องนั่งอ่าน เสียเวลาเรียนรู้ เพื่อไปสอบอีกหรอ”💯

☑️Steve บอกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม “คุณควรจะลงมือเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่มีอะไรเอาชนะคุณได้ ถ้าคุณเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

“nothing beat you when you educate yourself”

เพราะฉะนั้น Steve ที่เคยสอบ มาแล้ว ก็ยังคิดว่า ควรจะเรียนรู้เนื้อหา และยังคุ้มที่จะสอบ

และ Steve ก็ยังเคยแนะนำให้คนที่อยากเข้าใจพื้นฐานเรื่องการลงทุนไปสอบ CFA อย่างน้อยก็ Level 1

สำหรับเอม เอมคิดว่า การที่คนอื่น หรือ AI สอบ CFA ได้แล้ว (หรือไม่ว่าจะ certificate ใดๆ) ไม่ควรเป็นจุดที่ทำให้เรา ”หยุด“ เรียนรู้หรือ ”หยุด“ พัฒนาตัวเองได้เลย🫰🏻

การที่ AI มีวุ้นแปลภาษาอังกฤษ ได้ ไม่ใช่เป็น ”ตัวหยุด“ ที่ทำให้คุณ เลิกฝึกพูดภาษาอังกฤษ

คุณกลับต้องพูดได้ดีกว่า AI ด้วยซำ้ ✅

เอมเพิ่งอ่านในหนังสือ #คู่มือการใช้ชีวิตที่หายไป แล้วรู้สึก โดนมากกับประโยคนี้ “Self-educating is, I, firmly believe, the only kind of education there is” Isaac Asimov

…ไม่มีใครสอนเราได้ นอกจากตัวเราเองเท่านั้น…

คุณ #ทอย ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ กล่าวว่า ”การศึกษารูปแบบเดียวที่มีอยู่จริงคือ การศึกษาด้วยตัวเอง ไม่มีใครสอนตัวเราได้ นอกจากตัวเราเองเท่านั้น“

ถ้าเราคิดว่า เรียนไป แล้วไม่เห็นทำให้การงานก้าวหน้าเลย ชีวิตจะไม่ยิ่งแย่ เข้าไปใหญ่หรอ ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเอง💯

ว่าแล้ว ก็ไปเรียนต่อค่ะ คุณครู (ในคลิป) เรียกแล้ว 😄😄😄

 #แจกฟรี Ebook "The Art of Happy Money: การเงินดีต้องมีศิลป์" รวม 5 เล่ม โดย SET 1. Young & Wise: วางแผนการเงินตั้งแต่ก้...
19/10/2025

#แจกฟรี Ebook "The Art of Happy Money: การเงินดีต้องมีศิลป์" รวม 5 เล่ม โดย SET

1. Young & Wise: วางแผนการเงินตั้งแต่ก้าวแรก
คู่มือนี้เหมาะกับ: First Jobbers
บริหารเงินก้อนแรกจะรอดหรือจะร่วง? ขึ้นอยู่กับแผนการเงินที่เรามี! ขอแนะนำ 5 เรื่องเงินน่ารู้ตั้งแต่เริ่มทำงาน เพื่ออนาคตที่ดีกว่า!
* มีเป้าหมายชัดเจน
* ตั้งงบก่อนใช้
* เงินฉุกเฉินต้องมี
* วางแผนประกันให้ไว
* ออมก่อน รวยกว่า
https://media.set.or.th/set/Documents/2025/May/01-YoungandWise.pdf

2. Sandwich Gen: เสาหลักของบ้าน จัดการเงินให้สมดุล
คู่มือนี้เหมาะกับ: คนที่ต้องดูแลครอบครัว
เหนื่อยกับการแบกภาระจนหมดแรงอยู่หรือเปล่า? มาเรียนรู้วิธีเปลี่ยนจาก "เดอะแบก" เป็น "เดอะบาลานซ์" มีเงินเก็บได้โดยไม่ลำบาก!
* เปิดใจคุยเรื่องเงิน
* ใช้เทคนิคจัดเงิน 3 กอง
* วางแผนปลดหนี้ มีออม
* แท็กทีมจัดการเรื่องเงินในบ้านให้สมดุล
https://media.set.or.th/set/Documents/2025/May/02-SandwichGen.pdf

3. Retire Happily: ชีวิตดีทั้งก่อนและหลังเกษียณ
คู่มือนี้เหมาะกับ: คนที่ต้องการวางแผนเกษียณ
เกษียณอย่างไรให้ชีวิตหลังสูงวัยสบายหายห่วง! มาเริ่มต้นง่าย ๆ วางแผนการเงิน 2 ช่วงชีวิตให้ดี!
* ก่อนเกษียณ...ค้นหาเงิน 3 ก้อน เพื่อเร่งออมและลงทุนเพิ่มจนถึงเป้าหมาย
* หลังเกษียณ...ใช้กลยุทธ์เงิน 3 ถัง เพื่อบริหารเงินหลังเกษียณให้เพียงพอ
https://media.set.or.th/set/Documents/2025/May/03-RetirementReady.pdf

4. Wealthy Worker: มนุษย์เงินเดือนก็มั่งคั่งได้
คู่มือนี้เหมาะกับ: มนุษย์เงินเดือน
เงินเดือนเท่าเดิม แต่เก็บเงินได้มากกว่าเดิมทำอย่างไร? พบกับวิธีพลิกชีวิตการเงินที่ใคร ๆ ก็ทำตามได้!
* เคล็ดลับใช้เงินเป็น ลงทุนได้
* ใช้สวัสดิการที่ทำงานให้คุ้มค่า
* 3 เรื่องต้องรู้สู่การลงทุน
* จัดพอร์ตเป็น ลงทุนมั่นใจ ไร้กังวล
https://media.set.or.th/set/Documents/2025/May/04-WealthyWorker.pdf

5. Happy Jobbers: ชีวิตอิสระ งานโปร เงินปัง
คู่มือนี้เหมาะกับ: ฟรีแลนซ์
อยากมีตัวช่วยการเงินฟรีแลนซ์? มาจัดการเงินให้อยู่หมัดให้ชีวิตอิสระงานโปร เงินปัง!
* ประมาณการรายได้ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
* วางแผนประหยัดภาษี มีเงินออมเพิ่ม
* ตั้งเป้ารายได้แบบ Passive Income ให้ชีวิตฟรีแลนซ์
* ใช้แรงทำเงิน อย่าลืมใช้เงินทำงานปั้นพอร์ตเงินล้าน
https://media.set.or.th/set/Documents/2025/May/05-HappyJobbers.pdf

Cr. อาจารย์ธนัยวงศ์
ขอบคุณครับ https://www.facebook.com/share/19yPYUWMuK/?mibextid=wwXIfr

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Insure “Talk” Insurtechผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท