Stocks for investment

Stocks for investment ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Stocks for investment, ธนาคารเพื่อการลงทุน, 93 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร, Bangkok.

วิเคราะห์เบื้องหลัง โครงการชื่อดัง ที่ทำให้แตกต่าง จดจำได้ทันทีดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ix.builk.comหรือ Facebook Pag...
06/04/2024

วิเคราะห์เบื้องหลัง โครงการชื่อดัง ที่ทำให้แตกต่าง จดจำได้ทันที

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ix.builk.com
หรือ page IX - Iconic Xperience

เศรษฐีอันดับหนึ่งอังกฤษ รวย 600,000 ล้าน จากการลงทุน /โดย ลงทุนแมนหลายคนอาจจะคิดว่าเศรษฐีอันดับหนึ่งของอังกฤษ จะต้องเป็น...
06/04/2024

เศรษฐีอันดับหนึ่งอังกฤษ รวย 600,000 ล้าน จากการลงทุน /โดย ลงทุนแมน
หลายคนอาจจะคิดว่าเศรษฐีอันดับหนึ่งของอังกฤษ จะต้องเป็น James Ratcliff ผู้ถือหุ้นใหญ่สโมสรแมนยู หรือ James Dyson

แต่จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แบบนั้น เพราะปัจจุบัน คุณ Michael Platt เป็นเศรษฐีรวยสุดในอังกฤษ มีความมั่งคั่ง มากถึง 658,000 ล้านบาท

ที่สำคัญก็คือ เขาไม่ใช่ผู้ประกอบการ
ไม่ได้สร้างธุรกิจ สร้างแบรนด์อะไรขึ้นมา
แต่กลับรวยมาจาก การลงทุน..

เส้นทางชีวิตของคุณ Michael Platt เป็นมาอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
คุณ Michael Platt เกิดในปี 1968 ที่เมืองเพรสตัน ประเทศอังกฤษ

ด้วยความที่มีคุณย่าเป็นนักลงทุน ทำให้คุณ Platt นั้น ได้เรียนรู้จากคุณย่า และเริ่มลงทุนตั้งแต่ตอนอายุครบ 14 ปี โดยคุณ Platt ได้ของขวัญวันเกิด เป็นเงินมูลค่า 23,000 บาท จากคุณย่า

คุณ Platt ได้นำเงินก้อนนั้น ไปลงทุนในหุ้นบริษัทเดินเรือ ที่มีชื่อว่า Common Brothers และสามารถทำผลตอบแทนได้ถึง 3 เด้ง ในเวลาต่อมา

หลังจากนั้นคุณ Platt ก็ได้ลงทุนมาเรื่อย ๆ และสามารถทำผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อเรียนจบ ม.ปลาย คุณ Platt ตัดสินใจเลือกเรียนต่อทางด้านวิศวกรรม ตามรอยผู้เป็นพ่อ

แต่เมื่อเรียนไปได้ปีเดียว เขากลับรู้สึกเบื่อ จึงได้เปลี่ยนมาเรียน คณะเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ ที่ London School of Economics (LSE) แทน

หลังเรียนจบในปี 1991 คุณ Platt ก็ได้เริ่มชีวิตการทำงานที่ JPMorgan ในนครนิวยอร์ก ก่อนที่จะย้ายกลับมายังลอนดอน ในอีก 6 เดือนต่อมา

ในปี 2000 คุณ Platt และเพื่อนร่วมงานที่ JPMorgan ได้ตัดสินใจออกมาเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง หลังจากสั่งสมประสบการณ์ทำงานมานานเกือบ 10 ปี

โดยเขาได้ก่อตั้งธุรกิจบริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนที่เน้นการระดมทุนเป็นเงินก้อนใหญ่ จากบรรดานักลงทุน และนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ

ซึ่งเขาตั้งชื่อบริษัทใหม่นี้ว่า BlueCrest Capital Management ด้วยเงินทุนตั้งต้นประมาณ 4,270 ล้านบาท

โดยในสิ้นปีแรก BlueCrest สามารถทำผลตอบแทนได้สูงถึง 30% และมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) อยู่ที่ประมาณ 36,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่า จากเงินทุนแรกเริ่ม

แต่คุณ Platt มองว่า เขาแค่โชคดี เพราะบังเอิญไปลงทุนในช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือ FED เริ่มลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายหลังจากเกิดวิกฤติฟองสบู่ดอตคอม ในช่วงปี 2000

นอกจากนี้ BlueCrest ยังมีกองทุนที่ใหญ่ที่สุดชื่อ BlueTrend ซึ่งใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการเทรดหุ้น โดยระบบคอมพิวเตอร์ จะประมวลผลข้อมูลในอดีต และทำนายทิศทางของราคาสินทรัพย์ในอนาคต

ซึ่ง BlueTrend สามารถทำผลตอบแทนได้ดีอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 19% ต่อปี มาตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนในปี 2004 และกลายเป็นหนึ่งในเฮดจ์ฟันด์ที่สร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด ในประเทศอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2015 ก็เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญของ BlueCrest

เพราะในตอนนั้นการแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงินดุเดือดมาก จนหลายเฮดจ์ฟันด์ต่างพากันลดค่าธรรมเนียม เพื่อดึงดูดนักลงทุน ซึ่งนั่นหมายถึงรายได้ที่ลดลง

ในทางกลับกัน ต้นทุนหลักของเฮดจ์ฟันด์อย่างค่าจ้างเทรดเดอร์ และผู้จัดการกองทุนเก่ง ๆ กลับเพิ่มสูงขึ้น

รวมทั้งความคาดหวังและแรงกดดัน จากนักลงทุนในตลาดก็เพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน

ในที่สุด คุณ Platt เลยตัดสินใจเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของ BlueCrest จากธุรกิจบริหารเฮดจ์ฟันด์ มาเป็นธุรกิจการลงทุนส่วนตัวแทน

โดยยังให้ผู้จัดการกองทุน และเทรดเดอร์ในบริษัท เป็นผู้ดูแลการลงทุนเหมือนเดิม

แต่จะต่างกันตรงที่ เงินทุนที่นำไปลงทุน จะมาจากหุ้นส่วนของบริษัทเอง ไม่ใช่ของนักลงทุนเหมือนเมื่อตอนเป็นเฮดจ์ฟันด์แล้ว และแน่นอนว่า เงินลงทุนส่วนใหญ่ก็คือเงินของคุณ Platt นั่นเอง

และเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะทั้งผลตอบแทนของ BlueCrest และความมั่งคั่งของคุณ Platt ต่างก็เติบโตได้ดีทั้งคู่

ด้วยความที่มีอิสระในการลงทุนมากขึ้น รวมถึงไม่มีแรงกดดันจากบรรดานักลงทุนแล้ว เพราะมีลูกค้ารายใหญ่คนเดียวคือคุณ Platt

ทำให้ BlueCrest สามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนได้ ตามแบบที่ตัวเองต้องการ ซึ่งมาจากความถนัดของผู้จัดการกองทุน และเทรดเดอร์แต่ละคนของบริษัท

โดยตั้งแต่เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ BlueCrest สามารถทำ ผลตอบแทนได้อย่างน้อย 20% แทบทุกปี

ปี 2016 +50%
ปี 2017 +54%
ปี 2018 +25%
ปี 2019 +50%
ปี 2020 +95%
ปี 2021 +30%
ปี 2022 +153%
ปี 2023 +20%

จะเห็นว่า BlueCrest มีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย ในช่วงปี 2016-2023 สูงถึง 55% ต่อปี และในขณะเดียวกัน ความมั่งคั่งของคุณ Platt ก็เติบโตด้วยเช่นกัน
ปี 2015 มีทรัพย์สิน 128,000 ล้านบาท
ปี 2024 มีทรัพย์สิน 658,000 ล้านบาท

ซึ่งทำให้ปัจจุบัน เขากลายเป็นคนที่รวยที่สุดในประเทศอังกฤษ รวมถึงสหราชอาณาจักรด้วย

และถ้าหากเราจัดอันดับเศรษฐีด้านกองทุนเฮดจ์ฟันด์ จะพบว่าคุณ Platt นั้น มีความร่ำรวยมาเป็นอันดับที่ 5 ของโลก

หรือรวยกว่าคุณ Ray Dalio นักลงทุนชื่อดัง เจ้าของ Bridgewater Associates หนึ่งในเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เสียอีก..

เมื่อวัยเกษียณใกล้เข้ามา เราควรวางแผนออมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้เพื่อวัยเกษียณที่สุขสบาย- วางแผนอนาคต เพื่อชิวิตที่มั่นคง...
05/04/2024

เมื่อวัยเกษียณใกล้เข้ามา เราควรวางแผนออมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้เพื่อวัยเกษียณที่สุขสบาย
- วางแผนอนาคต เพื่อชิวิตที่มั่นคง
- วางแผนการเงิน เพื่อชีวิตที่สุขสบาย
- วางแผนลงทุน เพื่อกำไรที่เห็นผลชัดเจน
- วางแผนซื้อหุ้น ปันผลกำไรทวีคูณ 5-8%

🔸วางแผนการเงินสำคัญที่สุดในยุคสมัยนี้💰อยากมีชีวิตที่สุขสบายต้องรู้จักวางแผน และ รู้จักการออมเงิน-ออมเงินให้ตัวเองมีอนาคต...
05/04/2024

🔸วางแผนการเงินสำคัญที่สุดในยุคสมัยนี้💰
อยากมีชีวิตที่สุขสบายต้องรู้จักวางแผน และ รู้จักการออมเงิน

-ออมเงินให้ตัวเองมีอนาคตชีวิตที่สดใส
-ออมเงินให้ครอบครัวมีชีวิตที่สุขสบายได้ง่ายๆด้วยตัวเอง
#สร้างกำไรทวีคูณ15-20%
#ออมเงินวัยเกษียณ #หุ้น #วัยเกษียณ #เทรดหุ้น

New S Curve to Capital Market 2024 โอกาสเติบโตของธุรกิจ SMEs และ StartupsLiVE Platform x ลงทุนแมนการยกระดับการพัฒนาประเท...
05/04/2024

New S Curve to Capital Market 2024 โอกาสเติบโตของธุรกิจ SMEs และ Startups
LiVE Platform x ลงทุนแมน

การยกระดับการพัฒนาประเทศให้เติบโตต้องอาศัยเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy) ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

โครงการ New S Curve to Capital Market 2024 เป็นประตูสำคัญที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม New Economy ให้มีทักษะ มีความรู้และความพร้อมที่จะนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET-mai-LiVEx ในอนาคตเพื่อให้ธุรกิจเติบโตและขยายผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ โดยผู้ที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรและทำตามเงื่อนไขครบถ้วนจะมีสิทธ์รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานที่ร่วมจัดโครงการกว่า 1 ล้านบาท* เพื่อยกระดับธุรกิจสู่การระดมทุนต่อไป

ที่น่าสนใจไปกว่านั้น โครงการ New S Curve to Capital Market เป็นการผนึกกำลังระหว่าง LiVE Platform ในกลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่จะช่วยเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในหลากหลายด้านที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจสู่การระดมทุน ได้แก่

· สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ที่พร้อมจะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมออกสู่เชิงพาณิชย์ และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ที่สำคัญผู้ประกอบการในภาควิทยาศาสตร์ วิจัย และเทคโนโลยี ที่เป็น New Economy ของประเทศ จะได้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาโมเดลธุรกิจให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

· ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ที่รับบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการในการยกระดับนวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริการในอุตสาหกรรม Life Sciences และช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยให้สามารถนำนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคมได้อย่างรวดเร็ว

· เคพีเอ็มจี ประเทศไทย ที่จะมาให้คำปรึกษาด้านการวางแผนกลยุทธ์ทางด้านการดำเนินงาน การเงิน บุคคลากร รวมไปถึงการจัดทำแผนธุรกิจ ให้ผู้ประกอบการได้รับแนวทางในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจตลอดจนการก้าวสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

คุณประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด ภายใต้กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังกล่าวได้อย่างน่าสนใจอีกว่า
ปัจจุบันธุรกิจ New Economy ที่จดทะเบียนในตลาดทุนมีเพียง 10% เท่านั้น และต้องยอมรับว่า pain points ไม่ว่าจะธุรกิจไหน ๆ ก็มักจะมีลักษณะที่คล้าย ๆ กันคือ
- ความชัดเจนของ Business Model ว่าทำอย่างไรถึงจะแข็งแกร่ง สร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
- ความสามารถของผู้บริหาร ความรู้ความเข้าใจตลาดทุน
- เงินทุนในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
- การสนับสนุนความช่วยเหลือในมุมต่าง ๆ
ดังนั้นเพื่อตอบโจทย์ข้างต้น ปัจจุบันนี้ LiVE จึงถูกออกแบบให้แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ หรือ LiVEx ที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เข้ามาระดมทุนในตลาดทุนได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และค่าใช้จ่ายถูกลง เปิดบริการมาแล้วตั้งแต่เดือนมีนาคม 2565 และอีกส่วนหนึ่งคือ LiVE Platform เป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมความรู้และเครื่องมือจำเป็นต่อธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการในวงกว้าง รวมไปถึงโครงการพัฒนาผู้กอบการต่าง ๆ เช่นโครงการ New S Curve to Capital Market ที่เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนและผลักดันธุรกิจ New Economy สู่การระดมทุนได้

แล้วใครสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้บ้าง? ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง

โครงการนี้เปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ 60 บริษัท ที่ประกอบธุรกิจในกลุ่ม New Economy ประกอบด้วย
· กลุ่ม Life Science เช่น ธุรกิจ Health & Wellness อุปกรณ์ทางการแพทย์ สินค้าเพื่อสุขภาพ
· กลุ่ม High Technology เช่น ธุรกิจที่นำเทคโนโลยีมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการทันที่ทันสมัย
· กลุ่ม High Growth เช่น ธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายตัว และเพิ่มมูลค่าของธุรกิจอย่างมากในระยะสั้น
โดยธุรกิจจะต้องมี Business Model ที่น่าสนใจ และมี Business Plan ที่พร้อมจะเติบโต ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะได้พบกับการอบรมรูปแบบ Onsite เป็นระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่เดือน กรกฎาคม – ตุลาคม 2567 และยังมีกิจกรรม 1-on-1 Coaching ในรูปแบบ Online ที่จะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัวอีกด้วย

เป็นการอบรม 4 หลักสูตร ได้แก่
1. หลักสูตร Technical Skills for Life Science โดย TCELS
2. หลักสูตร Business Innovation & Growth โดย NIA
3. หลักสูตร Accelerating New S Curve Business Success with the Right Roadmap โดย KPMG
4. หลักสูตร Unlock Your Business to Capital Market โดย SET
ถึงตรงนี้ ก็น่าจะสรุปได้ว่า นอกจากคนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้จะเป็นธุรกิจ New Economy แล้ว
คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ ประเทศไทยของเราที่มีธุรกิจใหม่ ๆ มาสร้าง New S Curve นั่นเอง

ทำไม ทองคำในแอฟริกาใต้ ยิ่งขุด ยิ่งขาดทุน /โดย ลงทุนแมนรู้ไหมว่าประเทศแอฟริกาใต้มีแร่ทองคำสำรอง ที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา มา...
05/04/2024

ทำไม ทองคำในแอฟริกาใต้ ยิ่งขุด ยิ่งขาดทุน /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่าประเทศแอฟริกาใต้มีแร่ทองคำสำรอง ที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมา มากสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก และในอดีต เคยผลิตทองคำได้มากกว่า 1,000 ตันต่อปี ซึ่งมากที่สุดในโลก

แต่ปัจจุบัน เหมืองทองขนาดใหญ่ของประเทศ กลับมีกำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้ง ๆ ที่ราคาทองคำ กำลังทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจเหมืองทองในประเทศแอฟริกาใต้
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ถือเป็นแหล่งแร่สำคัญต่าง ๆ บนโลก ไม่ว่าจะเป็น ทองแดง เพชร ไปจนถึงทองคำ

โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งแอฟริกาใต้ถือเป็นประเทศที่มีแร่ทองคำสำรองมากเป็นอันดับ 3 ของโลก

เพราะแอฟริกาใต้ มีแอ่งที่ราบวิตวอเตอร์สแรนด์ แหล่งแร่ทองคำใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่มาของปริมาณทองคำที่ถูกขุดขึ้นมาทั้งหมด 30% บนโลก

ซึ่งเมื่อ 50 ปีก่อน แอฟริกาใต้ผลิตทองคำได้ถึงปีละ 1,000 ตัน มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก มากกว่าจีนที่เป็นอันดับ 1 ของโลกตอนนี้ถึง 3 เท่า

แต่พอเวลาผ่านไป เรื่องนี้กลับเป็นหนังคนละม้วนกับเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

เพราะตอนนี้ประเทศแอฟริกาใต้ ผลิตทองคำได้แค่ปีละ 100 ตัน หล่นจากอันดับ 1 ไปอยู่อันดับ 8 ของโลก

สาเหตุก็เพราะว่าการขุดทอง ไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

เรื่องแรกคือ คุณภาพของทองคำที่ลดลง

เรื่องนี้ดูได้จาก Ore Grade หรือก็คือปริมาณแร่ต่อหิน 1 ตันในพื้นที่สำรวจ ซึ่งมีคุณภาพลดลงจากยุครุ่งเรืองไปมากจนน่าตกใจ

ปี 1970 คุณภาพแร่ 12 กรัมต่อตัน
ปี 2022 คุณภาพแร่ 2 กรัมต่อตัน

จากตัวเลขจะเห็นว่า ปริมาณทองคำสำรองที่เราเห็นกันหลักพันตัน จริง ๆ แล้ว จะมีทองคำจริง ๆ อยู่แค่หลักกิโลกรัมเท่านั้น

ซึ่งคุณภาพแร่ในแอฟริกาใต้จากยุคที่รุ่งเรืองที่สุดจนถึงตอนนี้ ก็ต่างกันถึง 6 เท่า

อีกเรื่องคือ ตอนนี้สายแร่ทอง อยู่ในระดับที่ลึกจากพื้นดินมากกว่าเมื่อก่อน ทำให้มีความเสี่ยงในการขุดมากขึ้น

อย่างเช่น อุณหภูมิภายในเหมืองที่สูงถึง 60-140 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าร้อนกว่าอากาศประเทศไทยช่วงหน้าร้อน 1-4 เท่าตัว

นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ อย่างเช่น เรื่องของสารพิษในอากาศ หินถล่ม และน้ำท่วม

นั่นก็เลยทำให้คนงานเหมืองทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าเดิม และทำให้ต้นทุนในการขุดสูงขึ้นไปด้วย

ส่งผลให้ธุรกิจเหมืองทองคำในแอฟริกาใต้ตอนนี้ กลายเป็นธุรกิจที่ยิ่งทำก็ยิ่งขาดทุน ถึงแม้ราคาทองคำโลกในวันนี้ จะทำจุดสูงสุดใหม่ไปแล้ว

โดยหากลองไปดูรายได้และกำไร ของบริษัทขุดทองรายใหญ่ในแอฟริกาใต้ พบว่า

Gold Fields บริษัทขุดทองที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้

- ปี 2021 รายได้ 153,000 ล้านบาท กำไร 28,500 ล้านบาท
- ปี 2022 รายได้ 156,000 ล้านบาท กำไร 25,600 ล้านบาท
- ปี 2023 รายได้ 164,000 ล้านบาท กำไร 25,200 ล้านบาท

และอีกรายคือ AngloGold Ashanti บริษัทขุดทองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในแอฟริกาใต้

- ปี 2021 รายได้ 147,000 ล้านบาท กำไร 23,600 ล้านบาท
- ปี 2022 รายได้ 164,000 ล้านบาท กำไร 10,800 ล้านบาท
- ปี 2023 รายได้ 167,000 ล้านบาท ขาดทุน 8,600 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า แม้แต่บริษัทใหญ่ที่น่าจะได้เปรียบเรื่องต้นทุนก็ยังไม่รอด และมีกำไรลดลงเรื่อย ๆ

ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 บริษัทนี้ก็คือ Gold Fields นั้นมีการขยายการลงทุนออกไปทำเหมืองในต่างประเทศมากกว่า AngloGold Ashanti ที่ยังคงเน้นการผลิตจากเหมืองในภูมิภาคแอฟริกาเป็นหลัก

ทำให้สิ่งที่เหมืองทองในแอฟริกาใต้ต้องทำในตอนนี้ นอกจากขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศแล้ว

ก็คงหนีไม่พ้นการหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยในการขุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำเหมืองในประเทศให้ได้มากที่สุด

เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว ทองคำในประเทศแอฟริกาใต้ ก็อาจจะกลายเป็นแร่มีค่า ที่ไม่คุ้มค่าที่จะขุดขึ้นมาก็ได้

ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงไม่ซื้อ ทองคำ ? /โดย ลงทุนแมนในช่วงนี้ ราคาทองคำ ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์- ทองคำแท่ง ราคาขาย...
04/04/2024

ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงไม่ซื้อ ทองคำ ? /โดย ลงทุนแมน
ในช่วงนี้ ราคาทองคำ ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์

- ทองคำแท่ง ราคาขายบาทละ 39,700 บาท
- ทองรูปพรรณ ราคาขายบาทละ 40,200 บาท
- ทองคำตลาดโลก 2,284 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

แต่ถึงแม้ทองคำจะมีราคาเท่าไรก็ตาม ก็น่าจะมีนักลงทุนคนหนึ่งที่ไม่อยากซื้อมันอยู่ดี

โดยนักลงทุนคนนั้นก็คือ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนชื่อดังของโลก ที่เคยพูดเอาไว้ว่า “ทองคำไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งมองคุณ”

ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลับมีมุมมอง ที่ไม่ชอบลงทุนในทองคำ ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ปกติแล้ว ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจหรือสถานการณ์โลก มีความไม่แน่นอนสูง สินทรัพย์อย่าง ทองคำ มักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนเลือกลงทุน

ทองคำถือเป็นอีกหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย หรือที่เรียกกันว่า Safe Haven ที่เชื่อกันว่าสามารถรักษาความมั่งคั่งได้ โดยที่มูลค่าจะไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา
ทำให้นักลงทุนมีการแบ่งเงินบางส่วนเลือกไปลงทุน

ปัจจุบันวิวัฒนาการการลงทุนในทองคำ ก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ทำให้ทางเลือกของการลงทุนในทองคำ มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น

- ทองคำแท่ง
- กองทุนรวมทองคำ
- กองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ (Gold ETFs)
- สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures)

อย่างไรก็ตาม บัฟเฟตต์ กลับไม่ชอบการลงทุนในทองคำ
โดยเขาเคยพูดถึงทองคำไว้ว่า “ทองคำไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งมองคุณ”

ก็ต้องบอกว่า หนึ่งในหลักการพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับการลงทุนของบัฟเฟตต์ คือ การลงทุนในสิ่งที่สามารถสร้างประโยชน์ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนได้จริง

ซึ่งในมุมมองของบัฟเฟตต์นั้น ทองคำไม่ได้สร้างผลตอบแทน ในระหว่างที่ถือครอง
ต่างจากหุ้นที่ยังมีธุรกิจ คอยสร้างสินค้าหรือบริการ สามารถสร้างกระแสเงินสด และจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

ซึ่งการลงทุนในกิจการที่ดี สุดท้ายแล้วก็ทำให้มูลค่ากิจการสูงขึ้น ราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้น จากกำไรของกิจการที่มากขึ้น

ขณะที่การลงทุนในทองคำ เป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา ซึ่งราคาจะขึ้นสูงได้นั้น เกิดจากการที่มีคนยอมจ่ายในราคาแพงกว่าเท่านั้นเอง

อีกทั้งทองคำยังสร้างผลผลิตได้น้อยมาก ส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอะไรมากนัก

ซึ่งแนวคิดนี้ก็คล้ายกับการที่บัฟเฟตต์กล่าวไว้ว่า ไม่มีความคิดที่จะซื้อบิตคอยน์ เพราะบิตคอยน์ไม่ได้ผลิตอะไรขึ้นมาได้ เหมือนกิจการ

และทั้งหมดนี้ก็คือมุมมองของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่มีต่อทองคำ ที่แม้ทองคำจะมีราคาเท่าไรก็ตาม เขาก็คงไม่อยากซื้อมันอยู่ดี..

นี่คือกราฟหุ้น Novo Nordisk ซึ่งเป็น 1 ในอีกหลายหุ้น ที่ลงทุนแมน และ Speakers จะคอมเมนต์ใน งาน Conference ที่จะจัดกันในว...
04/04/2024

นี่คือกราฟหุ้น Novo Nordisk ซึ่งเป็น 1 ในอีกหลายหุ้น ที่ลงทุนแมน และ Speakers จะคอมเมนต์ใน งาน Conference ที่จะจัดกันในวันที่ 27 เม.ย. นี้

- ถ้าคนสงสัยว่า Novo Nordisk ทำอะไร สรุปบรรทัดเดียวคือ บริษัทยารักษาโรคเบาหวานชื่อดัง ที่ยาตัวนี้ดันทำให้ไม่หิว และดันไปช่วยลดความอ้วนได้ด้วย ทีนี้ก็เลยขายดีระเบิด เพราะรู้ดีกันว่า มนุษย์ทั่วโลกต่างอยากลดความอ้วน

- หุ้นตัวนี้เลยขึ้นหลายเด้งในช่วงที่ผ่านมา และจะถูกพูดถึงกันในงาน ลงทุนแมน CONFERENCE
งานเสวนา หุ้นไทย หุ้นนอก ครั้งแรกที่จะมีลงทุนแมนเป็นวิทยากร ร่วมกับ SPEAKERS ชื่อดัง

บัตรเหลือ 50 ใบสุดท้าย ซื้อบัตรได้ที่ https://www.zipeventapp.com/.../Longtunman-conference...

-จัดเต็ม 5 Sessions พูดคุยเกี่ยวกับคุณภาพ และ ราคา ของตลาดหุ้นแต่ละประเทศ การบริหารสัดส่วนพอร์ตการลงทุน และ คอนเมนต์เกี่ยวกับหุ้นยอดนิยม

โดย Speakers ภายในงานจะมี
1.คุณหลิน วีระพงษ์ ธัม ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
2.คุณมี่ ทิวา ชินธาดาพงศ์ ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
3.ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า
4.คุณกวี ชูกิจเกษม Head of Research and Content บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)
5.Founder ลงทุนแมน

-งานจะจัดขึ้น ช่วงบ่ายวันเสาร์ 27 เมษายน 2567 เวลา 13.00 ถึง 18:00
เหลือ 50 ที่นั่ง สุดท้าย เท่านั้น.. ดูน้อยลง

3 โบรกสแกน QTCG พื้นฐานแข็งแกร่ง ชูราคาสูงสุด 2.95 บ.อ่านเพิ่มเติมคลิก https://thunhoon.com/article/291223
03/04/2024

3 โบรกสแกน QTCG พื้นฐานแข็งแกร่ง ชูราคาสูงสุด 2.95 บ.
อ่านเพิ่มเติมคลิก https://thunhoon.com/article/291223

รูปพรรณทะลุ 4 หมื่นบาทแล้ว ...ราคาทองเช้านี้ปรับขึ้น 350 บาทอ่านรายละเอียด คลิก https://thunhoon.com/article/291243
03/04/2024

รูปพรรณทะลุ 4 หมื่นบาทแล้ว ...ราคาทองเช้านี้ปรับขึ้น 350 บาท

อ่านรายละเอียด คลิก https://thunhoon.com/article/291243

SCB คาดกรอบเงินบาทวันนี้ 36.55-36.75 บาท/ดอลลาร์ อ่านเพิ่มเติม คลิก https://thunhoon.com/article/291244
03/04/2024

SCB คาดกรอบเงินบาทวันนี้ 36.55-36.75 บาท/ดอลลาร์
อ่านเพิ่มเติม คลิก https://thunhoon.com/article/291244

ดัชนี Dow Jones ประกอบด้วยหุ้นอะไรบ้าง ?- แพลตฟอร์ม Blockdit Invest แอปโซเชียลแรก ที่ผู้ใช้สามารถให้ความเห็นต่อ หุ้นรายต...
01/04/2024

ดัชนี Dow Jones ประกอบด้วยหุ้นอะไรบ้าง ?
- แพลตฟอร์ม Blockdit Invest แอปโซเชียลแรก ที่ผู้ใช้สามารถให้ความเห็นต่อ หุ้นรายตัว ทั้งหุ้นไทย หุ้นอเมริกา

ที่อยู่

93 ถ. รัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 21:30
อังคาร 08:30 - 21:30
พุธ 08:30 - 21:30
พฤหัสบดี 08:30 - 21:30
ศุกร์ 08:30 - 21:30
เสาร์ 08:30 - 21:30
อาทิตย์ 08:30 - 21:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Stocks for investmentผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์