Bank’s Scholarship Students

Bank’s Scholarship Students Opinions welcome! This page is maintained by the Bank’s Scholarship Students. This is not an official page of the Bank of Thailand.
(711)

This page is created and maintained by a group of the BOT scholarship students with an aim to build a vibrant social media community of engaged and active members. This page is open for members to exchange their views and information with a few simple guidelines:

Use good judgment
• We expect membership to use good judgment in all situations—that applies in the world of social networkin

g/media as well.
• Remember to know and follow the BOT Code of Conduct and Privacy Policy. Be respectful
• Our goal is to use the new channel in communicating to each other and be better informed about the BOT and economic news. The best way to accomplish this is by incorporating a positive and considerate approach every time we interact to one another. Be transparent
• Please note that the views expressed in our postings are our own opinion not those of the Bank of Thailand.
• Be open about our affiliation with members and the role/position we hold. Be a good listener
• Keep in mind that one of the biggest benefits of social media is that it gives our friends and colleagues another channel to outreach to each other—to ask questions directly and to share our opinion. Disclaimer:
This page administrator gathers and shares latest international economic, finance and business news. The posts may contain personal opinions and other expressions of the persons who post the entries, which are not guaranteed or endorsed by the Page administrator. The Bank of Thailand has no control over and is not responsible for the accuracy or completeness of the contents. The views and opinions expressed on this page are strictly those of the page administrator.

(May 28) สหรัฐ-อิหร่านปะทะรอบใหม่! “อิหร่าน” กร้าวไม่ถอย หลังทรัมป์ขู่ปมฮอร์มุซ : “อิหร่าน” ประกาศไม่ยอมถอยต่อแรงกดดัน ห...
28/05/2026

(May 28) สหรัฐ-อิหร่านปะทะรอบใหม่! “อิหร่าน” กร้าวไม่ถอย หลังทรัมป์ขู่ปมฮอร์มุซ : “อิหร่าน” ประกาศไม่ยอมถอยต่อแรงกดดัน หลังทรัมป์ปฏิเสธข่าวดีลฟื้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่ใช้กำลังหากมีฝ่ายพยายามควบคุมเส้นทางเดินเรือ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน ออกมาตอบโต้คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า “อิหร่านจะไม่ถอยกลับเพราะวาทกรรมของทรัมป์”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐและอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังทรัมป์ปฏิเสธรายงานของสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่าน ที่อ้างว่าได้รับร่างข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

รายงานของสื่ออิหร่านระบุว่า การเดินเรืออาจกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามได้ภายใน 1 เดือน โดยอิหร่านและโอมานจะร่วมกันบริหารจัดการการจราจรทางทะเลในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว เมื่อวันพุธว่า “ไม่มีใครจะควบคุมช่องแคบแห่งนี้ได้ …มันเป็นน่านน้ำสากล และโอมานจะต้องปฏิบัติตัวเหมือนทุกประเทศ ไม่เช่นนั้นเราคงต้องถล่มพวกเขา”

ทั้งทำเนียบขาวและสถานเอกอัครราชทูตโอมานในกรุงวอชิงตัน ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อคำกล่าวดังกล่าว ขณะที่คณะผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำสหประชาชาติยังไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นได้

ทรัมป์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เขาไม่ได้กังวลต่อผลกระทบทางการเมืองจากสงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน และมองว่าผู้นำอิหร่านคำนวณผิด หากคิดว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน จะกดดันให้เขารีบทำข้อตกลง

“พวกเขาคิดว่าจะรอให้ผมหมดเวลา” ทรัมป์กล่าว โดยอ้างถึงผู้นำอิหร่าน “พวกเขาคิดว่าเดี๋ยวก็รอให้เขาแพ้เลือกตั้งกลางเทอม แต่ผมไม่สนใจการเลือกตั้งกลางเทอม”

Source: การเงินธนาคารออนไลน์
https://moneyandbanking.co.th/2026/246967/

เพิ่มเติม
- Iran war live: US and Iran exchange more strikes as hopes for Hormuz deal falter : https://www.reuters.com/world/iran-war-live-us-launches-more-strikes-kuwait-reports-new-attacks-2026-05-28/

U.S. President Donald Trump dismissed reports of a deal to reopen the Hormuz Strait as the U.S. launched new strikes on Iran.

(May 28) "กอบศักดิ์"ชี้"Virtual Bank"ไม่ทำหนี้พุ่ง : นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผย...
28/05/2026

(May 28) "กอบศักดิ์"ชี้"Virtual Bank"ไม่ทำหนี้พุ่ง : นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยในงานเตรียมอุดมฯ ดินเนอร์ทอล์ก 2026 ว่า ในเรื่องธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) หลังสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกมาระบุว่า การมีธนาคารดิจิตอลมีโอกาสทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นนั้น

ตนประเมินว่า ในช่วงแรกขนาดของธุรกิจจะไม่ใหญ่มากนัก ในช่วง 4-5 ปีแรกจะมีขนาดสินทรัพย์ ไม่น่าเกิน 50,000 ล้านบาท ถือว่าไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับกลุ่ม SME ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าถึง 200,000 - 400,000 ล้านบาท

ขณะที่ภาคธนาคารในปัจจุบันมีความแข็งแกร่ง มีการตั้งเงินสำรองหนี้สูญ และมีเงินกองทุนจำนวนมาก พร้อมที่จะช่วยเหลือลูกค้าที่มีปัญหาให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ดังนั้นจึงมองว่าไม่น่ากังวลใจ เพราะ Virtual Bank ต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการบริหารจัดการทั้งด้านสินเชื่อและเงินฝากให้มั่นคง

สำหรับการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดดอกเบี้ยมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 1 นั้น ดีใจที่มีการลดดอกเบี้ยไว้แต่เนิ่นๆ จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ต้องดูข้อตกลงเจรจายุติสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งเป็นเรื่องต้องติดตาม

แต่ข้อดีของไทยคือ ที่ผ่านมาเงินเฟ้อติดลบ และตอนนี้เพิ่มขึ้นมา ตามที่ธปท.คาดการณ์ไว้คือร้อยละ 4-5 จากนั้นในอีก 12 เดือนจะปรับลดลงมา ซึ่งมองว่า ธปท.ยังคงระดับดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 ได้

ขณะเดียวกันอยากเห็นค่าเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 34-35 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อช่วยภาคส่งออก เกษตร และการท่องเที่ยว ส่วนดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ระดับ 1,500 จุดถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและน่าสนใจสำหรับนักลงทุน

และยืนยันว่า ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีการตั้งสำรองไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะช่วยเหลือและเคียงข้างลูกค้าที่มีปัญหาในช่วงวิกฤตนี้

Source: TNN

"กอบศักดิ์" มอง "Virtual Bank" แบกสินทรัพย์ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ไ...

(May 28) แต่งตั้ง ‘สมชาย หาญหิรัญ’ เป็น กนง.:คนใหม่: นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ เลขานุการคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เป...
28/05/2026

(May 28) แต่งตั้ง ‘สมชาย หาญหิรัญ’ เป็น กนง.:คนใหม่: นายจิรานุวัฒน์ ธัญญะเจริญ เลขานุการคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569

ที่ประชุมได้คัดเลือกและมีมติแต่งตั้ง “นายสมชาย หาญหิรัญ” เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แทนนายสันติธาร เสถียรไทย ที่ลาออกก่อนครบวาระ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และมีวาระการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของนายสันติธาร เสถียรไทย คือ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

Source: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
https://www.prachachat.net/finance/news-2013769

(May 27) ศึกครองตลาดรถยนต์ไทย ค่ายรถจีนท้าชน ค่าย ‘ญี่ปุ่น’ แชมป์เก่า กระแส EV โตแรง แค่ 3 ปี กินส่วนแบ่งตลาดแล้ว 13% : ...
28/05/2026

(May 27) ศึกครองตลาดรถยนต์ไทย ค่ายรถจีนท้าชน ค่าย ‘ญี่ปุ่น’ แชมป์เก่า กระแส EV โตแรง แค่ 3 ปี กินส่วนแบ่งตลาดแล้ว 13% : อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังอยู่บน ‘ทางแยก’ ระหว่างเดินหน้าเป็น ‘ฮับผลิตรถยนต์ไฟฟ้า’ เพื่อให้ไม่ตกขบวนเทรนด์โลกยุคใหม่ หรือรักษาตำแหน่ง ‘ดีทรอยต์แห่งเอเชีย’ ที่ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิต และส่งออกรถยนต์สันดาป ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนโลก ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลจึงออกมาตรการ EV 3.5 สนับสนุนการใช้รถไฟฟ้า

ด้วยการให้เงินอุดหนุนและสิทธิพิเศษด้านภาษี ดึงดูดให้บริษัทผู้ผลิตรถไฟฟ้าจากจีน ต่อคิวเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบันมีรถไฟฟ้าจีนทั้งหมด 6 แบรนด์ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ได้แก่ BYD, Changan, GWM, NETA, MG และ GAC Aion

ในขณะที่ ‘ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น’ ที่ครองตลาดประเทศไทยมานานหลายทศวรรษ ต้องประสบปัญหายอดขายรถยนต์สันดาปตกต่ำลง จากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา จนทำให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นบางเจ้า ต้องถอยทัพ ปิดโรงงานการผลิตในไทย

เช่น Subaru และ Suzuki ในขณะที่รัฐบาลเอง ก็ยังไม่มีแนวทางเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรมให้กับพันธมิตรธุรกิจที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้แรงงานไทย

THE STANDARD WEALTH ชวนส่องตลาดรถยนต์ไทยปี 2025 เมื่อกระแส EV จากจีนโตแรง ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นแชมป์เก่า สะเทือนแค่ไหน ปรับตัวอย่างไร

ข้อมูลล่าสุดจาก PwC รายงาน ASEAN-6 Automotive market snapshot

พบว่า ค่ายรถยนต์จากจีน กำลังครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2025 ทำให้เจ้าตลาดดั้งเดิมทั้งค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น และตะวันตกต้องเร่งปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ การผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด

ค่ายรถจีนเร่งกินส่วนแบ่งตลาด จากมาตรการ EV และกลยุทธ์ตัดราคา

ค่ายรถไฟฟ้าจีน กำลังขยายส่วนแบ่งในตลาดรถไทยอย่างรวดเร็ว จากความได้เปรียบด้านมาตรการสนับสนุน EV จากรัฐบาล และกลยุทธ์ขายตัดราคาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

BYD เป็นแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุด โดยส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 4.3% ในปี 2024 เป็น 6.6% ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้น 2.3% โดยได้แรงหนุนจากโปรโมชันลดราคาเชิงรุก และเร่งกำลังการผลิตรถในปี 2025 เพื่อให้ทันใช้สิทธิประโยชน์ ก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุด
BYD, GWM และ SAIC MG เดินหน้าขยายกำลังการผลิตในไทย โดยเพิ่มขีดความสามารถการผลิตชิ้นส่วนรถที่สำคัญ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า
ผู้เล่นรายใหม่อย่าง Changan, GAC Aion และ Chery เดินหน้าสร้างฐานการผลิตรถไฟฟ้าในไทย ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น

ค่ายญี่ปุ่นยังครองตลาดรถสันดาป จ่อเปิดตัวรถ EV

ค่ายรถญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ในไทย โดยเฉพาะรถยนต์สันดาป แม้ค่ายรถไฟฟ้าจีนจะเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด โดยยังได้แรงหนุนจากซัพพลายเชนรถสันดาปที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศชิ้นส่วนอะไหล่ เครือข่ายศูนย์ซ่อม และบริการหลังการขายที่ครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยค่ายญี่ปุ่นบางรายมีแผนเปิดตัวรถ EV ในปี 2026

- Toyota, Isuzu และ Honda ยังอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาด แต่ส่วนแบ่งตลาดลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024
- Suzuki ยุติการผลิตในไทย หลังทำผลงานต่ำกว่าคาด และขายโรงงาน ICE ที่ระยองให้ Ford ในปี 2025
- ค่ายญี่ปุ่นเริ่มทยอยประกาศแผนเปิดตัวรถไฟฟ้า โดย Toyota เตรียมเปิดตัว Hilux BEV ในปี 2026 ขณะที่ Honda มีแผนเปิดตัวไลน์อัปรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นใหม่ในปี 2027 ส่วน Mazda ปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ประกาศทุ่มงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ยกระดับโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (AAT) จังหวัดระยอง ให้เป็นฐานการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV)

- ค่ายรถยุโรปปรับกลยุทธ์ใหม่ ใช้ไทยเป็นฐานผลิตระยะยาว การที่จีนเข้ามารุกตลาดรถในไทย ไม่เพียงกระทบยอดขายค่ายรถญี่ปุ่น แต่ค่ายรถยุโรปก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน ทำให้ต้องเร่งปรับตำแหน่งทางธุรกิจใหม่ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

- Ford ปรับยุทธศาสตร์การผลิตในไทย หลังส่วนแบ่งตลาดลดลง โดยเข้าซื้อโรงงานของ Suzuki เพื่อใช้เป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกสำหรับรถยนต์รุ่น Ranger และ Everest
- BMW ยังรักษาตำแหน่งในตลาดพรีเมียมได้ แม้ตลาดโดยรวมแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยยอดส่งมอบรถ BEV ของ BMW เพิ่มขึ้นในปี 2025

โดย โมจัง ลีลา

Source: Standard Wealth
https://thestandard.co/thai-car-market-china-japan-ev/

(May 28) ทรัมป์ลั่นไม่ให้รัสเซีย-จีนถือครองยูเรเนียมอิหร่าน ย้ำยังไม่ผ่อนคว่ำบาตร: สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิง...
28/05/2026

(May 28) ทรัมป์ลั่นไม่ให้รัสเซีย-จีนถือครองยูเรเนียมอิหร่าน ย้ำยังไม่ผ่อนคว่ำบาตร: สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเจรจา ว่าเขา “ไม่สามารถยอมรับได้” หากรัสเซียหรือจีนเข้ามารับมอบคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงของอิหร่าน ไปเก็บไว้ในประเทศของตัวเอง

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ย้ำว่า “ยังไม่เคยพูดถึงผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ความสนับสนุนทางการเงิน หรือการผ่อนคลายทางการเงินในรูปแบบใดก็ตาม” ให้แก่อิหร่าน และย้ำว่า สหรัฐจะยังคงควบคุมทรัพย์สินทั้งหมดของอิหร่านที่มีการอายัดไว้ในต่างประเทศต่อไป จนกว่าอิหร่าน “จะประพฤติตัวเหมาะสม และทำในสิ่งที่ถูกต้อง” สหรัฐจึงจะคืนเงินเหล่านั้นให้ “แต่ตอนนี้ยัง”

Source: เดลินิวส์ออนไลน์
https://www.dailynews.co.th/news/5898214/

เพิ่มเติม
- Trump opposes Russia or China taking Iran’s highly enriched uranium : https://www.cnbc.com/2026/05/27/trump-china-russia-iran-uranium-war-deal.html

Trump also said the Strait of Hormuz, the vital oil-shipping route, is "going to be open to everybody."

(May 28) "ทรัมป์" ย้ำอิหร่านไม่ได้รับการผ่อนปรนคว่ำบาตรแลกกับการมอบยูเรเนียม : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่...
28/05/2026

(May 28) "ทรัมป์" ย้ำอิหร่านไม่ได้รับการผ่อนปรนคว่ำบาตรแลกกับการมอบยูเรเนียม : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านจะไม่ได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เพื่อแลกกับการยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของตน

ทั้งนี้ ต่อคำถามที่ว่า กรอบข้อตกลงปัจจุบันจะหมายถึงการที่อิหร่านยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ ปธน.ทรัมป์ตอบว่า 'ไม่เลย ไม่มีการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร'

'พวกเขาจะยอมสละยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของพวกเขา ไม่ใช่เพื่อการผ่อนปรนคว่ำบาตร ไม่ ไม่เลย' ปธน.ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะไม่เร่งรีบทำข้อตกลงกับอิหร่าน อันเนื่องจากแรงกดดันทางการเมืองจากการเลือกตั้งกลางเทอม พร้อมเตือนว่า สหรัฐยังคงพร้อมกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หากการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงที่สหรัฐต้องการได้

ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า อิหร่านหวังว่าแรงกดดันทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง จะทำให้จุดยืนการเจรจาของเขาอ่อนแอลง

'พวกเขาคิดว่าจะยื้อการเจรจาจนทำให้ผมรอไม่ได้' ปธน.ทรัมป์กล่าว 'ผมไม่ได้สนใจการเลือกตั้งกลางเทอม'

นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐยังไม่พอใจกับเงื่อนไขที่กำลังเจรจากัน และยังคงพร้อมกลับมาใช้กำลังทางทหาร หากข้อเรียกร้องของสหรัฐไม่ได้รับการตอบสนอง

'เรายังไม่พอใจกับมัน แต่เราจะพอใจในที่สุด มิฉะนั้น เราอาจจะต้องจัดการให้จบ'

'พวกเขาต้องการทำข้อตกลง ผมไม่คิดว่าพวกเขามีทางเลือก' ปธน.ทรัมป์กล่าว

Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
https://www.ryt9.com/s/iq37/12818499

เพิ่มเติม
- Trump says US 'not satisfied' with Iran deal yet : https://www.bbc.com/news/articles/c74dy9jw1q9o

The US president says he believes Iran wants to reach a deal but there is still no agreement on its terms.

(May 27) บอนด์ยีลด์ร่วง นักลงทุนคลายกังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นั...
27/05/2026

(May 27) บอนด์ยีลด์ร่วง นักลงทุนคลายกังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นว่าสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านใกล้ปิดฉากลง แม้สองฝ่ายมีการปะทะกันก่อนหน้านี้

ณ เวลา 22.03 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.473% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.006%

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงในวันนี้ว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐตกภายในน่านฟ้าของอิหร่าน

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า อิหร่านขอสงวนสิทธิ์อันชอบธรรมและเด็ดขาดในการตอบโต้ต่อการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งอิหร่านและสหรัฐบรรลุข้อตกลงดังกล่าวในเดือนเม.ย.

นอกจากนี้ IRGC ระบุว่า หน่วยป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับและติดตามเครื่องบินสอดแนมแบบ RQ-4 Global Hawk และเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมแทรกแซงและก้าวร้าวของกองทัพสหรัฐ และได้ยิงตอบโต้จนทำให้เครื่องบินดังกล่าวล่าถอยไป

แม้ IRGC ไม่ได้เปิดเผยวันที่เกิดการปะทะ แต่แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อวานนี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้รับร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับเบื้องต้น และไม่เป็นทางการกับสหรัฐ เกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่าย

ภายใต้กรอบดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือเชิงพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลา 1 เดือน ขณะที่สหรัฐจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้อิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

รายงานระบุว่า ร่างข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งไม่รวมเรือทางทหาร และกำหนดให้อิหร่านบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับโอมาน ยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย และอิหร่านจะไม่ดำเนินการใด ๆ หากไม่มี "การตรวจสอบยืนยันที่เป็นรูปธรรม"

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในเวลา 60 วัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจได้รับการรับรองเป็นมติผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

Source: IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์
https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRGQ0IQ7MZ2XUF4F9GKJ14UORYM1W8RJ

เพิ่มเติม
- https://www.investing.com/news/stock-market-news/us-treasury-yields-edge-lower-on-hopes-for-iran-deal-93CH-4712654

US Treasury yields edge lower on hopes for Iran deal

(May 27) อิหร่านเผยร่างข้อตกลงกับสหรัฐ เปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกยกเลิกปิดล้อม: สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศ...
27/05/2026

(May 27) อิหร่านเผยร่างข้อตกลงกับสหรัฐ เปิดช่องแคบฮอร์มุซแลกยกเลิกปิดล้อม: สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านว่า ภายใต้กรอบข้อตกลงเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการสำหรับบันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ อิหร่านจะเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ระดับก่อนสงครามภายในหนึ่งเดือน ส่วนสหรัฐจะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงของอิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

สถานีโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า กรอบความร่วมมือดังกล่าวซึ่งไม่รวมเรือรบและกำหนดให้อิหร่านบริหารจัดการการจราจรทางเรือผ่านช่องแคบโดยร่วมมือกับโอมาน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และเตหะรานจะไม่ดำเนินการใดๆ หากปราศจาก “การตรวจสอบที่ชัดเจน”

ถ้าบรรลุข้อตกลงสุดท้ายภายใน 60 วัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจได้รับการอนุมัติให้เป็นมติที่มีผลผูกพันของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)

ทั้งนี้ สงครามปะทุขึ้นหลังจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากเมื่อหลายเดือนก่อน ทั้งสองฝ่ายต่างโจมตีกันด้วยขีปนาวุธและโดรนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย จนสหรัฐต้องส่งทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งจะบานปลายไปทั่วภูมิภาค

โดย กนกวรรณ เกิดผลานันท์

Source: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
https://www.bangkokbiznews.com/world/geopolitics/1235951

เพิ่มเติม
- U.S. oil falls below $90 on report Iran agreement would restore Hormuz traffic in one month : https://www.cnbc.com/2026/05/27/oil-price-today-iran-war-strait-hormuz.html

U.S. crude oil prices fell about 5% Wednesday on a report Iran would restore traffic through the Strait of Hormuz as part of a framework deal with the U.S.

(May 27) ECB เตือนแบงก์ยูโรโซนเพิ่มงบความปลอดภัยไซเบอร์ รับมือ AI เจาะช่องโหว่ซอฟต์แวร์ : หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธานธนา...
27/05/2026

(May 27) ECB เตือนแบงก์ยูโรโซนเพิ่มงบความปลอดภัยไซเบอร์ รับมือ AI เจาะช่องโหว่ซอฟต์แวร์ : หลุยส์ เดอ กินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่กำลังจะหมดวาระ ออกโรงเตือนกลุ่มธนาคารในยูโรโซนให้เพิ่มงบลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อเตรียมรับมือโมเดล AI รูปแบบใหม่ ๆ ที่สามารถตรวจหาข้อบกพร่องและช่องโหว่เจาะระบบในซอฟต์แวร์ได้

เดอ กินโดส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ (27 พ.ค.) ว่า “เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโมเดลใหม่ ๆ เหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งวางระบบและติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว”

“และเราต้องพยายามผลักดันให้สถาบันการเงินและธนาคารต่าง ๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการเพิ่มงบลงทุนด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะประเด็นนี้จะกลายเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญในอนาคตอันใกล้อย่างแน่นอน” รองประธาน ECB กล่าว

Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์
https://www.infoquest.co.th/2026/596579

เพิ่มเติม
- ECB tells banks to invest more to get a grip on AI security risk : https://www.reuters.com/legal/litigation/euro-zone-banks-need-tighter-cyber-security-amid-ai-risk-ecb-says-2026-05-27/

Euro zone banks need to invest more in cybersecurity if they are to get a ​grip on new AI models that can find flaws in ‌software, the European Central Bank's outgoing Vice President Luis de Guindos said on Wednesday.

(May 27) เฟดเสี่ยงสูญเสียความน่าเชื่อถือ หลังปล่อยเงินเฟ้อสูงเกินเป้านานกว่า 5 ปี : บิล ดัดลีย์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรั...
27/05/2026

(May 27) เฟดเสี่ยงสูญเสียความน่าเชื่อถือ หลังปล่อยเงินเฟ้อสูงเกินเป้านานกว่า 5 ปี : บิล ดัดลีย์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เตือนว่า เฟดมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะองค์กรที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อ หลังจากที่เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% เป็นเวลานานกว่า 5 ปี และท้ายที่สุดแล้วอาจจะส่งผลให้การคาดการณ์เงินเฟ้อหลุดกรอบการควบคุม

ดัดลีย์ได้อ้างถึงผลสำรวจเบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (22 พ.ค.) ว่า ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน โดยผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 4.8% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 4.7% และคาดว่าเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.9% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 3.4%

การแสดงความเห็นของดัดลีย์เน้นย้ำถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่กำลังเผชิญ โดยวอร์ชจะทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นครั้งแรกในเดือนหน้า

ทั้งนี้ วอร์ชเข้ามารับตำแหน่งประธานเฟดหลังจากที่สหรัฐฯ เพิ่งเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบ 3 ปี โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.8% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2566 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 3.7% โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค.

นอกจากนี้ วอร์ชยังเข้ามาคุมบังเหียนเฟด หลังจากที่เจอโรม พาวเวล อดีตประธานเฟดได้ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีอย่างต่อเนื่อง จากพาวเวลปฏิเสธที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ดัดลีย์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ความท้าทายด้านความน่าเชื่อถือของเฟดยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการแต่งตั้งวอร์ชให้เข้ามารับตำแหน่งประธานเฟด และจากการที่ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเขาระบุเพิ่มเติมว่า หากความเป็นอิสระของเฟดไม่ได้ถูกตั้งคำถาม การคาดการณ์เงินเฟ้อก็มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในกรอบการควบคุมได้ดีกว่านี้

Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
https://www.ryt9.com/s/iq29/12818364

เพิ่มเติม
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-05-26/dudley-says-fed-credibility-at-risk-on-years-of-missing-2-goal

Former New York Federal Reserve President Bill Dudley warned the US central bank is in danger of losing credibility as an inflation fighter after a longstanding failure to reach its 2% goal.

(May 27) T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ: การปลดล็อกศักยภาพ T-Pop ในตลาดต่างประเทศให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ ต้อ...
27/05/2026

(May 27) T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ: การปลดล็อกศักยภาพ T-Pop ในตลาดต่างประเทศให้เติบโตและสามารถแข่งขันได้ ต้องอาศัยการพัฒนาผลงานเพลงให้ทันเทรนด์ระดับโลก ควบคู่กับการสนับสนุนจากภาครัฐ

กระแส T-Pop หนุนอุตสาหกรรมเพลงของไทยให้เติบโตสอดคล้องเทรนด์โลก
ในช่วงปี 2016-2019 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเพลงของไทยเติบโตเฉลี่ย 16%CAGR จากแพลตฟอร์มสตรีมมิง และการเข้าชมคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี อย่างไรก็ดี แม้อุตสาหกรรมเพลงไทยจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ด้วยความนิยม T-Pop ที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้มูลค่าตลาดฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว กลับมาอยู่ในระดับก่อนโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2022 และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดย SCB EIC คาดว่า รายได้รวมของค่ายเพลง T-Pop จะอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2026 และขยายตัวสู่ระดับ 1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2029 หรือราว 5.8% CAGR ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วงก่อนโควิด-19 จากฐานมูลค่าตลาดที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังคงขยายตัวสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกในภาพรวม

แพลตฟอร์มดิจิทัล กระแสโซเชียล คุณภาพผลงาน และซีรีส์วายไทย หนุนความนิยม T-Pop สู่สากล

ในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา กระแส T-Pop ที่ยังมาแรงต่อเนื่องและเริ่มขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผลักดันให้ศิลปินไทยได้รับโอกาสเข้าร่วมแสดงบนเวทีระดับโลกอย่าง Coachella และ Summer Sonic อีกทั้ง ยังดึงดูดผู้เล่นระดับโลกให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเพลงไทย โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ T-Pop ขยายความนิยมไปในวงกว้าง ได้แก่

1) แพลตฟอร์ม Music streaming ทำให้ผู้ฟังทั่วโลกเข้าถึงเพลงไทยได้ง่ายขึ้น

2) กระแส Viral บนโซเชียลมีเดีย เร่งให้เพลงเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

3) การยกระดับคุณภาพผลงานสู่ระดับสากล ทั้งการผลิต การนำเสนอผลงานเพลง และภาพลักษณ์ศิลปินที่ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่ และ

4) ความนิยมของซีรีส์วายไทย ที่ช่วยส่งต่อความนิยมจากเพลงประกอบซีรีส์สู่ผลงานเพลงอื่นของศิลปิน

พลังแฟนคลับหนุนการเติบโตอุตสาหกรรมเพลงไทย และต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
แม้แพลตฟอร์มดิจิทัลจะช่วยขยายฐานผู้ฟัง T-Pop ได้กว้างขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดของรายได้ต่อยอดการฟังที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้อุตสาหกรรมเพลงหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่ม Superfan ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและพร้อมสนับสนุนศิลปินอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ยังต่อยอดขยายการเติบโตไปสู่ธุรกิจอื่นด้วย ได้แก่

1) ธุรกิจคอนเสิร์ตและอิเวนต์ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจจัดงาน สถานที่ ระบบแสงสีเสียง แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร และสินค้าที่ระลึก ซึ่งขยายตัวตามจำนวนงานคอนเสิร์ตและอิเวนต์ที่เพิ่มขึ้น

2) Fandom marketing และสื่อโฆษณา อาทิ การดึงศิลปินมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้า ธุรกิจสื่อและโฆษณาที่รองรับทั้งการตลาดของแบรนด์และการเป็นสื่อกลางที่แฟนคลับใช้สนับสนุนศิลปิน รวมถึงธุรกิจ Food truck จากวัฒนธรรมส่ง Food support เป็นกำลังใจศิลปินและทีมงานตามงานต่าง ๆ

3) ธุรกิจท่องเที่ยว บริการ และค้าปลีก ที่ได้รับอานิสงส์จากการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมของแฟนคลับ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว สายการบิน ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้าที่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม

โอกาสขยายตลาดของ T-Pop ที่มาพร้อมความท้าทายหลายประการ

T-Pop มีแนวโน้มขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน และเอเชียตะวันออก ผ่านการผลักดันศิลปินสู่เวทีต่างประเทศและการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานแฟนเพลงในประเทศให้แข็งแรง อย่างไรก็ดี การเติบโตดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายหลายประการ อาทิ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากทั้งศิลปินไทยหน้าใหม่และศิลปินต่างชาติที่เข้ามาในตลาด ความต้องการบุคลากรเบื้องหลังที่มีทักษะการจัดการด้านดนตรีและการตลาดระดับสากล ตลอดจนข้อจำกัดด้านเงินทุนและระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยังต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐ

นโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ จะช่วยให้ T-Pop ก้าวสู่ตลาดโลกได้เร็วขึ้น
แม้ปัจจุบันภาครัฐได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเพลงผ่านนโยบาย Soft power ทั้งการพัฒนาทักษะบุคลากร และการผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศ แต่หากภาครัฐพิจารณานโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ T-Pop ไปสู่ตลาดโลกได้เร็วยิ่งขึ้น ได้แก่
1) การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน จะช่วยให้ค่ายเพลงวางแผนขยายตลาดต่างประเทศในระยะยาวได้

2) มาตรการด้านการเงิน อาทิ การเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันสำหรับค่ายเพลงขนาดเล็ก และมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนสำหรับค่ายเพลงขนาดใหญ่

3) การพัฒนาระบบนิเวศแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมการผลิตบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานทางดนตรี และพื้นที่แสดงที่เป็นมาตรฐานสากล และ

4) การยกระดับระบบจัดการลิขสิทธิ์เพลง เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรม T-Pop ได้ต่อเนื่องในระยะยาว

กีรติญา ครองแก้ว, ปาจรีย์ วัฒนกุลชัย, ปิยนุช ผิวเหลือง

Source: SCBEIC
https://www.scbeic.com/th/detail/product/TPOP-260526

ที่อยู่

Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bank’s Scholarship Studentsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์