15/02/2025
ต่อจากบทความที่แล้วนะครับว่าตอนนี้เราควรซื้ออะไรดี?
ก่อนจะตอบคำถามนี้ได้เราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีตำตอบเดียวที่เหมาะสำหรับทุกคน เพราะความสำคัญของเงินก้อนนี้แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนยอมเสียได้ บางคนเป็นเงินก้อนสุดท้าย, บางคนทนถือได้ บางคนต้องรีบใช้เงินสิ้นเดือนนี้, บางคนคาดหวังกำไร10เท่า บางคนขอสัก5-10%พอ, บางคนซื้อเยอะ บางคนซื้อน้อย, บางคนเฝ้าได้ตลอด บางคนไม่มีเวลาเฝ้า, บางคนซื้อแล้วต้องขึ้นเลย บางคนรอได้
จะเห็นว่ามีหลายปัจจัยมากที่โจทย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งแรกเลยคือ เราต้องListความคาดหวัง ข้อกำหนดเราต่างๆให้ชัดเจนก่อนจะซื้ออะไรสักอย่าง ถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนซิ่งๆ รับความเสี่ยงได้เยอะ แต่เราไปซื้อหุ้นใหญ่ก็คงไม่ตอบโจทย์ หรือถ้าเงินก้อนนี้สำคัญกับเรามาก แต่เราเอาไปลงFutures bitcoinแล้วอัดเงินและLeverageเยอะๆ ก็ไม่ใช่อีก ดังนั้นพอเรารู้ว่าเราต้องการอะไรแล้ว หลังจากนี้มันจะง่ายและความกระวนกระวายในการเทรดเราจะน้อยลงเยอะ
ต่อมาพอเรารู้เราแล้ว เราต้องรู้เขา เช่น นิสัยสินค้าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร หุ้นโดยส่วนมากเทรดโดยการวางเงินเต็ม(มีการใช้Marginบ้างแต่น้อย) ฉะนั้นเมื่อไรที่เราวางเงินเต็ม สินค้าต้องลดมูลค่าลดลงเหลือ0 หรือโดนเอาออกจากตลาดไปเราถึงแพ้, แต่เราอาจจะเคยได้ยินมาว่า ทองคำ บิทคอย น้ำมัน Futures คู่เงิน Optionเสี่ยงมาก ที่เป็นแบบนั้นเพราะสินค้าเหล่านี้โดยส่วนมากวางเงินไม่เต็มเวลาเราซื้อ เช่นของ100บาทเราวางแค่5บาทพอก็ซื้อได้แล้ว หมายความว่าถ้าราคาลงจาก100มา95บาท เงินเราจะหมดและแพ้ทันที เลยเป็นสาเหตุที่คนมักขาดทุนจากสินค้าเหล่านี้มาก เพราะไม่มีMoney management
ทีนี้พอเรารู้เรารู้เขาแล้ว เราก็ต้องมาเลือกว่าแล้วเราจะเข้าไปลุยในสนามไหน ซึ่งตอนนี้ต้องใช้ Technical Analysisเข้ามาช่วยเลือก ว่าสินค้าไหนตอนนี้เป็นขาขึ้นหรือขาลง โจทย์ง่ายๆคือ ถ้าเราเลือกสินค้าตอนที่มันกำลังเริ่มเป็นเทรนขาขึ้น เรามีแนวโน้มที่ดีว่าเราจะได้กำไร(ต้องถูกเวลาและวางเงินเหมาะสมด้วย) แต่ถ้าเราเลือกสินค้าที่เป็นขาลงอยู่ แค่ซื้อไปเราก็มักจะขาดทุนทันทีเลย
ต่อมาเราจะรู้ได้ไงว่าสินค้าไหนขึ้นหรือลง? → ตอนนี้เราต้องใช้ Asset selection โดยการเปรียบเทียบกัน โดยธรรมชาติทุกสินค้าจะมี4ช่วงหลักๆ คือAccumulation(ตอนสะสมของ→ ราคามักไม่ไปไหนวิ่งอยู่ในกรอบ), Markup(ช่วงลากราคาขึ้น), Distribution(ช่วงปล่อยของ), หลังจากนั้นก็Mark down(ช่วงทุบราคาลง) Conceptคือเราควรพยายามซื้อในช่วงที่เจ้าสะสมของครบและราคากำลังจะเปลี่ยนเฟสจากช่วงสะสมเป็นMarkup และขายในช่วงDistributionหรือช้าสุดคือตอนกำลังจะเริ่มเข้าMarkdown
เราต้องรู้ว่าสินค้าที่เราถืออยู่ในเฟสไหน เพื่อที่เราจะได้ขายสินค้าที่เป็นขาลงและซื้อสินค้าที่เป็นUptrend ดั่งคำที่บอกว่าTrend is you friend