PVP Trader PVP Trader -> Pete Volume Profile หาจุดซื้อขายโดยใช้ Volume Profile

ปีนี้2026แล้ว อะไรที่ผ่านมาในปีที่แล้วที่เราทำได้ดี เราเก็บไว้ทำซ้ำในปีนี้ ส่วนอะไรที่ปีที่แล้วพลาดไป เราทิ้งความเสียดาย...
31/12/2025

ปีนี้2026แล้ว อะไรที่ผ่านมาในปีที่แล้วที่เราทำได้ดี เราเก็บไว้ทำซ้ำในปีนี้ ส่วนอะไรที่ปีที่แล้วพลาดไป เราทิ้งความเสียดาย ความเสียใจ ความโกรธ ให้อภัยทุกสิ่งอย่าง เก็บไว้เพียงประสบการณ์ที่ทำให้เราแกร่งขึ้น อะไรที่ฆ่าเราไม่ตายจะทำให้เราเก่งขึ้น
การเทรดในปีที่ผ่านมา ถ้าพอร์ทเรายังอยู่ดี มีเงินทุน ถือว่าเราอยู่รอดในตลาด อย่าได้เสียดายสิ่งที่ผ่านไปแล้วหรือเคยมี ประสบการณ์ที่ผ่านมาจะทำให้เราเก่งขึ้น ปีนี้จะดียิ่งขึ้น โอกาสมีเสมอ ขอแค่อย่าใช้อารมณ์ในการเทรด หรือยึดติดสิ่งที่เคยมี วันนี้เป็นโอกาสอันดีในการเริ่มต้นใหม่ ทำสิ่งดีๆซ้ำ และเลิกทำสิ่งที่ไม่ดี
ปีนี้ขอให้ลูกเพจทุกๆท่านมีแต่ความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา มีสติ มีวินัย มีโชคลาภ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง และมีความสุขมากๆ สวัสดีปีใหม่2026ครับ

เราเคยสงสัยมั้ยว่า เราควรเทรดสั้นหรือถือยาว แบบไหนจะดีกว่า…การเทรดสั้นข้อดีคือ มีรอบเทรดบ่อยกว่า เห็นกระแสนเงินสดเข้าออก...
07/10/2025

เราเคยสงสัยมั้ยว่า เราควรเทรดสั้นหรือถือยาว แบบไหนจะดีกว่า…
การเทรดสั้น
ข้อดีคือ
มีรอบเทรดบ่อยกว่า เห็นกระแสนเงินสดเข้าออกที่ถี่(มีทุกๆวัน) เป็นสิ่งที่หลายๆคนชอบ เพราะเหมือนมีรายได้เพิ่มเข้ามาในแทบทุกๆวัน
ข้อเสีย
1. ค่าคอมสูง บางครั้งปีนึงค่าคอมอาจจะไล่ๆกับมูลค่าพอทเราเลย หมายความว่าถ้าเราเทรดในสินค้าหรือBrokerที่มีค่าคอมแพง กำไรเราอาจจะไม่เหลือเลยเพราะเอาไปจ่ายค่าคอมหมด หรือถ้าขาดทุนก็จะโดนค่าคอมซ้ำเข้าไปอีกดอก
2. จังหวะตัดสินใจต้องไว จังหวะดีสุดของวันอาจมาเพียงแค่10วินาที ถ้าจังหวะนั้นเราไม่ได้เฝ้าจอ อาจจะพลาดโอกาสที่ดีที่สุดของวันไป และบางครั้งการตัดสินใจที่เร็วไปอาจจะทำให้เราวิเคราะห์ด้วยเหตุผลไม่ทัน อารมณ์อาจมีส่วนมากขึ้นเพื่อให้เราActionทัน(ซึ่งผลลัพธ์จะไม่ดี)
3. ยิ่งเทรดสั้นมากๆ ยิ่งต้องอยู่หน้าจอตลอดเวลา
ต่อไปมาดูข้อดีข้อเสียของการเทรดยาวกันบ้าง
ข้อดีคือ
1. ค่าคอมถูก เพราะไม่ต้องซื้อขายบ่อย
2. มีเวลาในการตัดสินใจนาน ไม่ต้องรีบขนาดนั้น ค่อยๆคิดได้
3. ไม่ต้องเฝ้าจอทุกวินาที
4. อาการเมาหมัด(หัวร้อน, FOMO)จะลดลง
5. ได้คำใหญ่
ข้อเสีย
1. ไม่มีรอบเทรดทุกวัน บางครั้งรอบเทรดอาจมาแค่เดือนละครั้ง ทำให้กระแสเงินสดเข้าไม่ถี่
2. โอกาสฝึกการตัดสินใจน้อยกว่า เนื่องจากจำนวนการเทรดน้อยกว่า
3. ต้องทนDrawdown(การคืนกำไร)ที่มากกว่า จิตใจต้องอดทนกับการสวิงของUnrealized P&Lได้ดี
จะเห็นว่าการเทรดสั้นเทรดยาวมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ขึ้นอยู่กับจริตเราว่าชอบแบบไหน เก่งแบบไหน หรือเราสามารถมีได้ทั้ง2แบบเช่นกัน แต่ควรบริการMoney managementให้ดีว่าสัดส่วนเทรดสั้นเทรดยาวเป็นเท่าไรบ้าง โดยเราเก่งสิ่งไหนให้ลงเงินกับสิ่งนั้นเยอะกว่าอีกสิ่ง และ2พอร์ทนี้ไม่ควรเทรดสินค้าตัวเดียวกัน เช่นหุ้นตัวเดียวกันถือสั้นถือยาว เพราะบางครั้งอาจทำให้เราสับสนว่าพอร์ทนึงขาย อีกพอร์ทไม่ขาย(ยกเว้นเราแยกได้จริงๆ)
ถ้าเรามีเวลาเยอะพร้อมเฝ้าจอ ตัดสินใจว่องไว เทรดสั้นได้ แต่ถ้าไม่ค่อยมีเวลา เฝ้าจอได้ไม่บ่อย ไม่ชอบรีบตัดสินใจ อยากได้คำใหญ่เป็นกอบเป็นกำ ถือยาวคือคำตอบ
แล้วเพื่อนๆชอบเทรดสั้นหรือถือยาวมากกว่ากันครับ

เพื่อนๆหลายคนคงเคยซื้อหวยกันบ้าง บางคนซื้อประจำทุกงวด บางคนนานๆซื้อที เราเคยสงสัยมั้ยว่า การซื้อหวยไปเรื่อยๆเราจะกำไรหรื...
09/05/2025

เพื่อนๆหลายคนคงเคยซื้อหวยกันบ้าง บางคนซื้อประจำทุกงวด บางคนนานๆซื้อที เราเคยสงสัยมั้ยว่า การซื้อหวยไปเรื่อยๆเราจะกำไรหรือขาดทุนเท่าไร?
วิธีการคำนวนคือเราต้องหาค่าความคาดหวัง หรือที่เรียกว่าExpected Value โดยการนำ(รางวัลรวมของล๊อตเตอรี่/จำนวนล๊อตเตอรี่ทั้งหมด)-ราคาล๊อตเตอรี่ ซึ่งเท่ากับ (48,000,000/1,000,000)-80= -32
หมายความว่าเราจ่ายเงิน80บาทซื้อหวยไปเรื่อยๆ เราจะขาดทุนเฉลี่ยครั้งละ32บาท หรือหมายความว่าระยะยาวเราจะขาดทุน40% ของเงินที่นำไปซื้อ ถ้าเราซื้อล๊อตเตอรี่ไปทั้งหมด10,000บาท เรามีแนวโน้มสูงที่จะขาดทุนประมาณ4,000บาท
ฉะนั้นคำตอบของซื้อหวยรวยกี่โมง น่าจะเหมือนนาฬิกาที่ไม่ได้ไขลาน

สัปดาห์ที่แล้วพี่ซันได้ให้ผมไปสอนในคอร์ส4 Stepsของพี่ซัน พอเห็นCommentแล้วหายเหนื่อยเลยครับ ดีใจมากๆที่หลายๆคนชอบ ทำให้น...
12/04/2025

สัปดาห์ที่แล้วพี่ซันได้ให้ผมไปสอนในคอร์ส4 Stepsของพี่ซัน พอเห็นCommentแล้วหายเหนื่อยเลยครับ ดีใจมากๆที่หลายๆคนชอบ ทำให้นึกถึง11ปีที่แล้วสมัยผมแข่งSuperTrader Seasonแรก

ผมเป็นคนนึงที่ตอนนั้นลงเรียนเยอะมาก อ่านหนังสือ ไปสัมนา กลับมาแบคเทส ลองนำไปใช้ ได้บ้างโดนบ้าง จดบันทึกข้อผิดพลาด หาแนวทางการปรับปรุง อยู่ในลูปนี้วนไปเรื่อยๆอยู่นานเลย

การพัฒนาการเทรดเราไม่สามารถทำได้ในข้ามคืน แต่มันจะค่อยๆดีขึ้น สกิลที่ต้องใช้ในการเทรดมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นMindset, Money management, Method ซึ่ง3หัวข้อหลักนี้ก็แตกย่อยไปในรายละเอียดอีกมากมาย สุดท้ายแล้ว3อย่างนี้เราไม่สามารถละเลยได้ เพราะต่อให้เราทำ2อย่างได้ดีมากๆ เช่น Methodดีมาก เรียนมาดี กลับมาแบคเทสดี Money mangementดี แต่ว่าถ้าMindsetเรายังไม่ดี สุดท้ายมันจะไม่Performอย่างที่มันควรจะเป็น

จุดอ่อนที่สุดของเราจะเป็นตัวรั้งเราไว้ ดังนั้นเราต้องรู้จักตัวเองให้ดี รู้จุดแข็งที่เราทำได้ดี รู้จุดอ่อนที่เราพลาดบ่อยๆ ยอมรับและหาทางปรับปรุง เมื่อนั้นเราจะพัฒนาตัวเองไปได้อีก1ขึ้น เราทำProcessนี้ซ้ำต่อไปเรื่อยๆอีกหลายๆรอบ พอเรามองย้อนกลับไปอีกที เราจะเห็นว่าเรามาได้ไกลขนาดไหน

สงกรานต์นี้เดินทางปลอดภัย เที่ยวให้สนุกนะครับ ชาจพลังให้พร้อมสำหรับอาทิตย์หน้า
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

ในวันที่ทองคำบาทละ50,000 หุ้นไทยและอเมริกาลงแรงเราควรจะซื้ออะไรดี?ช่วงนี้เราอาจจะเห็นว่าทองขึ้นเยอะมากแบบไม่เคยเห็นมาก่อ...
01/04/2025

ในวันที่ทองคำบาทละ50,000 หุ้นไทยและอเมริกาลงแรงเราควรจะซื้ออะไรดี?
ช่วงนี้เราอาจจะเห็นว่าทองขึ้นเยอะมากแบบไม่เคยเห็นมาก่อน ในขณะที่หุ้นไทยและอเมริกาลงมาอย่างต่อเนื่อง บางคนติดหุ้น บางคนรอจังหวะยังไม่กล้าซื้อ เพราะลงมาแรงเหลือเกิน บางคนซื้อไปแล้วคัทไปแล้ว เราควรทำอย่างไรดี
จริงๆแล้วเหตุการณ์เหล่านี้เป็นวัฎจักรปกติของทุกสินค้า คือมีวันที่ขึ้น และมีวันที่ลง วันที่Sideway ธรรมชาติมนุษย์มักจะชอบมองสิ่งที่มันขึ้น และไม่มองสิ่งที่มันลง หมายความว่าเราชอบมองอะไรที่มันขึ้นมาเยอะๆสักพักหนึ่งแล้ว ไม่ใช่ตอนที่พึ่งขึ้น เพราะตอนพึ่งขึ้นเราอาจจะยังไม่เห็น คนก็ไม่สนใจ หรือเห็นแล้วก็คิดว่ามันเป็นSideway ในขณะที่อะไรที่ลงมาเยอะๆ เราจะไม่สนใจมันเลย ไม่อยากมอง ไม่อยากยุ่ง
แต่สำหรับคนที่อยู่ในตลาดมานานและประสบความสำเร็จได้Big shot เป็นเศรษฐีได้ในทุกๆวันนี้ที่เราเห็นกัน ส่วนใหญ่ เริ่มซื้อหุ้นในจังหวะที่มันลงมาเยอะๆมากๆ ไม่ใช่ซื้อตอนมันขึ้นไปเยอะมากๆ เพราะตลาดหุ้นจะมีช่วงที่มีDiscountให้เรา หรือมีMargin of safetyก็ตอนที่ตลาดลงหนักๆมาพักใหญ่ๆ
แล้วควรซื้อตอนนี้เลยมั้ย ส่วนตัวยังไม่ชอบเพราะว่าการที่เราซื้อเลยตอนมันลงแรงๆ คิดว่าถูกแล้วอาจจะเจอถูกกว่าได้อีก ดังนั้นควรรอให้ตลาดเริ่มเป็นsideway มีการทำHigher highและ higher low ให้เห็นก่อน เราไม่ได้ซื้อในจังหวะถูกที่สุด แต่เรายอมซื้อในจังหวะที่แพงขึ้นมานิดหน่อย เพื่อให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น ถ้าผิดทางก็Stop lossนิดเดียว เพราะเราเห็นLowก่อนหน้าเป็นจุดStop loss แต่ถ้าถูกทาง จะได้Rewardที่คุ้มค่ามาก
ทุกสิ่งที่วัฎจักรของมันเสมอ มีขึ้นก็ต้องมีลง มีลงก็ต้องมีขึ้น ไม่มีอะไรถาวรตลอดไป
ดังนั้นเวลาที่เราไม่อยากมองตลาด หลายๆครั้งคือเวลาที่ตลาดอาจเริ่มน่าสนใจและควรจับตามอง ตรงข้ามกับเวลาที่เราอยากดูราคาหุ้นหรือทองสุดๆ เพราะมันร้อนแรงเหลือเกิน เวลานั้นอาจเป็นเวลาที่เรายังไม่ควรซื้อที่สุด

หวังจะกินคำใหญ่ สุดท้ายกลับมาขาดทุน…ใครๆก็อยากได้Big shotในตลาดหุ้น Stop lossให้ไว Let the profit run เป็นคำที่เราได้ยิน...
13/03/2025

หวังจะกินคำใหญ่ สุดท้ายกลับมาขาดทุน…
ใครๆก็อยากได้Big shotในตลาดหุ้น Stop lossให้ไว Let the profit run เป็นคำที่เราได้ยินจนติดหู ประโยคนี้ตีความได้หลากหลาย ถ้าฟังผ่านๆเราอาจเข้าใจผิด
ช่วงแรกที่ผมเทรดเคยรันหุ้นไปเกิน100%และกลับมาขาดทุนด้วยความคิดว่าต้องLet the profit run เพื่อนๆหลายคนก็อาจเคยเจอเหตุการณ์นี้บ้าง พอเจอเหตุการณ์นี้ไป หลังจากนั้นก็ไม่อยากคืนกำไรแบบนี้แล้ว ก็ขายไวขึ้นแล้วขายหมู หุ้นวิ่งต่อกระจาย กลายเป็นคำถามโลกแตกว่าจะรันต่อหรือขายก่อนเลย ขายหมูถ้ามันวิ่งต่อก็เจ็บใจ ถ้ารันแล้วไม่ขาย พอคืนกำไรเยอะก็เจ็บอีก
หนึ่งในวิธีที่ผมใช้นอกจากการแบ่งขายครึ่งที่เป้า และขายที่เหลือเมื่อเทรนเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว ผมใช้วิธีคิดว่า ถ้าตอนนี้เรากำลังจะเข้าเทรด เราจะเล่นหน้าไหน จะหน้าซื้อหรือหน้าขายหรือยังไม่เทรด เพราะรอจังหวะ ถ้าคำตอบคือ ถ้าเปิดPositionตอนนี้จะเล่นหน้าซื้อ ผมจะมั่นใจในการถือต่อ ถ้ายังไม่มีจังหวะเทรดสักหน้า ผมอาจจะทยอยออกบางส่วนถ้ามันวิ่งมาใกล้เป้าแล้ว หรือได้RRที่คุ้มแล้ว แต่ถ้าตอนนี้ผมจะเปิดหน้าขายหรือShort ผมจะขายทั้งหมดทันที หรือถ้าเสียดายอยากถือจริงๆด้วยเหตุผลFundamentalหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ขาย80-90%และถือที่เหลือไว้10-20%กันขายหมู
บางครั้งเราขอดูอีกนิดตอนหุ้นมันกลับตัวเป็นขาลง แต่ค่าขอดูอีกนิดนี่หลายๆครั้งแพงมาก เพราะอะไร? เพราะถ้าเราไม่ขายตรงจุดที่เป็นจุดเริ่มขาลงแล้ว เราจะคิดว่ามันลงมาเยอะแล้ว รอมันเด้งก่อนละกัน แต่หลายๆครั้งมันไม่เด้งเลยหรือเด้งนิดเดียว ก็กลายเป็นไม่ได้ขายอีก แล้วก็วนลูปแบบนี้ต่อๆไป สุดท้ายกลับมาขาดทุน หรือคนติดหุ้นบางทีก็เริ่มจากเหตุการณ์แบบนี้
ดังนั้นถึงจุดขายตามกราฟก็ขาย อย่าไปเสียดาย เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่ไม้สุดท้ายในชีวิตเราหรอก ถ้าเรามีทุนโอกาสมีเสมอ

ความคาดหวังหรือExpectationนั้นสำคัญมากในทุกๆเรื่องของชีวิตรวมถึงการเทรดด้วย การที่แฟนทะเลาะกัน หลายๆครั้งเกิดจากการมีควา...
25/02/2025

ความคาดหวังหรือExpectationนั้นสำคัญมากในทุกๆเรื่องของชีวิตรวมถึงการเทรดด้วย การที่แฟนทะเลาะกัน หลายๆครั้งเกิดจากการมีความคาดหวังไม่ตรงกัน เช่นอาจจะมีการนัดกันคร่าวๆไว้ คนนึงคิดว่าเจอกันที่นึง ในขณะที่อีกคนคิดว่าเจอกันอีกที่นึงก็เป็นปัญหาได้ หรือเราคาดหวังว่าเค้าจะทำสิ่งหนึ่ง แต่เค้าไม่ได้ทำ เราก็อาจจะผิดหวังและทะเลาะกันได้
ในการทำธุรกิจถ้าพนักงานเข้ามาทำงานเพราะหวังว่างานนี้น่าจะสบายๆ เข้างานเลิกงานตรงเวลา แต่พอมาเริ่มงานจริงกลับต้องเลิกงานดึกเกินเวลาตลอด ก็จะมีปัญหาได้ แต่ถ้านายจ้ามีการแจ้งไว้ว่าชัดเจนตั้งแต่วันสัมภาษว่าCultureองค์กรที่นี่เป็นอย่างไร เรามักเลิกงานกันดึกกว่าเวลาเลิกงาน พนักงานที่รับไม่ได้ก็จะไม่เข้ามาและคนที่เข้ามาก็จะรู้แล้วว่าจะต้องเลิกงานกี่โมง ปัญหาก็จะน้อยลงมาก ดังนั้นการปรับExpectationให้ตรงกันนั้นจึงสำคัญมากๆๆ
ในการเทรดหุ้นก็เช่นกัน หลายๆคนเข้ามาในตลาดโดยมีความคาดหวังที่แตกต่างกัน บางคนแค่ขอได้ค่าข้าวทุกวันพอ บางคนต้องการวันละหมื่น บางคนต้องการหุ้นกำไร20%ต่อปี บางคนต้องการกำไร1เด้ง บางคนต้องการหุ้นพลิกชีวิต10เด้ง ความคาดหวังที่หลากหลายของเราไม่ได้ส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนการเคลื่อนไหวเลย ไม่ว่าเราจะคาดหวังแบบไหนตลาดก็จะวิ่งไปตามที่มันเป็น เราจึงมักผิดหวังในตลาดหุ้น เนื่องจากเรามีความคาดหวังเป็นของเราเอง แล้วเราควรคาดหวังแบบไหน?
1. เราต้องดูว่าเรามีความรู้ในตลาดหุ้นแค่ไหน เช่น เราเข้าใจในเรื่องTechnical analysisหรือFundamentalดีรึยัง เรารู้อะไรบ้าง และยังไม่รู้อะไรบ้าง
2. เรามีชั่วโมงบินในการเทรดมากแค่ไหน ทฤษฎีที่เราเรียนมา มันจะไม่ตรงตามตำราเป๊ะ เพราะตลาดหุ้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ชั่วโมงบินที่มากขึ้น จะทำให้เรารู้ว่า ช่วงไหนควรทำตาม ช่วงไหนควรหยุดรอดูก่อน
3. ทรัพยากรที่เรามี ทั้งเวลาและเงิน ถ้าฐานทุนเราเล็กอย่าไปสนใจเวลาเราเห็นคนได้กำไรทีเยอะๆแล้วไปอัดตาม พังแน่นอน หรือถ้าเวลาเราน้อย ก็อย่าไปเทรดสั้นในวัน บางคนเห็นอีกทีคือขาดทุนไปเยอะแล้ว คัทไม่ลงกลายเป็นติดหุ้นอีก
เมื่อเราประเมินทั้ง3ข้อออกมาแล้ว เราก็ควรคาดหวังให้เหมาะสม เช่นเรามีน้อยทั้ง3ข้อเลย เราก็ต้องเข้าใจก่อนว่าช่วงแรกเรากำลังเก็บทุกอย่างทีละนิดๆ มันจะค่อยๆไปแบบช้าๆ แล้วพอเราเริ่มมีเยอะขึ้นทั้ง3ข้อ มันก็จะไปได้มากขึ้น เร็วขึ้นทีละนิดๆ กราฟพอร์ทเราจากทั้งประสบการณ์ส่วนตัวและจากคนรู้จักหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากมันไม่ขึ้นเป็นเส้นตรง แต่มันจะขึ้นเป็นExponential ดังนั้นเราต้องอดทน ทุกคนมีจังหวะเวลาเป็นของตัวเอง อย่าไปเร่งตามคนอื่น ดั่งคำที่ผมชอบพูดคือ Slow it smooth, smooth is fast ไม่ต้องรีบแล้วมันจะเร็วเอง

ต่อจากบทความที่แล้วนะครับว่าตอนนี้เราควรซื้ออะไรดี?ก่อนจะตอบคำถามนี้ได้เราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีตำตอบเดียวที่เหมาะสำหรั...
15/02/2025

ต่อจากบทความที่แล้วนะครับว่าตอนนี้เราควรซื้ออะไรดี?
ก่อนจะตอบคำถามนี้ได้เราต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีตำตอบเดียวที่เหมาะสำหรับทุกคน เพราะความสำคัญของเงินก้อนนี้แต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนยอมเสียได้ บางคนเป็นเงินก้อนสุดท้าย, บางคนทนถือได้ บางคนต้องรีบใช้เงินสิ้นเดือนนี้, บางคนคาดหวังกำไร10เท่า บางคนขอสัก5-10%พอ, บางคนซื้อเยอะ บางคนซื้อน้อย, บางคนเฝ้าได้ตลอด บางคนไม่มีเวลาเฝ้า, บางคนซื้อแล้วต้องขึ้นเลย บางคนรอได้
จะเห็นว่ามีหลายปัจจัยมากที่โจทย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งแรกเลยคือ เราต้องListความคาดหวัง ข้อกำหนดเราต่างๆให้ชัดเจนก่อนจะซื้ออะไรสักอย่าง ถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนซิ่งๆ รับความเสี่ยงได้เยอะ แต่เราไปซื้อหุ้นใหญ่ก็คงไม่ตอบโจทย์ หรือถ้าเงินก้อนนี้สำคัญกับเรามาก แต่เราเอาไปลงFutures bitcoinแล้วอัดเงินและLeverageเยอะๆ ก็ไม่ใช่อีก ดังนั้นพอเรารู้ว่าเราต้องการอะไรแล้ว หลังจากนี้มันจะง่ายและความกระวนกระวายในการเทรดเราจะน้อยลงเยอะ
ต่อมาพอเรารู้เราแล้ว เราต้องรู้เขา เช่น นิสัยสินค้าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร หุ้นโดยส่วนมากเทรดโดยการวางเงินเต็ม(มีการใช้Marginบ้างแต่น้อย) ฉะนั้นเมื่อไรที่เราวางเงินเต็ม สินค้าต้องลดมูลค่าลดลงเหลือ0 หรือโดนเอาออกจากตลาดไปเราถึงแพ้, แต่เราอาจจะเคยได้ยินมาว่า ทองคำ บิทคอย น้ำมัน Futures คู่เงิน Optionเสี่ยงมาก ที่เป็นแบบนั้นเพราะสินค้าเหล่านี้โดยส่วนมากวางเงินไม่เต็มเวลาเราซื้อ เช่นของ100บาทเราวางแค่5บาทพอก็ซื้อได้แล้ว หมายความว่าถ้าราคาลงจาก100มา95บาท เงินเราจะหมดและแพ้ทันที เลยเป็นสาเหตุที่คนมักขาดทุนจากสินค้าเหล่านี้มาก เพราะไม่มีMoney management
ทีนี้พอเรารู้เรารู้เขาแล้ว เราก็ต้องมาเลือกว่าแล้วเราจะเข้าไปลุยในสนามไหน ซึ่งตอนนี้ต้องใช้ Technical Analysisเข้ามาช่วยเลือก ว่าสินค้าไหนตอนนี้เป็นขาขึ้นหรือขาลง โจทย์ง่ายๆคือ ถ้าเราเลือกสินค้าตอนที่มันกำลังเริ่มเป็นเทรนขาขึ้น เรามีแนวโน้มที่ดีว่าเราจะได้กำไร(ต้องถูกเวลาและวางเงินเหมาะสมด้วย) แต่ถ้าเราเลือกสินค้าที่เป็นขาลงอยู่ แค่ซื้อไปเราก็มักจะขาดทุนทันทีเลย
ต่อมาเราจะรู้ได้ไงว่าสินค้าไหนขึ้นหรือลง? → ตอนนี้เราต้องใช้ Asset selection โดยการเปรียบเทียบกัน โดยธรรมชาติทุกสินค้าจะมี4ช่วงหลักๆ คือAccumulation(ตอนสะสมของ→ ราคามักไม่ไปไหนวิ่งอยู่ในกรอบ), Markup(ช่วงลากราคาขึ้น), Distribution(ช่วงปล่อยของ), หลังจากนั้นก็Mark down(ช่วงทุบราคาลง) Conceptคือเราควรพยายามซื้อในช่วงที่เจ้าสะสมของครบและราคากำลังจะเปลี่ยนเฟสจากช่วงสะสมเป็นMarkup และขายในช่วงDistributionหรือช้าสุดคือตอนกำลังจะเริ่มเข้าMarkdown
เราต้องรู้ว่าสินค้าที่เราถืออยู่ในเฟสไหน เพื่อที่เราจะได้ขายสินค้าที่เป็นขาลงและซื้อสินค้าที่เป็นUptrend ดั่งคำที่บอกว่าTrend is you friend

มีเพื่อนๆหลายคนถามผมเข้ามาว่าช่วงนี้ควรซื้ออะไรดี มองตลาดยังไง หุ้นไทย หุ้นเมกา จีน ทองคำ บิทคอย etc คำถามนี้เริ่มแรกเรา...
08/02/2025

มีเพื่อนๆหลายคนถามผมเข้ามาว่าช่วงนี้ควรซื้ออะไรดี มองตลาดยังไง หุ้นไทย หุ้นเมกา จีน ทองคำ บิทคอย etc
คำถามนี้เริ่มแรกเราต้องดูก่อนว่า เราสะดวกที่จะซื้อสินทรัพย์ไหนบ้าง บางคนไม่สะดวกใจที่จะเปิดพอร์ทใหม่ ซื้ออะไรใหม่ๆ เนื่องด้วยความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของเงินตัวเอง เพราะหุ้นไทยมักเป็นสิ่งที่คนคุ้นเคยมากสุด เนื่องจากเปิดพอร์ทง่าย ปลอดภัย คุ้นเคย
ในขณะที่สินค้าอื่นๆเช่นคริปโตต้องไปซื้อในPlatformอื่น เช่นBitkub, Binance หรือถ้าอยากถือยาวและปลอดภัยก็ต้องใช้Cold walletซึ่งไม่User friendly
ทองคำสามารถซื้อในstreamingได้ซึ่งมีช่วงเวลาที่ตลาดพักอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ปลอดภัยเพราะใช้พอร์ทเดียวกับFuturesไทย(เทรดในStreamingได้เลย) รหัสสินค้าก็เช่นGOH25 → GOคือรหัสสินค้าย่อมาจากGold, Hคือซีรี่วันหมดอายุของFuture, 25คือปี ซึ่งจะเปลี่ยนรหัสสินค้าทุก3เดือน Hหมดอายุมีนา Mหมดอายุมิถุนายน, Uหมดอายุกันยายน, Zหมดอายุธันวาคม
หุ้นต่างประเทศใช้Innovestx, Interactive Broker(ค่าคอมถูกน่าเชื่อถือ แต่ในไทยใช้ไม่สะดวก), Dime, Liberator และอื่นๆ
ต่อมาพอเรามีพอร์ทพร้อมจะลงทุนในสินค้าต่างๆแล้ว คราวนี้ช๊อยส์เราจะมากขึ้้น จากแค่หุ้นไทยเรามีหุ้นต่างประเทศ ทองคำ บิทคอย หรือถ้าลึกกว่านี้อีกจะมีCommoditiesและค่าเงิน ช่วงไหนหุ้นไทยไม่Performหรือกำลังเข้าสู่ขาลง เราก็สามารถSwitchไปสินค้าประเภทอื่นที่พึ่งเข้าUptrendหรือจ่อเบรคขึ้นได้ แทนที่เราจะถือเงินสดไว้เฉยๆ หรือถือหุ้นไปเรื่อยๆเพราะไม่รู้ขายแล้วจะเอาเงินไปลงไหนดี
บทความหน้าเราจะมาพูดถึงวิธีการในการเลือกนะครับ อย่าลืมกดLikeกดShareและติดตามเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวนะครับ

เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีเป้าหมายในการเทรดเช่น อยากกำไรวันละหมื่น, บางคนอาจจะอยากได้ชั่วโมงละหมื่น, บางคนอาจจะมองเป็นอาทิตย์ล...
22/01/2025

เพื่อนๆหลายคนอาจจะมีเป้าหมายในการเทรดเช่น อยากกำไรวันละหมื่น, บางคนอาจจะอยากได้ชั่วโมงละหมื่น, บางคนอาจจะมองเป็นอาทิตย์ละห้าหมื่น, หรือบางคนอาจจะเดือนละสองแสน
การมีเป้าหมายเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งตัวเลขที่เราตั้งเป้าหมาย อาจไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดหรือหน้าเทรดของเราตลอด เช่น เราอยากได้วันละหมื่น และส่วนมากเราเล่นตามเทรน แต่ตลาดวันนี้เป็นไซด์เวย์ การที่เราจะใช้หน้าเทรดรันเทรนในวันที่ตลาดไซด์เวย์ยากที่จะทำกำไรให้ถึงเป้า เนื่องจากพื้นที่วิ่งมันน้อยกว่าวันที่เป็นเทรน แต่ด้วยความที่เรามีเป้าหมายว่าอยากได้หมื่นทุกวัน เราอาจจะฝืนเข้าไปเทรดและขาดทุนได้
แต่ถ้าเป้าของเรามันกว้างขึ้น เช่นขอบวกเดือนละสองแสน หรือตั้งเป้าให้กว้างหน่อยเช่น เดือนละ 1แสน-3แสน ซึ่งพอเฉลี่ยระยะยาวออกมาก็ตรงกับเป้าวันละหมื่น(แน่นอนในความเป็นจริงตัวเลขจะไม่ได้เป๊ะ) แต่การที่เรามีเป้าหมายที่กว้าง และยืดหยุ่นหน่อย จะทำให้การเทรดเราอดทนรอหน้าเทรด หรือจังหวะที่ดีได้ดียิ่งขึ้น
วันที่ตลาดมีเทรนเราก็เทรด บางวันที่ตลาดไซด์เวย์ไม่มีจังหวะเข้าเลย เราก็นั่งทับมือไม่เทรด แต่แน่นอนว่าวันที่เราไม่เทรดเราก็ต้องมอนิเตอร์ตลาดด้วย ไม่งั้นเราก็จะพลาดจังหวะที่ที่ตลาดกลับมาเป็นเทรน
การเป็นเทรดเดอร์ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีPositionตลอดเวลา หรือต้องเข้าไปรบทุกสนามรบ เหมือนดั่งสามก๊กที่โจโฉ เล่าปี่ ซุนกวนก็ไม่ได้ออกศึกรบทุกสมรภูมิ เพราะถ้าออกศึกรบตลอดทุกครั้ง ตำนานเหล่านั้นคงไม่อยู่ให้เราได้ยินถึงวันนี้ อย่าไปไล่จับโจรโพกผ้าเหลืองคนเดียว แต่จงเลือกสมรภูมิที่ใช่ ทำศึกชนะทั้งทีต้องได้ทั้งเมือง

หลายๆคนคงเคยได้ยินกฎ80/20 เช่น คน20%ถือครองทรัพย์สินบนโลกนี้80%และ คน80%ถือครองทรัพย์สิน20%, ลูกค้า20%สร้างรายได้ให้บริษ...
11/01/2025

หลายๆคนคงเคยได้ยินกฎ80/20 เช่น คน20%ถือครองทรัพย์สินบนโลกนี้80%และ คน80%ถือครองทรัพย์สิน20%, ลูกค้า20%สร้างรายได้ให้บริษัท80%และลูกค้า80%สร้างรายได้ให้บริษัท20%, การเทรด20%ทำกำไรให้พอร์ท80%และการเทรด80%ทำกำไรให้พอร์ท20%, คน20%ในตลาดกำไรและอีก80%ขาดทุน, โฟกัสที่งาน20%ที่สร้างผลลัพธ์80% และอื่นๆอีกมากมาย
ในเรื่องการเทรดกฎนี้ก็สามารถเอามาใช้ได้เหมือนกันเช่น ตลาดมักเป็นเทรน20%และอีก80%Sideway ดังนั้นถ้าเราต้องการเทรดตามเทรน เราไม่ควรเข้าไปเทรดหรือมีPositionตลอดเวลา แต่ควรรอช่วงเวลา20%ที่เกิดเทรนและทำการเข้าเทรด หรืออีกอย่างคือพยายามเป็นคน20%ในตลาดที่ได้กำไรโดยรอจังหวะ20%ที่เกิดเทรนเพื่อเทรด
พูดอย่างนึงคือ80%ของช่วงเวลาในตลาดนั้น เรามีหน้าที่Monitor แต่ไม่ได้กระโดดเข้าไปเทรดตลอดเวลา เพราะถ้าเราเทรดตลอดเวลา100% เราก็จะเข้าไปในช่วงที่ตลาดSideway 8ไม้จาก10ไม้ ซึ่ง8ไม้นั้นจะกินกำไรที่เราทำได้ไปมหาศาลจนขาดทุน
เทรดเดอร์ระดับตำนานหลายคนเช่นดร.นิเวศน์, Warren Buffet และนักลงทุนที่ประสบความเร็จท่านอื่นๆอีกมากมายมักรอจังหวะซื้อหุ้นตอนเกิดวิกฤติ หรือตอนที่ตลาดเกิดการDiscountลงมามากๆ เป็นช่วงเวลาเพียงไม่กี่%ของตลาดที่จะเกิดเหตุการณ์นั้น แต่การลงทุนในช่วงนั้นให้ผลตอบแทนมหาศาล นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมสกิลการอดทนรอหรือนั่งทับมือเป็นสิ่งสำคัญของเทรดเดอร์มาก
ในทางกลับกัน การลงทุน20%ของเราก็ทำให้เราขาดทุน80%ได้เช่นกัน ถ้าเราไปเข้าในจังหวะสวนเทรนแล้วทนถือไม่คัทลอส เช่นซื้อตอนหุ้นพึ่งเบรคลงมา ซึ่งวิธีการป้องกันสามารถใช้เรื่องDow Theory, Wyckoff, หรือVCPของMark minerviniเพื่อหาจังหวะ20%ที่เป็นเทรนได้(ถ้าสนใจในวิธีการเหล่านี้ ผมจะอธิบายแยกให้ในอีกบทความ)
กฎ80/20ในการเทรดมีสองด้าน คีย์สำคัญคือหลีกเลี่ยงช่วง80%ที่ตลาดSideway, หลีกเลี่ยงช่วง20%ที่จะทำให้เราเสียหาย80% และพยายามหาช่วงเวลาที่เป็นเทรน20%ที่จะทำให้เรากำไร80%

#80/20

เราเห็นข่าวคนเก่งประสบความสำเร็จในชีวิต แต่มาพลาดเรื่องทั่วไปบางอย่างเช่น ขับรถเร็วประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ, ควบคุมอารมณ์ไ...
06/01/2025

เราเห็นข่าวคนเก่งประสบความสำเร็จในชีวิต แต่มาพลาดเรื่องทั่วไปบางอย่างเช่น ขับรถเร็วประมาทจนเกิดอุบัติเหตุ, ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่โมโหมีเรื่องกับชาวบ้านจนติดคุกขึ้นศาล, ติดพนันจนหมดตัวเป็นหนี้, ไม่ดูแลสุขภาพจนป่วยไม่สามารถเที่ยวได้, กู้เงินมาซื้อหุ้นผิดทางแล้วไม่คัทจนโดนForce sell หรืออีกต่างๆนา…
หลายๆครั้งเราพยายามโฟกัสในสิ่งที่เราเก่ง ถนัด ทำได้ดีกว่าคนอื่น จนลืมดูจุดอ่อนของเรา เพราะคิดว่าเราต้องใช้จุดแข็งเราให้เกิดประโยชน์สุด แต่หลายๆเรื่องในชีวิต จุดอ่อนของเรานี่แหละคือตัวฉุดรั้ง และทำให้จุดแข็งที่เราทำมาอย่างดีล้มเหลว
ในการเทรดเรื่องพื้นฐาน 3M(Method, Money management, Mindset)คือเรื่องพื้นฐานในการเทรดให้สำเร็จ ถ้าเรามีจุดแข็งในเรื่องMethodหรือหน้าเทรดเราคมมาก แต่เราดันมีจุดอ่อนในเรื่องMindset คือไม่สามารถทำตามวินัยได้ สุดท้ายจุดแข็งของเราก็พังอยู่ดี เพราะเราไม่ทำตาม หรือถ้าMethod เราดี Mindsetโอเค แต่Money managementเราไม่ดี เทรดหนักเกินสุดท้ายก็พอร์ทแตกได้เหมือนกัน สังเกตุว่าจุดอ่อนสุดของเราเหมือนคอขวดทำให้เราติดกับดักบางอย่างและผิดพลาด จนภาพรวมไม่สำเร็จ
ดังนั้นเราต้องBalance สิ่งรอบด้านในตัวเราให้ดี ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ ความสุข การพัฒนาตนเอง อะไรที่ล้นไปด้านใดด้านนึงจนลืมอีกด้านไปสุดท้ายมันจะยืนระยะไม่ได้ แม้เราจะทำสิ่งนั้นได้ดีแค่ไหนก็ตาม ฉะนั้นอย่าลืมดูว่าจุดอ่อนเล็กๆน้อยๆของเราคือเรื่องอะไรครับ

ที่อยู่

Watthana
Bangkok
10110

เบอร์โทรศัพท์

+66638572411

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PVP Traderผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PVP Trader:

แชร์