04/08/2026
☆ ข้อชี้แจงกรณีสหกรณ์ฯคลองจั่นระงับการจ่ายชำระหนี้ ฟ.20 ในงวดที่ 6 ให้กับกลุ่มสมาชิกเจ้าหนี้ 2,254 ราย ที่มีคำพิพากษาศาลฎีกาในคดี อ.3339/2559 ☆
▪︎ ข้อร้องเรียน ตำหนิ และเรียกร้อง
(1) ทำไมเจ้าหนี้ 2,254 รายไม่ได้รับชำระหนี้งวดที่ 6 (ที่เหลือทั้งหมด)
(2) จำไม่ได้ว่าเข้าร่วมฟ้องคดี ขอถอนชื่อ/ยกเลิกการฟ้องคดีแล้ว ทำไมยังไม่ได้รับชำระหนี้
(3) สมาชิกเจ้าหนี้เป็นเจ้าหนี้ของสหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดของอดีตประธาน นายศุภชัย ศรีศุภอักษรและพวก ที่ใช้สหกรณ์ฯมาฉ้อโกงสมาชิก สหกรณ์ฯต้องชดใช้หนี้คืน
(4) สหกรณ์ฯต้องรับผิดชอบ สหกรณ์ฯเป็นหนี้สมาชิก
(5) สหกรณ์ฯไม่รับผิดชอบสมาชิกเจ้าหนี้ ไม่จ่ายชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ มีการค้างจ่าย ชะลอเวลาจนถึงระงับการจ่ายชำระหนี้ โดยอ้างคำพิพากษา ไม่ถูกต้อง
(6) สมาชิกเจ้าหนี้ไม่รู้กฎหมาย ไม่มีความสามารถ ไม่อยากสืบทรัพย์ ติดตามหนี้จากนายศุภชัย ซึ่งก็เสียชีวิตแล้ว ขอสละสิทธิ์ยกเลิกคำพิพากษา และขอรับชำระหนี้จากสหกรณ์ฯต่อไป ได้หรือไม่
• เป็นข้อความในการร้องเรียน ตำหนิ กล่าวโทษ และเรียกร้อง ให้สหกรณ์ฯดำเนินการแก้ไขและจ่ายชำระหนี้ทันที
▪︎ คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาที่ อ.3339/2559 พิพากษาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ตามคำพิพากษาในหน้าที่ 72/75 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาดังนี้
" ให้จำเลยที่ 1 (นายศุภชัย) คืนเงินให้แก่ผู้เสียหายแต่ละราย ตามรายชื่อในเอกสารท้ายฟ้องในคดีสำนวนแรก จำนวน 2,254 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,612,237,157.62 บาท โดยให้ถือรายชื่อผู้เสียหายตามเอกสารท้ายฟ้องดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษา แต่หากผู้เสียหายรายใดยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีโจทก์ร่วม (สหกรณ์ฯคลองจั่น) ยื่นคำร้องฟื้นฟูกิจการ และได้รับเงินตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้วเพียงใด ก็ให้นำเงินที่ได้รับดังกล่าว มาหักจากจำนวนเงินที่ศาลมีคำสั่ง ให้จำเลยที่ 1 (นายศุภชัย) คืนแก่ผู้เสียหายแต่ละราย
และในสำนวนคดีหลัง ให้จำเลยที่ 1 (นายศุภชัย) คืนเงิน 10,716,663,399.29 บาทแก่โจทก์ร่วม (สหกรณ์ฯ) โดยให้จำเลยที่ 7 (นางสาวศรัณยา) ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 9,417,984,912.54 บาท "
▪︎ สาระสำคัญและความคิดเห็น
1. ศาลฎีกาพิพากษาให้นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ชดใช้คืนเงิน 5,612 ล้านบาทแก่ผู้เสียหายจำนวน 2,254 ราย ตามยอดความเสียหายของแต่ละราย
2. กรณีที่ผู้เสียหายรายใดยื่นคำขอและได้รับการชำระหนี้จากสหกรณ์ฯตามแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว ก็ให้นำยอดเงินที่ได้รับดังกล่าวมาหักจากจำนวนเงินที่ศาลมีคำสั่งได้รับคืน ไม่มีการชดใช้ชำระหนี้ซ้ำซ้อน
3. สหกรณ์ฯจะได้รับการชดใช้คืนจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษรเป็นจำนวนเงิน 10,716 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดจำนวนเงินที่ไม่นับรวมกับกลุ่มสมาชิกเจ้าหนี้ 2,254 ราย ที่ฟ้องคดีเอง
4. พิจารณาในแง่สิทธิตามคำพิพากษา ผู้เสียหาย 2,254 รายได้สิทธิ์อันชอบธรรมในการเรียกร้องและบังคับคดีต่อนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ในการชำระชดใช้คืนยอดความเสียหายทั้งหมด (เงินฝาก, เงินหุ้น, เงินปันผล ดอกเบี้ยและเงินอื่นๆ) ซึ่งยอดจำนวนหนี้จะแตกต่างจากยอดหนี้ที่ระบุในแผนฟื้นฟูกิจการ ประเด็นคือผู้เสียหายเหล่านี้จะต้องมีศักยภาพ ความรู้ และความสามารถในการติดตามทรัพย์และบังคับคดีเอง
5. คำสั่งศาลฎีกาถือเป็นที่สุด สหกรณ์ฯจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล
แต่ก็รับรู้ รับทราบ ประเด็นปัญหาของผู้เสียหายหลายๆรายในกลุ่มสมาชิกเจ้าหนี้ 2,254 ราย ซึ่งบางรายแจ้งขอสละสิทธิ์ ยกเลิกสิทธิ์พึงได้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา และยินดีรับการชำระชดใช้คืนตามแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป
6. ในการพิจารณาและตัดสินใจประเด็นดังกล่าว เกี่ยวข้องข้อผูกพันคำพิพากษาตามกฎหมาย ยอดวงเงินที่จะได้รับชดใช้คืน ซึ่งไม่รวมกับผู้เสียหาย 2,254 ราย คณะกรรมการฯมีอำนาจหน้าที่และความชอบธรรมที่จะกระทำการอื่นใด โดยจะไม่ได้รับผลกระทบทางกฎหมายใดๆหรือไม่ หากเปลี่ยนแปลงหรือไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ระเบียบข้อบังคับ พ.ร.บ สหกรณ์
ทางสหกรณ์ฯจึงขอแจ้งประชาสัมพันธ์ในเบื้องต้นว่า มิได้ละเลยความเดือดร้อน ความเสียหาย และผลกระทบต่อผู้เสียหายบางรายในกลุ่มสมาชิกเจ้าหนี้ 2,254 รายนี้ แต่เมื่อเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องทางกฎหมาย จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษา พิจารณา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย เพื่อหาแนวทางที่จะสามารถดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป
. ปชส.สคจ. ... 4 ส.ค. 2569 ..