Accworks บัญชีภาษี ภาษาง่าย สไตล์เจ้าของกิจการ

Accworks บัญชีภาษี ภาษาง่าย สไตล์เจ้าของกิจการ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีภาษีเพื่อผู้ประกอบการและผู้ต้องการค้นคว้า

20/02/2024
20/02/2024

📌อยากได้งบการเงินเร็ว ต้องรีบส่งเอกสารที่จำเป็นในการเปิดงบการเงินให้กับสำนักงานบัญชี
วันนี้แอดมินเอา Check list เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็นจะต้องส่งให้กับสำนักงานบัญชีเพื่อให้สำนักงานบัญชีปิดงบการเงินได้เร็วขึ้น
เอกสารสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยถ้าไม่มีคือปิดงบการเงินไม่ได้เลย คือ ❌Bank statement ❌ ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่น่าจะใช้ Internet banking กันเป็นส่วนใหญ่แนะนำให้รีบเข้าไปเรียก Statement ย้อนหลังเก็บเอาไว้เพราะธนาคารบางแห่งอนุญาตให้เรียกย้อนหลังได้แค่ 1 ปีเท่านั้น
⚠️ นอกจากเตรียมเอกสารให้กับสำนักงานบัญชี ก็อย่าลืมเรื่องของ "ภาษี" ด้วย ผมเชื่อว่ามีผู้ประกอบการอีกหลายท่านที่ ณ วันนี้ยังไม่รู้เลยว่าปีที่ผ่านมากิจการมีกำไรกี่บาท❓ และจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลกี่บาท❓ เพราะถ้าจะวางแผนภาษีของปีที่ผ่านมา ผมลองเลยว่าช่วงนี้คือโค้งสุดท้ายของสุดท้ายแล้ว
อย่ารอให้สำนักงานบัญชีมาเซอร์ไพรส์ยอดภาษี ตอนใกล้ถึงกำหนด Deadline ส่งงบการเงิน เมื่อถึงเวลานั้นจะวางแผนภาษีอะไรก็ไม่ทั้นแล้วครับ

11/01/2024

สรุปเงื่อนไข "Easy E-Receipt"
ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท
เตรียมตัวช้อป ช่วง 1 ม.ค. - 15 ก.พ. 2567
เฉพาะใบกำกับภาษี (e-Tax Invoice) หรือ ใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เท่านั้น
ซื้อสินค้าหรือบริการอะไรได้บ้าง และอะไรที่ไม่เข้าร่วม ตามมาดูกัน!
รายละเอียดการลดหย่อนภาษี
✅ ต้องเป็นสินค้าหรือบริการจากร้านค้าที่เสีย VAT และต้องสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ให้ได้เท่านั้น
✅ สินค้าที่ไม่ได้เสีย VAT แต่ใช้ลดหย่อนได้ = หนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร E-Book และสินค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน (ใช้ e-receipt เป็นหลักฐาน)
❌ สินค้า-บริการ ที่ไม่สามารถหักลดหย่อนได้
1. ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์
2. ค่าซื้อยาสูบ
3. ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
4. ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
5. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 ม.ค.67 หรือสิ้นสุดหลัง 15 ก.พ.67 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.ก็ตาม
6. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย
❌ สินค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ยกเว้น VAT
- อาหารสด ผักสด เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู นมสดจืด ไข่ได่ ไข่เป็ด เป็นต้น
- ทองคำแท่ง (ถ้าซื้อทองรูปพรรณ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้เฉพาะค่ากำเหน็จ)
- ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศัลยกรรม
- บัตรกำนัล Gift voucher
ใบกำกับภาษีแบบไหนใช้ลดหย่อนได้บ้าง
1. ใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ทั้งเงินสดและเงินเชื่อ และอยู่ในใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งเงินสดและเงินเชื่อ
2. วันที่ในใบกำกับภาษีและวันที่ลงลายมืออิเล็กทรอนิกส์ จะต้องอยู่ภายในระยะเวลาที่โครงการกำหนด
3. ต้องระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
4. ที่อยู่ ใช้เป็นที่อยู่ในบัตรประชาชนหรือที่อยู่ปัจจุบันก็ได้
❗ เช็คให้ชัวร์ก่อนซื้อ
- สังเกตสัญลักษณ์ร้านค้า ถ้ามีสัญลักษณ์ Easy E-Receipt หรือ E-Tax Invoice & Receipt ก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในมาตรการ Easy E-Receipt ได้
- หรือสอบถามกับทางร้านค้านั้นๆ ก่อน ว่าออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ไหม เพราะอาจมีบางร้านค้าที่ไม่เข้าร่วม
- เอกสารจะได้รับทางเมล และต้องมีข้อความว่า "เอกสารนี้ได้จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่สรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์" อยู่ด้านท้ายสุดของหน้า
- วางแผนซื้อของเท่าที่จำเป็น ไม่ต้องซื้อให้เต็มวงเงินเพียงเพราะ “ของมันต้องมี”
สำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคล (ไม่จำกัดรายได้) สามารถจัดทำใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบบริการ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยศึกษารายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ https://etax.rd.go.th
#ลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา #ลดหย่อนภาษี #ภาษี #ลดหย่อนภาษี #กระตุ้นเศรษฐกิจ

12/12/2023

สังคมไร้เงินสดกำลังมา..... ส่วนแอดมินไร้เงินในบัญชี 😭

01/12/2023

ประเด็นภาษี การบริหารจัดการภาษีเงินได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ
1. บ่อเกิดเงินได้พึงประเมิน
1.1 เงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำ จำแนกเป็น
(1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
(2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
1.2 เงินได้เนื่องจากทรัพย์สิน จำแนกเป็น
(1) เงินได้ที่เป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา" (Intellectual Properties) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น ตามมาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร
(2) เงินได้ที่เป็น "ผลได้จากทุน" (Capital Gain) ทั้งหลาย ตามมาตรา 40 (4)(ก) - (ฌ) แห่งประมวลรัษฎากร
1.3 เงินได้เนื่องจากกิจการที่ทำ จำแนกเป็น
(1) เงินได้ตามมาตรา 40 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจาก
(ก) การให้เช่าทรัพย์สิน
(ข) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน
(ค) การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นโดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว
(2) เงินได้ตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้จากจากวิชาชีพอิสระ คือ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี หรือประณีตศิลปกรรม
(3) เงินได้ตามมาตรา 40 (7) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ
(4) เงินได้ตามมาตรา 40 ( 8 ) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา 40 (1) ถึง (7) แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว

2. เงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
สำหรับเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศที่ผู้มีเงินได้ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป นั้น
2.1 ผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นๆ ถึง 180 วันในปีภาษีที่เกิดเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ และ
2.2 เป็นผู้มีเงินได้จากแหล่งเงินไดในต่างประเทศเนื่องจาก
(1) หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ
(2) ทรัพย์สินในต่างประเทศ หรือ
(3) กิจการที่ทำในต่างประเทศ และ
2.3 ไม่ว่าผู้มีเงินได้จะได้นำเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ผู้มีเงินได้ย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคบธรรมดาตามประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ดังกล่าวนั้นในปีภาษีที่ได้นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย นั้น

3. การวางแผนภาษีสำหรับเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
จากหลักการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป ดังกล่าว ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้มีเงินได้ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566 ฯ
3.1 เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษีที่ได้รับเงินไดัพึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม
3.2 ผู้มีเงินได้ไม่มีการนำเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย
3.3 นำเงินได้ที่ได้รับจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ จัดตั้งเป็น "กองทุนส่วนบุคคล" แล้ว นำกองทุนลงทุนในหลักทรัพย์ในประเทศไทย หรือให้กู้ยืมแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
3.4 จัดตั้งมูลนิธิหรือสมาคม เพื่อรับเงินบริจาคจากผู้มีเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ
3.5 นำเงินได้ที่ได้รับจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศไปซื้อทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่เป็นเครื่องประดับ หรือนาฬิกาหรูราคาแสนเเพง แล้วนำทรัพย์ศินเหล่านั้นติดตัวเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งมิใช่เป็นการนำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย
3.6 มอบเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศให้แก่บุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (27) หรือ (28) แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้
"มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
(27) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะหรือจากการให้โดยเสน่หาจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น
(28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น"
เมื่อผู้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าวนำเงินได้เข้ามาในประเทศ ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

4. AMA Model
การมอบเงินได้ให้แก่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส เฉพาะเงินได้จากการอุปการะหรือจากการให้โดยในส่วนที่ไม่เกินยี่สิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 42 (27) แห่งประมวลรัษฎากร เช่น การมอบหุ้นในบริษัทจำกัด ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้แก่มารดา (Ama) ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป ซึงโดยปกติเ้ป็นผู้ไม่มีเงินได้ ในจำนวนไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปี เป็นเหตุให้มารดา (Ama) ได้รับเงินปันผลจากบริษัทจำกัด สมมติ จำนวน 800,000 บาท เมื่อนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นผลให้มารดา ต้องเสียภาษีเงินได้จำนวน 65,000 บาท จึงมีสิทธิได้รับคืนเงินภาษีเงินได้บุคลธรรมดาจากเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัีษฎากร จำนวน 215,000 บาท (แทนการที่กรรมการเป็นผู้รับเงินปันผลนั้นเสียเอง)

20/11/2023

🎁ให้ของขวัญปีใหม่กับลูกค้าแบบไหน ประหยัดภาษีที่สุด🎁
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ทุกบริษัทก็มักจะมีการซื้อของขวัญให้กับลูกค้า และแน่นอนทุกบริษัทก็อยากที่จะประหยัดภาษีที่สุด ต้องการที่จะนำรายจ่ายค่าซื้อของขวัญให้กับลูกค้ามาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีของกิจการให้ได้ครบถ้วน 100%
แอดมินจึงมาสรุปทางเลือกทั้ง 4 แบบในการให้ของขวัญกับลูกค้าเพื่อช่วยในการประหยัดภาษี ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสีย รวมถึงเงื่อนไขในการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเราจะต้องเลือกให้เหมาะกับสถานะการณ์ครับ แต่ถ้าให้ผมเรียงลำดับความ Advance จะสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้
1⃣ ให้ของขวัญผ่านค่ารับรอง แต่ข้อเสียคือจำกัดมูลค่าสูงสุดเพียงแค่ 2,000 บาทต่อครั้ง

2⃣ ให้ของขวัญผ่านส่งเสริมการขาย ข้อดีไม่จำกัดมูลค่า แต่ข้อเสียคือโดนหัก ณ ที่จ่าย

3⃣ ให้ของขวัญผ่านของชำร่วย/ของที่ละลึก ข้อดีคือไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย แต่ข้อเสียคือต้องสกรีนชื่อบริษัทหรือโลโก้ในตัวสินค้า และมูลค่าไม่ควรเกินสมควรอีก

4⃣ ของแถม ผมว่าตัวนี้ดีมากๆเลยไม่ต้องโดนหัก ณ ที่จ่าย ไม่ต้องสกรีนชื่อสินค้า แต่เราจะต้องวางแผน Match ของที่เราจะให้ลงไปในใบกำกับภาษีขายให้ได้ 🙂 แต่นักบัญชีและเจ้าของกิจการเก่งอยู่แล้วครับ

ที่อยู่

Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66661622247

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Accworks บัญชีภาษี ภาษาง่าย สไตล์เจ้าของกิจการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Accworks บัญชีภาษี ภาษาง่าย สไตล์เจ้าของกิจการ:

แชร์