30/08/2023
สวัสดีครับ วันนี้ตามาสรุปหุ้น HENG จากการสัมภาษณ์ของเพจลงทุนกล้วยๆ โดย อ.ปประพาส นะครับ
แน่นอน เพจตาเนื้อหายาวอีกแล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลยฮะ : )
- non bank น่าสนใจมาก เพราะดอกเบี้ยใกล้พีคแล้ว แล้วตลาดมองอนาคตเสมอ
- 80% ของประชากร เข้าไม่ถึง bank ก็มาใช้ non bank
- คุณวิชัย CEO เคยทำปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสองมา 30ปี สมัยนั้นไม่มี regulator มาคุม แต่ก่อนได้ดอก 18% flat rate เยอะมาก แต่หลังๆมีรัฐมาคุมเยอะขึ้น
- HENG ตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2558
- คุณวิขัย รวมกับ 4บริษัทใหญ่ในภาคเหนือ เพื่อเปิด HENG จะใช้ระบบควบคุมภายใน ไม่ใช้ระบบวางใจกัน
- ทั้ง 4บริษัท ลงเงินสด ได้สัดส่วนตามเงินเพิ่มทุน
- ตอนนี้มีสาขา 843 แห่ง และจะขยายอีก 22สาขา
- HENG ทุนจดทะเบียนเยอะ 3010mb, IPO มา 2ปีเอง ได้กสิกรมาเป็นผถห.ใหญ่ มีทุนจด 3810 mb
- ceo มองว่า กสิกรรู้จักเราดี เพราะเรากู้เงินจาก kbank มานาน ไม่เคยค้างชำระ
- เริ่มจาก HP มือสอง แต่มีหลายสินค้า มีหลักประกัน
- เริ่มปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน nano finance
- port secured 97%, unsecured 3%
- ลูกค้าเป็น ผู้ประกอบการ พ่อค้า เกษตรกร 25% รับจ้างทั่วไป 25% แต่ใหญ่ๆ sme 30%
- สาขากระจุกในภาคเหนือ แต่ขยายไปครบทุกภูมิภาคแล้ว เหนือมี 186 แต่อีสาน 280 เยอะกว่าเหนืออีก เราจะขยายสาขาต่อเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญไปด้วย แบ่งคนจากสาขาเก่าไปช่วยสาขาใหม่ๆ
- ปัญหาอันดับ1 คือ บุคลากร มีการแข่งขันสูง เลยแย่งคนกัน
- ปี24 จะขยาย 350สาขา เยอะมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน เราวางแผนกันมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว และใน 350สาขานี้ มีที่ดินที่จะไปเกือบครบแล้ว ตอนนี้หาพนักงานมาฝึกอยู่ ตาคิดว่าตรงนี้ดีนะ เราอาจรับรู้ค่าใช้จ่ายในการ training ไปแล้วก่อนจะเปิดสาขาจริงครับ
- ปี24 350สาขา จะขยายในช่วง q1-q2/24 มันเลยเป็น season ด้วย งบ q1-q2 จะกำไรน้อย เพราะลงทุน แล้ว q4 จะพีคสุด
- เป้าปี23 cost to income < 50% แล้วปี24 เป้าจะเป็น 50-55% เพิ่มขึ้นหน่อย
- บริษัทเราเล็กอันดับเกิน10 เราขยายได้เยอะ คนต้นๆมีหลายพันสาขา เรายังมีพท.ใหม่ที่จะไปอีกเยอะ
- เรารักษายอดภาคเหนือไว้ได้ ยอดไม่เคยตกเลย
- เรามีพันธมิตรเต้นท์รถมือสอง ตอนนี้มี 6500เต้นท์ พร้อมส่งลค.มาให้เรา
- non bank มีสาขามากกว่าร้านสะดวกซื้ออีก
- เราไปพื้นที่ใหม่ ได้ลูกค้ามา ใช้คนในพื้นที่มาเป็นพนักงาน แล้วคนนั้นต้องเดินเข้าเต้นท์รถเพื่อสร้าง connection ในขณะที่คนอื่นๆไม่ค่อยทำ
- เต้นท์รถจะส่งพวก HP มือสองมา แต่จำนำทะเบียน มาจาก3ทาง เช่น 1 HP เอง พอผ่อนหมดก็จะกลายมาเป็นลค.จำนำทะเบียน อันนี้เยอะสุดในอดีต 2 คนที่เข้าหน้าร้านเอง ส่วนนี้มาแรงในช่วงหลัง 3 เต้นท์ก็ส่งลค.มา เพราะมีลค.บางคนก็ไปขอเงินกู้จากเต้นท์ อันนี้ก็เยอะ
- ภาพอุตสาหกรรมยังโตอยู่ เพราะลูกหนี้สาธารณะโต แล้วหนี้รถก้เยอะ เลขสินเชื่อแบงค์โต 20%, non bank โต 30%
- รถไฟฟ้าขึ้นกับแบต พอเป็นรถเก่าก็ recycle เลย ไม่มีมือสองเท่าไหร่แล้ว เราน่าจะกระทบ ปัจจุบันเราให้ Hp รถอายุมาก แล้ววิธีแก้ไขคือ รูปแบบของสินเชื่อต้องเปลี่ยน แต่เรายังไม่เปิดเผย แต่เตรียมตัวแล้ว
- เราผ่านวิกฤตการเงินมาหลายรอบแล้ว
- ปี40 ทำให้เราโตก้าวกระโดด เพราะผู้เล่นรายใหญ่ล้ม ราคารถก็ตก เต้นท์ซื้อ สมัยนั้น ltv 60% เอง ไม่มีคนปล่อย
- โควิดก็ผ่านมาได้ ตัวเลขโต
- port HP ลดลง จำนำเพิ่มขึ้น เพราะ HP เดิมดอก 22% แล้วมีการลดดอก รวมๆแล้วดอก 15% ยิวเลยลดลงมาก ถ้ายิวเท่านี้ ไปจำนำดีกว่า จำนำดอก 22%
- เราจะทำ HP เฉพาะที่สคบ.ไม่บังคับ เช่น ทะเบียนพาณิชย์ รถการเกษตร รถบรรทุก ซึ่งดอกพอๆกับจำนำทะเบียน เราทำในสัดส่วนเดิม แต่ไปลดส่วนที่ถูกควบคุมลง
- ในอีก 5ปี HP น่าจะเหลือ 15% แต่อัตราดอกเบี้ยไม่ต่างกับจำนำ
- q2/23 เห็น port HP ลดจาก 6000 to 5600mb แล้ว ซึ่งปี24 น่าจะเหลือ 4800mb น่าจะลงเร็วด้วยในแต่ละปี
- port HP ดอก 15%, จำนำดอก 22% ตอนนี้เห็น port จำนำโตได้ 50%/year
- การเติบโตของจำนำ น่าจะโต 35% เท่าๆกับที่ลดลงใน HP
- จำนำเราดอกสูงกว่าคู่แข่ง อาจเพราะขยายสาขายังมีคนใหม่ๆให้หามากกว่าคู่แข่ง บุคลากรก็สำคัญ
- ลูกค้าอาจไม่ได้มองว่าดอกแพงแค่ไหน เค้าถามว่าค่างวดเท่าไหร่ ผ่อนเดือนเท่าไหร่ แต่พอภาพฉายว่าเราได้ดอกสูงกว่า แปลว่า LTV เราต้องสูงกว่าคู่แข่ง (1.1.40) (ในวงเล็บคือตาใส่เวลาในคลิปด้วยนะ เพราะตาคิดว่าสำคัญ เผื่อตาหรือเพื่อนๆอยากจะย้อนไปฟังในคลิปครับ) :)
- บางครั้งก็พื้นที่ด้วย แพงกว่าคนอื่นไม่เป็นไร ลค. เอาสะดวก เร็ว และเค้ายังชินกับการจ่ายตังที่สาขา เลยเอาสาขาใกล้ๆ หรือบางทีเราไปเก็บที่บ้าน
- LTV สูงกว่าคู่แข่ง ผลของมันคือเวลายึดทรัพย์ ก็จะขาดทุนมากกว่าเพื่อน ตอนนี้ขาดทุน 5% ?
- รถยึดก็มาก ประมูลขายก็มาก
- การแข่งกับบ.อื่น ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องไปแข่งลดดอกเบี้ย แต่ข้อนี้ตาไม่ค่อยมั่นใจครับ เพราะจำนำทะเบียนมันเคยมีภาพลดดอกแข่งกันอยู่นะ เจ้าใหญ่ๆ 2เจ้า ก็ลดดอกลงมาในช่วงที่ผ่านมานะ
- แผนเรา port จะโต 25-30% cagr ไปอีก 5ปี
- ปล่อยรถไป 100คัน ยึดมา 3คัน เรากำลังขาดทุนมากขึ้นจาก ltv ที่สูง ในแค่3คันนั้น อีก97คัน ที่ผ่อนไหว เราก็จะมีกำไรมากกว่า เราคิดว่าคุ้ม
- เรายังไม่มองว่า cost of fund พีคไปแล้ว แต่ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา ดอกแพงสุดที่เรากู้คือ 5.5%
- DE ตอนนี้อยู่ในช่วงสูงสุดจากที่ผ่านมา ตอนนี้ 1.7x แปลว่าเราไม่ได้โตจากเงินกู้ ซึ่งข้อนี้ตาคิดว่าน่าลองเทียบ mtc นะ รายนั้นมีเรื่อง cap. DE ด้วย แต่ก่อนตาไม่เคยสนเลย แต่ตอนนี้เริ่มต้องสนละครับ ถ้าอยากขยายแล้ว DE เต็ม อาจต้องมีการเพิ่มทุน และ dilute นะครับ
- unsecured มีกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ดอกได้ไม่เกิน 25% ตอนนี้ npl 10% เราคิดว่าไม่คุ้ม ไม่ทำ และกลุ่มพ่อค้า nano finance ได้ดอก 33% npl 10% เราจะเอากลับมาทำ
- LTV จำนำ เราปล่อย 50-75% ถ้าสูงๆเลยคือต้องตรวจสอบเยอะ เครดิตบูโร เราให้ได้ถึง 85%
- oppday q2/23 port target +20-30%, cost to income < 50% ตอนนี้ 53% เพราะขยายสาขา, npl < 2.9% ตอนนี้ 3กว่าๆ
- พอดี q2 มีระบบทำงานไม่ทันเรื่องการตัดหนี้สูญ ปกติจะตัดสิ้นปีก้อนใหญ่ เราคิดว่า npl อาจขึ้นได้ถึง 3.6% ก่อนสิ้นปี แต่หลังตัดหนี้สูญแล้วสิ้นปี อาจเหลือ 2.9% ได้
- write off ปกติจะผ่านการตั้งสำรอง 100% แล้ว ฟ้องแล้ว ได้ประโยชน์ทางภาษีคืนแล้ว แล้วขายหนี้ออก เราก็จะรับรู้กำไรได้ เพราะสำรองไปหมดแล้ว ส่วนมากเกิดใน q4
- write off ได้ 4-10%
- (1.18.40) การเติบโตสินเชื่อ 25-30%/y, กำไร 25%/year ตอนนี้ยังเป็นภาพเดิมอยู่ ไม่คลาดเคลื่อน
- รัฐพยายามจะลดหนี้ประชาชน เราคิดว่าช่วยเรา ทำให้ลค.หลุดจากวงจรที่ชำระหนี้ไม่ได้ มองว่าโครงการนี้ดี
- แบงค์ชาติลดเพดานดอกเบี้ยลงเรื่อยๆ ก็ต้องเตรียมแผนรองรับ เช่น new product ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของแบงค์ชาติ
- เวลามีวิกฤติ เราทำให้เห็นแล้วว่าเรายังโตได้ เช่น โควิด ลองดู non bank ก็ดีกว่าเดิม
- ลค. มักมีพฤติกรรมเดิม พอเป็นหนี้แล้วปลดได้ ก็มักกลับมากู้ใหม่
- พอดอกเบี้ยขาลงก็เติบโตต่อ
- เราวางเป้าหมายระยะยาว ลองดูภาพ5ปี และในปลายปีนี้ถึงปีหน้า น่าจะมี surprise อะไรบางอย่าง
- (1.29.0) HP ดอกรับ 15% จำนำ 22% ทำให้ความเสี่ยงลดลง เพราะคนมาจำนำต้องผ่อนรถหมดแล้ว ถึงจะเอามาจำนำได้ พิสูจน์ตัวมาบ้างแล้ว แต่ดันได้ดอกมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงลดลง จากสินค้าจำนำทะเบียน
- 2ปีที่ผ่านมา จำนำโตถึง 50% ในขณะที่ HP ลดลง
- port เป้าโต 25-30%/year
- มีโอกาสที่อัตรากำไรจะเพิ่มได้ในอนาตเพราะสินค้าเปลี่ยน พี่ประพาสชอบแบบนี้
- ความเสี่ยงคือ regulatory risk อาจโดนรัฐลดดอกเบี้ย, วิกฤตการเงิน เราไม่เคยมีคนกู้เงินเยอะขนาดนี้ของ gdp มาก่อน ถึง 90%, ตอนนี้ demand ยังมี แต่พอขยายสาขากันเยอะ ตอนนั้นการแข่งขันจะยิ่งสูง, การคุม npl คาดการณ์ยาก
- คนต่างจังหวัดยังไงก้กู้เงินเป็นปกติ
- การตัดหนี้สูญ ราคาขาย 4-10% of npl ก็จะกระทบ pl ในกำไรพิเศษ กำไรจากการขายหนี้ ต้องดูว่าบ.เคย write off เท่าไหร่ อย่างปี65 write off ไป 450mb, Y64 415mb, Y66 ก็ควรเยอะกว่าเดิม เพราะพอร์ตใหญ่ขึ้น น่าจะซัก 500-600mb ถ้าขายได้ 5% ก็คือ 5%*600mb แต่คาดการณ์ยาก เพราะมี management overlay ด้วย
ขอบคุณเพจลงทุนกล้วยๆ และอ.ประพาส สำหรับข้อมูลดีๆครับ
หากตาสรุปผิดตรงไหนแจ้งได้นะ และขออภัยในความผิดพลาดครับผม
https://www.youtube.com/watch?v=m7WaGgyHMdQ