16/04/2022
Inbox: อังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เวลา 15:30 น.
คุณ Tippawan Sittiwong
อาจารย์ขา รบกวนถามอาจารย์เรื่อง Crypto mining สามารถใช้ VAT ซื้อจากเครื่องขุดคริปโตได้ ใช่ไหมคะ การขุดคริปโตเป็นรายได้และมี VAT ไหมคะขายคริปโต มี VAT ws,8t
การขายคริปโต มี VAT ไหมคะ ขอขอบพระคุณอาจารย์มากๆค่ะ
ไม่แน่ใจกรณีเป็นบริษัทค่ะ สรรพากรมีคู่มือสำหรับบุคคลธรรมดาเท่านั้นค่ะ
สุเทพ พงษ์พิทักษ์ วิสัชนา:
ตาม
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/information/manual_crypto_310165.pdf
“คริปโทเคอร์เรนซี” หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบ หรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์โดยมีความประสงค์ที่จะใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
“โทเคนดิจิทัล” หมายความว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถูกสร้างขึ้นบนระบบ หรือเครือข่าย
อิเล็กทรอนิกส์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. กำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใด ๆ
2. กำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในข้อตกลงระหว่างผู้ออกและผู้ถือ และให้หมายความรวมถึงหน่วยแสดงสิทธิอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด การขุดคริปโทเคอร์เรนซี
▪ ณ วันที่ได้รับคริปโทเคอร์เรนซีจากการขุด ยังไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน
▪ เมื่อมีการจำหน่าย จ่าย โอน หรือแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีที่ขุดมาได้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) แห่งประมวลรัษฎากร โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามความจำเป็นและสมควร แต่ผู้ขุดต้องเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและจัดทำบัญชีต้นทุน เช่น ค่าซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ ค่าจ้างพนักงาน ค่านายหน้า ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต ที่เกิดขึ้นจริงในปีภาษี เป็นต้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะเป็นการลงทุนในทรัพย์สิน เช่น คอมพิวเตอร์ โดยทยอยหักค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8ทวิ สามารถดูตัวอย่างการพิจารณาตามข้อหารือภาษีอากร เลขที่หนังสือ กค 0706/47 ลงวันที่ 3 ม.ค. 2551 ตามเอกสารแนบท้าย
▪ การคำนวณต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซีประเภทเดียวกัน ให้ใช้วิธีที่มาตรฐานการบัญชีรับรอง เช่น วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving average cost) และให้คำนวณต้นทุนแยกตามประเภทของเหรียญ
▪ วิธีเข้าก่อนออกก่อน The first-in first-out (FIFO) คือ การคำนวณต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยคริปโทเคอร์เรนซี ที่ได้รับจากการขุดก่อนจะขายออกไปก่อนตามลำดับ จึงเป็นผลให้รายการคริปโทเคอร์เรนซีที่เหลืออยู่ ณ วันสุดท้ายเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้รับจากการขุดมาครั้งหลังสุด
▪ วิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ The moving average cost คือ การคำนวณต้นทุนคริปโทเคอร์เรนซี แต่ละประเภทจะกำหนดจากการถัวเฉลี่ยต้นทุนของคริปโทเคอร์เรนซีประเภทเดียวกัน ณ วันต้นปีกับต้นทุนของคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้รับจากการขุดในระหว่างปี
▪ ผู้มีเงินได้สามารถเลือกวิธีคำนวณต้นทุนใดก็ได้ เมื่อเลือกวิธีการคำนวณต้นทุนวิธีใดแล้วต้องใช้วิธีนั้นตลอดปีภาษี▪ การวัดมูลค่าคริปโทเคอร์เรนซีทั้งการคำนวณต้นทุนและรายได้ ให้ใช้มูลค่า ณ เวลาที่ได้มา หรือราคาถัวเฉลี่ยในวันที่ได้มา ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ราคาที่ประกาศโดย Exchange ที่จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น
หมายเหตุ สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมิน 40 (2) – ( 8 ) รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ให้พิจารณาเปรียบเทียบระหว่างภาษีที่คำนวณด้วยวิธีเงินได้สุทธิคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แล้วจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน อ้างอิงตามมาตรา 48 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
ตัวอย่างที่ 4 กรณีการมีรายได้จากการขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้จากการขุด คำนวณต้นทุนด้วยวิธีเข้าก่อนออกก่อนในปีแรก และปีถัดมาเปลี่ยนเป็นวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ในปีภาษี 2564 นายเอ ลงทุนในเครื่องคอมพิวเตอร์ราคา 900,000 บาท ในเดือน ม.ค. ขุดคริปโทเคอร์เรนซี X ได้ปริมาณ 60 เหรียญ ในเดือน มี.ค. นายเอ ขายคริปโทเคอร์เรนซี X ปริมาณ 40 เหรียญ ณ วันที่ขายคริปโทเคอร์เรนซี X มีมูลค่าเหรียญละ 30,000 บาท โดยในปีภาษี 2564 นายเอ มีค่าซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 100,000 บาท ค่าไฟฟ้า จำนวน 80,000 บาท และค่าอินเทอร์เน็ต จำนวน 30,000 บาท นายเอ คำนวณต้นทุนด้วยวิธีเข้าก่อนออกก่อนคำนวณกำไรหรือขาดทุน ดังนี้
จำนวนเงินเงินได้พึงประเมิน (รายได้) 40 x 30,000 = 1,200,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร
- ค่าเสื่อมราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ (อายุ 3 ปี) 900,000 / 3 = 300,000 บาท
- ค่าซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ 100,000 บาท
- ค่าไฟฟ้า 80,000 บาท
- ค่าอินเทอร์เน็ต 30,000 บาท
ต้นทุนรวม 60 เหรียญ 510,000 บาท
ต้นทุนที่นำมาใช้ในการคำนวณเพื่อเสียภาษี 40 เหรียญ 340,000 บาท (510,000 x 40 / 60)
คงเหลือ เงินได้สุทธิก่อนหักค่าลดหย่อน 860,000 บาท (1,200,000 – 340,000)
การคำนวณภาษีที่ต้องเสีย
วิธีที่ 1 เงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้ หรือเรียกว่าอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
จำนวนเงินเงินได้พึงประเมิน (รายได้) 1,200,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร 340,000 บาท
หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ 60,000 บาท
คงเหลือเงินได้สุทธิ 800,000 บาท
หัก เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก (ได้รับยกเว้นภาษี) 150,000 บาท
คงเหลือเงินได้สุทธิที่ต้องคำนวณภาษี 650,000 บาท
คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียจำนวน (ในอัตราก้าวหน้า) 75,000 บาท
(150,000 x 5%) + (200,000 x 10%) +
(250,000 x 15%) + (50,000 x 20%)
วิธีที่ 2 เงินได้พึงประเมินคูณด้วยอัตราร้อยละ 0.5 หรือเรียกว่า พันละห้า ตามมาตรา 48(2) แห่งประมวลรัษฎากร
จำนวนเงินเงินได้พึงประเมิน 1,200,000 บาท
คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียจำนวน (อัตราภาษีร้อยละ 0.5) 6,000 บาท
ดังนั้น ในปีภาษี 2564 นายเอ ต้องเสียภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 จำนวน 75,000 บาท เนื่องจากภาษีที่คำนวณตาม
วิธีที่ 1 สูงกว่าวิธีที่ 2 และนายเอ มีคริปโทเคอร์เรนซี X คงเหลือ จำนวน 20 เหรียญ ในราคาต้นทุน 170,000 บาท (510,000 – 340,000) ยกไปยังปีถัดไป
ต่อมาปีภาษี 2565 ในเดือน มี.ค. นายเอ ขุดคริปโทเคอร์เรนซี X ได้ปริมาณ 60 เหรียญ ในเดือน เม.ย. นายเอ ขายคริปโทเคอร์เรนซี X ปริมาณ 30 เหรียญ ณ วันที่ขายคริปโทเคอร์เรนซี X มีมูลค่าเหรียญละ 20,000 บาท โดยในปีภาษี 2565 นายเอ มีค่าซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 50,000 บาท ค่าไฟฟ้า จำนวน 60,000 บาท และค่าอินเทอร์เน็ต จำนวน 20,000 บาท นายเอ คำนวณต้นทุนด้วยวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่คำนวณกำไรหรือขาดทุน ดังนี้
จำนวนเงิน
เงินได้พึงประเมิน (รายได้) 30 x 20,000 = 600,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร
- ค่าเสื่อมราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ (อายุ 3 ปี) 900,000 / 3 = 300,000 บาท
- ค่าซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ 50,000 บาท
- ค่าไฟฟ้า 60,000 บาท
- ค่าอินเทอร์เน็ต 20,000 บาท
ต้นทุนรวม 60 เหรียญ 430,000 บาท
ต้นทุนยกมาจากปีภาษี 2564 จำนวน 20 เหรียญ 170,000 บาท
ต้นทุนต่อ 1 เหรียญ 7,500 บาท [(170,000 + 430,000) / (20 + 60)]
ต้นทุนที่นำมาใช้ในการคำนวณเพื่อเสียภาษี 30 เหรียญ 225,000 บาท
คงเหลือ เงินได้สุทธิก่อนหักค่าลดหย่อน 375,000 บาท (600,000 – 225,000)
การคำนวณภาษีที่ต้องเสีย
วิธีที่ 1 เงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ คูณด้วยอัตราภาษีเงินได้ หรือเรียกว่าอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 48 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
จำนวนเงินเงินได้พึงประเมิน (รายได้) 600,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร 225,000 บาท
หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ 60,000 บาท
คงเหลือเงินได้สุทธิ 315,000 บาท
หัก เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก (ได้รับยกเว้นภาษี) 150,000 บาท
คงเหลือเงินได้สุทธิที่ต้องคำนวณภาษี 165,000 บาท
คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียจำนวน (ในอัตราก้าวหน้า) 9,000 บาท (150,000 x 5%) + (15,000x10%)
วิธีที่ 2 เงินได้พึงประเมินคูณด้วยอัตราร้อยละ 0.5 หรือเรียกว่า พันละห้า ตามมาตรา 48(2) แห่งประมวลรัษฎากร
จำนวนเงินเงินได้พึงประเมิน 600,000 บาท
คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียจำนวน (อัตราภาษีร้อยละ 0.5) 3,000 บาท
ในปีภาษี 2565 จากการคำนวณ ตามวิธีที่ 2 ภาษีที่ต้องเสียไม่เกินกว่า 5,000 บาท จึงไม่มีภาษีที่ต้องชำระตามวิธีที่ 2
ดังนั้น นายเอ จึงต้องเสียภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 จำนวน 9,000 บาท และมีคริปโทเคอร์เรนซี X คงเหลือจำนวน 50 เหรียญ ในราคาต้นทุนเหรียญละ 7,500 บาท ยกไปเป็นต้นทุนยังปีภาษีถัดไป
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
1 Crypto mining ไม่สามารถใช้ VAT ซื้อจากเครื่องขุดคริปโตได้
2. การขุดคริปโตเป็นรายได้ แต่ไม่ต้องเสีย VAT รายได้จากการขายคริปโต ไม่ต้องเสีย VAT เพราะการประกอบกิจการขาย Crypto Currency เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
3. การขายคริปโต ไม่ต้องเสียภาษี VAT