นั่งดูกราฟ - Chart Investor

นั่งดูกราฟ - Chart Investor เพจการลงทุนเพื่อนักลงทุนประกอบการการตัดสินใจในการลงทุนไม่ได้มีการชี้นำให้เล่นหุ้นตาม

  วันพรุ่งนี้เช้าจะเป็นอย่างไร?
13/11/2022

วันพรุ่งนี้เช้าจะเป็นอย่างไร?

หุ้น MORE คือเรื่องใหญ่ ที่ทำให้เห็นช่องโหว่ ขนาดมหึมา ของวงการหลักทรัพย์ไทย /โดย ลงทุนแมน
พรุ่งนี้เช้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเตรียมแถลงข่าวใหญ่ เรื่องนี้ และขึ้น SP หุ้น MORE ห้ามซื้อขาย แต่ลงทุนแมนจะมาเล่าให้ฟังในคืนนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

หุ้น MORE คนทั่วไปรู้กันว่า มีราคาหุ้นที่สูงเกินพื้นฐานบริษัทมาก
- มูลค่าบริษัท 10,000 ล้านบาท
- 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้ 120 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท
ดูตัวเลขก็รู้ ว่าหุ้นตัวนี้เป็นประเภทไหน

ถ้าหุ้นนี้มันจะถูกปั่นไปเรื่อย ๆ จนมีมูลค่ามากแค่ไหน มันก็คงไม่สำคัญเท่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

อยู่ดี ๆ หุ้นตัวนี้ก็มีปริมาณการซื้อขายที่ผิดปกติ

คือคนขายขายแทบทุกราคาจนติดฟลอร์
ส่วนคนซื้อก็รับซื้ออย่างบ้าคลั่ง

ซึ่งนั่นก็แปลว่ามีธุรกรรมที่ซื้อขายที่เกิดขึ้นกับหุ้นตัวนี้เป็นหลักหลายพันล้านบาท

ในเวลาต่อมา กลับพบว่าคนที่รับซื้อเป็นไม่กี่คนที่ซื้อจากบัญชีของตนเองที่เปิดไว้หลายบริษัทหลักทรัพย์

ในหลักการของการซื้อหุ้นผู้ที่ซื้อหุ้นสามารถซื้อหุ้นได้ โดยบริษัทหลักทรัพย์จะมีวงเงินให้ แล้วคนซื้อค่อยจ่ายเงินสดในอีกสองวันถัดมา

ประเด็นมันก็คือ
หลายบริษัทหลักทรัพย์เห็นยอดหนี้ที่คนซื้อจะต้องจ่ายเงินสดเพื่อชำระค่าหุ้นแล้วตกใจ เลยไปเช็กตรวจสอบกัน ปรากฏว่า เป็นของบุคคลเดียวกันทั้งหมด

ทีนี้บริษัทหลักทรัพย์ก็เริ่มไม่ไว้ใจแล้ว ว่าคนนั้นจะมีเงินสดที่ไหนมาจ่าย เพราะมันเป็นเงินตั้งหลายพันล้าน

ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ ในลิงก์นี้ https://www.blockdit.com/posts/6370c2a3dbc759a1847e906e เปิดเผยถึงรายชื่อบริษัทหลักทรัพย์ 5 บริษัท ความเสียหายตั้งแต่ 100 ล้านบาท ถึง 1,000 ล้านบาท ในแต่ละบริษัทหลักทรัพย์

และ บริษัทหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งยังไม่กล้าเปิดเผยตัวเลข เพราะเกรงกระทบต่อความมั่นใจของลูกค้าและนักลงทุน

จนถึงตอนนี้หลายคนคงสงสัยว่าทำไมบริษัทหลักทรัพย์เหล่านี้ถึงมีวงเงินให้กับนักลงทุนรายนี้เป็นจำนวนมากเท่านี้

คำตอบก็คือต้องย้อนกลับไปที่พื้นฐานของการปล่อยวงเงินของบริษัทหลักทรัพย์

โดยปกติแล้วการปล่อยวงเงินของบริษัทหลักทรัพย์จะอ้างอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ที่ค้ำประกัน หมายความว่าถ้าหุ้นในพอร์ตมีมูลค่ามาก (แม้ว่าหุ้นนั้นจะเป็นหุ้นไม่มีพื้นฐานเท่าไร) นักลงทุนคนนั้นก็จะมีวงเงินมากในการซื้อ

ทีนี้นักลงทุนคนนั้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทนี้อยู่แล้วก็เลยทำให้มีวงเงินมากในการซื้อขายหลักทรัพย์

อย่างไรก็ตามบริษัทหลักทรัพย์ก็มักจะมีจำกัดวงเงินที่มากสุดต่อคนเพื่อป้องกันความเสี่ยง

นักลงทุนคนนี้ก็แก้เกม ไปเปิดบัญชีไว้ที่หลายบริษัทหลักทรัพย์ก็ซะเลย ทำให้มีวงเงินในการซื้อกระจายไปหลายบริษัทหลักทรัพย์

พูดอย่างง่ายก็คือเหมือนเราเปิดวงเงินบัตรเครดิตพร้อม ๆ กันหลายบัตร และก็เอาทุกบัตรไปกระหน่ำ ช็อปปิงในวันเดียวกันนั่นเอง

ถึงแม้จะเป็นช่วง 11.11 เหมือนกัน แต่สิ่งที่นักลงทุนคนนี้กำลังชอปปิงไม่ใช่สินค้า แต่เป็นหุ้น และเป็นหุ้นจำนวนเงินหลายพันล้าน..

แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นได้
ก็อาจเป็นหลายเหตุผล เช่น

- คนซื้อและคนขายเตรียมกันไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อและขายโดยที่คนขายจะรับเงิน แต่คนซื้อจะไม่มีเงินจ่าย พร้อมล้มละลาย แล้วแบ่งเงินกันหลังบ้าน

- คนขายอยากทุบหุ้น แต่คนซื้อไม่เห็นด้วย อยากช้อนหุ้นและคิดว่าถ้าขึ้นมาจะขายภายในวันนั้น แต่ราคามันดันติดฟลอร์ เลยไม่มีโอกาสขาย

- หรืออาจจะเป็นเหตุผลอื่น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป

จนถึงตอนนี้บริษัทหลักทรัพย์ก็นั่งไม่ติดเพราะว่าถ้าคนซื้อไม่มีเงินจ่ายและคนขายได้รับเงินสดค่าหุ้นไป ก็จะเรื่องใหญ่

ซึ่งถ้าบริษัทตามเก็บหนี้จากผู้ซื้อไม่ได้ก็แปลว่าบริษัทต้องสำรองการขาดทุนนั้นทันที

และมูลค่าเป็นหลักร้อยล้าน พันล้าน เท่ากับกำไรทั้งปีของบริษัทหลักทรัพย์เลยทีเดียว

เรื่องนี้น่าติดตามกันต่อไปว่าจะจบลงอย่างไร
เพราะที่ผ่านมาลงทุนแมนไม่เคยเห็นการย้อนกลับของธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์

การซื้อขายที่เกิดขึ้นไปแล้วจะบอกว่าเป็นโมฆะ ย้อนกลับไปเสมือนไม่มีการซื้อขายที่เกิดขึ้นวันนั้นมันจะเกี่ยวข้องกับผู้ซื้อขายเป็นร้อยเป็นพันคนในตลาดหลักทรัพย์วันนั้น

ซึ่งไม่น่าจะย้อนกลับได้

ทางที่อาจเป็นไปได้ก็คือ การพิสูจน์ว่าผู้ซื้อกับผู้ขายมีเจตนาทุจริต แล้วให้ผู้กำกับดูแล หรือศาลลงโทษ

แต่ประเด็นก็คือจะพิสูจน์ได้หรือไม่ การที่จะตัดสินอะไรต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก ๆ ที่ไม่น่าจะทันช่วงเวลาการชำระเงินให้ผู้ขายที่ T+2 ซึ่งจะครบกำหนดแล้ว

จากเรื่องนี้เราได้เรียนรู้อะไรในวงการตลาดหลักทรัพย์ ?

อย่างแรกการปล่อยวงเงินให้นักลงทุน บริษัทหลักทรัพย์อาจจะต้องมีการแชร์กันเหมือนเครดิตบูโร

แต่ก็อาจแก้ไขกรณีนี้ไม่ได้เพราะว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว จะแชร์ข้อมูลกันยังไงก็คงไม่ทัน

ดังนั้นบริษัทอาจจะต้องคำนึงถึงพื้นฐานของบริษัทในการปล่อยวงเงินด้วยเช่นกัน

อย่างกรณีนี้ก็รู้อยู่ว่า ถึงแม้บริษัทมีมูลค่าหมื่นล้านแต่ รายได้บริษัท 120 ล้านบาท แต่ดันปล่อยวงเงินเป็น พันล้านบาท มันก็ แปลก ๆ

เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อในพรุ่งนี้ แต่ที่แน่ ๆ คืนนี้น่าจะมีคนนอนไม่หลับ หลายคน...
ใครอยากมีความรู้เรื่องตลาดหุ้น ลงทุนแมนแนะนำ หนังสือ BLACK SWAN เล่มนี้ ราคา 380 บาท ที่เล่าถึงความล้มเหลวก่อนที่จะสำเร็จของนักลงทุนในตำนาน 12 คน สามารถสั่งจองจนถึงอังคาร 15 พ.ย. นี้เท่านั้น ได้ที่

Lazada: https://www.lazada.co.th/products/i4249762626.html

Shopee: https://shopee.co.th/product/116732911/22304620261

12/11/2022

*🔎[วิเคราะห์: ทำไม..ค่าเงินบาทถึงแข็ง?]
ช่วงนี้จะเห็นว่าค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ส่วนที่หนึ่งเกิดจากการที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากความไม่ชัดเจนในส่วนของการเลือกตั้งกลางเทอม และตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาดูต่ำกว่าคาดการณ์ทำให้นักลงทุนเองมองว่า FED จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำตลาดหุ้นเอย ทองคำเอย ต่างพากันปรับตัวขึ้นกันยกทั้งแผง
ในส่วนของประเทศไทยเราช่วงนี้เนื้อหอมสุดๆเพราะตอนนี้กระแสโควิด-19🦠 จางไปทำให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลพากันเข้ามาในประเทศไทยอย่างแน่นขนัด จากกระแสในโลกโซเชี่ยลที่ต่างพากกันรีวิวข้อดีของประเทศไทย ในเรื่องของอาหารที่อร่อย ราคาของที่ถูก รวมถึงความน่ารักและความใจดีของคนไทย ปัจจัยนี้ก็ทำให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า
♦️ดังนั้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้ก็จะมีดังนี้
1️⃣ กลุ่มนำเข้า
2️⃣ กลุ่มสนามบินและสายการบิน
3️⃣ กลุ่มท่องเที่ยว
4️⃣ กลุ่มอาหาร
5️⃣ กลุ่มของใช้และวัสดุสิ้นเปลือง
จากข้อมูลข้างต้นเดี๋ยวผมจะลองคัดเลือกหุ้นที่เด่นๆมาให้ดูอีกทีนะครับ

📍สามารถรับชมวิดีโอเส้นทางการบินเข้าประเทศไทยได้จากคลิปด้านล่าง

————————————————————————-
สามารถเปิดพอร์ตการลงทุนและเข้าร่วมกลุ่มหุ้นโดยกดลิ้งค์ที่คอมเม้น ⤵️
————————————————————————-
#ค่าเงิน #เที่ยวไทย #กลุ่มหุ้น #ตลาดหุ้นไทย #ลงทุน

 #บาทอ่อน ต้นทุนชีวิตเพิ่มขึ้นไปอีก
05/07/2022

#บาทอ่อน ต้นทุนชีวิตเพิ่มขึ้นไปอีก

ด่วน ค่าเงินบาทอ่อนทะลุ 36 บาท เป็นที่เรียบร้อย เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ
-ผู้นำเข้าที่จ่ายเป็นดอลลาร์ จะเสียประโยชน์เพราะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการนำเข้าสินค้านั้น เช่น เครื่องจักร วัตถุดิบจากต่างประเทศ

-ผู้ส่งออกที่รับเงินเป็นดอลลาร์ จะได้ประโยชน์เพราะได้เงินบาทมากขึ้น

สรุปแล้ว ภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ บาทอ่อน น้ำมันแพง เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขึ้น ผู้ประกอบการต้นทุนสูงขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่รายได้เท่าเดิม..

บาทอ่อน เงินเฟ้อ แบบนี้ ต้องติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download

28/06/2022

จากการเสนอของกระทรวงพลังงานในช่วงที่ก๊าซหุงต้มราคาพุ่งขึ้นจนกระทบกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของประชาชนคนไทย ว่าให้ลองใช้ #เตามหาเศรษฐี หรือ "เตาซูเปอร์อั้งโล่" ที่ใช้ถ่านน้อยกว่าแต่ทำความร้อนได้ดีกว่าเตาอั้งโล่ธรรมดา

ถึงแม้ว่าเตามหาเศรษฐีจะช่วยประหยัดต้นทุนในการประกอบอาหารได้ดีกว่าเตาถ่านทั่วไป แต่มันประหยัดขึ้นไหม เมื่อเทียบกับราคาก๊าซหุงต้มที่เพิ่มขึ้น?

สรุปคร่าว ๆ ปัจจุบันราคาถ่านหุงต้มเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบอัตราราคาต่อกิโลกรัมพบว่าถ่านหุงต้มมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า รวมถึงมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพผู้ใช้ที่มากกว่า และยังไม่สามารถควบคุมความร้อนแบบเตาแก๊สได้ แต่เตาถ่านให้รสชาติอาหารที่หอม อร่อย และเลือกซื้อปริมาณถ่านได้ตามต้องการ

#เตามหาเศรษฐี #เตาอั้งโล่

อ้างอิง
https://www.enerkey.com/en/company/news/gas-coal-wood-energy-manager-grills-energy-efficiently/
https://www.thansettakij.com/economy/529663
https://www.ornl.gov/news/fourth-july-no-picnic-nations-environment
https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0195925509000420
https://blog.istc.illinois.edu/2016/05/25/charcoal-vs-gas-a-sustainability-question/
https://thaipress.co/social/1325/
________________________________
💻 Facebook : https://fb.me/theprincipiaco/
📸 Instagram : https://www.instagram.com/theprincipia.co/
🎶 TikTok : http://tiktok.com/.co
🎥 YouTube : https://www.youtube.com/c/ThePrincipiaco/
💡 Blockdit : https://www.blockdit.com/theprincipiaco/
👋 Clubhouse : https://bit.ly/3BktoHg
🌐 Website: https://theprincipia.co/

16/06/2022

UPDATE: ตามคาด Fed อัดยาแรงขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปี หวังสกัดเงินเฟ้อให้อยู่หมัด
เป็นไปตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักในช่วงต้นสัปดาห์ เมื่อคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 หรือในรอบ 28 ปี ขณะที่ เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed ส่งสัญญาณชัดเจน ระบุพร้อมใช้มาตรการจัดหนักจัดเต็ม ตั้งเป้าสู้วิกฤตเงินเฟ้ออย่างเต็มที่
สถานีโทรทัศน์ BBC ของอังกฤษ รายงานว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ในช่วงระหว่าง 1.5-1.75% นับเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในรอบปีนี้ และมีขึ้นหลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด
ทั้งนี้ พาวเวลล์ให้สัมภาษณ์ระหว่างงานแถลงข่าวหลังการประชุม ยอมรับว่าจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับมากกว่าที่เคยให้สัญญาณเอาไว้ เป็นเพราะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดที่ 8.6% แสดงให้เห็นว่า ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ร้อนแรงมากกว่าที่คาด โดยมีปัจจัยความไม่แน่นอนในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะสงครามความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ยิ่งไปกว่านั้นพาวเวลล์ได้เน้นถึงความจำเป็นที่ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยชุดใหญ่ พร้อมย้ำว่า ความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดจากการตัดสินใจครั้งนี้คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่สามารถทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงได้
ในความเห็นของพาวเวลล์ การขยายตัวเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมอาจมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย ทว่าก็ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังคงแข็งแกร่งและรักษาอัตราการเติบโตไปในทิศทางที่ดี พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่า Fed จะพยายามใช้ทุกเครื่องมือที่มีจัดการเงินเฟ้อให้อยู่หมัด และจะทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถไม่ให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย อันเนื่องมาจากการใช้ยาแรงของ Fed
พาวเวลล์ยังได้กล่าวอีกว่า การประชุมครั้งต่อไปในเดือนกรกฎาคมอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกที่อัตรา 0.5 หรือ 0.75% จนกว่าเงินเฟ้อจะเริ่มกลับลงมาสู่ระดับปกติให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้คือ 2% ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมพุ่งแตะระดับ 8.6% ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ทั้งยังลุกลามเศรษฐกิจภาคต่างๆ ไม่หยุด แถมยังไม่มีสัญญาณจะชะลอตัวลง
ในรายงานของ Fed ที่มีการเปิดเผยหลังการประชุมนี้ยังแสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่คาดว่าอัตราที่ Fed เรียกเก็บจากธนาคารในการกู้ยืมจะสูงถึง 3.4% ภายในสิ้นปี โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอีก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ดอกเบี้ยจำนอง ดอกเบี้ยบัตรเครดิต และสินเชื่ออื่นๆ
เกรกอรี ดาโก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ EY-Parthenon กล่าวว่า การตัดสินใจของ Fed ทำให้บรรดาธนาคารกลางในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและธนาคารกลางในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่บางแห่งกำลังปรับนโยบายที่รัดกุมขึ้นกว่าเดิม
ดาโกกล่าวอีกว่า สถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือ สภาพแวดล้อมระดับโลกที่ค่อนข้างใหม่และไม่คุ้นเคยในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา แต่ทั่วโลกก็จำเป็นต้องเผชิญหน้าร่วมกัน
ความเห็นของดาโกสอดคล้องกับนักวิเคราะห์อีกหลายสำนักที่ระบุตรงกันว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแรงของ Fed ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบใน 3 ด้านด้วยกัน หนึ่งคือความเสี่ยงของการเกิดภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก สองคือมหกรรมการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางนานาประเทศ ซึ่งขณะนี้มีธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ส่งสัญญาณเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และสามคือปริมาณผลกำไรที่ลดลง (Profit Recession) ของภาคเอกชน
นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังกลายเป็นภาระหนักสำหรับประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นไปกระตุ้นความต้องการเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 10% แล้ว และทำให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่มีหนี้เป็นดอลลาร์จำนวนมาก อยู่ภายใต้แรงกดดัน
ทั้งนี้ พาวเวลล์ย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของ Fed ในเวลานี้คือ การควบคุมอัตราเงินเฟ้อ เพื่อทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพและสามารถขยายตัวเติบโตต่อไปได้

13/06/2022

ตลาดเปิดมา -20 จุด จะหลุด 1,500 จุดหรือไม่

   #เงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภคขึ้นมาแบบนี้ หุ้น ทองคำ คริปโต ดิ่งเลยแบบนี้ วันจันทร์เอาไงต่อดี
10/06/2022

#เงินเฟ้อ
ดัชนีราคาผู้บริโภคขึ้นมาแบบนี้ หุ้น ทองคำ คริปโต ดิ่งเลยแบบนี้ วันจันทร์เอาไงต่อดี

09/06/2022

รู้หรือไม่ #อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนอย่างไร ❔ วันนี้เราจะมาตอบข้อสงสัยนี้กันครับ ⬇️
แบงก์ชาติใช้ #นโยบายการเงิน ในการควบคุมดูแลปริมาณเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ผ่านอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งจะถูกส่งต่อผ่านภาคสถาบันการเงินไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีเสถียรภาพ โดยไม่เกิดทั้งภาวะเงินฝืด และภาวะเงินเฟ้อ หรือ ราคาสินค้าไม่ผันผวนจนเกินไป ประชาชนมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว
การตัดสินใจปรับ เพิ่ม ลด หรือ คง อัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ #กนง จะดูข้อมูลราคาสินค้าและข้อมูลทางเศรษฐกิจจากภาคส่วนต่าง ๆ ประกอบกับการพบปะพูดคุยกับประชาชนและผู้ประกอบการภาคเอกชน ซึ่งผลการประชุม กนง ครั้งล่าสุด ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องตามคาด
อ่านเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับนโยบายการเงินได้ที่ 📌 https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/Pages/default.aspx
👉ช่องทางในการติดตามข่าวสารจาก #แบงก์ชาติ
Website : https://www.bot.or.th/
Twitter : https://twitter.com/bankofthailand
Instagram : https://www.instagram.com/bankofthailand.official/
Blockdit : https://www.blockdit.com/bankofthailand
LINE : https://lin.ee/P5xJWV2
LINE TODAY : https://today.line.me/th/v2/publisher/102833
YouTube : https://www.youtube.com/c/BankofThailandofficial

09/06/2022

ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลก ล่าสุด

08/06/2022

ผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 3/2565 #กนง มีมติ 4:3 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.5% ต่อปี

อ่านรายละเอียดข่าวได้ที่ 📌 https://bit.ly/39137W7

#แบงก์ชาติ #อัตราดอกเบี้ยนโยบาย #ดอกเบี้ยนโยบาย #นโยบายการเงิน

ที่อยู่

Bangkok
10210

เบอร์โทรศัพท์

+66641698266

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นั่งดูกราฟ - Chart Investorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง นั่งดูกราฟ - Chart Investor:

แชร์