The Better Life by พี่ขวัญ

The Better Life by พี่ขวัญ ยกระดับชีวิตสู่ความมั่งคั่งและมั่นคง ด้วยมุมมองใหม่สไตล์พี่ขวัญ

เมื่อถูก เตือน  ถูกตำหนิคุณรู้สึก "โกรธ" 🔥หรือรู้สึก "ขอบคุณ" 💖นี่คือชุด Mind Set สำคัญที่จะบอกว่า  เราจะไปได้ไกลไหนเราจ...
16/05/2026

เมื่อถูก เตือน ถูกตำหนิ
คุณรู้สึก "โกรธ" 🔥
หรือรู้สึก "ขอบคุณ" 💖

นี่คือชุด Mind Set สำคัญ
ที่จะบอกว่า เราจะไปได้ไกลไหน

เราจะเก่งขึ้น เติบโตขึ้น
หลังจากผิดพลาดเสมอ
และยิ่งเราเปิดใจรับฟัง จากคนที่เก่งกว่า
เราจะสกัดส่วนที่ไม่ใช่ออกไป
และปรับแต่งบางมุมให้ดีขึ้น

เพียงแค่เราต้องมีมุมมองที่ถูกต้อง
ต่อความผิดพลาด ต่อคำตำหนิ ดุด่า
ว่ามันคือ "ของขวัญ"
ที่จักรวาลส่งมาให้เราได้พัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น

แทนที่จะมีอีโก้ ว่าทำไมต้องมาด่าฉัน 😡😡
แล้วก็หัวฟัดหัวเหวี่ยง
โกรธ งอน น้อยใจ เซ็ง เสียใจ ร้องไห้ เบื่อ หมดพลัง รู้สึกแย่
จับกลุ่มเม้ามอยท์ หาพวก

ลองปรับมุมใหม่ซิ
ฉันได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้
ฉันสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นอย่างไรในเหตุการณ์นี้
คุณก็จะรู้สึกขอบคุณเหตุการณ์นั้น
ขอบคุณ คนที่เตือนคุณ

คนส่วนใหญ่ชอบที่จะ "ชม"
เพราะคนชมได้หน้า
คนฟังก็ใจฟู

แต่คนที่รักคุณจริงๆ
เขาจะด่าคุณ เขาจะเตือนคุณ
เขาจะพูดตรงๆ กับคุณ
มันดูเจ็บปวด ขมขื่น
แต่มันคือยารักษาโรค

ลองกลับไปดูในชีวิตคุณ
ใครที่กล้าเตือนคุณตรงๆ กล้าด่าคุณแรงๆ คือเขารักคุณ
กลับไปขอบคุณเขา

tag ขอบคุณใน Comment ได้เลยค่า 💖💖

20/04/2026

ตอนแรกกลัวงานขายมาก
มาวันนี้ รู้สึกโชคดีที่สุด
ที่ได้พัฒนางานขาย
ขายเก่ง.......ขายอะไรก็ได้จริงๆ

พลังแห่งการ "ขอบคุณ"มีพลังมหาศาลที่จะเปลี่ยนเรื่องเลวร้ายให้กลายเป็น "ของขวัญ"ที่จักรวาลส่งมาให้ชีวิตเราตลอดเวลาของการสร...
20/04/2026

พลังแห่งการ "ขอบคุณ"
มีพลังมหาศาล
ที่จะเปลี่ยนเรื่องเลวร้าย
ให้กลายเป็น "ของขวัญ"
ที่จักรวาลส่งมาให้ชีวิตเรา

ตลอดเวลาของการสร้างทีม
พัฒนาผู้คนมา 20 ปี
มันทำให้พี่ขวัญพบว่า
จริงๆแล้ว ความสุขของผู้คน
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "สิ่งที่มากระทบ"
แต่ขึ้นอยู่กับ "มุมมองที่ตอบสนอง"
ต่อเหตุการณ์นั้นต่างหาก

เหตุการณ์เดียวกัน
แต่มุมมองไม่เหมือนกัน
ความรู้สึกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

"พลังแห่งการขอบคุณ"
จะช่วยให้เรา
มองสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่ในทุกเหตุการณ์ที่เราเจอ
ว่าจักรวาล กำลังจะสอนอะไรเรา จักรวาลกำลังจะปรับให้เราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นได้อย่างไร
เราจะไม่ต่อต้าน จะไม่บ่น ด่า
เราจะมีแต่ความรู้สึก "ขอบคุณ"

พี่ขวัญ "ขอบคุณ"
ครอบครัวที่ยากจน และมีชีวิตที่ไม่ได้สมบูรณ์ในวัยเด็ก
มันทำให้พี่เป็นเด็กที่มีความอดทน
มีความมุ่งมั่น
และมีความปรารถนาในใจอย่างแรงกล้าที่จะ ประสบความสำเร็จ
และอยากเปลี่ยนฐานะของครอบครัว

พี่ขวัญ "ขอบคุณ"
หนี้สิน 2 ล้านบาท
ในวันที่ทำงานประจำ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว
ในวันที่เงินเดือนเพียง 17,500 บาท
มันทำให้พี่ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อปิดหนี้
จนได้มาเจอกับ "ธุรกิจประกันชีวิต"
ที่ไม่ได้แค่เคลียร์หนี้
แต่มันสร้างชีวิตใหม่ให้พี่จริงๆ

พี่ขวัญ "ขอบคุณ"
ผู้ชายคนหนึ่ง ที่เคยนอกใจเรา
ก่อนที่แต่งงานในอีกไม่กี่เดือน
ทำให้เราเสียใจแทบปางตาย
จนทำให้วันนี้พี่ขวัญมาเจอกับความรักครั้งใหม่ ความรักที่ดีที่สุด

ทุกเหตุการณ์ในชีวิตเรา
ทั้ง "ความสุข"
และ "ความเจ็บปวด"
ล้วนแล้วแต่เข้ามาเพื่อเป็น
"ของขวัญ"
ขอบคุณเขา ยอมรับเขา
และมองเห็นทุกสิ่งดีที่เข้ามาให้ได้

ชีวิตเราจะมีความสุข
แม้ในบางเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะสุขได้

ใครมีเรื่องราวดีๆ
"พลังแห่งการขอบคุณ"
ที่เปลี่ยนชีวิตคุณ
ฝากแชร์ไว้ใน Comment ได้เลยนะคะ

ทุกวันนี้เรากำลังสร้าง INCOMEหรือสร้าง ASSET ❓️❓️คำถามสั้นๆ ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาลทฤษฏีความสำเร็จในอดีตเรียนให...
18/04/2026

ทุกวันนี้
เรากำลังสร้าง INCOME
หรือสร้าง ASSET ❓️❓️

คำถามสั้นๆ ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล

ทฤษฏีความสำเร็จในอดีต
เรียนให้เก่ง แล้วสมัครงานบริษัทที่มั่นคง
ขยันๆๆๆ เติบโตไปกับเขา
จงรักภักดีกับ
อยู่ให้ยาวจนเกษียณ

ทฤษฏีต่อมา
เรียนต่อปริญญาโท ปริญาเอก
อัพเวล เปลี่ยนงาน
อย่าอยู่ที่ไหนนานๆ
ให้เปลี่ยนงาน อัพค่าตัวไปเรื่อยๆ
ยิ่งย้ายไปบริษัทคู่แข่งได้ยิ่งดี

แต่ !! เมื่อเกมการเงินเปลี่ยน
มีนักการเงินมากมายเริ่มให้คำแนะนำใหม่

อย่ามัวแต่วิ่งหาเงิน
แต่จงสร้าง Asset
แล้วให้เงินทำงานแทนเรา
เลี้ยงดูเราตลอดชีวิต

เพราะถ้าทุก ๆ วัน
เราออกไปสร้างแต่ INCOME
จนถึงวัย 60
หยุดทำงาน รายได้ = 0 ❌️

แล้วชีวิตที่เหลืออีก 30-40 ปี
จะอยู่ต่ออย่างไร

5 คำถามสำคัญ ที่จะทำให้คุณเช็คตัวเอง ว่าทุกๆ วัน คุณได้สร้าง Asset อยู่ไหม

1.งานที่คุณกำลังทำอยู่ ถ้าหยุดทำ 1 ปี
รายได้เป็น 0 ไหม
ถ้าใช่
แสดงว่าคุณกำลังสร้าง Income
ไม่ใช่ Asset ❌️

2.งานที่คุณกำลังทำ สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ต่อไหมในอนาคต
ถ้าไม่ได้
คุณกำลังสร้าง Income
ไม่ใช่ Asset ❌️

3. งานที่คุณกำลังทำ
จะเลี้ยงดูคุณไปได้ตลอดชีวิตไหมได้ไหม แม้ไม่ได้ active แล้ว
ถ้าไม่
คุณกำลังสร้าง Income
ไม่ใช่ Asset ❌️

4.รายจ่ายในแต่ละเดือน คุณใช้จ่ายหมดไปกับอะไร
หมดไปกับการใช้จ่าย สินค้าฟุ่มเฟือยทั้งหมด
หรือจ่ายเพื่อสร้างสินทรัพย์ ที่จะกลับมาสร้างผลตอบแทนคืนกลับ มาเป็น Passive Income เลี้ยงดูเราในอนาคต
ถ้า "จ่ายทิ้ง" ไป แบบไม่ได้ Return แน่นอน
คุณกำลังสร้าง Income
ไม่ใช่สร้าง Asset ❌️

5. ทุกวันนี้คุณกำลังทำงานแบบ
"เลี้ยงชีวิต" ไปวันๆ
หรือกำลัง "สร้างชีวิต"
สร้างระบบการเงิน
ที่จะกลับมาเลี้ยงคุณต่อ
ต-ล-อ-ด-ชี-วิ-ต

ลุกขึ้นมาสร้าง Asset ของตัวเอง
ที่จะสร้างเงินได้ยาวๆ
แม้จะหยุดลงแรงแล้ว

อย่าใช้ชีวิตทุกๆวัน
ไปเพียงแค่การสร้างเงินในปัจจุบัน

เพราะอย่าลืมว่า
เรามีอนาคตที่ต้องดูแลต่อ
อีกหลายสิบปี

เกมการเงินเปลี่ยน
เราจะใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป

นี่คือโค้ชผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตพี่ขวัญสุดยอดกูรูระดับตำนานเรื่องการสร้างทีมฝ่ายขายประกันชีวิตระดับประเทศเก่งแบบที่สุด ของท...
16/04/2026

นี่คือโค้ชผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตพี่ขวัญ
สุดยอดกูรูระดับตำนานเรื่องการสร้างทีมฝ่ายขายประกันชีวิต
ระดับประเทศ
เก่งแบบที่สุด ของที่สุด
พี่ขวัญมีรายได้ทะลุ 7 หลักทุกเดือน
ก็เพราะโค้ชคนนี้แหละ

สุดยอดวิสัยทัศน์
คิดไว คิดใหญ่ และคิดไกล
สุดยอดการลงมือทำ
สุดยอดแบบอย่าง
สุดยอดผู้นำ

40 กว่าปี
ท่านก็ยังคงเป็นที่ 1 ตลอดกาล
เจ๋ง ไหมละ

ท่านจะมาถ่ายทอดเคล็ดวิชา
สร้างทีมฝ่ายขาย ให้เติบโตแบบปังๆ และยั่งยืน
ไม่ได้ใช้ได้แค่เพียงงานประกันเท่านั้น
แต่ผู้นำฝ่ายขายทุกธุรกิจ
สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เลยค่ะ
รอติดตามกันนะคะ
💖💖💖💖💖💖💖💖💖
https://www.facebook.com/share/p/17PjT2g4x8/

สงกรานต์ปีนี้ ( 2569 )
ผมได้นั่งคิดถึง ชีวิตที่ผ่านมา 40 ปี

จากบัณฑิตจบใหม่คนหนึ่ง
ที่เริ่มจากศูนย์ ตัดสินใจเป็นนักขาย
ไม่มีเงิน ไม่มีความแน่นอน
ในธุรกิจประกันชีวิต

จนวันนี้ อยู่ในธุรกิจนี้ ธุรกิจเดียวต่อเนื่อง

ผมตกผลึก ทางความคิดได้ว่า
สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตผม
ไม่ใช่ “การขาย”

แต่คือ
👉 “การสร้างทีม”
และ
👉 “สอนให้ทีม สร้างทีมต่อ”

นี่คือจุดเริ่มต้นของ
The Team Maker สร้างคน ให้ สร้างทีม

👉 วันนี้
คุณได้คำตอบชีวิตแล้วหรือยัง

• ถ้าเริ่มใหม่วันนี้ คุณจะทำเหมือนเดิมไหม
• สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตผม ใช่หรือไม่ใช่ กับสิ่งที่คุณคิด

🎯 “ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีคำตอบ
ลองเริ่มจากคำถามเดียว…สัปดาห์หน้า”
ผมจะเริ่มด้วยคำถามแรก


#สร้างคนให้สร้างทีม

ถึงคนวัย 40 +Gen X ที่โตมากับการเลี้ยงดูของ Gen Baby Boomแต่ต้องมาใช้ชีวิตในยุค Gen Zรู้ไหม ❓️❓️เราคือคนที่ต้องปรับตัวมา...
16/04/2026

ถึงคนวัย 40 +
Gen X ที่โตมากับการเลี้ยงดู
ของ Gen Baby Boom
แต่ต้องมาใช้ชีวิต
ในยุค Gen Z
รู้ไหม ❓️❓️
เราคือคนที่ต้องปรับตัวมากที่สุด

พี่ขวัญเป็นคนนครศรีธรรมราช
คุณแม่รับราชการเป็นคุณครู
คุณพ่อเป็นตำรวจ แต่เสียชีวิตตั้งแต่พี่อายุ 5 ขวบ
บรรพบุรุษ ทำอาชีพเกษตรกรปลูกยางพารา ปลูกข้าว

ตอนเด็กๆ
เรามักจะโดนสอนว่า
เรียนเก่งๆ จบมหาลัยดีๆ
แล้วไปสอบรับราชการ หรือหางานที่มั่นคง
ปู่ย่าตายายก็ชอบบอกว่า
มีเงินให้เอามาซื้อที่ดิน สร้างสวนยางพารา
มีที่ดินเยอะๆ จะได้รวยๆ

แต่ ‼️‼️
โลกเปลี่ยนไวจนน่าตกใจ
งานที่มั่นคง เริ่มไม่มีอยู่จริง

การปรับโครงสร้างองค์กร
การใช้ AI มาแทนคน
ทำให้เกิดการ Lay Off ไม่เว้นแต่ละวัน
โลกเปลี่ยนไว มากกกก
เจ้าของกิจการบางท่านปรับตัวไม่ทัน ไปไม่รอด
เจ๊ง ขาดทุน ติดลบ
ก็ต้องปิดกิจการ 😭😭😭

เอาเงินไปซื้อที่ดินปลูกยางพารา
ราคาที่ดินสูง
ลงทุนปลูกยาง จ้างคนดูแล 6-7 ปี
พอกรีดได้ เจ้าของสวนแบ่งกับคนกรีด 50:50
ฝนตก ก็กรีดไม่ได้
หน้าแล้ง ก็ไม่มีน้ำยางให้กรีด
แถมราคาก็ถูกกดให้ต่ำลงๆ จากนายทุน
มันไม่ได้ร่ำรวย มั่นคงเหมือนเดิมแล้ว

ในโลกยุคใหม่
ทุกคนรวยได้ แม้ไม่มีที่ดิน
แม้ไม่ได้จบสูงๆ เกรดดีๆ
แม้ไม่ต้องทำงานประจำในองค์กรที่หลายคนบอกว่ามั่นคง
ไม่ต้องใช้เงินลงทุนหลักล้าน
ในการสร้างธุรกิจ

เพียงแค่มีกลยุทธ์
มองเห็นโอกาส
เด็ก ม.ต้น ก็สามารถทำสติกเกอร์ไลน์ขาย มีรายได้หลักแสนต่อเดือน
อินฟลู ยูทูบเบอร์ คนขายของออนไลน์ สร้างรายได้มากกว่าคนทำงานประจำหลายเท่านัก
หลายคนแปลงความรู้ประสบการณ์ที่มี
มาทำคอร์สออนไลน์ สร้างรายได้หลักล้าน

ในโลกยุคใหม่
ทุกคนสามารถรวยได้
เพียงแค่ "มองเห็นโอกาส"
และกล้าลงมือทำ

ในโลกยุคใหม่
ความมั่นคงในงานประจำ
ก็แทบไม่เหลือ
เพราะหลายงานกำลังถูกแทนที่ด้วย AI

ถ้า Gen X ไม่ปรับตัว
จะใช้ชีวิตที่เหลือต่อ ยากมาก

อย่าปล่อยให้ชีวิตไม่มี Plan B
แผนสำรองของชีวิต
เวลาเจอวิกฤติ ชีวิตจะตัน

คำแนะนำในการปรับตัว
1.ทดลองเจอเหตุการณ์
"โดนเลิกจ้าง" ก่อนที่จะเจอของจริง
ลองถามตัวเองว่า ถ้าเช้านี้ฝ่ายบุคคลเรียกพบ แล้ว "จ้างออก"
คุณจะใช้ชีวิตที่เหลือ แบบไหน ยังไง
2.อย่ายึดติดกรอบอดีต
ฉันจบสาขานี้มา ฉันเคยทำงานนี้ ฉันไม่อยากเปลี่ยนแปลง
3.เปิดตา เปิดใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่ม พัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน เช่น AI ทักษะการขาย การทำ MARKETING การทำ Content
ไม่ว่าอายุเท่าไหร่
ไม่มีใครแก่เกินเรียน
4.อย่ามีรายได้ช่องทางเดียว ‼️
อันนี้สำคัญมาก
หาโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง
สร้างอาชีพเพิ่ม สร้างรายได้เสริม เป็นทางเลือกสำรองเอาไว้
ในวันที่เจอวิกฤติ ชีวิตจะยังไปต่อได้
5.เก็บเงิน บริหารเงิน ต่อยอดเงิน เพื่อสร้าง Passive Income ให้เงินทำงานแทนเราให้ได้

อยากรวย ต้องรู้เรื่องเงินhttps://www.facebook.com/share/p/1EWqMSMunC/
07/04/2026

อยากรวย ต้องรู้เรื่องเงิน
https://www.facebook.com/share/p/1EWqMSMunC/

มีเรื่องนึงที่ฉันคิดว่าสำคัญและอยากเล่าให้คุณฟังมากๆ

ตอนนั่งเซ็นหนังสือสองวันนั้น

มีคนชอบถามฉันว่า
“เงินเดือนเท่านี้ ควรทำยังไงดีให้รวย”

คำถามนี้ฟังดูธรรมดา
แต่จริง ๆ แล้ว…ฉันอยากบอกคุณตรงๆว่า

มันถามผิดตั้งแต่ต้น

เพราะปัญหาไม่ใช่เงินเดือนคุณเท่าไหร่

แต่คือ
“คุณจัดการเงินเดือนนั้นยังไง”

ฉันเคยเห็นคนเงินเดือน 40,000
มีเงินเก็บ มีพอร์ตลงทุน

และก็เคยเห็นคนเงินเดือน 200,000
แต่ไม่มีอะไรเลยนอกจากหนี้กับ lifestyle

เงินไม่ได้ทำให้คุณรวย
“ระบบ” ต่างหากที่ทำ😎😎😎

วันนี้ฉันจะเล่าให้คุณฟังแบบตรง ๆ
เหมือนขึ้นลิฟต์ทีละชั้น

ไม่ต้องโลกสวยเลยค่ะคุณ
ไม่ต้อง motivational
เอาแบบใช้ได้จริงในชีวิตคนไทย

ขอเริ่มจาก…
ชั้นล่างสุดก่อน

คือ ก่อนจะคิดรวย

คุณต้อง “รู้ภาษาเงิน” ก่อน

ไม่ใช่รู้ว่าหุ้นคืออะไรแบบท่องจำ
แต่คือเข้าใจจริงว่า

เงินฝากโตช้า
เงินลงทุนโตเร็ว
หนี้บางอย่างควรมี
หนี้บางอย่างทำลายชีวิต

คนไทยจำนวนมากติดอยู่ตรงนี้

เงินเดือนเข้า
เงินเดือนออก

แต่ไม่เคยรู้เลยว่า
ตัวเองอยู่ตรงไหนในเกมการเงิน

ฉันบอกเลยนะ
ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าเงินตัวเองหายไปไหนทุกเดือน

คุณยังไม่มีสิทธิ์พูดเรื่อง “ลงทุน”

สิ่งที่ต้องทำง่าย ๆ แต่ไม่มีใครทำ

จดรายรับรายจ่ายจริง ๆ
ไม่ใช่เดา
ไม่ใช่ประมาณ

คุณต้องเห็นตัวเลข
แบบที่มันทำให้คุณ uncomfortable นิดนึง

ชั้นที่ 1
เงินเดือนประมาณ 15,000 – 40,000

นี่คือชั้น “เอาตัวรอด”

อย่าเพิ่งคิดรวย
คิดแค่ว่า “อย่าพัง”

สิ่งที่ต้องมีให้ได้ก่อน

เงินฉุกเฉิน 3–6 เดือน
ของค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ

ไม่ใช่เงินเที่ยว
ไม่ใช่เงินซื้อกระเป๋า

เงินที่ทำให้คุณ “ไม่ต้องกู้” ตอนมีปัญหา

เพราะในประเทศไทย
หนี้ที่ฆ่าคนมากที่สุด
ไม่ใช่หนี้บ้าน

แต่คือหนี้บัตรเครดิต
หนี้นอกระบบ
ดอก 20–30%

นี่คือทรายดูด

อีกเรื่องที่สำคัญมาก

อย่าเพิ่งรีบลงทุนหุ้น
ถ้าคุณยังเพิ่มรายได้ไม่ได้

เอาเงินไปลงกับ “ตัวเอง” ก่อน

เรียน skill ที่ทำให้เงินเดือนคุณกระโดด
เช่น ภาษา การขาย การเจรจา digital skill

เพิ่มเงินเดือนจาก 20,000 เป็น 35,000
มันเปลี่ยนชีวิตคุณมากกว่าการได้กำไรหุ้น 8% ทั้งปี

ชั้นที่ 2
เงินเดือนประมาณ 40,000 – 100,000

นี่คือชั้นที่คนไทยส่วนใหญ่เริ่ม “คิดว่าตัวเองโอเคแล้ว”

แต่จริง ๆ แล้ว
นี่คือช่วงที่อันตรายที่สุด

เพราะรายได้เพิ่ม
แต่รายจ่ายเพิ่มเร็วกว่า

เริ่มผ่อนรถ
เริ่มกินดี
เริ่มใช้ชีวิตแบบ “สมฐานะ”

แล้วสุดท้าย
เงินก็หายไปหมดอยู่ดี

กฎของชั้นนี้มีแค่อันเดียว

“อย่าให้ lifestyle โตเร็วกว่ารายได้”

คุณต้องเริ่มลงทุนได้แล้ว

กองทุนดัชนี
หุ้นพื้นฐานดี
DCA ทุกเดือน

ไม่ต้องเก่ง
ไม่ต้อง timing ตลาด

แค่ “สม่ำเสมอ”

และที่สำคัญมาก

คุณต้องเริ่มแยกเงินออกเป็น 3 ก้อน

ใช้
เก็บ
ลงทุน

ใครไม่ทำตรงนี้
จะติดอยู่ชั้นนี้ไปอีก 10 ปี

ชั้นที่ 3
เงินเดือนประมาณ 100,000 – 250,000

ตรงนี้คือจุดที่ชีวิตเริ่ม “แยกทาง”

บางคนเริ่มรวย
บางคนเริ่มพังแบบดูดี

สิ่งที่ต่างกันมีอย่างเดียว

“เขาเริ่มเป็นเจ้าของอะไรหรือยัง”

ถ้าคุณยังมีแค่เงินเดือน
คุณยังไม่ได้ขึ้นชั้นนี้จริง

คุณต้องเริ่มมี

หุ้น
ธุรกิจเล็ก ๆ
อสังหา
หรืออะไรก็ตามที่ “จ่ายเงินให้คุณ”

ไม่ใช่คุณทำงานแลกเงินอย่างเดียว

และอีกเรื่องที่คนไม่ค่อยกล้าพูด

เลิกโฟกัสแค่ขึ้นเงินเดือน

เริ่มมองหา
profit share
commission
หรือโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจ

เพราะเงินเดือนมีเพดานค่ะคุ๊นนนนนนน!!
แต่ ownership ไม่มี

ชั้นที่ 4
เงินเดือน 250,000 ขึ้นไป

ตรงนี้คนจะเริ่ม “ดูรวยมาก”

แต่หลายคนเครียดกว่าเดิม

บ้านใหญ่ขึ้น
รถแพงขึ้น
ภาระเพิ่มขึ้น

แต่เงินจริงไม่ได้เพิ่ม

สิ่งที่คุณต้องทำคือ

“ซื้อเวลา”

ถ้าคุณยังทำทุกอย่างเอง
คุณกำลังเสียเงินโดยไม่รู้ตัว

งานที่คนอื่นทำได้
จ้าง

แล้วเอาเวลาคุณไปทำสิ่งที่
“สร้างเงิน”

และเริ่มกระจายการลงทุน

นอกจากหุ้น
ไป private asset
อสังหา
ธุรกิจ

แต่ต้องเข้าใจมันจริง
ไม่ใช่ตามเพื่อน

ชั้นสุดท้าย

คุณไม่ได้คิดแล้วว่า “เงินเดือนเท่าไหร่”

คุณคิดว่า
“สินทรัพย์ผมสร้างเงินเท่าไหร่”

คุณมีหลายรายได้
หลาย asset
หลายธุรกิจ

และคุณไม่ต้อง “รอเงินเดือนเข้า” อีกต่อไป

อ่านมาถึงตรงนี้
ฉันอยากให้คุณเข้าใจจริงๆเลยว่า

คุณไม่ได้จนเพราะเงินเดือนน้อย

คุณจนเพราะ
“คุณไม่มีระบบ”

และอีกเรื่องที่สำคัญมากในสังคมไทย

หลายคนขึ้นลิฟต์ไม่ได้
ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง

แต่เพราะ “แบกคนอื่นขึ้นมาทั้งหลัง”

ช่วยครอบครัวไม่ผิด

แต่คุณต้องช่วยแบบ “มีระบบ”

กันเงินของตัวเองก่อน
สร้างฐานของตัวเองก่อน

แล้วค่อยให้

ไม่ใช่ให้ก่อน
แล้วหวังว่าชีวิตจะรอดทีหลัง

เพราะในโลกการเงินจริง ๆ

คนที่ไม่รอดก่อน
ไม่มีสิทธิ์ช่วยใครได้นาน

ชีวิตการเงินมันไม่ใช่เรื่องโชค

มันคือเกมระยะยาว

และในเกมนี้
คนที่ชนะ

ไม่ใช่คนที่หาเงินเก่งที่สุด

แต่คือคนที่
“จัดการเงินได้เฉียบที่สุด”

แค่นี้เลยจริงๆนะ
เชื่อฉันเถอะ please

แอนนาเบล
01.04.2026

💖💖💖https://www.facebook.com/share/p/18Zpr6cMZS/
05/04/2026

💖💖💖
https://www.facebook.com/share/p/18Zpr6cMZS/

ตอนเซ็นหนังสือสัปดาห์ที่แล้ว
มีรุ่นน้อง banker หลายคนมาต่อคิว แล้วถามฉันคล้ายกันมาก

“พี่แอนนาเบล…ทำยังไงถึงจะเข้าใจลูกค้าได้ลึกกว่านี้”
“ไม่ใช่แค่รู้ว่าเขามีเงินเท่าไหร่…แต่รู้ว่าเขาคิดยังไงจริงๆ”

ฉันนั่งฟังอยู่ แล้วก็ยิ้ม
เพราะนี่คือคำถามที่ “เปลี่ยนชีวิตการทำงาน” ของฉันจริงๆ

และฉันไม่ได้ตอบเขาด้วย product
ไม่ได้ตอบด้วย market view
ไม่ได้ตอบด้วย structure อะไรเลย

ฉันเล่าให้เขาฟังเรื่องนี้

คนส่วนใหญ่คิดว่า Private Banking คือการ “บริหารเงิน”

แต่ในโลกจริง
มันคือการ “อ่านคน”

คุณจะไม่มีวัน manage wealth ได้
ถ้าคุณยังอ่าน human ไม่ออก

เพราะเงิน…ไม่เคยเป็นเรื่องของเงิน

มันคือ fear
มันคือ ego
มันคือ trauma
มันคือ identity

และสิ่งที่ฉันใช้มาตลอด
ไม่ใช่ framework ซับซ้อนอะไร

มันคือ “การมองคนผ่าน 4 สี”
นี่คืองานของนักปรัชญาชาวสวิส Carl Jung ที่ฉันรักมาก
และฉันใช้มันแบบจริงจังสุดๆตลอดการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะกับลูกค้า แต่กับ “มนุษย์” ค่ะคุณ

คุณไม่ได้กำลังคุยกับ “ลูกค้า”

คุณกำลังคุยกับ “พลังชีวิตแบบหนึ่ง”

และถ้าคุณอ่านพลังนี้ไม่ออก
คุณจะพูดผิด tone ทันที

ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน
ดีลก็ไม่เกิด

สีแดง — ลูกค้าที่ต้อง “respect” ไม่ใช่ “convince”

ลูกค้าสีแดงจะไม่ฟังคุณเพราะคุณฉลาด
เขาฟังคุณเพราะคุณ “มั่นคง”

เขาไม่ต้องการ explanation ยาวๆ
เขาต้องการ direction ที่ชัด

คุณต้องพูดแบบนี้

“นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุด
นี่คือ risk
และนี่คือสิ่งที่ผมแนะนำให้คุณทำ”

จบ

ถ้าคุณลังเล
ถ้าคุณ soft เกินไป
เขาจะปิดคุณทันที

แต่ถ้าคุณเข้าใจเขา
เขาจะ trust คุณเร็วมาก

เพราะเขาไม่ได้ต้องการ friend
เขาต้องการ “คนที่คุมเกมได้”

สีเหลือง — ลูกค้าที่ต้อง “connect” ก่อน “close”

ลูกค้ากลุ่มนี้
ถ้าเขาไม่ชอบคุณ

คุณไม่มีทางได้ business

เขาไม่ได้ซื้อ product
เขาซื้อ “energy”

คุณต้องทำให้เขารู้สึกว่า
คุณคือคนที่เขาอยากนั่งคุยด้วย

บางครั้ง
ดีลระดับหลายสิบล้าน
เริ่มจากการคุยเรื่องไวน์
หรือเรื่องชีวิต

ไม่ใช่ portfolio

ถ้าคุณรีบขาย
คุณจบเลย

แต่ถ้าคุณเข้าใจเขา
เขาจะเปิดโลกให้คุณเอง

สีน้ำเงิน — ลูกค้าที่ต้อง “respect logic”

คนกลุ่มนี้
คุณพูดผิด data นิดเดียว
credibility คุณหายทันที

เขาไม่สน charm
ไม่สน connection
ไม่สน story

เขาสน “ความถูกต้อง”

คุณต้องเตรียม
ต้องคิด
ต้องรู้จริง

และที่สำคัญ
อย่า overpromise

เพราะเขาจะจับได้

แต่ถ้าคุณผ่านเขาได้
trust ของเขาจะลึกมาก

และยาวมาก

สีเขียว — ลูกค้าที่ต้อง “feel safe”

นี่คือกลุ่มที่หลายคนมองข้าม

เพราะเขาไม่ได้ aggressive
ไม่ได้ demanding
ไม่ได้ loud

แต่เขาคือคนที่
“อยู่กับคุณยาวที่สุด”

เขาไม่ได้ต้องการ return สูงสุด
เขาต้องการ “ความสบายใจ”

คุณต้องไม่ push
ไม่ pressure
ไม่ aggressive

คุณต้องทำให้เขารู้สึกว่า

“คุณอยู่ข้างเขา”

และเขาจะไม่ไปไหน

สิ่งที่ฉันบอกรุ่นน้องวันนั้น

คุณไม่ต้องเก่งที่สุดใน product
คุณไม่ต้องรู้ทุก asset class

แต่คุณต้อง “อ่านคนให้ออก”

เพราะ moment ที่คุณเข้าใจว่า
คนนี้คือสีอะไร

คุณจะรู้ทันทีว่า

ควรพูดยังไง
ควรเร็วหรือช้า
ควร push หรือ hold
ควรขาย หรือควรฟัง

และนี่คือสิ่งที่ไม่มีใน textbook

แต่ความลึกจริงๆ มันไม่ใช่แค่อ่าน “ลูกค้า”

มันคือการอ่าน “ตัวเอง”

เพราะคุณจะไม่มีวันเข้าใจคนอื่น
ถ้าคุณยังไม่เข้าใจว่า

ตัวเองกำลัง “ใช้สีอะไรอยู่”

บางคนเป็นสีเหลือง
แต่พยายามขายแบบสีแดง
ลูกค้าจะรู้สึกว่า fake ทันที

บางคนเป็นสีน้ำเงิน
แต่พยายาม charm
มันจะฝืน

และ trust จะไม่เกิด

Private Banking ที่แท้จริง

ไม่ใช่การเอา solution ไปใส่ลูกค้า

แต่มันคือ
“การเข้าใจว่าเขาเป็นใคร
แล้วออกแบบโลกให้เหมาะกับเขา”

บางคนต้องการ growth
บางคนต้องการ control
บางคนต้องการ freedom
บางคนต้องการ peace

ถ้าคุณขายสิ่งเดียวให้ทุกคน

คุณจะเป็นแค่ “sales”

ฉันจะฝากอะไรไว้ให้คุณคิด

วันที่คุณเริ่มอ่านคนออก

คุณจะรู้ว่า

ลูกค้าบางคนไม่ได้กลัว loss
เขากลัว “เสียหน้าตัวเอง”

ลูกค้าบางคนไม่ได้อยากได้ return
เขาอยากรู้สึกว่า “เขาคุมชีวิตได้”

ลูกค้าบางคนไม่ได้ต้องการ advice
เขาต้องการ “คนฟังที่ไม่ judge”

และ moment ที่คุณเข้าใจสิ่งนี้

คุณจะไม่ต้อง “ขาย” อีกเลย

สุดท้ายฉันบอกรุ่นน้องไปว่า

“ถ้าวันหนึ่งคุณรู้สึกว่า
คุณเริ่มเห็นคน…มากกว่าเห็นเงิน”

วันนั้นแหละ
คุณกำลังจะเป็น Private Banker ของจริง

ไม่ใช่คนขาย product

แต่เป็นคนที่
“เข้าไปอยู่ในโลกของคนอีกคนได้
โดยที่เขายังรู้สึกปลอดภัย”

และนั่นคือ skill
ที่เงินซื้อไม่ได้
แต่สร้าง wealth ได้ทั้งชีวิต

แอนนาเบล 💋
04.04.2026

04/04/2026

"คุณเหนื่อยเพื่อสร้างความฝันให้คนอื่นมานานเกินไปหรือเปล่าคะ?" 🏃💨

ในวัย 25-50 ปี หลายคนทุ่มเททำงานหนัก ยอมสละเวลาส่วนตัว
ยอมทำ OT เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
แต่พอถึงเวลาประกาศผลตอบแทน กลับได้แค่คำชม
หรือการปรับเงินเดือนที่แทบไม่ทันเงินเฟ้อ

ถ้าวันนี้ "ความพยายาม" ของคุณ มีมูลค่ามากกว่าตัวเลขในสลิปเงินเดือน...
คุณจะยอมปล่อยให้มันเสียเปล่าไปเฉยๆ
หรือจะเอามาสร้าง "อนาคตของตัวเอง" ดีคะ? 🏠💖

"ไม่ต้องเกรงใจ... และไม่ต้องกังวลว่าทักมาแล้วจะต้องเริ่มทำทันที"
พี่อยากให้คุณลองทักมาคุยกันแบบพี่น้อง
มาเช็กดูว่าศักยภาพของคุณตอนนี้ ควรจะอยู่ตรงไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด
ถ้าคุยแล้วไม่ใช่...เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ 😊

ทักหาพี่ขวัญนะคะ
☎️ โทร: 097-896-6369
🆔 Line ID: kwan150920
👇 คลิกเพื่อคุยกับพี่ขวัญทันที:
http://line.me/ti/p/~kwan150920

#ความทุ่มเทที่คุ้มค่า #นักวางแผนการเงิน #พี่ขวัญSEVP #อลิอันซ์อยุธยา #ปลดล็อกศักยภาพ #งานที่ใช่รายได้ที่ชอบ

02/04/2026

บรรยากาศ
Strategic Day
GM AVP VICTORY GROUP
การประชุมวางแผนกลยุทธ์
เพื่อช่วยให้ทุกคนเติบโต
ขอบคุณโค้ชสง่า พิชญังกูร
ผู้นำที่นำพาทุกคนให้เจริญเติบโตจริงๆ

พวกเราโชคดี
VICTORY โชคดีที่สุด
ที่มีโค้ชสง่า 💖

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 18:00
อาทิตย์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66963964419

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Better Life by พี่ขวัญผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์