15/06/2013
ซื้อประกันอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ ตอนที่ 1 ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการซื้อประกันชีวิต
การซื้อประักันด้วยความไม่รู้ บางทีก็ทำให้เราเสียเปรียบ หรือลำบากในการหาเงินมาจ่าย และการที่จะมานั่งศึกษาแบบประกันเอง หรือ ไปขอโบว์ชัวร์ หรือใบข้อเสนอ มาเปรียบเทียบเอง ผมบอกได้เลยว่าแทบไม่มีประโยชน์ เพราะคุณไม่ได้ศึกษาแบบประกันที่เจาะลึกลงไป ว่า สัญญาตัวหลัก และอนุสัญญา แต่ละตัวมีจุดดีจุดเสียตรงไหน
แต่ถ้าจะถามจากตัวแทน บางทีอาจจะได้คำตอบที่ไม่หมด ทั้งนี้ก็เพราะตัวแทนประกันชีวิตทุกคน ใช่ว่าจะมีความรู้เท่ากันทุกคน บางคนก็ได้รับข้อมูลแบบประกันมาแบบนี้ก็นำมาขาย แล้วก็บอกว่าเป็นแบบประกันที่ดีที่สุด หรือ แบบประกันถูกจัดเป็นแพคเก็จสำเร็จรูปแล้วก็นำมาวางขาย เหมือนชุดสุดคุ้มตามร้านอาหาร ซึ่งบางอย่างคุณไม่อยากกินแต่ต้องจำใจกิน เพราะในชุดนั้นมันมีสิ่งที่คุณต้องการอยู่
วันนี้ผมจะแนะนำและอธิบายการซื้อประกันให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจในการซื้อประกันเพิ่มขึ้น
สิ่งแรกที่ต้องใช้คือ เงิน ไม่ใช่แบบประกัน
ในการซื้อประกันอย่าไปมองที่แบบประกันกันก่อน ให้มองที่เงินในกระเป๋าก่อน ไม่อย่างนั้นจะเจ็บตัว เพราะจ่ายประกันได้ไม่ครบสัญญา
คุณมีเงินเท่าไหร่ที่จะซื้อประกัน ซื้อน้อยไปก็คุ้มครองไม่เต็มที่ ซื้อมากไปก็กลายเป็นภาระทำให้จ่ายเบี้ยประกันไ้ด้ไม่ครบสัญญา
เงินที่จะนำมาซื้อประกัน ต้องไม่มากเกินไปและน้อยเกินไป แต่เท่าไหร่ล่ะถึงจะพอดี
ถ้าคุณจะซื้อประกันเพื่อความคุ้มครอง ใช้เงินไม่เกิน 10% ของรายได้
ถ้าคุณจะซื้อเพื่อสะสมทรัพย์ ก็ไม่เกิน 20% ของรายได้
ในการคำนวณ 10% หรือ 20% ให้คำนวณที่รายได้ ของตัวคุณคนเดียวถ้าจะซื้อประักันให้ตัวเอง แต่ถ้าจะซื้อให้ทั้งครอบครัว ก็ใช้รายได้ของทั้งครอบครัว
แต่โดยทั่วไปจากที่ผมทำงานมา น้อยคนที่จะ ซื้อ ถึงขนาดนี้ ส่วนใหญ่ ก็จะใช้ประมาณ 5% ของรายได้
จำนนวนเงินที่ผมบอกนี้ ก็คือจำนวนเงินที่คุณควรรู้ว่า ปกติแล้วเค้าใช้เงินเท่าไหร่ในการซื้อประกันชีวิต
แต่สำหรับคุณ.....
คุณมีเงินเท่าไหร่็ก็ซื้อเท่านั่นแหละ
ที่ผมให้ความสำคัญกับเรื่องเงิน มาเ็ป็นอันดับแรก เพราะ ถ้าคุณไม่มีเงิน ต่อให้แบบประกันที่คุณเห็นว่า มันดีเยี่ยมระดับเทพแค่ไหน ... คุณก็ซื้อไม่ได้ และต่อให้คุณฝืนที่จะซื้อมันก็จะกลายเป็นภาระทันที สุดท้า่ยสัญญาก็จะขาดความคุ้มครอง เพราะคุณไม่ดูเงินในกระเป๋า
ดังนั้นสำหรับ คุณ วิธีง่ายที่สุด คือการดูว่า เงินเดือนคุณเท่าไหร่ เช่นเงินเดือนคุณเดือนละ 1หมื่นบาท ให้คุณ คำนวณคร่าวๆ ว่าจะแบ่งเงินออกได้เดือนละเท่าไหร่
ถ้าแบ่งออกมาได้เดือนละ 500 สบายๆ ก็หมายถึงว่า คุณจ่ายประกันได้ปีละ 6,000 สบายๆเช่นกัน
แต่ถ้ามีคนมาเสนอขายประกัน หรือคุณมีความคิดที่จะซื้อประักันปีละ 1หมื่นบาท ต่อให้มันเป็น 10% ของรายได้ตามทฤษฏีก็ตาม คุณก็จะเริ่มมีปัญหากับการจ่ายทันที เพราะมันเริ่มไม่สบายๆแล้ว
ดังนั้นสรุปว่า คุณมีเงิน 6,000 บาท ที่จะซื้อประกันชีวิต และ อาจจะ บวก ลบได้นิดหน่อย เช่น6,500 หรือ 7,000
แต่ถ้าเป็นครอบครัว วิธีการคิดก็จะคล้ายๆกัน เช่นในครอบครัวมี 3 คน คือ ตัวคุณ + ภรรยา + ลูก
ก็ให้นำรายได้ของคุณ รวมกับรายได้ของ ภรรยา
ได้เท่าไหร่ ก็มาคิดคำนวณดูว่า จะแบ่งเงินออกมาซื้อประกันได้เดือนละเท่าไหร่
เช่นเมื่อรวมรายได้กันแล้ว มีรายได้ เดือนละ 25,000 บาท
ถ้าแบ่งออกมาได้่ 10% เพื่อซื้อประกัน อีก 90% เอาไว้กินไว้ใช้ ไว้ฝากธนาคาร
ก็จะได้ตัวเลขคือ 2,500 บาทต่อเดือน หรือ 30,000 บาทต่อปี เพื่อซื้อประักัน สำหรับคนทั้งครอบครัว หรือคุณอาจจะมองว่า มันมากเกินไป ก็ลดจำนวนเงินลงมา เช่น ปีละ 20,000 บาทสำหรับทำประกันทั้งครอบครัว
หมายเหตุ ในเรื่องการทำประกันทั้งครอบครัว
บางคนไม่เห็นความสำคัญ หรือเข้าใจผิด คิดว่าควรทำประกันที่คนใดคนหนึ่งก็พอ แต่ความจริงแล้ว เราทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง
คนทุกคนมีความเสี่ยงหมดทุกคน
สามีหารายได้ มีความเสี่ยงว่า ถ้าเป็นอะไรขึ้นมา รายได้ก็จะหายไป
ภรรยาช่วยหารายได้ ความเสี่ยงก็เหมือนกับสามี
ดังนั้นถ้าใครคนใดคนหนึ่งเป็นอะไรไป คนที่เหลือต้องแบกรับภาระหนักขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้แบกภาระไม่ไหว
ลูกก็มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วย ซึ่งถ้าเจ็บป่วยก็จะทำให้เงินที่มีอยู่ถูกดึงไปเป็นค่ารักษา ซึ่งอาจจะไปกระทบกับเงินเก็
พิมพ์มาซะยาว สรุปว่า เงินต้องมาก่อน แบบประักัน