22/05/2026
ถอดรหัสเดิมพันของ Google เมื่อโลกก้าวสู่ยุค Agentic AI ทำงานแทนคนทั้งองค์กร
ตลอดไตรมาสแรกของปี 2026 คำว่า "AI Bubble" กลับมาเป็นคำที่นักลงทุนทั่วโลกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้ง
เมื่อ Big Tech รวมกันประกาศแผนทุ่มเงินลงทุนกว่า 660,000 ล้านดอลลาร์ ในปีเดียว และในบรรดาผู้เล่นทั้งหมด Alphabet บริษัทแม่ของ Google คือรายที่ประกาศตัวเลขเดิมพันสูง 175,000-185,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อนหน้า
ในรายการ Digital Frontiers ทางช่อง YouTube : Thairath Money สรุปอินไซต์ในงาน Google Cloud Next 2026 เพื่อให้มุมมองว่า Google มองเห็นอะไรในเกม AI ทำไมถึงกล้าเดิมพันสูงขนาดนี้ ?
**เริ่มจากตัวเลข : เงินคือสิ่งสะท้อนความเชื่อ
ปี 2025 Alphabet ทำรายได้รวม **402,800 ล้านดอลลาร์** ทะลุ 4 แสนล้านเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และทำกำไรสุทธิ **132,200 ล้านดอลลาร์** เพิ่มขึ้น 32%
โดยรายได้ก้อนนี้ Search + YouTube ยังเป็นเสาหลักที่ 85% แต่ Google Cloud โต 36% เร็วกว่า Services เกือบ 3 เท่า
และเครื่องยนต์ตัวนี้วิ่งแรงขึ้นอีกในไตรมาสแรกของปี 2026 :
✅ Google Cloud โต **63% YoY** เร็วกว่า AWS และ Microsoft Azure
✅ Margin ของ Cloud พุ่งจาก **9.4% เป็น 32.9%** ภายในปีเดียว
✅ Backlog หรือมูลค่าสัญญารอรับรู้รายได้ ทะลุ **460,000 ล้านดอลลาร์**
Sundar Pichai ประกาศชัดเจนว่า ปี 2026 พลังประมวลผล AI กว่าครึ่งหนึ่งของบริษัท จะถูกทุ่มไปที่ Cloud ดังนั้น Google เลือกแล้วว่าจะเดิมพันทางไหน
**จาก Adoption สู่ Agentic : ยุคทดลองจบลงแล้ว
Thomas Kurian ซีอีโอ Google Cloud ขึ้นเวทีประกาศชัดเจน "The era of the pilot is over. The era of the agent is here. ยุคของการทดลองจบลงแล้ว ยุคของเอเจนต์มาถึงแล้ว"*
ในปีนี้ Google พูดถึง Agentic AI ที่ลงมือทำงานแทนคนได้จริง
มีตัวเลขมา back up :
🔸 เกือบ 75% ของลูกค้า Google Cloud นำ AI ไปใช้ใน production จริงแล้ว
🔸 ที่ Google เอง เกือบ 75% ของโค้ดใหม่ทั้งหมดเขียนโดย AI (เพิ่มจาก 50% เมื่อปลายปีก่อน)
🔸 Gemini Enterprise มีผู้ใช้แบบชำระเงินรายเดือนโต 40% QoQ
🔸 รองรับโมเดลกว่า 200 ตัว รวมถึง Claude Opus 4.7 จาก Anthropic
**AI ในฐานะ "แรงงานรูปแบบใหม่" เคสที่ deploy แล้ว
-Citi Wealth ผู้ช่วย AI ดูแลทรัพย์สินระดับล้านล้านดอลลาร์ พูดได้หลายภาษาเรียลไทม์
-Capcom เจ้าของ Resident Evil — ส่งเอเจนต์เข้าไป "เล่นเกม" แทนคนเพื่อเช็กบั๊ก ประหยัด 30,000 ชั่วโมงต่อเดือน
-Home Depot ผู้ช่วย AI "Magic Apron" ดึงความเชี่ยวชาญ 45 ปีของบริษัทมาให้คำปรึกษาลูกค้า
-Virgin Voyages สร้างและบริหาร AI Agents กว่า 1,000 ตัว ลดเวลาผลิตแคมเปญถึง 40%
-NASA ใช้ AI Agents สนับสนุนภารกิจ Artemis II
-Merck ใช้ "Agentic Engine" เร่งการพัฒนายาตั้งแต่งานวิจัยถึงคลินิก
**สรุป 3 ประเด็นสำคัญ ที่บอกได้ว่า Google คิดเรื่อง AI อย่างไร
ประเด็นที่ 1 : "ป้อมปราการ" ที่คู่แข่งตามไม่ทันในระยะสั้น
ไม่ว่า Use Case จะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งที่ทุกบริษัทต้องใช้คือ Compute และ Data — Google สร้าง "ป้อมปราการ" ตรงนี้ที่ใช้เวลาสร้างมา 13 ปี
ในงานนี้ Google เปิดตัว TPU เจน 8 พร้อมกัน 2 รุ่น
TPU 8t สำหรับฝึกสอนโมเดล ลดเวลาเทรนจากเดือนเหลือสัปดาห์
TPU 8i สำหรับ Inference เน้นความเร็วเรียลไทม์ ประสิทธิภาพต่อค่าใช้จ่ายสูงขึ้น 80%
แต่สิ่งที่ Google ต่างจากคู่แข่งจริงๆ คือการทำเองตั้งแต่ต้นจนจบ (Vertically Integrated) ตั้งแต่ระบบระบายความร้อนใน Data Center, เครือข่าย Virgo ที่เชื่อมชิปได้ 134,000 ตัวให้ทำงานเหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว
ประเด็นที่ 2 : จากขาดทุน สู่เครื่องจักรทำเงินตัวที่สอง
Google Cloud เปลี่ยนสถานะจากธุรกิจที่เคยขาดทุน กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินตัวใหม่อย่างรวดเร็ว :
📈 ปี 2024 Cloud ทำกำไร 6,100 ล้านดอลลาร์
📈 ปี 2025 กระโดดเป็น 13,900 ล้านดอลลาร์ โตเท่าตัวภายในปีเดียว
📈 Q1 2026 ทำกำไรในไตรมาสเดียว 6,600 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 3 เท่าจากปีก่อน
ทุก 100 บาทที่ Cloud ทำรายได้ จะเหลือกำไรประมาณ 33 บาท สำหรับธุรกิจคลาวด์ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมาก
และเพื่อปิดเกมตลาด Enterprise ให้สมบูรณ์ Google เพิ่งปิดดีลซื้อ Wiz บริษัท Cybersecurity มูลค่า 32,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา ดีลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Google
ทำไมต้อง Wiz ? เพราะองค์กรใหญ่ทุกวันนี้ไม่ได้ใช้คลาวด์เจ้าเดียว แต่ใช้แบบ Multi-Cloud และ Wiz เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยข้ามค่ายโดยเฉพาะ
ผู้ก่อตั้ง Wiz บอกในงานว่า สงครามไซเบอร์ในอนาคต จะเป็นการต่อสู้ระหว่าง bot กับ bot และวิธีเดียวที่จะสู้ AI ได้ คือใช้ AI
ตัวเลขที่น่าทึ่ง Triage and Investigation Agent ของ Google ลดเวลาวิเคราะห์ภัยคุกคามจาก **30 นาที เหลือ 60 วินาที
ประเด็นที่ 3 : AI ที่ไม่ได้อยู่แค่ในจอ
ในงานนี้ Google เปิดตัว Gemini Robotics AI ที่ออกจากจอไปอยู่ในหุ่นยนต์จริงๆ ทำให้หุ่นยนต์ "คิดและเข้าใจโลกจริง" ได้
-Boston Dynamics หุ่นยนต์ Atlas รุ่นใหม่ใช้ Gemini ทำงานในโรงงาน Hyundai
-หุ่นยนต์สุนัข Spot ใช้ Gemini เดินตรวจโรงงาน อ่านมาตรวัด หารอยรั่ว
-Mirokaï หุ่นยนต์น่ารักจากฝรั่งเศส เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลเด็กและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
-Bi-arm Franka หุ่นยนต์แขนคู่ หยิบจับสิ่งของซับซ้อนได้ละเอียดเหมือนช่างฝีมือ
นี่คือการเปิดตลาดใหม่ ตั้งแต่โรงงาน คลังสินค้า ไปจนถึงโรงพยาบาลและบริการดูแลคน
และที่สำคัญ ทุกการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ ทุกการตัดสินใจ ต้องวิ่งกลับมาบน Cloud และ TPU ของ Google
สุดท้ายไม่ว่าใครจะลงทุนกับ AI ไปมากขนาดไหน สุดท้ายแล้วมันต้องสร้างรายได้กลับมา ท่ามกลางเสียงเตือนเรื่อง AI Bubble Google ตอบคำถามนี้ชัดเจน เขาเดิมพันเพื่อวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจ AI" ไม่ใช่แค่ผู้เล่นในตลาด
ถ้ามองภาพใหญ่ AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนว่า "ใครจะชนะ" แต่มันกำลังเปลี่ยนว่า "เงินในระบบเศรษฐกิจจะไหลไปอยู่ที่ใคร" วันนี้เงินยังอยู่ที่ infrastructure แต่ในระยะยาว มันจะไหลไปหาคนที่ "สร้างรายได้จาก AI ได้จริง"
และสุดท้าย คนที่ได้เปรียบที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เก่งที่สุด แต่คือคนที่ "อยู่ในทุก layer ของระบบนี้"
---
อ่านบทความฉบับเต็ม comment
#หุ้นอเมริกา #หุ้นเทค #บริษัทเทคโนโลยี #ธุรกิจ #ลงทุน #ดิจิทัล #นวัตกรรม #เทคโนโลยี