Wealth structure investment and knowledge

16/01/2024

สุขสันต์วันครูทุกท่าน
นักเรียนคนไหนเห็นโรงเรียนหยุด อย่าได้นึกว่าครูได้พัก ตอนนี้รวมตัวกันอยู่เขตพื้นที่การศึกษาเลยจ้า

ไหนๆครูก็ต้องไปรวมตัวกันโดยได้รับการนัดหมายแล้ว พี่เวลธ์อยากเสนอให้กิจกรรมวันครูมีวิทยากรไปให้ความรู้เสริมเรื่องการเงินเพิ่มจังเลย

เพราะอิสระทางการเงิน คือเป้าหมายของการใช้ชีวิต

07/01/2024

ทำงานแล้วท้อ แต่ค่าใช้จ่ายรอทักทายอยู่ทุกวัน

พี่เวลธ์ขอเป็นกำลังให้ทุกคนที่ต้องฝ่าฟันความลำบากในทุกๆวันนะคะ

เคยตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอยากลงทุนไหม?หลายคนอาจเคยมีวันนึงที่นอนอยู่ แล้วเริ่มตระหนักถึงสภาพการเงินของตนเองมีหลายครั้งที่พ...
28/12/2023

เคยตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกอยากลงทุนไหม?

หลายคนอาจเคยมีวันนึงที่นอนอยู่ แล้วเริ่มตระหนักถึงสภาพการเงินของตนเอง

มีหลายครั้งที่พี่เวลธ์ต้องตอบคำถามว่า จะเริ่มลงทุนยังไง ถ้าอยากรวยต้องทำยังไง
จุดเริ่มต้นที่คนอยากมีเงินมากขึ้น อยากจะรวย คือเค้าเริ่มรู้สึกเงินตนเองไม่พอใช้ รู้สึกว่าเงินที่มีอยู่มันไม่งอกเงย

พี่เวลธ์เป็นครูมา สิ่งที่คิดถึงทุกครั้งเมื่อเงินเดือนเข้าคือ เงินเดือนพี่เวลธ์จะอยู่รอดถึงสิ้นเดือนไหม แต่ความโชคดีของเราคือ ภาระของเราน้อยมาก ดูแลแค่ตัวเอง ยังไม่มีลูก พ่อและแม่ขอแค่ให้ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องดูแลพวกท่านก็ได้ ทำให้เราสามารถเก็บเงินได้บางส่วนของเงินเดือน แต่กับคนอื่นๆที่ภาระต้องรับผิดชอบมีอยู่มากมาย ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าเทอมลูก ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ

รายจ่ายที่มีอยู่หลายอย่าง แต่รายได้มีอยู่แค่ทางเดียว เราจึงควรเริ่มจัดการบริหารเงินแบบให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

พี่เวลธ์เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เค้าแนะนำให้เราออมเงินด้วยวิธีการ "ออมก่อนใช้ "

วิธีการนี้คือการออมเงินโดยเมื่อได้รับรายได้แล้ว จะให้ออมเงินทันทีก่อนเริ่มใช้จ่าย ข้อดีคือวิธีการนี้จะทำให้เราแยกเงินออกจากกันชัดเจน พี่เวลธ์ก็จะมีบัญชีแยกอีก 1 บัญชีที่เอาไว้เก็บเงินแยกกัน บัญชีนี้ก็จะทำให้เบิกเงินยากหน่อย ป้องกันการนำเงินออกมาใช้ ป้องกันการยืมเงินตัวเองออกมาใช้จ่าย ซึ่งถ้าจำเป็นจริงๆ ก็สามารถยืมเงินในบัญชีนี้ได้นะ แต่พี่เวลธ์ขออย่างเดียวอย่ายืมเงินตัวเองแล้วไม่ใช้คืนนะ 😂😅

การจะเริ่มใช้วิธีการออมก่อนใช้ได้ จุดเริ่มต้นอาจจะควรเริ่มที่การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย พี่เวลธ์ขอย้ำในทุกๆโพสว่า จุดเริ่มต้นของการเงินที่ง่าย และควรทำที่สุดคือการ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตัวเราเอง เพราะเราจะเริ่มต้นการจัดการเงินได้อย่างไร ถ้าเรายังไม่รู้เลยว่า การเงินตอนนี้ของเราเป็นอย่างไร

#ออมก่อนใช้ #ครูไทย #ครูออมเงิน #ครูจะรวย #สอนลงทุน

หนี้ของข้าราชการครูจะหมดไปได้หรือไม่จุดเริ่มต้นของหนี้ในครู ก็เหมือนเป็นกรรมอย่างหนึ่ง เพราะมันมีแต่พอกพูน น้อยคนมากที่จ...
19/12/2023

หนี้ของข้าราชการครูจะหมดไปได้หรือไม่

จุดเริ่มต้นของหนี้ในครู ก็เหมือนเป็นกรรมอย่างหนึ่ง เพราะมันมีแต่พอกพูน น้อยคนมากที่จะหมดหนี้หมดสินแล้วเริ่มเก็บเงินอย่างมั่งคั่ง มั่นคงได้

อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงสูง เพราะถ้าไม่ได้กระทำความผิดที่ร้ายแรงจริงๆ ก็ไม่มีใครโดนให้ออกจากราชการจึงไม่แปลกอะไรที่ ใครๆก็อยากเข้ามาสู่อาชีพนี้ บางคนใช้เวลาหลายปีเพื่อสอบให้ติดข้าราชการครูให้ได้จนเป็นค่านิยมตั้งแต่สมัยก่อนถึงยุคปัจจุบัน จนตอนนี้มีครูในระบบการศึกษาถึง 9 แสนคน แต่ทำไมอาชีพที่มีความมั่นคงสูงขนาดนั้นถึงเป็นอาชีพที่สร้างหนี้รวมกันได้สูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท

สาเหตุของปัญหานี้มาจากปัจจัยหลักๆ คือ ข้อแรกเลย รายได้น้อย ครูที่เพิ่งได้ทำงาน ได้บรรจุใหม่ในสมัยนี้เงินเดือนจะเริ่มช่วง 15,000 ซึ่งเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนก็ไม่เหมือนสมัยก่อนที่นับเป็บขั้น (ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะขั้นละ 750 บาท ) แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนใหม่ให้กลายเป็นเปอเซ็นต์ ซึ่งมันน้อยลงอย่างมหาศาลในบางรอบการขึ้นเงินเดือนอาจได้รับจัดสรรให้ได้ขึ้นเงินเดือนในรอบนั้นแค่ 200+ บาทเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าปีหนึ่งจะมีการพิจารณาการขึ้นเงินเดือน 2 รอบ ในหนึ่งปีจะได้เงินเดือนขึ้นแค่ 500 บาทต่อปี แล้วจากฐานเงินเดือนที่ต่ำ ทำให้ครูบางคนที่อยู่ในราชการอาจต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อให้เงินเดือนเพิ่มจนถึงเดือนละ 20,000 บาท พี่เวลธ์จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีครูคนเก่าคนแก่ที่ท่านได้เกษียณอายุราชการแล้วเล่าให้ฟังถึงเงินของเขาในสมัยก่อน ว่าเงินเดือนท่านเพิ่งจะ 600 บาทต่อเดือนเอง แต่ในยุคนั้นทองราคาบาทละ 400 บาท นั่นหมายความว่าเงินเดือนของครู1เดือนสามารถซื้อทองได้ 1 บาทและยังมีเงินเหลือให้ดำรงชีพได้อีก ซึ่งถ้านำมาเทียบกับราคาทองอย่างง่ายๆที่ตอนนี้ทองบาทละ 30,000 แปลว่าเงินเดือนครูสมัยนั้นเทียบกับตอนนี้คือ 45,000 บาท นอกจากเงินเดือนครูในยุคปัจจุบันจะน้อยแล้ว ข้าราชการยังเป็นอาชีพที่ไม่มีเงินโบนัสปลายปีเหมือนการทำงานในบริษัทเอกชน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อจำกัดที่ชัดเจนมากที่ทำให้ครูมีแต่ก้อนหนี้ที่ใหญ่ยักษ์จนเหมือนจะลืมตาอ้าปากไม่ได้เลย

คนทุกคนมีเป้าหมายที่คาดหวังจากการเติบโต บางคนมองที่การมีบ้าน บางคนมองที่การมีรถ บ้างมองที่การมีของแบรนด์เนมใช้ บางคนคาดหวังแค่จะสามารถมีอิสระทางการเงินที่จะซื้ออะไรก็ได้ที่ต้องการ แต่ทุกสิ่งที่พูดมาถึงต้องใช้เงินในการสร้างมันมา ยกตัวอย่างการจะมีบ้านหนึ่งหลัง สำหรับทุกคน ทุกอาชีพก็จะกู้ซื้อบ้านกัน และจะมีหลายเพจที่อธิบายการโปะค่าบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ย ทำให้ซื้อบ้านได้ในราคาถูกลง ซึ่งเงินเหล่านั้นก็มักจะมาจากโบนัสปลายปี ครูจึงแทบไม่สามารถหาเงินก้อนมาโป๊ะบ้านได้ (นอกจากจะถูกหวย)

ภาระหนี้สินของครูนอกจากจะมาจากเงินเดือนที่น้อยแล้ว ยังมีชั่วโมงการทำงานที่มาก (อาจจะไม่ได้เป็นทุกโรงเรียน) บางที่สั่งให้ครูมาแต่เช้า ห้ามเกิน 7 โมงต้องถึงโรงเรียนแล้ว ไม่งั้นจะนับว่าเข้างานสาย หรือห้ามกลับบ้านก่อน 17.00 น จะถือว่าหนีกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงาน ซึ่งทำให้มีเวลาทำงานถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน และยังมีการให้อยู่เวรในช่วงเสาร์ อาทิตย์ กิจกรรมโรงเรียนพวกทอดผ้าป่า งานบุญต่างๆอีก แถมภาระงานเอกสารโครงการต่างๆอันมหาศาลที่ต้องใช้เวลาช่วงวันหยุดในการทำ ด้วยสิ่งนี้ทำให้ครูบางท่านไม่สามารถหาอาชีพเสริม จากยุคสมัยใหม่ที่แนะนำให้คนหาอาชีพเสริมให้มีรายได้จากหลายทาง มีการสร้าง passive income แต่หากไม่มีแม้แต่เวลาจะนั่งหาความถนัดอื่น หรือเอาเวลาไปเริ่มต้นธุรกิจแล้ว ก็คงไม่มีทางหารายได้เพิ่มได้

อีกเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาของหลายคน หลายอาชีพรวมถึงครูด้วย คือการขาดความรู้ทางการเงินที่เหมาะสมกับตัวเอง บางคนไม่สามารถตอบได้ด้วยซ้ำว่าเงินในแต่ละเดือนของตนเองถูกใช้ไปทางไหน เท่าไหร่บ้าง ซึ่งมันคือจุดเริ่มต้นทางการเงินที่สำคัญที่ทำให้ก่อให้เกิดการจัดสรรค่าใช้จ่ายกับรายได้ไม่สัมพันธ์กันจนใช้เงินเกินตัว สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวว่าการเงินล้มเหลวก็สายไปแล้ว

จุดเริ่มต้นที่จะปลดหนี้ให้กับตนเอง ยังไงก็ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง การคาดหวังให้เงินเดือนเพิ่มขึ้น มันคือการคาดหวังกับปัจจัยที่มันควบคุมไม่ได้ ความหวังก็จะดูเลื่อนลอย กว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขก็อาจจะเป็นตอนสุดท้ายที่ไม่เหลืออะไรแล้วเช่นกัน

ดังนั้นคำแนะนำง่ายๆ เริ่มต้นจะปลดหนี้ครูจากพื้นฐานเลยคือการทำบัญชีรายรับ - รายจ่าย เพื่อดูว่าในแต่ละเดือนเรามีพฤติกรรมการใช้เงินแบบไหน ใช้จ่ายกับอะไรเป็นส่วนมาก หากส่วนไหนมีมากเกินไป ก็ให้ตั้งงบประมาณขึ้นมาเพื่อให้มันยังจับจ่ายใช้สอยได้ แต่ใช้ในกรอบที่จำกัด ป้องกันการลงแดงแล้วจะเสียทรัพย์มากขึ้นเหมือนกันคนที่ลดน้ำหนักจากการอดอากหาร มีความเครียดสะสมกับร่างกายจนสุดท้ายก็ลดน้ำหนักได้จริงเพียงช่วงสั้นๆแล้วเกิดอาการโยโย่จนยากที่จะควบคุมได้

#หนี้ครู #ครูไทย #แก้หนี้ #รวย #รายจ่าย #รายรับ

สิ่งที่ยากที่สุดในวงการนี้ คือการพยายามหาความรู้เมื่อเราเริ่มเทรดได้เราก็มีแต่ความรู้สึกอยากกระโจนเข้าสู่สนามการแข่งขันน...
15/11/2023

สิ่งที่ยากที่สุดในวงการนี้
คือการพยายามหาความรู้

เมื่อเราเริ่มเทรดได้เราก็มีแต่ความรู้สึกอยากกระโจนเข้าสู่สนามการแข่งขันนี้ แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ มันคือชัยชนะจริงๆของเรา หรือเราแค่ดวงดีเดาทางถูกอยู่
พี่เวลธ์มีเพื่อนหลายคนที่เข้ามาในตลาดนี้เพียงเพราะหวังรวยแต่เค้าแทบจะไม่เคยอ่านหนังสือหาความรู้เพิ่มเลย เหมือนคนใช้บุญเก่าๆไปในการเทรด แต่พอเจอเหตุการณ์พิเศษเช่นสงครามในอิสราเอล โควิด หรือแค่ช่วงประกาศตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ไม่มีใครควบคุมได้ ไม่มีใครเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ก็ได้เจอกับความผันผวนของตลาดจนพอร์ตเกือบระเบิดกันเป็นทิวแถว
ดังนั้นการหาความรู้ หาข้อมูลเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจะอยู่ในตลาดนี้ เคยมีคนบอกว่าเค้าไม่ได้ชนะตลาดทุกครั้งที่เทรดนะ แต่ทุกครั้งที่เค้าแพ้เค้าจะแพ้น้อย แพ้รวมกัน 10 ครั้งยังไม่เกินกำไรครั้งเดียวจากการเทรดเลย เค้าทำได้ยังไง แล้วความรู้จะหาจากไหนได้ล่ะ มันเป็นความโชคดีของยุคสมัยนี้ที่สามารถเข้าถึงความรู้ได้โดยง่ายดาย ทั้งอ่านหนังสือ คลิปสอนตามยูทูป ติ๊กต๊อก และยังมีสถาบันต่างๆที่สอนการเทรดได้ ขอแค่เพียงทุกคนอย่ามัวแต่โลดแล่นอยู่ในตลาดนี้จนหลงลืมการเพิ่มพูนความรู้ เราก็จะมีโอกาสชนะตลาดมากขึ้น
(แค่ชนะมากขึ้น ไม่ใช่ตลอดไป)

ใครมีหนังสือ หรือช่องทางการเรียนรู้แนะนำใต้โพสได้เลย

เมื่อตอนเด็กๆ เก็บเงินได้ก็ซื้อสลากออมสินนะ เพราะผลตอบแทนยังไงก็ดีกว่าฝากในธนาคารเปล่าๆนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนอยากเ...
15/11/2023

เมื่อตอนเด็กๆ เก็บเงินได้ก็ซื้อสลากออมสินนะ เพราะผลตอบแทนยังไงก็ดีกว่าฝากในธนาคารเปล่าๆ

นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนอยากเล่นหวย ที่เงินต้นไม่ลด แต่ความลุ้นมันก็ลดลงไปตามความเสี่ยงที่น้อยลง

สลากออมสิน 50 ล้านบาท ครบ 3 ปี ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ มาดูกันครับ
=====
สลากออมสินที่ซื้อไว้ครบอายุ 3 ปีวันนี้พอดี เลยมารีวิวให้ดูครับ ว่าได้เท่าไหร่ถูกรางวัลอะไรบ้าง เผื่อมีคนสนใจดูไว้เป็นข้อมูลครับ
- ซื้อไว้ 1,000,000 หน่วยๆละ 50 บาท เป็นเงิน 50,000,000 บาท
- ครบ 3 ปี ได้ดอกเบี้ยหน่วยละ 60 สตางค์ เป็นเงิน 600,000 บาท
- ถูกรางวัล 36 งวด รวมเป็นเงิน 2,044,800 บาท
- ผลตอบแทนรวมทั้งหมดเป็นเงิน 2,644,800 บาท
- ได้ผลตอบแทน 1.7632% ต่อปี (น้อยจัง 😭)
* หมายเหตุ :
- รางวัลที่ครอบคลุมถูกแน่นอนทุกงวด คือเลขท้าย 4 ตัว 5 ตัว และ 6 ตัว (งวดละ 36,800 บาท)
- รางวัลอื่นๆ มีถูกเพิ่มมาเกือบทุกงวด
- รางวัลที่ 1 กับ 2 ไม่เคยถูกเลย (สงสัยจะซื้อน้อยไป 555)
-------------------------- จบการรีวิว -----------------------------
อ่านต่อที่นี่ครับ https://pantip.com/topic/41684966

13/11/2023

อยากจะมั่งคั่งเค้าให้เริ่มจากการทำบัญชีรายรับรายจ่าย
เมื่อวานก็เริ่มเลย ล้มละลายตั้งแต่วันแรกที่ทำบัญชี

09/11/2023

แฟนนางงามไม่ต้องตกใจ
พี่เวลธ์แนะนำให้กรี๊ดแทน

08/11/2023

เรียนผิดที่ 10 ปีก็ไม่โต ที่นี่วันเดียว จบ

สิ่งเดียวกันต่างคนมองเห็นไม่เหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้ เคยคิดไหมคะว่าทำไมรุ่นพ่อแม่ของเราถึงมองตลาดหุ้นเป็นเรื่องดว...
07/11/2023

สิ่งเดียวกันต่างคนมองเห็นไม่เหมือนกัน ทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้

เคยคิดไหมคะว่าทำไมรุ่นพ่อแม่ของเราถึงมองตลาดหุ้นเป็นเรื่องดวง เป็นอะไรที่ต้องเสี่ยงโชค ถ้าดวงไม่ดีก็หมดตัวได้เลย พ่อของพี่เวลธ์ถึงขนาดบอกว่าเล่นหุ้นไปก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
พ่อของพี่เวลธ์ไม่ได้พูดผิดเพราะช่วงเวลาที่พ่อกำลังเป็นวัยรุ่น วัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว มันคือช่วงปี 1997 (พ.ศ.2540) ซึ่งเวลานั้นคือช่วงวิกฤตต้มกุ้ง set ร่วงจากช่วง1400จุด ไปต่ำสุดที่ 200 จุด คนที่ร่ำรวยในยุคนั้นมากมายสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก บ้างก็ติดหนี้จนไม่สามารถชดใช้ได้
แม้หลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งตลาดได้ค่อยๆฟื้นตัวจนกลับมาที่ 700 จุดได้ แต่ในปี 2008(พ.ศ.2551) ก็มีอีก 1 วิกฤตที่ถึงแม้จะไม่ได้เกิดในประเทศไทย แต่ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้นก็มาจ่อรอที่ประตูบ้านเราอยู่ดี พี่เวลธ์กำลังพูดถึงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์หรือที่เราน่าจะคุ้นหูมากกว่าในชื่อวิกฤต subprime ที่ทำให้ set ร่วงหนักอีกครั้งจนเหลือเพียง 400 จุด
จากทั้ง 2 วิกฤต ในช่วงเวลาที่ห่างกันแค่ 11 ปี มันคงจะไม่แปลกอะไรที่ภาพลักษณ์ของตลาดหุ้นในสายตาคนรุ่นพ่อมันจะแย่มาก เพราะในช่วงเวลาเหล่านั้นมีคนจากไปมากมายเพราะตลาดหุ้น

ต่างกับรุ่นของพวกเราที่กว่าจะโตขึ้นมาและรับรู้เรื่องราวต่างๆ กว่าจะรู้จักตลาดหุ้นก็ช่วงหลังปี 2008 ไปแล้ว คนรอบตัวเริ่มมีคนรวยจากตลาดหุ้นมากขึ้น เพราะหลังจากปี 2008 ตลาดได้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ววิ่งจากช่วง 400 จุดไปทำ high ที่1600 จุด เหล่ามนุษย์เงินเดือนธรรมดาในยุคนั้นต่างรวยขึ้นมากหลายต่อหลายคน เด็กที่โตในยุคเราก็ได้ซึบซับเรื่องราวเหล่านี้เข้ามาจนมีคำพูดติดตลกว่า “ เราจะเก็บเงินไว้ รอจนกว่าจะเจอวิกฤตอีก แล้วเราจะทุ่มเงินทั้งหมดที่มีซื้อหุ้น รอให้มันฟื้นกลับมาแล้วเราจะรวย!!! ”
แนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ต้องนับเป็นความโชคดีของพี่เวลธ์และคนรุ่นเราหลายๆคนที่หลังจากเรียนจบและทำงานได้ 1-2 ปี พอจะเริ่มมีเงินเก็บก็ได้เกิดวิกฤตที่ทำให้ set index ร่วงเป็น V shape (ตลาดขึ้นแรง ลงแรงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ) มันคือช่วงโควิดนั่นเอง ทำให้เงินที่ซื้อหุ้นในช่วงนั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภาพลักษณ์ของตลาดในสายตาเราจึงเป็นหนทางการลงทุนที่น่าสนใจ พอที่จะเป็นหนทางหนึ่งในการสะสมเงินนั่นเอง

ดังนั้นเวลาเราถามเรื่องราวจากใคร ก็ต้องมองไปที่เบื้องหลังประสบการณ์ของเขาด้วยว่าเคยผ่านอะไรมา ถ้าเขาเคยรวยจากการทำธุรกิจ เขาก็จะบอกว่าธุรกิจดี ถ้าเขาเคยรวยจากการทำอสังหา เขาก็จะบอกว่าอสังหาดี ถ้าเขาเคยรวยจากหุ้นหรือการเทรด เขาก็จะบอกว่าหุ้นหรือการเทรดดี
จุดสำคัญจึงควรมองที่ความถนัดของตัวเองว่าอยู่ในด้านไหน สามารถต่อ ยอดจากแนวคิดของของคนอื่นยังไง มากกว่าเอาความคิดทั้งหมดของเขามาทำตาม

(ภาพแสดงให้เห็นการร่วงแรง ขึ้นแรงเป็นทรง V shape ดังที่กล่าวข้างต้น)

พี่เวลธ์จะพาทุกคนมาล้างซวยไปด้วยกัน พร้อมรึยังคะ.....ไปกันเลย
06/11/2023

พี่เวลธ์จะพาทุกคนมาล้างซวยไปด้วยกัน พร้อมรึยังคะ.....

ไปกันเลย

ความโชคร้ายคือสิ่งที่ไม่แน่นอน คาดเดาไม่ได้ แค่นั้นจริงหรอ...Wealth structure: Risk or Luck แค่ซวยหรือเปล่า

ที่อยู่

Bangkok
Bangkok
11111

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Wealth structureผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์