เล่าเรื่องหุ้น by อ.โอ๊ค

เล่าเรื่องหุ้น by อ.โอ๊ค แนวทางการลงทุนในหุ้นโดยปัจจัยพื้นฐาน

15/06/2026

สรุป SET index ครึ่งปีแรก

ไม่ด่วนแต่ควรรู้‼️หุ้น JAS ถูกแขวนเครื่องหมาย H (Halt) พักการซื้อ-ขาย ระหว่างวันส่วนสาเหตุ ลงไว้ให้อ่านในคอมเม้นแล้วครับ
11/06/2026

ไม่ด่วนแต่ควรรู้‼️

หุ้น JAS ถูกแขวนเครื่องหมาย H (Halt) พักการซื้อ-ขาย ระหว่างวัน

ส่วนสาเหตุ ลงไว้ให้อ่านในคอมเม้นแล้วครับ

09/06/2026

หุ้น mono กับสตอรี่ถ่ายบอลโลก

04/06/2026

มุมมองกราฟ หุ้น M

02/06/2026

สรุปงบ M (MK suki) Q1/69

27/05/2026

VGI ขาดทุนแบบใด ให้รวยไม่ไหวแล้ว

ดูยังไง? กราฟเตือนว่า NETBAY  “จบรอบไปตั้งแต่ 20 บาท !!”1.อยากจะเข้าใจตอนลง ต้องเข้าใจตอนขึ้นก่อน2.หลังจากหุ้นร่วงลงมาเพ...
20/05/2026

ดูยังไง? กราฟเตือนว่า NETBAY “จบรอบไปตั้งแต่ 20 บาท !!”

1.อยากจะเข้าใจตอนลง ต้องเข้าใจตอนขึ้นก่อน

2.หลังจากหุ้นร่วงลงมาเพราะข่าวข้อพิพาทระหว่าง NT NETBAY กลับตัวเป็นขาขึ้นอีกครั้งในต้นปี 2025
3.ไม่ว่าจะเป็น sentiment ของการเลือกตั้ง หรือ จะด้วยอะไรก็ตาม ราคาหุ้นมีการทำ BOS (Break of Structure) แล้วตามมาด้วยการเกิด HH 1 (Higher High) ในช่วงเดือนมีนาคม และลงมาทดสอบเส้น 200 วัน และหยุดตรงนั้นเพื่อทำ HL (Higher Low) เป็นการฟอร์มตัวเพื่อลุ้นจบการลงครั้งแรก
4.หลังจากนั้นหุ้นขึ้นมาทำ BOS ครั้งที่ 2 ทำให้เกิด HH 2 และ งบ Q1 ก็ออกมาดี กำไรอยู่ที่ 70 ล้านบาท ทำสถิติใหม่ และก็พักตัวอีกครั้งลงมาแถวเส้น 200 วัน พร้อมกับทำ HL เป็นการฟอร์มตัวครั้งที่ 2
5.และก็เหมือนเดิมหุ้นขึ้นมา BOS ครั้งที่ 3 เกิด HH 3 สอดคล้องกับ งบ Q2 ที่ออกมา 75 ล้านบาท สูงกว่า Q1 และราคาก็พักตัวลงมาจนประกาศงบ Q3 ลดมาเหลือ 63 ล้านบาท แต่ YoY% ก็ยังมากกว่า Q3 ปีที่แล้วถึง +27% ตอนนี้แรงขายยังไม่มากเส้น 200 วัน ยังรับไว้ได้
6.เข้าสู่ช่วงลุ้นงบ Q4 ราคาหุ้นขึ้นมารอที่ High เดิมตอนงบ Q3 ออก ข้อสังเกต คือ “พฤติกรรมเปลี่ยน‼️“

ราคาไม่ยอมเกิด BOS ขึ้นนำก่อนงบออกเหมือน 3Q ก่อนหน้า แต่กลับเลือกที่จะรอให้งบ Q4 ออกก่อนค่อยตัดสินใจ
(อาจเป็นเพราะงบ Q3 drop)
7.กำไร Q4 ลดลงมาเท่าฐานเดิมของปีก่อนที่ 54 ล้านบาท เกิดความผิดคาดในงบ Q4 แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่่ไม่ใช่เรื่องของกำไรสุทธิเพียงอย่างเดียว เพราะรายได้จะเพิ่มขึ้นแต่ GPM กลับลดลงจาก 80% >> 73% ซึ่งตลาดก็แสดงออกผ่านราคาหุ้นบนกระดานที่วันนั้น -13%‼️
8.บริเวณ 20 บาท ตรงนี้แหละหุ้นเริ่ม “แสดงสัญญาณจบรอบ” เพราะเส้น 200 ที่รับอยู่มาตลอดของรอบนี้ “รับไม่อยู่”

นี้คือ “สัญญาณเตือน” ที่ชัดเจนมาก ถึงจะฟันธงไม่ได้ว่าจบรอบ แต่ไม่ใช่ไฟเขียวให้ลุยต่อ…มันคือ “ไฟเหลือง” ให้หยุดทบทวนหรือรอสัญญาณอื่นมาช่วยตัดสินใจ
9.การ Defined trend เราจะไม่ดูเพียงปัจจัยใด ปัจจัยหนึ่ง เพราะความไม่แน่นอนยังสูง เราต้องเพิ่มจุดสังเกตเข้าไปซึ่งราคาเกิด BOS หลุด Low (LH 1) ลงมาเป็นครั้งแรกของรอบนี้ และ MACD ก็ตัดลงมาต่ำ 0 พร้อมฉีกออกจากกันซึ่งเป็นผลมาจากการเปิด Gap ลงอย่างรุนแรง
10.หลังผ่านงบ Q4 ที่ผิดคาด ราคาเลี้ยงตัวออกข้างได้ไม่นานก็มีประเด็นต่อเนื่อง เมื่อ NETBAY แจ้งข่าวว่าศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้ NETBAY ชำระค่าบริการระบบ NSW จำนวน 323 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 3% ต่อปี + อัตราเพิ่ม 2% ต่อปี ของต้นเงิน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

ราคาหุ้นเปิด Gap ลง -14%‼️

11.ตอนเกิด BOS หลุด Low (LH 1) หากใครไม่ขาย หรือ ยังมองว่าหุ้นยังไหว ก็เข้าใจได้ เพราะการจบรอบและพักตัวแบบ Complex เกิดขึ้นได้เสมอ การเกิด BOS แล้วหลุด Low ครั้งแรก โอกาสเปลี่ยน Trend ยัง 50/50 แต่พอหลุด Low รอบสอง (LH 2) แล้วยังมองโลกในแง่ดี คือ “การไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น”🤔
12.เหมือนเดิม(อีกแล้ว) หลังผ่านการตกใจข่าวข้อพิพาท ราคาเลี้ยงตัวออกข้างอีกครั้งจนงบ Q1/69 ออกมา
รายได้ -24%
ต้นทุนเพิ่มขึ้น +51%
กำไรกลับลงมาเหลือ 50 ล้านบาท
และใน MD&A ยังมีการกล่าวถึงคดีที่ 2 ที่มีลักษณะข้อพิพาทคล้ายคดีแรก แต่ต่างกรรมต่างวาระกันซึ่งคดีที่ 2 มูลค่าของข้อพิพาทสูงกว่าคดีแรก
13.วันต่อมาราคาเปิด Gap ลงเป็นครั้งที่ 3 แต่ไม่เหมือน 2 ครั้งก่อนหน้า คราวนี้แรงขายไม่ประนีประนอมเกิดการเทขายหุ้นหนักหน่วงมาก Bid มาเท่าไหร่โดนขายลงมาเท่านั้น ร่วงติด Floor ในแบบที่เราเรียกกันว่า “Floor no Bid”‼️

คือ Bid มาเท่าไหร่โดนขายลงมาเท่านั้นจนฝั่ง Bid ไม่มีใครมาตั้ง
14.ขณะที่เขียนโพสต์นี้ วันต่อมาราคาหุ้นยังลงต่อ -8% เหลือ 9.50 บาท และไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ถือหุ้น และผู้บริหาร NETBAY ทุกท่านข้ามผ่านอุปสรรค์ให้บริษัทกลับมาเติบโตอีกครั้ง
15.การ Defined Trend มีหลายวิธี แต่วิธีที่เพจนำเสนอมาโดยตลอด คือการดู BOS เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นวิธีที่ผ่านการคิดมาแล้วว่า “ทุกคนจะทำตามได้”
ถึงตรงนี้หากใครเพิ่งมารู้จักเพจเรา หรือยังสงสัยเรื่อง BOS ก็ไม่เป็นไร

มีการอธิบายเรื่อง BOS อย่างละเอียดไว้ในโพสต์นี้ >>> https://www.facebook.com/reel/969801832469629
ถ้าเห็นว่าโพสต์นี้มีประโยชน์ สามารถสนับสนุนเราได้
เพียงแค่กด Like กดแชร์ และกดติดตาม เพื่อจะไม่ได้พลาดเนื้อหาตอนต่อไป

#หุ้นไทย #หุ้นTECH #เส้น200วัน #สอนกราฟ

สรุป..สิ่งที่เกิดขึ้นกับ NETBAY1.ย้อนกลับไปกลางปี 67 เมื่อ NT เรียกร้องให้ NETBAY จ่ายค่าบริการ National Single Window (...
18/05/2026

สรุป..สิ่งที่เกิดขึ้นกับ NETBAY

1.ย้อนกลับไปกลางปี 67 เมื่อ NT เรียกร้องให้ NETBAY จ่ายค่าบริการ National Single Window (NSW) ย้อนหลังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 66 ทำให้ราคาหุ้นของ NETBAY ร่วงจาก 15 บาท >> 11 บาท
2.NETBAY ไม่ยอมเพราะมองว่าทำให้บริษัทมีต้นทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้นมาก และได้รวมกลุ่มผู้ประกอบการยื่นหนังสือถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น), กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการคลัง, กระทรวง DE เพื่อขอความเป็นธรรม
3.NT เองก็ไม่อยู่เฉย โดย พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่าแต่เดิมนั้น ระบบ NSW เริ่มให้บริการโดยกรมศุลกากรมาตั้งแต่ปี 51 ก่อนที่มติครม.จะมอบให้ NT ดำเนินการแทนในปี 63 เพื่อลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐ โดยให้ NT ลงทุนในระบบ NSW ใหม่
4.เมื่อ NT ลงทุนระบบ NSW ใหม่ ก็เสนออัตราค่าบริการ NSW ต่อคณะอนุกรรมการพัฒนานโยบายและกำกับดูแล เพื่อประกาศใช้ รวมถึงได้หารือกับผู้ประกอบการ ซึ่งมีการบอกว่า ผู้ประกอบการเกือบทั้งหมดเห็นด้วยกับอัตราค่าบริการดังกล่าว และพร้อมปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านคุณสมบัติและหน้าที่ต่างๆ
5.โดยหลังจากที่ NT เปิดให้บริการ NSW ใหม่ของตนเองอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี66 ผู้ประกอบการ ทุกรายที่ขึ้นทะเบียนแล้วชำระค่าใช้บริการ NSW มาโดยตลอดยกเว้น NETBAY ที่ปฏิเสธไม่ลงทะเบียนและไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของระบบ NSW ใหม่ แต่ยังมีการใช้บริการระบบ NSW ซึ่ง NT ได้พยายามเจรจามาโดยตลอด แต่ไม่บรรลุผล
6.ในมุมมองของ NT การที่ NETBAY ยังใช้ระบบ NSW ของตนแต่ไม่ชำระค่าบริการทำให้ NT สูญเสียรายได้ที่จะต้องนำส่งรัฐ NT จึงต้องดำเนินการทางกฎหมาย
7.NETBAY แจ้งข่าวมาที่ Set.or.th ว่าฝ่ายบริหารและที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทฯมีความเห็นว่าสิ่งที่ NT กล่าวอ้างมาในคำฟ้องนั้นก็ไม่ได้มีผลผูกพันบริษัท เพราะบริษัทไม่ใช่คู่สัญญาที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆที่ระบุในสัญญาแต่อย่างใด และในแง่ของคดีความอยู่ในขั้นตอนของการวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อสู้คดีอย่างรัดกุมและรอบคอบ
8.หลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นราคาหุ้น NETBAY ก็ Sideway ในโซน 11-16 บาท อยู่ 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งและ SET index ก็กลับมาทะยานขึ้นอีกครั้ง รวมถึงงบ Q1/68 NETBAY เองก็ทำได้ดี โดยประกาศกำไรสุทธิออกมา 70 ล้านบาท สูงสุดในรอบหลายปี
9.ราคาหุ้นของ NETBAY ก็กลับมาดีวันดีคืน มีการทะลุกรอบ Sideway มาถึง 20 บาทหลังประกาศงบ Q1 และ งบ Q2 กำไรออกมาดีต่อเนื่องที่ 75 ล้านบาท และถึงแม้ Q3 จะลดมาเหลือ 63 ล้านบาท แต่ YoY% ก็ยังมากกว่า Q3 ปีที่แล้ว +27% ราคาหุ้นก็ยังขึ้นต่อมาถึง 23 บาท
10.ก่อนประกาศงบ Q4 ราคาหุ้น NETBAY เลี้ยงตัวแถว 23 บาท พร้อมความหวังว่างบจะออกมาดี แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะถ้าเอางบปี มาลบงวด 9 เดือนจะเห็นว่ากำไร Q4 ลดลงมาเท่าฐานเดิมของปีก่อนที่ 54 ล้านบาท
11.ความผิดหวังในงบ Q4 ของ NETBAY ไม่ใช่เรื่องของกำไรสุทธิเพียงอย่างเดียว เพราะถึงแม้รายได้จะเพิ่มขึ้นแต่ GPM กลับลดลงจาก 80% >> 73% ซึ่งตลาดก็แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านราคาหุ้นบนกระดานที่วันนั้น -13% และไหลลงต่อเนื่องมาจนถึง 16.50 บาท ท่ามกลางความสงสัยของบางคนว่าหุ้นยังลงต่อเพราะอะไร?
12.เรื่องราวก็มาถูกเฉลยเมื่อ NETBAY แจ้งข่าวว่าศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้ NETBAY ชำระค่าบริการระบบ NSW จำนวน 323 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 3% ต่อปี + อัตราเพิ่ม 2% ต่อปี ของต้นเงิน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น
13.แม้ข่าวจะบอกว่า “บริษัทและที่ปรึกษากฎหมายได้พิจารณารายละเอียดของคำพิพากษาแล้วมีความเห็นต่างในประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงสำคัญหลายประการ และบริษัทจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด” แต่วันต่อมาราคาหุ้น NETBAY -14% ปิดที่ 14.50 บาท
14.ถ้าใครฟัง Oppday Q4 จะได้ยินคำถามเรื่องคดีความกับ NT ซึ่งผู้บริหารไม่ได้แสดงความกังวลและบริษัทก็ไม่ได้ตั้งสำรองเผื่อกรณีนี้ไว้ นักลงทุนเจอแบบนี้เข้าไป การถอดใจขายหุ้น เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
15.งบ Q4 ออกมาก็กังวลในระดับหนึ่ง พอมาเจอคำตัดสินจากศาลปกครองที่ให้บริษัทจ่าย 323 ล้าน + ดอกเบี้ย ก็ซ้ำเติมทางความรู้สึกพอสมควร แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น!! เมื่อประกาศงบ Q1/69 ออกมา รายได้ -24% “เนื่องจากภาวะสงครามระหว่างประเทศ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้นและทำให้ต้นทุนการ ขนส่งสูงขึ้นตาม เป็นเหตุให้ลูกค้าของบริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ”
16.รายได้ลดลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น +51% จากลูกค้าในกลุ่ม e-logistic ก็เป็นเรื่องท้าทายแล้ว NETBAY ยังเจอต้นทุนบางส่วน เช่น ค่าตอบแทนพนักงานบางส่วน, ค่าตอบแทนทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งต้นทุนส่วนนี้ เป็นต้นทุนคงที่ (Fixed cost) ไม่สามารถลดตามรายได้ ทำให้กำไรของ NETBAY เหลือ 50 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
17.และใน MD&A ยังมีการกล่าวถึงคดีที่ 2 ที่มีลักษณะข้อพิพาทคล้ายคดีแรก แต่ต่างกรรมต่างวาระกัน

✅คดีที่ 1 : ค่าใช้บริการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ถึงเดือนมีนาคม 2567
✅คดีที่ 2 : ค่าใช้บริการระหว่างเดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนเมษายน 2568

ซึ่งคดีที่ 2 มูลค่าของข้อพิพาท คือ 423 ล้านบาท
18.แม้คำพิพากษาของศาลปกครองกลางดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด เพราะ NETBAY จะยื่นอุทธรณ์ แต่เจอแบบนี้เข้าไปราคาหุ้นก็อยู่ไม่ไหว ร่วงติด Floor ในแบบที่เราเรียกกันว่า “Floor no Bid” คือไม่มีใครมาตั้งBid ซื้อหุ้นเลย แรงเทขายหุ้นหนักหน่วงมาก Bid มาเท่าไหร่โดนขายลงมาเท่านั้น
สิ่งที่เกิดกับ NETBAY น่าเห็นใจคนที่มีหุ้นและบริษัทมาก เพราะมีหลากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้กัน

และถ้าเรามองย้อนกลับไปผ่านกราฟเทคนิค
สิ่งกราฟบอกเราไว้อย่างชัดเจน คือ

“หุ้นตัวนี้จบรอบไปตั้งแต่หลุด 20 บาทแล้ว”
ใครที่ติดตามเพจ จะเข้าใจ
เพราะเพจเน้นเรื่อง Defined trend มาตลอด

แต่ถ้าใครไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร
เพราะจะเขียนอธิบายให้อ่านในตอนต่อไป…
ให้หายสงสัยกันไปเลย…

ว่า NETBAY จบขาขึ้น
และเริ่มกลายเป็นขาลงตั้งแต่หลุด 20 บาทเพราะอะไร?
ขอแนะนำให้กดติดตามเพจไว้

แล้วรออ่านตอนต่อไปได้เลย

12/05/2026

ทำไมเราควรหลีกเลี่ยง "หุ้นเล็ก"

05/05/2026

วิธีใช้เส้น 200 วัน...ให้ปัง!!

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เล่าเรื่องหุ้น by อ.โอ๊คผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์