Stock variety traded

Stock variety traded บริการทางการเงิน บล็อกเกอร์

 #หุ้น  #กองทุน  #ลงทุน  #ปันผล  #หุ้นกู้SHR เปิด 4 เหตุผล! ไม่ใช่จังหวะลงทุน
23/11/2023

#หุ้น #กองทุน #ลงทุน #ปันผล #หุ้นกู้

SHR เปิด 4 เหตุผล! ไม่ใช่จังหวะลงทุน

"เคล็ดลับ 3 วิธีช่วยออมเงิน เงินเดือนหมื่นห้าก็ออมได้" “นิสัยการออม” เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กหรือในวันที่เริ...
19/09/2023

"เคล็ดลับ 3 วิธีช่วยออมเงิน
เงินเดือนหมื่นห้าก็ออมได้"
“นิสัยการออม” เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กหรือในวันที่เริ่มต้นทำงาน มีรายได้เป็นของตนเอง แต่ก็มักมีคำถามว่า “เงินเดือนแค่หมื่นห้า ใช้แต่ละเดือนยังแทบไม่พอ แล้วจะออมได้ยังไง” ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าเรามีการวางแผนที่ดีไม่ว่าจะเงินเดือนเท่าไหร่ก็ออมได้ ด้วยเคล็ดลับ 3 วิธีช่วยออมเงิน เงินเดือนหมื่นห้าก็ออมได้
1.วางแผนการใช้จ่าย
หลายคนมักจะมีปัญหาการบริหารจัดการเงิน อย่าว่าแต่การจะออมเงินเลย แค่จะใช้ชีวิตให้ถึงปลายเดือนนั้นก็ยากแล้ว แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินของเราหายไปไหนหมด ดังนั้น การวางแผนการใช้จ่าย คือ สิ่งที่ต้องทำอันดับแรก โดยการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละวัน เพื่อให้เราเห็นว่านิสัยการใช้เงินของเราเป็นอย่างไร และเงินรั่วไหลตรงไหน เมื่อเรารู้ว่ามีรูรั่วที่จุดใด ก็จะสามารถวางแผนปิดรูรั่วนั้นได้ ทำให้มีเงินเหลือออมมากยิ่งขึ้น
2.ออมก่อนใช้
อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราออมเงินได้ทันที คือ เมื่อไหร่ที่เงินเดือนเข้าบัญชี ก็หักเงินเป็นเงินออมซะเลย ทำแบบนี้จะช่วยให้เรามีเงินออมอย่างสม่ำเสมอ แถมยังช่วยสร้างวินัยการออมเงินให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งจะออมเท่าไหร่นั้นก็แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคนอาจเริ่มต้นจากออม 10 % ของเงินเดือนก่อน เช่น เงินเดือน 15,000 บาท หักเป็นเงินออม 1,500 บาท โดยใช้วิธีฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ไว้ยามฉุกเฉิน หรือจะหักเป็นเงินลงทุนในกองทุนรวมก็ได้เช่นกัน และเมื่อมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ก็เพิ่มจำนวน % การออมให้มากขึ้นตามไปด้วย
3.สำรวจสวัสดิการ สร้างโอกาสออมเงินเพิ่ม
เมื่อเราเริ่มต้นทำงานโดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ มักจะมีสวัสดิการที่เป็นตัวช่วยในการออมเงินอยู่ โดยเฉพาะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จะเป็นตัวช่วยหนึ่งในการออมเงิน แถมยังได้รับเงินสมทบจากนายจ้างด้วยนะ นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะสร้างเงินออมระยะยาวให้เพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้น เมื่อเข้าทำงานแล้วก็อย่าลืมสำรวจสวัสดิการต่างๆ ของที่ทำงานให้ดี เพื่อวางแผนใช้สวัสดิการเหล่านั้นให้ได้อย่างเต็มที่

ว่ากันว่า “การจัดพอร์ต” เป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการลงทุน เพราะถึงแม้ว่านักลงทุนจะมีรูปแบบการลงทุนที่เหมือนกัน แต่การจัดพอร์...
16/09/2023

ว่ากันว่า “การจัดพอร์ต” เป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการลงทุน เพราะถึงแม้ว่านักลงทุนจะมีรูปแบบการลงทุนที่เหมือนกัน แต่การจัดพอร์ตอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเหล่านั้นประสบความสำเร็จในระดับที่แตกต่างกัน
กลยุทธ์จัดพอร์ตแบบไหน... ใช่ตัวคุณ
1. จัดพอร์ตลงทุนแบบเชิงรุก
เน้นการเติบโตของมูลค่าหุ้นมากกว่าความปลอดภัย มักเต็มไปด้วยหุ้นที่ความเสี่ยงสูง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง มีค่าเบต้าหรือระดับของการเคลื่อนไหวที่ผันผวนมากกว่าตลาด
2. จัดพอร์ตลงทุนแบบเชิงรับ
เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก จะไม่มีหุ้นที่มีค่าเบต้าสูงๆ หรือ หุ้นที่ราคาเคลื่อนไหวอิงกับฤดูกาลหรือวัฎจักรเศรษฐกิจอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน
3. จัดพอร์ตลงทุนแบบเน้นผลตอบแทนสม่ำเสมอ
เน้นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล หรือให้ผลตอบแทนในรูปแบบอื่นกับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหุ้นในกลุ่นนี้มักเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือหุ้นในธุรกิจอื่นๆ ที่มีนโยบายจ่ายปันผลมากและสม่ำเสมอ เช่น ธุรกิจที่เริ่มนิ่ง ไม่จำเป็นต้องลงทุนมาก แต่มีรายได้ตลอด
4. จัดพอร์ตลงทุนแบบเก็งกำไร
เน้นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งปกติแล้วนักวิเคราะห์จะแนะนำให้นักลงทุนมีหุ้นเสี่ยงสูงๆ อยู่ในพอร์ตไม่เกิน 10% ของเงินที่จะนำไปลงทุน ซึ่งหุ้นในกลุ่มนี้ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชื่นชอบ มักเป็นหุ้นที่เพิ่งเข้าใหม่ (หุ้น IPO) หรือหุ้นที่มีข่าวลือ ไม่ว่าจะเป็นการถูกซื้อกิจการ หรือข่าวดีอื่นๆ ที่จะทำให้บริษัทมีกำไรเพิ่มสูงขึ้น
5.จัดพอร์ตลงทุนแบบผสม
เน้นการผสมการลงทุนในหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยอาจผสมกันระหว่างสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น พันธบัตร ทองคำ หรือผสมกันระหว่างหุ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งนับเป็นการกระจายความเสี่ยงได้อย่างดี เพราะถ้าตลาดหุ้นเกิดภาวะซบเซา นักลงทุนก็จะยังได้รับผลตอบแทนจากสินทรัพย์อื่นๆ ที่ไม่ใช่หุ้นอยู่ ดังนั้น หากเรากระจายความเสี่ยงไปสู่สินทรัพย์อื่นๆ ในสัดส่วนที่ถูกต้อง ย่อมจะทำให้พอร์ตลงทุนของเรามีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น

อิสรภาพทางการเงินเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นอย่างไร❓เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดทางการเงินของคนส่วนใหญ่ คือ ต้องการจะมี “อิสรภ...
15/09/2023

อิสรภาพทางการเงินเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นอย่างไร❓
เชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดทางการเงินของคนส่วนใหญ่ คือ ต้องการจะมี “อิสรภาพทางการเงิน” ซึ่งเราอาจจะเคยเจอกับหลาย ๆ คนที่นำเงินที่มีอยู่ไปลงทุนในตลาดหุ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในบทความนี้เราจึงอยากเสนอมุมมองให้เห็นว่าอิสรภาพทางการเงินกับการลงทุนในหุ้นนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรแล้วทำไมคนที่อยากมีอิสรภาพทางการเงินจำนวนไม่น้อยถึงเลือกการลงทุนในหุ้นเป็นเครื่องมือนำพาไปสู่ความสำเร็จ
- มารู้จักอิสรภาพทางการเงินกันก่อน (Financial Freedom)
เมื่อพูดถึงคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” หลายคนอาจจะให้นิยามไม่เหมือนกันเป๊ะ ๆ แต่ในใจความสำคัญจะเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายโดยมักจะหมายถึงการที่เรามีรายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายที่เราต้องใช้และแหล่งที่มาของรายได้เป็นกระแสเงินสดที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ต้องไปยุ่ง วุ่นวาย หรือใช้แรงกายทำงานเพื่อแลกกับเงิน รายได้ลักษณะนี้จะถูกเรียกว่า “Passive Income” ซึ่งมีความแตกต่างกับ “Active Income” ที่ต้องอาศัยแรงกายและเวลาแลกกว่าจะได้รับเงินก้อนนั้นมา
สำหรับวิธีการสร้างกระแสเงินสดแบบที่เราไม่ต้องทำงาน หรือ Passive Income มีอยู่หลายวิธี เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วปล่อยเช่า การนำเงินไปฝากธนาคารหรือปล่อยกู้เพื่อรับดอกเบี้ย การซื้อหุ้นแล้วถือเพื่อรับเงินปันผล เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าวิธีที่จะสร้างรายได้แบบ Passive Income นั้นเป็นการครอบครองทรัพย์สินที่ตัวมันเองสามารถให้ผลตอบแทนโดยเราไม่ต้องทำอะไรเลย
“หุ้น” ตัวเลือกที่น่าสนใจอันดับต้น ๆปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายด้านอิสรภาพทางการเงินได้เร็วหรือช้าก็คือ เราควรจะเลือกนำเงินไปลงทุนเพื่อครอบครองทรัพย์สินที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี ถ้าเราดูจากข้อมูลในอดีตจะพบว่า การลงทุนในหุ้นจะให้ผลตอบแทนสูงอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับทรัพย์สินประเภทอื่น
แนวทางสร้างอิสรภาพทางการเงินจากการลงทุนในหุ้น
สำหรับผู้ที่สนใจในการสร้างอิสรภาพทางการเงินด้วยการลงทุนในหุ้น ทางเรามีข้อแนะนำเบื้องต้น 4 ขั้นตอนที่จะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ตามที่ตั้งใจไว้ ดังนี้
1. เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
2. ต้องมีแผนการชัดเจน
3. ดำเนินการตามแผนที่ตั้งไว้อย่างมีวินัย
4. ติดตาม ประเมินผล อย่างสม่ำเสมอ

เคยไหม? ลงทุนมาก็นาน แต่ทำไมไม่ประสบความสำเร็จสักที น้อยใจตัวเอง พูดแล้วก็ท้อ ไม่อยากลงทุนต่อแล้ว แต่ช้าก่อน.. อย่าเพิ่ง...
14/09/2023

เคยไหม? ลงทุนมาก็นาน แต่ทำไมไม่ประสบความสำเร็จสักที น้อยใจตัวเอง พูดแล้วก็ท้อ ไม่อยากลงทุนต่อแล้ว แต่ช้าก่อน.. อย่าเพิ่งถอดใจกันไป เพราะวันนี้เราได้รวบรวม 5 พฤติกรรม ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในโลกการลงทุนมาฝากนักลงทุนทุกท่านกันแล้ว หากทำตามได้ครบทั้ง 5 🖐🏻 อย่างนี้รับรองว่าความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน!
5 พฤติกรรม สู่การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ✔️
1. เข้าใจตลาดและสินทรัพย์ที่ลงทุน👍
สินทรัพย์ทางการเงินมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ คริปโตเคอร์เรนซี ฯลฯ โดยสินทรัพย์แต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตามควรทำความเข้าใจในสินทรัพย์นั้น ๆ พร้อมทำความเข้าใจกับตลาดที่เราจะเข้าไปลงทุนด้วย
2. วางแผนและตั้งเป้าหมายการลงทุน✌🏻
เราควรวางแผนการลงทุนเสมอเริ่มด้วยการกำหนดเป้าหมายการลงทุน เพราะหากรู้ว่าเป้าหมายการลงทุนของเราคืออะไรแล้ว ก็จะช่วยให้วางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้อย่างตั้งใจ
3. กระจายการลงทุน🤟🏻
“อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว”สำหรับประโยคนี้ในโลกการลงทุนนั้นหมายถึงการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า “Asset Allocation” นั่นเอง อย่างที่ทราบกันดีว่าไม่มีสินทรัพย์ใดที่ให้ผลตอบแทนได้ดีในทุกช่วงเวลา เราจึงต้องกระจายลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง สร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในช่วงตลาดขาลงพร้อมสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีได้ในทุกสภาวะตลาด
4. ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋าในโลกการลงทุนก็ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอยู่เสมอเพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นที่นักลงทุนอย่างเรา ๆ ต้องรู้เท่าทันตลาด เรา ๆ ต้องรู้เท่าทันตลาด
5. รู้จักควบคุมอารมณ์
จิตวิทยากับการลงทุนเป็นของคู่กัน สภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาอาจทำให้บางครั้งเรานำอารมณ์มาใช้ในการลงทุน ซึ่งการลงทุนที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล อาจทำให้ตัดสินใจพลาดได้ เหมือนคำพูดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณใช้อารมณ์กับการลงทุน คุณจะไม่มีวันทำมันได้ดีเลย” ดังนั้นนักลงทุนที่อยากประสบความสำเร็จต้องรู้จักที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการลงทุน.

เทคนิคการเล่นหุ้น👇
13/09/2023

เทคนิคการเล่นหุ้น👇

5 โอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุณพลาด ถ้าไม่มีที่ปรึกษาการลงทุน❌1. ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจริงๆการจะเป็นที่ปรึกษาการลงทุนส...
12/09/2023

5 โอกาสสร้างผลตอบแทนที่คุณพลาด ถ้าไม่มีที่ปรึกษาการลงทุน❌

1. ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจริงๆ
การจะเป็นที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวได้นั้น โดยเบื้องต้นจะต้องได้รับใบอนุญาตแนะนำการลงทุนที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และยังต้องผ่านการอบรมมาอย่างเข้มข้น นอกจากเรื่องสินทรัพย์ต่าง ๆที่ที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวมีความเชี่ยวชาญ และสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ครบพร้อมกว่าบุคคลทั่วไปแล้ว พวกเขายังสามารถเข้าใจถึงปัญหาและเป้าหมายของนักลงทุนอีกด้วย
2. ช่วยติดตามสถานะการลงทุนของคุณ
หลาย ๆ ครั้งเวลาลงทุนเอง เราอาจจะไม่มีเวลาคอยติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือคอยอัปเดตพอร์ตของเราให้ทันตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาด ทำให้อาจจะพลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าไป ในจุดนี้หากมีที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวก็ไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะพวกเขาจะเป็นผู้คอยติดตามสถานะการลงทุนให้เราเอง
3. ลงทุนได้อย่างมั่นใจด้วยคำแนะนำที่เป็นกลาง
นยุคดิจิทัลที่เราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวกและรวดเร็วแต่จะมั่นใจได้สักแค่ไหนว่าข้อมูลเหล่านั้นมีความถูกต้องและเป็นกลาง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความเห็นด้านใดด้านหนึ่ง ทำให้ตัดสินใจพลาดไปแต่หากมีที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวแล้วพวกเขาจะให้คำแนะนำการลงทุนแบบเป็นกลางนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักลงทุน
4. มองเห็นภาพกว้างรู้ว่าอะไรที่เหมาะสมสำหรับคุณ
บางครั้งแม้แต่ตัวเราเองยังไม่รู้ว่าแท้จริงต้องการอะไรกันแน่ หรือพอร์ตของเรามีตรงไหนที่ควรปรับปรุง บางทีเราอาจจะคิดว่าเราเสี่ยงได้สูง แต่ความจริงแล้วเรารับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก หากไม่มีที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวมาช่วยดูแล เราอาจจะลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงเกินไป เสี่ยงต่อการขาดทุน ที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวจะมาเจาะลึกว่าความต้องการของเราคืออะไร เป้าหมายการลงทุนคืออะไร ประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสม ให้คำแนะนำการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณรับได้ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนของคุณมีประสิทธิภาพมากที่สุด
5. เป็นเพื่อนคู่คิดของคุณบนโลกการลงทุน
หากเราลงทุนด้วยตัวเอง ในบางครั้งเราอาจจะต้องการปรึกษาใครสักคน แต่หันไปทางใดก็ไม่มีใครให้ถาม ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร หาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อได้มากน้อยเพียงใด แต่ถ้ามีที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวมาอยู่ข้าง ๆ แล้ว พวกเขาจะร่วมเดินทางเป็นเพื่อนคู่คิดของคุณบนโลกการลงทุน ทำให้คุณไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ซึ่งอย่างที่บอกไปว่าที่ปรึกษาการลงทุนส่วนตัวเป็นผู้รู้ลึกรู้จริงด้านการลงทุน จึงมั่นใจได้ว่าคำแนะนำที่มาจากพวกเขาเป็นคำแนะนำที่มีประสิทธิภาพและเป็นกลาง นอกจากนี้พวกเขายังจะช่วยคุณเฟ้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ให้พอร์ตของคุณเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมเดินทางไปกับคุณจนกว่าคุณจะถึงทุกเป้าหมายการลงทุนดั่งใจหวัง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ช่วงวัย” และ “อายุ” เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดสรรเงินลงทุน ทั้งที่จริงแล้วปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดสรรเง...
11/09/2023

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ช่วงวัย” และ “อายุ” เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดสรรเงินลงทุน ทั้งที่จริงแล้วปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดสรรเงินลงทุนของแต่ละคนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับตัวแปรอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานภาพทางการเงิน วัตถุประสงค์การลงทุน ระยะเวลาในการลงทุน อาชีพ หน้าที่การงาน ไปจนถึงภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ
แล้ววัยไหนควรจะลงทุนอย่างไร?
เรื่องพวกนี้รู้ไว้ไม่เสียหลาย เผื่อจะได้มีแนวทางในการจัดพอร์ตลงทุนอย่างมีแบบแผนและสอดรับกับวัยของตัวเอง ซึ่งจะนำไปสู่เส้นทางแห่งความมั่งคั่งในที่สุด
- วัยเริ่มต้นทำงาน อายุ 21 - 30 ปี
เป็นวัยที่ได้เปรียบในการออมและการลงทุนมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ยังไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากนัก มีเวลาและกำลังในการหารายได้อีกนาน จึงสามารถจัดสรรเงินไปลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูงอย่างหุ้นได้ถึง 90% โดยควรเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคงทางการเงิน มีเงินปันผลที่น่าพอใจ และมีโอกาสเติบโตในอนาคต ส่วนอีก 10% ที่เหลือควรเก็บเป็นเงินฝากและตราสารหนี้ต่างๆ
- วัยสร้างครอบครัว อายุ 31 - 40 ปี
เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต และเป็นช่วงที่การเงินค่อนข้างจะตึงเครียดกว่าช่วงอื่นๆ แม้หน้าที่การงานจะเริ่มมั่นคง รายได้เพิ่มสูงขึ้น แต่ภาระค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังสร้างครอบครัว แต่งงาน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ฯลฯ เมื่อมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก็น้อยลง ผู้ที่อยู่ในวัยนี้จึงควรลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงเหลือเพียง 50%
- วัยปึกแผ่นมั่นคง อายุ 41 - 55 ปี
เป็นช่วงที่ชีวิตมีหลักฐานมั่นคงที่สุด ฐานเงินเดือนสูงขึ้น แม้จะยังมีภาระทางการเงินอยู่ แต่ก็ผ่อนคลายลงไปมาก ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ หากเก็บออมและลงทุนอย่างมีวินัยมาตั้งแต่ต้น ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ครอบครัวและฐานะทางการเงินดี มีความสมดุลที่สุดในทุกๆ ด้าน แต่เนื่องจากวัยที่เริ่มมากขึ้น มีเวลาหารายได้เหลืออีกไม่กี่ปี การลงทุนของคนวัยนี้จึงเน้นให้นำเงิน 70% ไปไว้ในที่ปลอดภัยอย่างเงินฝากและตราสารหนี้ ส่วนที่เหลืออีก 30% ให้แบ่งมาลงทุนหุ้นเพื่อเพิ่มพูนเงินออมและเงินลงทุนให้มากขึ้น
- วัยเกษียณ อายุ 55 ปีขึ้นไป
เป็นช่วงที่บางคนไม่มีรายได้จากการทำงานแล้ว ขณะที่บางคนก็เหลือเวลาหารายได้อีกไม่เกิน 5 ปี ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ด้วยเงินสะสมของตนเอง แม้ค่าใช้จ่ายบางอย่างจะลดลง แต่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นตามวัยและสุขภาพ เงินออมกว่า 90% จึงควรอยู่ในรูปของเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ใช่ว่าคนวัยนี้จะลงทุนในหุ้นไม่ได้ หากใครมีทรัพย์สินเงินทองเก็บออมไว้มากพอ ก็อาจจัดสรรเงินไม่เกิน 30% ไปลงทุนในหุ้น เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น
** ตัวอย่างที่ยกมาเป็นเพียงแนวทางในการจัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับช่วงวัยเท่านั้น เราสามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับเงื่อนไขและข้อจำกัดอื่นๆ ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินลงทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อให้ได้พอร์ตลงทุนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นไทยและอนุพันธ์📊- การลงทุนในหุ้น เรามีโอกาสเติบโตไปพร้อมกิจการ เป็นเจ้าของกิจการดีๆ โดยไม่ต้องนับหน...
09/09/2023

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นไทยและอนุพันธ์📊
- การลงทุนในหุ้น เรามีโอกาสเติบโตไปพร้อมกิจการ เป็นเจ้าของกิจการดีๆ โดยไม่ต้องนับหนึ่งและใช้เงินทุนมหาศาลในการสร้างกิจการ
- ซึ่งการลงทุนในหุ้นจะได้รับเงินปันผลจากส่วนแบ่งกำไร และการเติบโตของราคาหุ้นไปพร้อมกับกิจการดีๆ ที่สามารถมีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- การลงทุนในอนุพันธ์ อนุพันธ์คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงราคาและจำนวนในวันนี้ และมีการส่งมอบในอนาคต ตามสินค้าที่อ้างอิง

SET Opportunity Day 💡Financial Statement Q2/2023:: ตารางการนำเสนอ ประจำวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2566 ::🔑 โดยในสัปดาห์นี้จะเ...
08/09/2023

SET Opportunity Day 💡
Financial Statement Q2/2023
:: ตารางการนำเสนอ ประจำวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2566 ::
🔑 โดยในสัปดาห์นี้จะเป็นการนำเสนอผ่านการถ่ายทอดสดผ่านทางออนไลน์เท่านั้น สำหรับผู้ลงทุนและผู้สนใจสามารถรับชมผ่านช่องทาง
• Facebook: SET Opportunity Day
• Youtube: SET Thailand

หุ้นคืออะไร?หุ้น คือ สิทธิ์ความเป็นเจ้าของในกิจการหรือบริษัท ซึ่งจะแบ่งหน่วยความเป็นเจ้าของเป็นหุ้นตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที...
07/09/2023

หุ้นคืออะไร?
หุ้น คือ สิทธิ์ความเป็นเจ้าของในกิจการหรือบริษัท ซึ่งจะแบ่งหน่วยความเป็นเจ้าของเป็นหุ้นตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่มีถืออยู่
กล่าวคือการลงทุนหุ้นก็เหมือนลงทุนในกิจการ เช่น ถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของ ธนาคารคุณก็อาจจะซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งไม่ต้องใช้เงินเยอะก็สามารถเป็นเจ้าของบริษัทได้✔️

📌 Carbon Footprint ตอนที่ 1วิธีการลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs)📌 Click ดูเพิ่มเติม : https://www.setsustainabilit...
28/08/2023

📌 Carbon Footprint ตอนที่ 1
วิธีการลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHGs)
📌 Click ดูเพิ่มเติม : https://www.setsustainability.com/.../carbon-footprint-1
📌 เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ที่อยู่

898 อาคาร เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Stock variety tradedผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท