รับทำบัญชี และภาษีอากร รังสิต

รับทำบัญชี และภาษีอากร รังสิต รับทำบัญชี และภาษีอากร
สนใจอินบ๊อก? บัญชี ตรวจสอบบัญชีและภาษีอากร

27/07/2022

สวัสดีครับ วันก่อนมีโพสต์เกี่ยวกับความแตกต่างของ มาตรฐานชุดใหญ่ PAE และชุดเล็ก NPAE .... ซึ่งการรับรู้รายได้ เป็นสิ่งที่ต่างกันหน่อย โดยชุดใหญ่จะมีเรื่องของ🌟 IFRS15 🌟มาเกี่ยวข้อง วันนี้เลยนำ 5 Steps ของมาตรฐานเบอร์ 15 มายกตัวอย่างง่ายๆให้ดูครับ

Step 1⃣ : การระบุสัญญาที่ทำกับลูกค้า ❤
ในกรณีนี้สามารถระบุได้แน่นอน เพราะการระบุสัญญาไม่จำเป็นต้องเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น เพียงแต่ยึดถือปฏิบัติตามประเพณีทางการค้าทั่วไป เช่น การสั่งซื้อสินค้า (เอาเงินมา เอากุญแจรถไป)
Step 2⃣ : การระบุภาระที่กิจการต้องปฏิบัติตามสัญญา❤
แน่นอนว่าอ่านจบแล้วรู้ว่า กิจการ ต้องมีภาระ(เงื่อนไข) ที่ต้องให้บริการซ่อมบำรุงไปอีก ตามที่สัญญากำหนด ดังนั้นเงื่อนไขนี้ก็ผ่าน (ขายรถยนต์พร้อมบริการหลังการขาย)
Step 3⃣ : การกำหนดราคาของรายการ❤
ราคาของรายการ คือ จำนวนเงินของสิ่งตอบแทนในสัญญาที่กิจการคาดว่าจะได้รับเป็นการแลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือการบริการ
Step 4⃣ : การปันส่วนราคาของรายการให้กับแต่ละภาระที่ต้องปฏิบัติตามสัญญา ❤
พอเราผ่านข้อ 3 รู้ว่าแต่ละส่วนมี สัดส่วน(proportion)เท่าไหร่ ก็นำมาเป็นตัวแบ่ง ที่จะรับรู้รายได้ และ ภาระ(หนี้สิน) ต่อไป
Step 5⃣ : การรับรู้รายได้เมื่อกิจการให้ปฏิบัติตามภาระแล้วเสร็จ ❤
โดยปกติครับ การรับรู้รายได้ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. รับรู้รายได้ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง 🔻 (point in time) สำหรับการส่งมอบสินค้า เมื่อภาระที่ต้องปฏิบัติเสร็จสิ้น ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
2. รับรู้รายได้ตลอดช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง 🔀 (over time) สำหรับการส่งมอบบริการทั่วๆ ไป เมื่อภาระที่ต้องปฏิบัติเสร็จสิ้นตลอดช่วงเวลา
❤สำหรับตัวอย่าง เช่น❤

บริษัทขายรถยนต์ ยี่ห้อ MBW
มีโปรโมชั่น ✨ขายรถยนต์ พร้อม บริการฟรี 3ปี✨ตรวจเช็คระยะ ราคาโปร 5.5 ล้านบาท
แต่ถ้าหาก ซื้อรถยนต์ และค่าบริการ 3 ปี แยกกันโดยปกติ จะราคาดังนี้
รถยนต์เดี่ยวๆ 5.5 ล้านบาท
บริการ 3 ปี ปีละ 400,000 บาท (รวม1.2ล้านบาท)
📌 Step 1 การระบุสัญญาที่ทำกับลูกค้า
= สัญญารถยนต์พร้อมบริการ
📌 Step 2 : การระบุภาระที่กิจการต้องปฏิบัติตามสัญญา
= มีภาระ 2 อย่างที่ต้องปฏิบัติ
1. ส่งมอบรถยนต์
2. บำรุงรถยนต์ 3 ปี
📌Step 3 : การกำหนดราคาของรายการ
ราคารถยนต์เดี่ยวๆ 5.5 ล้าน
บำรุงรถ 3 ปี 1.2 ล้าน
รวม 6.7 ล้าน
(สัดส่วนรถ:ค่าบริการ = 5.5/6.7 : 1.2/6.7 = 0.8 : 0.2
📌Step 4 : การปันส่วนราคา
ขายรถยนต์ราคาโปรรวมทั้งรถและค่าบำรุงสามปีทั้งหมด 5.5 ล้าน
4.1 เป็นส่วนของ ค่าขายรถยนต์ = 5.5 x 0.8 = 4.3 ล้าน
4.1 เป็นส่วนของ ค่าบำรุงสามปี = 5.5 x 0.2 = 1.2 ล้าน
📌Step 5 : การรับรู้รายได้
ต้องแบ่งเป็นรับรู้รายได้จากการขายรถยนต์ ณ วันที่ขาย + รายได้ค่าบริการตลอดสามปี
5.1 รับรู้รายได้ ณ วันที่ลูกค้าจ่ายเงิน 5.5 ล้าน

Dr. เงินสด 5.5 ล้านบาท
Cr. รายได้จากการขายรถยนต์ 4.3 ล้าน
Cr.ภาระหนี้สินจากการบริการ 1.2ล้าน
หลังจากนั้นทุกสิ้นปี ตลอดสามปีที่รับประกัน
Dr. ภาระหนี้สินจากการบริการ 400,000บาท
Cr. รายได้จากการบริการ 400,000 บาท
นั่นเองครับ✅✅✅
หากเป็นการเช่าซื้อ ก็จะซับซ้อนมากกว่านี้เล็กน้อยครับ
เดี๋ยวกลัวจะงง เลยทำเป็นซื้อขายเงินสดครับ
หากสงสัยสอบถามได้ค้าบ✅

🔹➖➖🔹➖➖🔹➖➖🔹➖➖🔹➖➖🔹
🖋สอบบัญชี/ ตรวจสอบภายใน โดยทีม ผู้สอบบัญชีคุณภาพ ปรึกษาง่าย พูดเข้าใจ
📍Audit & Assurance Services from CPA Professions.
📱Onesiri-acc.com
📱 Line

#ผู้สอบบัญชี #ออดิท #สัญญาบริการ

10/06/2022

พี่น้อง AC1

ต้นทุนรายการใดบ้างที่ต้องนำไปหักจากราคาขายเพื่อคำนวณหา “มูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ (Net Realizable Value : NRV) ลองมาศึกษากันนะครับ

หลักการแสดงมูลค่าสินทรัพย์บนงบดุลข้างซ้าย คือ “กิจการไม่ควรแสดงมูลค่าตามบัญชีสินทรัพย์สูงไปกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจากการขายหรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้” (TAS2.28)

ด้วยเหตุนี้ TAS2 จึงกำหนดให้แสดงมูลค่าของสินค้าคงเหลือด้วย lower of (Cost, NRV) โดย NRV (net realizable value) หรือมูลค่าสุทธิที่คาดว่าจะได้รับ หมายถึง “ราคาโดยประมาณที่คาดว่าจะขายได้ตามลักษณะการประกอบธุรกิจตามปกติ หักด้วยประมาณการต้นทุนในการผลิตสินค้านั้นให้เสร็จและต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่ายไปเพื่อให้ขายสินค้านั้นได้”

คราวนี้เลยมีประเด็นเกี่ยวกับ ต้นทุนที่จำเป็นฯ ว่ามันจะประกอบด้วยอะไรบ้าง? ซึ่งถ้าหักน้อยไป NRV ก็มากเกินไป แต่ถ้าหักมากไปกำไรของบริษัทก็น้อยเกินไป CEO ก็คงเครียด เลยมีคนเขียนถามไปที่ IFRIC (The International Financial Reporting Standards (IFRS) Interpretations Committee) ว่าต้นทุนที่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้ได้สินค้านั้นได้ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

คำตอบที่ IFRIC ให้มาในวันที่ 23/6/2021 สามารถสรุปได้ดังนี้
IAS 2 ไม่ได้กำหนด 'ต้นทุนที่จำเป็นในการขายสินค้าคงเหลือ' ซึ่งต้นทุนดังกล่าวไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ “ต้นทุนส่วนเพิ่ม (incremental cost)” ซึ่งกิจการจะต้องใช้ดุลยพินิจว่าต้นทุนที่ว่าควรประกอบด้วยอะไรบ้าง โดยต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงเฉพาะ สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งลักษณะของสินค้าคงเหลือ

มันก็จะงงๆ หน่อย เพราะแต่ละกิจการก็ต้องใช้ดุลยพินิจว่าอะไรควรนำมาหักบ้าง ผมเลยลองไปหาเอกสารอ้างอิงซึ่ง Financial Reporting & Assurance Standards Canada www.frascanada.ca/archive-meeting-reports ได้ให้แนวทางเอาไว้ จากตัวอย่างต่อไปนี้:

บริษัท A ค้าปลีกเครื่องกีฬาแบบ chain store โดยสินค้าที่บริษัทสั่งซื้อจะถูกจัดส่งจากซัพพลายเออร์ตรงไปยังแต่ละร้านซึ่งทำสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว โดยบริษัทไม่ขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งทุกร้านค้าจะมีผู้จัดการร้าน พนักงานขาย และ รปภ. โดยพนักงานขายได้รับเงินเดือนตายตัวบวกค่าคอมมิชชั่น

เครื่องกีฬาเป็นสินค้าที่ขึ้นอยู่กับกระแสนิยม จึงมีสินค้าหลายรายการที่เคลื่อนไหวช้า บริษัทจึงมีการให้ส่วนลด ณ จุดขายและแคมเปญทางการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย และยังมีสินค้าอีกบางส่วนที่ราคาลดลง ทำให้ต้องกำหนดมูลค่าสุทธิที่จะได้รับและอาจต้องตัดมูลค่าตามบัญชีบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับ TAS2

ซึ่ง FRAS Canada ได้วิเคราะห์และแยกแยะต้นทุนไว้เป็นกลุ่มๆ ดังนี้

1. ต้นทุนส่วนเพิ่มที่ทำให้ขายได้ (incremental cost)

2. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย ที่เกิดขึ้น ณ จุดขายเท่านั้น (Direct costs related to the selling activity, incurred only at the point of sale)

3. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย ที่ไม่ได้เกิดขึ้น ณ จุดที่ขาย (Direct costs related to the selling activity, leading up to the point of sale, but excluding the point of sale)

4. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงซึ่งจำเป็นสำหรับสินค้าที่จะขาย (Direct attributable costs necessary for inventory to be sold)

5. ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย (Indirect costs)

โดยเอกสารของ FRAS Canada ได้ให้ความเห็นว่ากิจการ “ต้อง” นำต้นทุนกลุ่มที่ 1 ไปคำนวณหา NRV แน่ๆ ส่วนต้นทุนกลุ่มที่ 2-4 เป็นต้นทุนที่ “ควรต้อง” พิจารณาในการคำนวณหา NRV ในขณะที่รายการที่ 5 ซึ่งเป็น indirect cost นั้นกิจการ “ไม่จำเป็นต้อง” นำไปคำนวณหา NRV แต่อย่างใด
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างต้นทุนในแต่ละกลุ่ม

1. ต้นทุนส่วนเพิ่มที่ทำให้ขายได้ (incremental cost)
• ค่าคอมมิสชั่นพนักงานขาย
* อย่างไรก็ตาม ส่วนลด ณ จุดขายควรนำไปหักออกจากรายได้ตามข้อกำหนดของ TFRS15*

2. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย ที่เกิดขึ้น ณ จุดขาย (Direct costs related to the selling activity, incurred only at the point of sale)
• ค่าหีบห่อสินค้า
• ค่าแรงพนักงานขาย (ปันส่วนตามเวลาที่ใช้)

3. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย ที่ไม่ได้เกิดขึ้น ณ จุดที่ขาย (Direct costs related to the selling activity, leading up to the point of sale, but excluding the point of sale)
• ค่าแรงพนักงานจัดสินค้า
• ค่าแรงพนักงานตอบคำถามลูกค้า และช่วยเหลือลูกค้าในการเลือกสินค้า

4. ต้นทุนที่เกี่ยวข้องโดยตรงซึ่งจำเป็นสำหรับสินค้าที่จะขาย (Direct attributable costs necessary for inventory to be sold)
• Marketing campaign
• ค่าขนส่งสินค้าจากสาขาหนึ่งไปยังอีกสาขาหนึ่งเพื่อขายให้กับลูกค้า

5. ต้นทุนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจกรรมการขาย (Indirect costs)
• เงินเดือนผู้จัดการร้านค้า
• เงินเดือนสำนักงานใหญ่ปันส่วนมาให้สาขา
• ค่าเสื่อมราคาร้านค้า
• ค่าสาธารณูปโภคร้านค้า
• ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ในภาพรวม

การตีความของ IFRIC ในครั้งนี้ก็ค่อนข้างสอดคล้องกับหลักการที่เราเรียนมาตลอด คือ ต้นทุนทางตรงที่ถือว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการวัดมูลค่า ซึ่งพี่น้องนักบัญชีควรประเมินแนวปฏิบัติของบริษัทว่าสอดคล้องกับการตีความและตัวอย่างที่แสดงข้างต้นหรือไม่ ถ้าไม่สอดคล้องก็แนะนำให้ปรับให้สอดคล้องนะครับ จะได้ทำให้การรายงานทางการเงินถูกต้องตามที่ควร

ตัวอย่างนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง AC1 ในการเขียนตอบ และพี่น้องนักบัญชีในการทำงานจ๊ะ

TFRS มันซับซ้อนขึ้นทุกวัน ถ้าพี่น้องกำลังเตรียมสอบ AC1 – AC2 ก็ inbox หรือ lineID: มาได้เลย เราถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในท้องตลาด เพราะ 90% ของผู้ผ่าน CPA เลือกเตรียมตัวกับเรา สู้ๆ ครับพี่น้อง

#

08/05/2022
18/03/2022

เพื่อนๆ ผู้นำเข้า-ส่งออกมือใหม่คะ

ครูโหน่งเอาตัวอย่างเอกสารใบเสนอราคาขาเข้าทางเรือ LCL by sea freight under FOB term พร้อมเรียนรู้คำศัพท์และคำย่อไปพร้อมๆ กัน มาให้ตามนี้ค่า

1.Ocean freight (O/F)
ค่าระวางเรือ เป็นค่าระวางเรือขนส่ง เก็บที่ท่าเรือต้นทาง เรียกว่า Freight Prepaid แต่ถ้าเก็บที่ท่าเรือปลายทาง เรียกว่า Freight Collect ทั้งสองแบบนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายนั่นเองค่ะ

2. Delivery Charge (D/O)
เอกสาร ใช้สำหรับใช้ในขั้นตอนตรวจปล่อยสินค้าตัวนี้เป็นค่าบริการของสายเรือเรียกเก็บ


3. Container Freight Station (CFS ) ค่าใช้จ่ายตัวนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้พื้นที่เปิดตู้เพื่อถ่ายสินค้าออกในท่าเรือ

4. Terminal Handling Charge (THC) ค่าใช้จ่ายนี้จะถูกเรียกเก็บจากการใช้ท่าเรือ โดยมีท่าเรือเป็นคนเรียกเก็บค่านี้กับบรรดาสายเรือหรือ​ freight forwarder แล้วจึงมาเก็บกับผู้นำเข้าอีกที

5. Status (STS) ค่าใช้จ่ายนี้จะเกิดในกรณี LCL
เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำเอกสาร

6. Facility (FAC)
ค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในบริเวณท่าเรือ เช่น Forklift, Crane หรือ แรงงาน เป็นต้น

7. Cleaning Charge
เป็นค่าใช้จ่ายในการล้างตู้ ราคาก็อาจจะแตกต่างกัน สำหรับสำหรับสินค้าทั่วไป และ สินค้าเฉพาะที่ต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดราค่าล้างตู้จะเพิ่มขึ้น

8. Low Sulphur Surcharge (LSS)
ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ สืบเนื่องจาก สหภาพยุโรป คำนึงถึง สุขภาพของ คนใประเทศของเขา ว่า สารกำมะถัน เป็นต้นเหตุ ให้เกิดโรคมะเร็ง จึงได้ออมาตรการลดสารกำมะถันในเชื้อเพลิงน้ำมัน ทางรัฐบาลในสหภาพยุโรป จึงคิดค่าใช้จ่าย กับ สายการเดินเรือ และสายการบินเพิ่ม ซึ่ง ที่สุดสายการเดินเรือ และ สายการบิน
ก็ ได้ส่งต่อ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ ผู้ส่งออก

9. Container Imbalance Charge (CIC)
ค่าความไม่สมดุลในการนำเข้า ส่งออก ของจำนวนตู้คอนเทนเนอร์

10.Handling Charge (H/L)
ค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก

🧑‍💻🧑‍🎓เรียนรู้ได้ทุกวัน เก่งขึ้นทุกวันค่า

#อยากนำเข้าส่งออกบอกครูโหน่ง

10/01/2022
07/01/2022

โจทย์ตัวอย่างการบันทึกบัญชีภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากธุรกรรมปวดหัวที่พี่น้องน่าจะพบเจอบ่อยๆ นะครับ

ท่านอาจารย์ รศ. ดร. วรศักดิ์ ทุมมานนท์ ได้กรุณาให้ผมนำมาเผยแพร่ พี่น้องสามารถนำไปใช้ได้ตามต้องการนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ

ธุรกรรมตามโจทย์ตัวอย่างนี้ ประกอบด้วย:

ตัวอย่างที่ 1 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีของธุรกรรมซื้อเครื่องจักรเงินผ่อน

ตัวอย่างที่ 2 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีประมาณการหนี้สินค่ารื้อถอน

ตัวอย่างที่ 3 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีเปลี่ยนประมาณการค่าเสื่อมราคา

ตัวอย่างที่ 4 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างที่ 5 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีสินทรัพย์เกิดการด้อยค่า

ตัวอย่างที่ 6 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสำหรับธุรกรรมให้เช่า

ตัวอย่างที่ 7 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีจัดประเภทเป็นสินทรัพย์รอการขาย

ตัวอย่างที่ 8 ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกรณีหักค่าเสื่อมราคาได้มากกว่าราคาทุน

พี่น้องโหลดไปใช้ได้เลยนะครับ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์วรศักดิ์เป็นอย่างสูงสำหรับโจทย์ตัวอย่างดีๆ ครับ

https://drive.google.com/file/d/1kjiKHaVlq2roIEP1KUUAiBlcV8Lihm21/view?usp=sharing

07/01/2022

ที่อยู่

Bangkok
12130

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับทำบัญชี และภาษีอากร รังสิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รับทำบัญชี และภาษีอากร รังสิต:

แชร์