27/08/2026
🚩 MFC News Update: เงินเฟ้อพื้นฐานตรงคาด...Nvidia เตือนมาร์จิ้นถูกกดจากราคาหน่วยความจำ (วันที่ 27 สิงหาคม 2026)
1️⃣ Key Highlight
🔹Dow -0.21% (-113.52 จุด) ปิดที่ 53,463.88 | S&P 500 -0.02% ปิดที่ 7,675.70 | Nasdaq -0.08% ปิดที่ 26,130.20
🔹Nvidia ร่วง 1.2% ในช่วงแรกหลังปิดตลาด ก่อนพลิกกลับมาบวกราว 4% เมื่อผู้บริหารเปิดเผยมุมมองรายได้ปีบัญชี 2028 ในการประชุมนักวิเคราะห์
🔹CrowdStrike +10.4% (After hours) ที่ราว 208.81 ดอลลาร์ หลังปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปี | Salesforce บวกจากแนวโน้มยอดขายและ Bookings
🔹Eli Lilly -3.59% ปิดที่ 1,189.41 ดอลลาร์ | Meta +1% หลังบรรลุข้อตกลงยอมความกับอัยการรัฐ
🔹เอเชียปิดวันพุธเป็นบวกก่อนรับรู้งบ: KOSPI +0.97% ที่ 6,808.21 (Samsung Electronics +1.75%, SK Hynix +0.6%) | Nikkei 225 +0.62% ที่ 66,261.94 (Kioxia -2.46%)
🔹ทองคำ Spot -1.38% ที่ 4,593.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะจุดสูงสุดในรอบสามเดือนเมื่อวันอังคาร | Bitcoin ราว 78,700 ดอลลาร์
2️⃣ ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค
🔹Core PCE เดือนกรกฎาคม +0.2% MoM และ +3.3% YoY ตรงกับที่ตลาดคาด
🔹แต่ Headline PCE +0.2% MoM สูงกว่าคาดที่ +0.1% และ +3.7% YoY สูงกว่าคาดที่ 3.6% ขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อแล้วทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง หลังเร่งตัวแรงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
🔹GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.5% ต่อปี เท่ากับประมาณการครั้งแรก โดยการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนคงที่นอกภาคที่อยู่อาศัยถูกปรับขึ้น | ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกรกฎาคม +1.1% สูงกว่าคาดที่ +0.5%
🔹Bond Yield อายุ 10 ปีขยับขึ้นมาที่ 4.65% จากระดับ 4.64% แต่ยังต่ำจากจุดสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ 4.75% เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ส่วนพันธบัตรอายุยาวที่สุดลงมาต่ำกว่า 5.20% จากกว่า 5.30% หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยก่อนหน้านั้นเคยขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดในรอบ 19 ปี
🔹CME FedWatch สะท้อนโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าราว 60% ลดลงจาก 64% ก่อนตัวเลขออก กล่าวคือความเสี่ยงที่ตลาดกำลังกำหนดราคาคือความเสี่ยง "ขึ้นดอกเบี้ย" ราว 40% ไม่ใช่ความเสี่ยงลดดอกเบี้ย
🔹ธนาคารกลางยุโรป ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และอินโดนีเซีย ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วในรอบนี้ ขณะที่เทรดเดอร์เพิ่มความน่าจะเป็นว่า ECB จะขึ้นอีก ส่วนธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศผลการประชุมวันนี้ โดยตลาดคาดที่ 3.00% จากเดิม 2.75%
📌 ระบอบที่ตลาดกำลังเทรดอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่วัฏจักรผ่อนคลาย แต่เป็นวัฏจักรที่เงินเฟ้อค้างอยู่เหนือเป้าหมาย 2% และสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ตึงตัวช้ากว่าชาติอื่น ตัวแปรที่กำหนดทิศทาง Yield จริง ๆ เวลานี้จึงไม่ใช่ตลาดแรงงาน แต่เป็นราคาพลังงานบวกกับปริมาณการออกพันธบัตร โดยหนี้สาธารณะสหรัฐฯ แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือน ประเด็นคือ 1) Yield ที่ลดลงในช่วงหลังเกิดจากการที่กระทรวงการคลังเข้าซื้อคืนพันธบัตร หรือ 2) เกิดจากราคาน้ำมันที่ลงมา ซึ่ง Bloomberg ระบุว่าแยกได้ยาก และ Stanley Druckenmiller ได้เขียนบทความคัดค้านว่าการกดราคาสวนปัจจัยพื้นฐานเป็นการรักษาที่อาการ ไม่ใช่ที่สาเหตุ ข้อสังเกตเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนมุมมองนี้คือราคาน้ำมันดีเซลกลับขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดของเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมแล้ว และเพิ่มขึ้นราวสองในสามนับจากต้นเดือนมกราคม แปลว่าแรงกดดันด้านต้นทุนขนส่งยังไม่ได้คลายลงตามราคาน้ำมันดิบ
3️⃣ Earnings & Corporate
🛡️CrowdStrike +10.4% (After hours)
🔹รายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 ที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์ +26% YoY สูงกว่าคาด 30 ล้านดอลลาร์ | Non-GAAP EPS 0.31 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 0.29 ดอลลาร์ นับเป็นการทำได้ดีกว่าคาดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9
🔹ARR สิ้นงวดที่ 5.84 พันล้านดอลลาร์ +25% YoY โดย Net New ARR ทำสถิติสูงสุดที่ 332.8 ล้านดอลลาร์ เร่งขึ้น 51% YoY และสูงกว่า Guidance ของบริษัทเองที่ 284–286 ล้านดอลลาร์
🔹ARR จากลูกค้าที่ใช้ Falcon Flex ทะลุ 2.29 พันล้านดอลลาร์ +101% YoY โดยปิดดีลในไตรมาสนี้มากกว่าสามไตรมาสก่อนหน้ารวมกัน
🔹Operating Income 372 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นมาร์จิ้น 25% ขยายตัว 350 bps YoY | Free Cash Flow 377 ล้านดอลลาร์ มาร์จิ้น 26%
🔹ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของ Net New ARR ทั้งปีบัญชี 2027 ขึ้น 630 bps เป็น 34% ที่ค่ากลาง พร้อมปรับ Guidance รายได้ทั้งปีเป็น 5.991–6.011 พันล้านดอลลาร์ และ EPS 1.25–1.26 ดอลลาร์
💡 มุมมองการลงทุน: สิ่งที่ทำให้ตัวเลขชุดนี้มีน้ำหนักไม่ใช่การทำกำไรดีกว่าคาดเพียงเล็กน้อย แต่คือ Net New ARR ที่เร่งขึ้นถึง 51% ในขณะที่ฐานรายได้ใหญ่ขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นปริมาณที่ตรวจสอบได้และเป็นตัวชี้ทิศทางรายได้ในอนาคตได้เร็วกว่ารายได้ที่รับรู้ไปแล้ว ข้อสังเกต คือ การนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรกำลังสร้างงบประมาณด้านความปลอดภัยก้อนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ใช่การแย่งงบก้อนเดิม อย่างไรก็ตาม Valuation ที่สูงมาก หากไตรมาสใดไตรมาสหนึ่ง Net New ARR กลับมาชะลอลงสู่ระดับปกติ อาจทำให้เกิดการปรับฐานได้
⚡GE Vernova และมาตรการกีดกันอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างชาติ
🔹GE Vernova ลงนามตั้งบริษัทร่วมทุนกับ LS Electric ของเกาหลีใต้ ชื่อ Grid X Technology เพื่อทำตลาด VSC-HVDC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงสำหรับโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ของเกาหลีใต้ ลงนามในงาน CIGRE 2026 ที่กรุงปารีส และผูกกับโครงการ West Coast Energy Highway
🔹ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งฉุกเฉินเมื่อวันพุธ ห้ามใช้อุปกรณ์พลังงานบางประเภทที่ผลิตในต่างประเทศ รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า ในโครงข่ายไฟฟ้าสหรัฐฯ โดย Bloomberg ระบุว่าผู้ผลิตจีนอาจได้รับผลกระทบดังกล่าว
💡 มุมมองการลงทุน: ข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้ากำลังถูกยกระดับจากประเด็นทางวิศวกรรมขึ้นเป็นประเด็นความมั่นคง ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันใน 2 ทาง ทางแรก คือ คำสั่งฉุกเฉินตัดคู่แข่งต้นทุนต่ำบางรายออกจากตลาดสหรัฐฯ ทำให้อำนาจกำหนดราคาของผู้ผลิตอุปกรณ์ฝั่งตะวันตกและพันธมิตรสูงขึ้น ทางที่ 2 คือ การตั้งบริษัทร่วมทุนสะท้อนว่าความต้องการอุปกรณ์ส่งไฟฟ้าไม่ได้มาจากพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาจากภาระโหลดของ Data Center ที่ต้องดึงไฟฟ้าข้ามระยะทางไกล ด้านที่ต้องระวัง คือ ธุรกิจกลุ่มนี้เป็นธุรกิจ Backlog ที่รับรู้รายได้ช้า คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นวันนี้จะกลายเป็นรายได้ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า และการกีดกันอุปกรณ์นำเข้ายังเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนและความล่าช้าของโครงการในระยะสั้น
💊Eli Lilly -3.59%
🔹ราคาปิดที่ 1,189.41 ดอลลาร์ ปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวเตรียมประกาศข้อตกลงด้านราคายากับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพขนาดกลางหลายราย
🔹บริษัทเผยแพร่ผลการศึกษาในสภาพการใช้งานจริงที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน อายุมากกว่า 65 ปี ระบุว่ายา Zepbound ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยรวม
💡 มุมมองการลงทุน: แรงกดดันเชิงนโยบายด้านราคายาส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่อีกประเด็น คือ หลักฐานเชิงเศรษฐศาสตร์สุขภาพที่บริษัทกำลังสะสมไว้เพื่อต่อรองว่ายากลุ่มลดน้ำหนักช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุขในระยะยาว ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งเดียวที่ใช้ได้จริงในการเจรจากับผู้จ่ายเงินทั้งภาครัฐและเอกชน ในระยะสั้นความไม่แน่นอนด้านนโยบายราคายายังเป็นปัจจัยกดดัน และผลการศึกษาลักษณะนี้ยังเป็น Real-world Evidence ที่ต้องผ่านการตรวจสอบทางวิชาการเพิ่มเติมก่อนจะนำไปใช้ต่อรองได้จริง
4️⃣ AI & Technology
🎮Nvidia +4% (After hours หลังพลิกกลับจาก -1.2%)
🔹รายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 ที่ 96.22 พันล้านดอลลาร์ +105.9% YoY และ +18% QoQ สูงกว่าคาดที่ราว 92 พันล้านดอลลาร์ หรือดีกว่าคาดราว 4.5%
🔹Non-GAAP EPS 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 2.09 ดอลลาร์ หรือดีกว่าคาด 6.3% (GAAP EPS 2.46 ดอลลาร์) นับเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันที่ทำได้ดีกว่าคาด
🔹รายได้ Data Center 89.02 พันล้านดอลลาร์ +117% YoY และ +18% QoQ จากการเร่งส่งมอบสถาปัตยกรรม Blackwell Ultra ขณะที่แพลตฟอร์ม Vera Rubin เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีแร็คติดตั้งที่ CoreWeave, Google Cloud, Microsoft Azure, Oracle Cloud Infrastructure และ Nebius
🔹Gross Margin แบบ Non-GAAP อยู่ที่ 75.0% เทียบกับ 72.5% YoY
🔹Guidance ไตรมาส 3 ที่ 108 พันล้านดอลลาร์ ±2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 104.2 พันล้านดอลลาร์ โดยไม่รวมรายได้ Data Center compute จากจีนเลย ทั้งที่ไตรมาส 2 การส่งมอบ Hopper คิดเป็นไม่ถึง 1% ของรายได้ Data Center อยู่แล้ว
🔹CFO Colette Kress ระบุในการประชุมนักวิเคราะห์ว่าคาดรายได้ปีบัญชี 2028 เติบโต 70% เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้เพียง 44% พร้อมระบุว่าประมาณการที่ได้รับจากลูกค้าชี้ไปถึงการเติบโตเป็นเท่าตัว แต่ Guidance สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังกว่านั้น
📌 ราคาหุ้นลงในนาทีแรกไม่ได้เกิดจากงบอ่อนแอ แต่เกิดจากพาดหัวที่เทียบเฉพาะ Guidance ไตรมาสหน้าและความคาดหวังที่ตลาดตั้งไว้สูงมาก แต่ราคาสามารถพลิกกลับเป็นบวกเมื่อผู้บริหารเปิดตัวเลขปีบัญชี 2028 ในการประชุมนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เคยปรากฏในเอกสารเผยแพร่
💡 มุมมองการลงทุน: ด้านอุปสงค์ รายได้ที่โตกว่าเท่าตัวและ Data Center ที่ +117% เป็นปริมาณที่รับรู้แล้ว ไม่ใช่การคาดการณ์ ประเด็นที่ต้องถ่วงน้ำหนัก คือ หนี้สินรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 33.4 พันล้านดอลลาร์ จาก 8.5 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2026 สะท้อนว่าแม้แต่ผู้เล่นที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงที่สุดในห่วงโซ่ก็ยังต้องใช้งบดุลรองรับการเร่งกำลังการผลิต และการที่ Guidance ตัดรายได้จากจีนออกทั้งหมดหมายความว่าตัวเลขที่ให้ไว้ไม่มีส่วนเผื่อจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดตลาดหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นทั้งความระมัดระวังและข้อจำกัด
🧠ต้นทุนหน่วยความจำ กับการย้ายอำนาจต่อรองในห่วงโซ่ AI
🔹Nvidia คาดว่า Gross Margin จะปรับลดลงและทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2027 ที่ระดับ 71–72% โดยระบุสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาหน่วยความจำ
🔹CFO ระบุตรงไปตรงมาว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในเวลานี้เกิดจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เองเป็นส่วนใหญ่ และเลือกจะพูดถึงประเด็นนี้ก่อนแทนที่จะปล่อยให้ค้างเป็นคำถาม
🔹ภาระผูกพันด้านอุปทานของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 279 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ผูกกับการจัดหาหน่วยความจำสำหรับแพลตฟอร์ม Vera Rubin
🔹Seeking Alpha อ้างรายงานว่า YMTC ของจีนตั้งเป้าแซง Samsung Electronics และ SK Hynix ขึ้นเป็นผู้นำตลาด NAND
📌 เมื่อ Nvidia ยอมรับว่ามาร์จิ้นถูกกดจากราคาวัตถุดิบ นั่นคือสิ่งที่สะท้อนว่าอำนาจกำหนดราคาได้ย้ายจากชั้นประมวลผลลงไปอยู่ที่ชั้นหน่วยความจำแล้ว และภาระผูกพัน 279 พันล้านดอลลาร์ คือ การล็อกอุปทานล่วงหน้าที่ยืนยันว่าการย้ายอำนาจนี้ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวรายไตรมาส
⚠️ ด้านตรงข้าม ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสมาร์ตโฟน พีซี และเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่ต้องแย่งโควตากับผู้ซื้อ AI และในระยะยาวการที่ YMTC เร่งขยายกำลังการผลิต NAND เป็นความเสี่ยงอุปทานล้นตลาดในรอบถัดไป ซึ่งเป็นรูปแบบที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำเคยเผชิญมาแล้วทุกวัฏจักร
🇨🇳ฝั่งจีนเร่งลดต้นทุนต่อโทเคน
🔹Z.ai หรือ Zhipu ยืนยันว่าโมเดล Ox Alpha ที่ขึ้นอันดับ 1 บนตารางการใช้งานออนไลน์อย่างรวดเร็ว เป็นโมเดลรุ่นใหม่ในตระกูล GLM ของบริษัท ติดตั้งบนคลัสเตอร์ชิป AI ที่ผลิตในประเทศ และมีต้นทุนต่อโทเคนใกล้เคียงกับการใช้ GPU ของ Nvidia
🔹Alibaba เปิดตัวโมเดล Qwen3.8-Flash ที่เน้นลดต้นทุนการฝึกและการอนุมาน | Reuters รายงานว่า Moonshot อยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงแบ่งรายได้กับ Microsoft, Amazon และ Google เพื่อให้นำโมเดล Kimi K3 ไปให้บริการ
🔹Seeking Alpha รายงานว่าโมเดล AI ของจีนประมวลผลโทเคนคิดเป็นสัดส่วนแซงหน้าโมเดลของสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่ DeepSeek มีรายได้ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมที่ 475 ล้านหยวน หรือราว 10 เท่าของรายได้ทั้งปี 2025 และ MiniMax มีรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า
⚠️ การที่ต้นทุนต่อโทเคนถูกกดลงเรื่อย ๆ เป็นบวกต่อผู้ใช้งานปลายทางและต่อปริมาณการใช้ชิปโดยรวม แต่เป็นลบต่ออำนาจกำหนดราคาของชั้นโมเดล และหากคลัสเตอร์ชิปในประเทศของจีนทำต้นทุนได้ใกล้เคียงกับ GPU นำเข้าจริง ก็เป็นความเสี่ยงต่อส่วนแบ่งตลาดจีนของผู้ผลิตชิปตะวันตกในระยะยาว
5️⃣ Commodities & Bond
🔹ราคาน้ำมันปรับลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เคลื่อนไหวในบริเวณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุว่าอิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงแบ่งพื้นที่น่านน้ำและแบ่งรายได้จากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว
🔹แถลงการณ์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศเมื่อวันก่อนหน้าพูดถึงเพียง "กรอบชั่วคราว" สำหรับการกลับมาเดินเรือ และไม่ได้กล่าวถึงค่าธรรมเนียม ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าช่องแคบไม่มีทุ่นระเบิดแล้ว แต่ชาติพันธมิตรสหรัฐฯ เตือนเป็นการภายในว่าทุ่นระเบิด 80–150 ลูกที่อิหร่านวางไว้ยังถูกเก็บกู้ไม่หมด
🔹ทองคำ Spot ลดลง 1.38% มาที่ 4,593.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังเพิ่มขึ้น 12.66% ในรอบหนึ่งเดือน และยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่ 5,597.23 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 อยู่มาก
🔹Bond Yield อายุ 10 ปีที่ 4.65% | พันธบัตรอายุยาวที่สุดต่ำกว่า 5.20% | การประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปีได้ผลตอบรับค่อนข้างอ่อน โดยอัตราผลตอบแทนที่ประมูลได้สูงกว่าระดับก่อนการประมูลเล็กน้อย
📌 กลไกส่งผ่านในรอบนี้เดินเป็น 3 ทอด ทอดแรก คือ ราคาน้ำมันที่ลงจากความคาดหวังเรื่องฮอร์มุซช่วยลดความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้น ทอดที่ 2 คือ ความคาดหวังเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยกด Yield ระยะยาว และทอดที่ 3 คือ Real Yield ที่กลับมาเป็นบวกมากขึ้นกลายเป็นแรงต้านของทองคำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทองคำย่อลงในวันที่หุ้นแทบไม่ขยับ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเรื่องราคาดีเซลที่ยังอยู่ใกล้จุดสูงสุดของเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมบอกว่าการส่งผ่านทอดแรกยังไม่สมบูรณ์
⚠️ ข้อตกลงฮอร์มุซที่ยังเป็นคำกล่าวของฝ่ายอิหร่านฝ่ายเดียวและไปไกลกว่าแถลงการณ์ร่วม หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสะดุดหรือการเดินเรือกลับมาติดขัด ราคาน้ำมันที่ดีดขึ้นจะดึง Yield กลับไปทดสอบระดับ 4.75% ได้ทันที
6️⃣ มุมมองการลงทุน
🔹Nvidia แสดงให้เห็นถึงวัฏจักร AI ที่ยังเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ Data Center, ภาระผูกพันด้านอุปทานที่ล็อกไว้ล่วงหน้า, Net New ARR ด้านความปลอดภัยที่เร่งขึ้น และสัญญาเช่ากำลังประมวลผล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปริมาณที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ใช่ความคาดหวัง
🔹สิ่งที่ตลาดให้รางวัลเปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้รางวัลกับการเติบโต มาเป็นการให้รางวัลกับความสามารถในการรักษามาร์จิ้นและการส่งมอบ ส่วนสิ่งที่ตลาดลงโทษ คือ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น การเพิ่มทุนหรือก่อหนี้ และโครงการที่ยังพิสูจน์การส่งมอบไม่ได้
🔹จุดที่น่าสนใจในห่วงโซ่จึงเลื่อนมาอยู่ที่ชั้นซึ่งมีอำนาจกำหนดราคาและมีสัญญาระยะยาวรองรับ ได้แก่ หน่วยความจำที่กำลังกดมาร์จิ้นของลูกค้าปลายน้ำได้จริง อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าที่มี Backlog ยาวและได้อานิสงส์จากมาตรการกีดกัน และผู้ผลิตชิปที่มีคำสั่งซื้อล็อกไว้ข้ามปี มากกว่าชั้นแอปพลิเคชันที่ต้นทุนต่อหน่วยกำลังถูกกดลงเรื่อย ๆ
🔹ในภาวะที่ Bond Yield ยังผันผวนสูงและถูกแทรกแซงจากนโยบายการคลัง เราแนะนำให้ทยอยสะสมในธีมที่เกี่ยวข้อง และ ไม่ควรเกินสัดส่วนการลงทุนที่ยอมรับได้ นอกจากในธีมของ AI Infrastructure แล้วควรกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มอื่น เช่น M-EUBANK, MJAPAN หรือกองทุนอื่น เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นเทคโนโลยีกับ Yield ระยะยาวค่อนข้างสูง
7️⃣ ปัจจัยที่ต้องติดตาม
🇺🇸 สหรัฐฯ
🔹สุนทรพจน์ของประธานเฟด Kevin Warsh ที่การประชุม Jackson Hole วันศุกร์: ตลาดไม่ได้คาดว่าจะมีสัญญาณชัดเจนเรื่องการประชุมเดือนกันยายน ประเด็นที่ต้องฟัง คือ น้ำหนักที่ให้กับเงินเฟ้อจากพลังงานเทียบกับการใช้จ่ายที่ทรงตัว
🔹ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกคืนนี้ (คาด 208,000 ราย จากเดิม 206,000 ราย) และดุลการค้าสินค้าเบื้องต้นเดือนกรกฎาคม (คาดขาดดุล 100.5 พันล้านดอลลาร์)
🔹ปฏิกิริยาของหุ้นกลุ่มชิปในตลาดจริงวันนี้ต่อ Guidance ของ Nvidia และต่อประเด็นมาร์จิ้นจากราคาหน่วยความจำโดยเฉพาะ
🔹รายงานการประชุม ECB เดือนกรกฎาคม และสุนทรพจน์ของประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ Hammack
🌏 เอเชีย
🔹มติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้วันนี้ (ตลาดคาด 3.00% จากเดิม 2.75%) ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ เหตุผลที่ให้ ว่าน้ำหนักอยู่ที่เงินเฟ้อหรือที่เงินทุนไหลออก
🔹หุ้นกลุ่มหน่วยความจำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะสะท้อนตัวเลข Data Center ของ Nvidia มากน้อยเพียงใด และจะแยกแยะระหว่างผู้ได้ประโยชน์จากราคาหน่วยความจำกับผู้เสียประโยชน์ได้ชัดหรือไม่
🔹สุนทรพจน์ของรองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น Himino และกำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนกรกฎาคม (ค่าเดิม +15.1% YoY)
🌍 ภูมิรัฐศาสตร์
🔹ความคืบหน้าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นตัวแปรเดียวที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันและ Yield ในระยะสั้น
🔹รายงานว่ารัสเซียเตรียมยกระดับการโจมตียูเครนหลังการเจรจาไม่คืบหน้า และการยกระดับการโจมตีแบบผสมผสานต่อประเทศที่สนับสนุนเคียฟ
🔹ผลกระทบจากมาตรการภาษี 50% ที่สหรัฐฯ เก็บกับสินค้าแคนาดาหลายรายการ และมาตรการตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 20 พันล้านดอลลาร์
Source: Seeking Alpha, Bloomberg, Reuters, CNBC, NVIDIA, CrowdStrike, GE Vernova, Korea Times, Trading Economics, Investing
‼️ คำเตือน: การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
✳️ เนื้อหาในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบันหากสภาวะตลาดและ/หรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การตัดสินใจใด ๆ จากบทความนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ หากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับบทความนี้ กรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโดยตรง
✳️ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนครั้งแรก