MFC Asset Management

MFC Asset Management เข้าสู่ปีที่ 51 ของ MFC บลจ. แรกของไทย เพื่ออนาคตการลงทุนของทุกเจเนอเรชัน

Embarking on our 51st year of success. Trust. Prosper.
ความมั่งคั่งที่คุณไว้วางใจ

MFC, shaping the future of investment for every generation.

Morning Update: NVIDIA จุด Rally เทคโนโลยี  | คืนนี้จับตา Warsh ที่ Jackson Hole + Michigan Sentiment🌎 Overnight Markets...
28/08/2026

Morning Update: NVIDIA จุด Rally เทคโนโลยี | คืนนี้จับตา Warsh ที่ Jackson Hole + Michigan Sentiment

🌎 Overnight Markets

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก โดยแรงซื้อกระจุกใน Technology หลัง NVIDIA งบดียืนยันว่า AI Demand ยังแข็งแรง และช่วยดันหุ้น Semiconductor/Software ขึ้นต่อ.

🔺 Dow +0.20% ปิด 53,569.44
🔺 S&P 500 +0.72% ปิด 7,730.99
🔺 Nasdaq +1.57% ปิด 26,541.35
🔺 SOX +2.3%
🔺 NVIDIA +8.7%

🇪🇺 STOXX Europe 600 -0.69% นำโดย กลุ่มธนาคารถูกขาย ส่งผลให้ European Banks Sector -1.7%

📈 UST 10Y Yield ~4.68% ขณะที่ 30Y อยู่ราว 5.19% ตลาดรอฟัง Fed Chair Kevin Warsh คืนนี้.

🛢️ Brent +2.1% ปิด US$89.70/bbl
🛢️ WTI +1.6% ปิด US$83.53/bbl

Oil กลับขึ้นจากความไม่แน่นอนเรื่อง Iran/Hormuz หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการกลับเข้าสู่เงื่อนไขข้อตกลงเดิมกับอิหร่าน

🥇 Gold +0.2% สู่ ~US$4,603/oz
🥈 Silver +1.7% สู่ ~US$69.25/oz

🏦 Macro — Labor ยังแข็ง และ AI CAPEX ดัน Imports

🇺🇸 Initial Jobless Claims = 203K
คาด 208K | ครั้งก่อน 207K
ต่ำกว่าคาดและลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ขณะที่ Continuing Claims ลดเหลือ 1.778 ล้านคน ต่ำสุดในรอบ 1 เดือน.

➡️ มุมมอง: Labor Market ยังดี ทำให้ Fed ไม่ต้องรีบผ่อนคลาย และให้น้ำหนักกับ Inflation มากขึ้น

🇺🇸 Goods Trade Deficit ก.ค. = -US$118.8bn ครั้งก่อน -US$101.4bn

Imports +3.7% สู่ US$318.2bn โดย Capital Goods Imports +11.3% ซึ่ง Reuters ระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากการลงทุน High-tech/AI Infrastructure.

➡️ แม้ Trade Deficit อาจกด GDP Q3 ราว 1ppt แต่ด้านกลับคือข้อมูลยืนยันว่า Business Spending สำหรับ AI Buildout ยังแข็งแรง

🤖 AI & Semiconductor

⭐ NVIDIA Earnings ยังเป็น Catalyst หลัก
หลัง NVIDIA รายงาน Revenue US$96.22bn และ Guide Q3 US$108bn หุ้นปิดเมื่อคืน +8.7% และช่วยดันหุ้น Chip ขึ้นทั้งกลุ่ม.

NVIDIA ยังเตือนว่า Memory Component Shortage อาจจำกัดความเร็วของ AI Infrastructure Growth ซึ่งเป็น Positive Signal ต่อ Pricing Power ของ HBM/DRAM.

Investment Implication: 🟢 บวก: HBM, Advanced Packaging, Optical Networking, Power/Cooling

⭐ Marvell งบดีกว่าคาด แต่หุ้น -3% After-hours เพราะตลาดคาดหวังสูง

Q2 Revenue US$2.74bn +37% YoY
คาด US$2.71bn

Adjusted EPS US$0.94
คาด US$0.92

Data Center Revenue US$2.17bn +46% YoY

Q3 Revenue Guide US$3.15bn สูงกว่าคาด US$3.03bn และ EPS Guide US$1.10 สูงกว่าคาด US$1.07.

Marvell ยังปรับ Revenue FY2027 เป็นประมาณ US$12bn จากเดิม US$11.5bn และ FY2028 เป็น US$18bn จากเดิม US$16.5bn ขณะที่ Custom-chip Revenue คาด มากกว่าสองเท่าในปีหน้า.

➡️ มุมมอง: Fundamental แข็งมาก แต่ราคาหุ้นสะท้อน Expectations สูง

Investment Implication: 🟢 บวก: Marvell, Custom ASIC, Networking, HBM, TSMC |

💼 Earnings อื่นเมื่อคืน

🖥️ Best Buy หุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี

ปรับ FY Revenue Guidance ขึ้นเป็น US$42.3–42.8bn จาก US$41.2–42.1bn และ EPS เป็น US$6.70–6.90 จาก US$6.30–6.60 จาก Demand อุปกรณ์ AI-enabled.

แต่หุ้นลด 4.5% เพราะ Memory Cost สูงเริ่มกด Margin และ Unit Demand บาง Product.

➡️ มุมมอง: AI Device Upgrade เป็นบวกต่อ Demand แต่ Memory Inflation กระทบฝั่ง Consumer Electronics

📊 Earnings คืนนี้ 28 ส.ค.

ไม่มี Mega-cap Technology รายใหญ่

🗓️ สิ่งที่ต้องติดตามคืนนี้ ตามเวลาไทย

⭐ 21:00 น. — Fed Chair Kevin Warsh กล่าวสุนทรพจน์ที่ Jackson Hole

ประเด็นที่ตลาดจับตา:
🔹 Fed มอง PCE 3.7% ว่ายังเป็นปัญหาใหญ่แค่ไหน
🔹 พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. หรือไม่
🔹 มอง UST Long Yield / Treasury Buyback อย่างไร
🔹 จะรักษา Fed Independence และ Inflation Credibility อย่างไร

Fed Officials หลายคนเมื่อคืนยังส่งสัญญาณ Hawkish โดย Jeffrey Schmid, Beth Hammack และ Austan Goolsbee ต่างเน้นว่า Inflation ยังเหนียวและต้องระวัง.

🇺🇸 21:00 น. — University of Michigan Consumer Sentiment Final ส.ค.
Preliminary 51.0 /ครั้งก่อนเดือน ก.ค. 55.2 ตลาดคาด Final ใกล้ 51.0.
สะท้อนภาคการบริโภคยังดีหรืออ่อนแอลง

🎯 มุมมองการลงทุน

🔹เมื่อคืนเป็นการยืนยันชัดเจนว่า AI Demand Cycle ยังแข็งแรง — NVIDIA +8.7%, SOX +2.3%

ยังเน้น Selective Buy ใน Supply Chain ที่มี Pricing Power และ Order Visibility

🔹HBM/Memory → Custom ASIC → Advanced Packaging → Optical Networking → Power/Cooling

🔹สำหรับตราสารหนี้ UST 10Y ~4.68% ยังเป็นระดับที่น่าสนใจ ทยอย Lock Carry Yield แต่ ยังไม่ควรเพิ่ม Duration ติดตาม Warsh คืนนี้เพราะคำพูดเรื่อง Inflation/Rate Hike สามารถทำให้ Yield Reprice ได้

🥇 Gold: ยังเป็น Hedge ต่อ Fiscal/Geopolitical Risk แต่หากคืนนี้ Warsh — Hawkish = Yield/Dollar ขึ้น อาจกด Gold ระยะสั้น เน้นทยอยสะสม

🥈 Silver: Momentum ยังแข็งและเข้าใกล้แนวต้าน US$70 ต้องรอดูว่าจะผ่านหรือไม่

หมายเหตุ: แหล่งข้อมูล — Reuters, U.S. Department of Labor, U.S. Census Bureau, Kansas City Fed, University of Michigan, Marvell, NVIDIA และ Company Investor Relations; ข้อมูลตลาดเป็นราคาปิดวันที่ 27 สิงหาคม 2569 และข่าว/ปฏิทินตรวจสอบถึงเช้าวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ตามเวลาประเทศไทย

‼️ คำเตือน: การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

✳️ เนื้อหาในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบันหากสภาวะตลาดและ/หรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การตัดสินใจใด ๆ จากบทความนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ หากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับบทความนี้ กรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโดยตรง

✳️ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนครั้งแรก

🚀 AI Demand ยังไม่จบ! โอกาสลงทุนกำลังกระจายทั่ว Supply Chainผลประกอบการ NVIDIA สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนจาก AI ยังคงแข็งแกร...
27/08/2026

🚀 AI Demand ยังไม่จบ! โอกาสลงทุนกำลังกระจายทั่ว Supply Chain

ผลประกอบการ NVIDIA สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนจาก AI ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่โอกาสการเติบโตเริ่มกระจายจากผู้นำด้าน AI ไปยังหลายส่วนของ Ecosystem

🔴 5 ประเด็นสำคัญจาก NVIDIA Earnings
• AI Demand ยังแข็งแรง รายได้เติบโตโดดเด่น ยังไม่เห็นสัญญาณ Peak
• Demand กระจายตัว จาก Hyperscaler สู่ AI Labs, Enterprise และ Sovereign AI
• Memory คือ Bottleneck สำคัญ ความต้องการสูง หนุน Pricing Power ของผู้ผลิต Memory
• AI Boom กระจายทั่ว Supply Chain ตั้งแต่ Semiconductor, Memory, Networking และ Optics
• Circular Financing ยังต้องจับตา แต่ปัจจุบัน AI Demand ยังได้รับแรงหนุนจากการใช้งานจริง

💡 กระจายโอกาสลงทุนผ่าน 2 กองทุน
🔴 MGF ลงทุนหุ้นคุณภาพทั่วโลก ครอบคลายหลายส่วนของ AI Ecosystem
MGFGD (ชนิดรับเงินปันผล): https://mfcfund.com/estate-fund-inform-1/?fc=MGFGD?type=All
MGFGA (ชนิดไม่รับเงินปันผล) : https://mfcfund.com/estate-fund-inform-1/?fc=MGFGA?type=All

🔵 M-USEQ ลงทุนหุ้นคุณภาพสหรัฐฯ เน้นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพเติบโตระยะยาว
M-USEQH: https://mfcfund.com/estate-fund-inform-4/?fc=M-USEQH?type=All
M-USEQUH: https://mfcfund.com/estate-fund-inform-4/?fc=M-USEQUH?type=All
Video: https://youtu.be/_pTC__uYZ0k

AI ไม่ได้สร้างโอกาสแค่ NVIDIA แต่กำลังกระจายโอกาสไปทั่วทั้ง Supply Chain

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุน MGF, M-USEQH ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และกองทุน M-USEQUH ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอันอาจเกิดขึ้น (unhedged) อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

💸 วางแผนลดหย่อนภาษีปีนี้ เลือกกองทุนให้ตรงกับสไตล์การลงทุนชวนรู้จัก 2 กองทุนเด่นจาก MFC 📌 MGFRMF เน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพทั...
27/08/2026

💸 วางแผนลดหย่อนภาษีปีนี้ เลือกกองทุนให้ตรงกับสไตล์การลงทุน

ชวนรู้จัก 2 กองทุนเด่นจาก MFC

📌 MGFRMF เน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลก มองหาโอกาสจาก AI, Digital Transformation และการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
📌 MFLEX-ThaiESG กระจายลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ESG พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตตามสภาวะตลาด

ต่างสไตล์ แต่เป็นอีกทางเลือกสำหรับการวางแผนภาษีควบคู่กับเป้าหมายการลงทุนระยะยาว

ข้อมูลเพิ่มเติม :
MGFRMF : https://mfcfund.com/estate-fund-inform-1/?fc=MGFRMF?type=All
MFLEX-ThaiESG : https://mfcfund.com/estate-fund-inform-1/?fc=MFLEX-ThaiESG?type=All

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุน MGFRMF ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

27/08/2026

🔴 LIVE NOW | Thailand Investment Playbook
MFC ชวนเปิดมุมมอง “ปลดล็อกเครื่องยนต์ใหม่ สร้างเศรษฐกิจไทยยุค AI” 🤖

ร่วมรับฟังมุมมองจาก ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประธานคณะกรรมการและกรรมการอิสระ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

พร้อมเจาะทิศทางเศรษฐกิจไทย โอกาสการลงทุน และบทบาทของ AI และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่อาจเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของประเทศไทยในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569
เวลา 13:00-16:00 น.

🚩 MFC News Update: เงินเฟ้อพื้นฐานตรงคาด...Nvidia เตือนมาร์จิ้นถูกกดจากราคาหน่วยความจำ (วันที่ 27 สิงหาคม 2026)1️⃣ Key H...
27/08/2026

🚩 MFC News Update: เงินเฟ้อพื้นฐานตรงคาด...Nvidia เตือนมาร์จิ้นถูกกดจากราคาหน่วยความจำ (วันที่ 27 สิงหาคม 2026)

1️⃣ Key Highlight

🔹Dow -0.21% (-113.52 จุด) ปิดที่ 53,463.88 | S&P 500 -0.02% ปิดที่ 7,675.70 | Nasdaq -0.08% ปิดที่ 26,130.20
🔹Nvidia ร่วง 1.2% ในช่วงแรกหลังปิดตลาด ก่อนพลิกกลับมาบวกราว 4% เมื่อผู้บริหารเปิดเผยมุมมองรายได้ปีบัญชี 2028 ในการประชุมนักวิเคราะห์
🔹CrowdStrike +10.4% (After hours) ที่ราว 208.81 ดอลลาร์ หลังปรับเพิ่ม Guidance ทั้งปี | Salesforce บวกจากแนวโน้มยอดขายและ Bookings
🔹Eli Lilly -3.59% ปิดที่ 1,189.41 ดอลลาร์ | Meta +1% หลังบรรลุข้อตกลงยอมความกับอัยการรัฐ
🔹เอเชียปิดวันพุธเป็นบวกก่อนรับรู้งบ: KOSPI +0.97% ที่ 6,808.21 (Samsung Electronics +1.75%, SK Hynix +0.6%) | Nikkei 225 +0.62% ที่ 66,261.94 (Kioxia -2.46%)
🔹ทองคำ Spot -1.38% ที่ 4,593.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะจุดสูงสุดในรอบสามเดือนเมื่อวันอังคาร | Bitcoin ราว 78,700 ดอลลาร์

2️⃣ ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค

🔹Core PCE เดือนกรกฎาคม +0.2% MoM และ +3.3% YoY ตรงกับที่ตลาดคาด

🔹แต่ Headline PCE +0.2% MoM สูงกว่าคาดที่ +0.1% และ +3.7% YoY สูงกว่าคาดที่ 3.6% ขณะที่การใช้จ่ายผู้บริโภคเมื่อปรับด้วยเงินเฟ้อแล้วทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง หลังเร่งตัวแรงในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน

🔹GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 1.5% ต่อปี เท่ากับประมาณการครั้งแรก โดยการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนคงที่นอกภาคที่อยู่อาศัยถูกปรับขึ้น | ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกรกฎาคม +1.1% สูงกว่าคาดที่ +0.5%

🔹Bond Yield อายุ 10 ปีขยับขึ้นมาที่ 4.65% จากระดับ 4.64% แต่ยังต่ำจากจุดสูงสุดในรอบ 20 เดือนที่ 4.75% เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ส่วนพันธบัตรอายุยาวที่สุดลงมาต่ำกว่า 5.20% จากกว่า 5.30% หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว โดยก่อนหน้านั้นเคยขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดในรอบ 19 ปี

🔹CME FedWatch สะท้อนโอกาสที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้าราว 60% ลดลงจาก 64% ก่อนตัวเลขออก กล่าวคือความเสี่ยงที่ตลาดกำลังกำหนดราคาคือความเสี่ยง "ขึ้นดอกเบี้ย" ราว 40% ไม่ใช่ความเสี่ยงลดดอกเบี้ย

🔹ธนาคารกลางยุโรป ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และอินโดนีเซีย ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วในรอบนี้ ขณะที่เทรดเดอร์เพิ่มความน่าจะเป็นว่า ECB จะขึ้นอีก ส่วนธนาคารกลางเกาหลีใต้ประกาศผลการประชุมวันนี้ โดยตลาดคาดที่ 3.00% จากเดิม 2.75%

📌 ระบอบที่ตลาดกำลังเทรดอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่วัฏจักรผ่อนคลาย แต่เป็นวัฏจักรที่เงินเฟ้อค้างอยู่เหนือเป้าหมาย 2% และสหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ตึงตัวช้ากว่าชาติอื่น ตัวแปรที่กำหนดทิศทาง Yield จริง ๆ เวลานี้จึงไม่ใช่ตลาดแรงงาน แต่เป็นราคาพลังงานบวกกับปริมาณการออกพันธบัตร โดยหนี้สาธารณะสหรัฐฯ แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือน ประเด็นคือ 1) Yield ที่ลดลงในช่วงหลังเกิดจากการที่กระทรวงการคลังเข้าซื้อคืนพันธบัตร หรือ 2) เกิดจากราคาน้ำมันที่ลงมา ซึ่ง Bloomberg ระบุว่าแยกได้ยาก และ Stanley Druckenmiller ได้เขียนบทความคัดค้านว่าการกดราคาสวนปัจจัยพื้นฐานเป็นการรักษาที่อาการ ไม่ใช่ที่สาเหตุ ข้อสังเกตเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนมุมมองนี้คือราคาน้ำมันดีเซลกลับขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดของเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมแล้ว และเพิ่มขึ้นราวสองในสามนับจากต้นเดือนมกราคม แปลว่าแรงกดดันด้านต้นทุนขนส่งยังไม่ได้คลายลงตามราคาน้ำมันดิบ

3️⃣ Earnings & Corporate

🛡️CrowdStrike +10.4% (After hours)
🔹รายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 ที่ 1.47 พันล้านดอลลาร์ +26% YoY สูงกว่าคาด 30 ล้านดอลลาร์ | Non-GAAP EPS 0.31 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 0.29 ดอลลาร์ นับเป็นการทำได้ดีกว่าคาดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9
🔹ARR สิ้นงวดที่ 5.84 พันล้านดอลลาร์ +25% YoY โดย Net New ARR ทำสถิติสูงสุดที่ 332.8 ล้านดอลลาร์ เร่งขึ้น 51% YoY และสูงกว่า Guidance ของบริษัทเองที่ 284–286 ล้านดอลลาร์
🔹ARR จากลูกค้าที่ใช้ Falcon Flex ทะลุ 2.29 พันล้านดอลลาร์ +101% YoY โดยปิดดีลในไตรมาสนี้มากกว่าสามไตรมาสก่อนหน้ารวมกัน
🔹Operating Income 372 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นมาร์จิ้น 25% ขยายตัว 350 bps YoY | Free Cash Flow 377 ล้านดอลลาร์ มาร์จิ้น 26%
🔹ปรับเพิ่มเป้าการเติบโตของ Net New ARR ทั้งปีบัญชี 2027 ขึ้น 630 bps เป็น 34% ที่ค่ากลาง พร้อมปรับ Guidance รายได้ทั้งปีเป็น 5.991–6.011 พันล้านดอลลาร์ และ EPS 1.25–1.26 ดอลลาร์

💡 มุมมองการลงทุน: สิ่งที่ทำให้ตัวเลขชุดนี้มีน้ำหนักไม่ใช่การทำกำไรดีกว่าคาดเพียงเล็กน้อย แต่คือ Net New ARR ที่เร่งขึ้นถึง 51% ในขณะที่ฐานรายได้ใหญ่ขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นปริมาณที่ตรวจสอบได้และเป็นตัวชี้ทิศทางรายได้ในอนาคตได้เร็วกว่ารายได้ที่รับรู้ไปแล้ว ข้อสังเกต คือ การนำ AI เข้ามาใช้ในองค์กรกำลังสร้างงบประมาณด้านความปลอดภัยก้อนใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ใช่การแย่งงบก้อนเดิม อย่างไรก็ตาม Valuation ที่สูงมาก หากไตรมาสใดไตรมาสหนึ่ง Net New ARR กลับมาชะลอลงสู่ระดับปกติ อาจทำให้เกิดการปรับฐานได้

⚡GE Vernova และมาตรการกีดกันอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างชาติ

🔹GE Vernova ลงนามตั้งบริษัทร่วมทุนกับ LS Electric ของเกาหลีใต้ ชื่อ Grid X Technology เพื่อทำตลาด VSC-HVDC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงสำหรับโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ของเกาหลีใต้ ลงนามในงาน CIGRE 2026 ที่กรุงปารีส และผูกกับโครงการ West Coast Energy Highway
🔹ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคำสั่งฉุกเฉินเมื่อวันพุธ ห้ามใช้อุปกรณ์พลังงานบางประเภทที่ผลิตในต่างประเทศ รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้า ในโครงข่ายไฟฟ้าสหรัฐฯ โดย Bloomberg ระบุว่าผู้ผลิตจีนอาจได้รับผลกระทบดังกล่าว

💡 มุมมองการลงทุน: ข้อจำกัดของโครงข่ายไฟฟ้ากำลังถูกยกระดับจากประเด็นทางวิศวกรรมขึ้นเป็นประเด็นความมั่นคง ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันใน 2 ทาง ทางแรก คือ คำสั่งฉุกเฉินตัดคู่แข่งต้นทุนต่ำบางรายออกจากตลาดสหรัฐฯ ทำให้อำนาจกำหนดราคาของผู้ผลิตอุปกรณ์ฝั่งตะวันตกและพันธมิตรสูงขึ้น ทางที่ 2 คือ การตั้งบริษัทร่วมทุนสะท้อนว่าความต้องการอุปกรณ์ส่งไฟฟ้าไม่ได้มาจากพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาจากภาระโหลดของ Data Center ที่ต้องดึงไฟฟ้าข้ามระยะทางไกล ด้านที่ต้องระวัง คือ ธุรกิจกลุ่มนี้เป็นธุรกิจ Backlog ที่รับรู้รายได้ช้า คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นวันนี้จะกลายเป็นรายได้ในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า และการกีดกันอุปกรณ์นำเข้ายังเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนและความล่าช้าของโครงการในระยะสั้น

💊Eli Lilly -3.59%

🔹ราคาปิดที่ 1,189.41 ดอลลาร์ ปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าทำเนียบขาวเตรียมประกาศข้อตกลงด้านราคายากับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพขนาดกลางหลายราย
🔹บริษัทเผยแพร่ผลการศึกษาในสภาพการใช้งานจริงที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน อายุมากกว่า 65 ปี ระบุว่ายา Zepbound ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพโดยรวม

💡 มุมมองการลงทุน: แรงกดดันเชิงนโยบายด้านราคายาส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น แต่อีกประเด็น คือ หลักฐานเชิงเศรษฐศาสตร์สุขภาพที่บริษัทกำลังสะสมไว้เพื่อต่อรองว่ายากลุ่มลดน้ำหนักช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุขในระยะยาว ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งเดียวที่ใช้ได้จริงในการเจรจากับผู้จ่ายเงินทั้งภาครัฐและเอกชน ในระยะสั้นความไม่แน่นอนด้านนโยบายราคายายังเป็นปัจจัยกดดัน และผลการศึกษาลักษณะนี้ยังเป็น Real-world Evidence ที่ต้องผ่านการตรวจสอบทางวิชาการเพิ่มเติมก่อนจะนำไปใช้ต่อรองได้จริง

4️⃣ AI & Technology

🎮Nvidia +4% (After hours หลังพลิกกลับจาก -1.2%)

🔹รายได้ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 ที่ 96.22 พันล้านดอลลาร์ +105.9% YoY และ +18% QoQ สูงกว่าคาดที่ราว 92 พันล้านดอลลาร์ หรือดีกว่าคาดราว 4.5%
🔹Non-GAAP EPS 2.22 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 2.09 ดอลลาร์ หรือดีกว่าคาด 6.3% (GAAP EPS 2.46 ดอลลาร์) นับเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกันที่ทำได้ดีกว่าคาด
🔹รายได้ Data Center 89.02 พันล้านดอลลาร์ +117% YoY และ +18% QoQ จากการเร่งส่งมอบสถาปัตยกรรม Blackwell Ultra ขณะที่แพลตฟอร์ม Vera Rubin เข้าสู่การผลิตเต็มรูปแบบแล้ว โดยมีแร็คติดตั้งที่ CoreWeave, Google Cloud, Microsoft Azure, Oracle Cloud Infrastructure และ Nebius
🔹Gross Margin แบบ Non-GAAP อยู่ที่ 75.0% เทียบกับ 72.5% YoY
🔹Guidance ไตรมาส 3 ที่ 108 พันล้านดอลลาร์ ±2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 104.2 พันล้านดอลลาร์ โดยไม่รวมรายได้ Data Center compute จากจีนเลย ทั้งที่ไตรมาส 2 การส่งมอบ Hopper คิดเป็นไม่ถึง 1% ของรายได้ Data Center อยู่แล้ว
🔹CFO Colette Kress ระบุในการประชุมนักวิเคราะห์ว่าคาดรายได้ปีบัญชี 2028 เติบโต 70% เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้เพียง 44% พร้อมระบุว่าประมาณการที่ได้รับจากลูกค้าชี้ไปถึงการเติบโตเป็นเท่าตัว แต่ Guidance สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังกว่านั้น

📌 ราคาหุ้นลงในนาทีแรกไม่ได้เกิดจากงบอ่อนแอ แต่เกิดจากพาดหัวที่เทียบเฉพาะ Guidance ไตรมาสหน้าและความคาดหวังที่ตลาดตั้งไว้สูงมาก แต่ราคาสามารถพลิกกลับเป็นบวกเมื่อผู้บริหารเปิดตัวเลขปีบัญชี 2028 ในการประชุมนักวิเคราะห์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่เคยปรากฏในเอกสารเผยแพร่

💡 มุมมองการลงทุน: ด้านอุปสงค์ รายได้ที่โตกว่าเท่าตัวและ Data Center ที่ +117% เป็นปริมาณที่รับรู้แล้ว ไม่ใช่การคาดการณ์ ประเด็นที่ต้องถ่วงน้ำหนัก คือ หนี้สินรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 33.4 พันล้านดอลลาร์ จาก 8.5 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2026 สะท้อนว่าแม้แต่ผู้เล่นที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงที่สุดในห่วงโซ่ก็ยังต้องใช้งบดุลรองรับการเร่งกำลังการผลิต และการที่ Guidance ตัดรายได้จากจีนออกทั้งหมดหมายความว่าตัวเลขที่ให้ไว้ไม่มีส่วนเผื่อจากตลาดที่ใหญ่ที่สุดตลาดหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นทั้งความระมัดระวังและข้อจำกัด

🧠ต้นทุนหน่วยความจำ กับการย้ายอำนาจต่อรองในห่วงโซ่ AI

🔹Nvidia คาดว่า Gross Margin จะปรับลดลงและทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2027 ที่ระดับ 71–72% โดยระบุสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากราคาหน่วยความจำ
🔹CFO ระบุตรงไปตรงมาว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำในเวลานี้เกิดจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI เองเป็นส่วนใหญ่ และเลือกจะพูดถึงประเด็นนี้ก่อนแทนที่จะปล่อยให้ค้างเป็นคำถาม
🔹ภาระผูกพันด้านอุปทานของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 279 พันล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่ผูกกับการจัดหาหน่วยความจำสำหรับแพลตฟอร์ม Vera Rubin
🔹Seeking Alpha อ้างรายงานว่า YMTC ของจีนตั้งเป้าแซง Samsung Electronics และ SK Hynix ขึ้นเป็นผู้นำตลาด NAND

📌 เมื่อ Nvidia ยอมรับว่ามาร์จิ้นถูกกดจากราคาวัตถุดิบ นั่นคือสิ่งที่สะท้อนว่าอำนาจกำหนดราคาได้ย้ายจากชั้นประมวลผลลงไปอยู่ที่ชั้นหน่วยความจำแล้ว และภาระผูกพัน 279 พันล้านดอลลาร์ คือ การล็อกอุปทานล่วงหน้าที่ยืนยันว่าการย้ายอำนาจนี้ไม่ใช่เรื่องชั่วคราวรายไตรมาส

⚠️ ด้านตรงข้าม ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสมาร์ตโฟน พีซี และเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปที่ต้องแย่งโควตากับผู้ซื้อ AI และในระยะยาวการที่ YMTC เร่งขยายกำลังการผลิต NAND เป็นความเสี่ยงอุปทานล้นตลาดในรอบถัดไป ซึ่งเป็นรูปแบบที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำเคยเผชิญมาแล้วทุกวัฏจักร

🇨🇳ฝั่งจีนเร่งลดต้นทุนต่อโทเคน

🔹Z.ai หรือ Zhipu ยืนยันว่าโมเดล Ox Alpha ที่ขึ้นอันดับ 1 บนตารางการใช้งานออนไลน์อย่างรวดเร็ว เป็นโมเดลรุ่นใหม่ในตระกูล GLM ของบริษัท ติดตั้งบนคลัสเตอร์ชิป AI ที่ผลิตในประเทศ และมีต้นทุนต่อโทเคนใกล้เคียงกับการใช้ GPU ของ Nvidia
🔹Alibaba เปิดตัวโมเดล Qwen3.8-Flash ที่เน้นลดต้นทุนการฝึกและการอนุมาน | Reuters รายงานว่า Moonshot อยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงแบ่งรายได้กับ Microsoft, Amazon และ Google เพื่อให้นำโมเดล Kimi K3 ไปให้บริการ
🔹Seeking Alpha รายงานว่าโมเดล AI ของจีนประมวลผลโทเคนคิดเป็นสัดส่วนแซงหน้าโมเดลของสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่ DeepSeek มีรายได้ช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมที่ 475 ล้านหยวน หรือราว 10 เท่าของรายได้ทั้งปี 2025 และ MiniMax มีรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่า

⚠️ การที่ต้นทุนต่อโทเคนถูกกดลงเรื่อย ๆ เป็นบวกต่อผู้ใช้งานปลายทางและต่อปริมาณการใช้ชิปโดยรวม แต่เป็นลบต่ออำนาจกำหนดราคาของชั้นโมเดล และหากคลัสเตอร์ชิปในประเทศของจีนทำต้นทุนได้ใกล้เคียงกับ GPU นำเข้าจริง ก็เป็นความเสี่ยงต่อส่วนแบ่งตลาดจีนของผู้ผลิตชิปตะวันตกในระยะยาว

5️⃣ Commodities & Bond

🔹ราคาน้ำมันปรับลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เคลื่อนไหวในบริเวณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุว่าอิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงแบ่งพื้นที่น่านน้ำและแบ่งรายได้จากช่องแคบฮอร์มุซแล้ว

🔹แถลงการณ์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศเมื่อวันก่อนหน้าพูดถึงเพียง "กรอบชั่วคราว" สำหรับการกลับมาเดินเรือ และไม่ได้กล่าวถึงค่าธรรมเนียม ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าช่องแคบไม่มีทุ่นระเบิดแล้ว แต่ชาติพันธมิตรสหรัฐฯ เตือนเป็นการภายในว่าทุ่นระเบิด 80–150 ลูกที่อิหร่านวางไว้ยังถูกเก็บกู้ไม่หมด

🔹ทองคำ Spot ลดลง 1.38% มาที่ 4,593.74 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยังเพิ่มขึ้น 12.66% ในรอบหนึ่งเดือน และยังต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่ 5,597.23 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 อยู่มาก

🔹Bond Yield อายุ 10 ปีที่ 4.65% | พันธบัตรอายุยาวที่สุดต่ำกว่า 5.20% | การประมูลพันธบัตรอายุ 5 ปีได้ผลตอบรับค่อนข้างอ่อน โดยอัตราผลตอบแทนที่ประมูลได้สูงกว่าระดับก่อนการประมูลเล็กน้อย

📌 กลไกส่งผ่านในรอบนี้เดินเป็น 3 ทอด ทอดแรก คือ ราคาน้ำมันที่ลงจากความคาดหวังเรื่องฮอร์มุซช่วยลดความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้น ทอดที่ 2 คือ ความคาดหวังเงินเฟ้อที่ลดลงช่วยกด Yield ระยะยาว และทอดที่ 3 คือ Real Yield ที่กลับมาเป็นบวกมากขึ้นกลายเป็นแรงต้านของทองคำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทองคำย่อลงในวันที่หุ้นแทบไม่ขยับ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเรื่องราคาดีเซลที่ยังอยู่ใกล้จุดสูงสุดของเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมบอกว่าการส่งผ่านทอดแรกยังไม่สมบูรณ์

⚠️ ข้อตกลงฮอร์มุซที่ยังเป็นคำกล่าวของฝ่ายอิหร่านฝ่ายเดียวและไปไกลกว่าแถลงการณ์ร่วม หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสะดุดหรือการเดินเรือกลับมาติดขัด ราคาน้ำมันที่ดีดขึ้นจะดึง Yield กลับไปทดสอบระดับ 4.75% ได้ทันที

6️⃣ มุมมองการลงทุน

🔹Nvidia แสดงให้เห็นถึงวัฏจักร AI ที่ยังเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งรายได้ Data Center, ภาระผูกพันด้านอุปทานที่ล็อกไว้ล่วงหน้า, Net New ARR ด้านความปลอดภัยที่เร่งขึ้น และสัญญาเช่ากำลังประมวลผล ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นปริมาณที่เกิดขึ้นจริงแล้ว ไม่ใช่ความคาดหวัง

🔹สิ่งที่ตลาดให้รางวัลเปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้รางวัลกับการเติบโต มาเป็นการให้รางวัลกับความสามารถในการรักษามาร์จิ้นและการส่งมอบ ส่วนสิ่งที่ตลาดลงโทษ คือ ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น การเพิ่มทุนหรือก่อหนี้ และโครงการที่ยังพิสูจน์การส่งมอบไม่ได้

🔹จุดที่น่าสนใจในห่วงโซ่จึงเลื่อนมาอยู่ที่ชั้นซึ่งมีอำนาจกำหนดราคาและมีสัญญาระยะยาวรองรับ ได้แก่ หน่วยความจำที่กำลังกดมาร์จิ้นของลูกค้าปลายน้ำได้จริง อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าที่มี Backlog ยาวและได้อานิสงส์จากมาตรการกีดกัน และผู้ผลิตชิปที่มีคำสั่งซื้อล็อกไว้ข้ามปี มากกว่าชั้นแอปพลิเคชันที่ต้นทุนต่อหน่วยกำลังถูกกดลงเรื่อย ๆ

🔹ในภาวะที่ Bond Yield ยังผันผวนสูงและถูกแทรกแซงจากนโยบายการคลัง เราแนะนำให้ทยอยสะสมในธีมที่เกี่ยวข้อง และ ไม่ควรเกินสัดส่วนการลงทุนที่ยอมรับได้ นอกจากในธีมของ AI Infrastructure แล้วควรกระจายการลงทุนไปยังกลุ่มอื่น เช่น M-EUBANK, MJAPAN หรือกองทุนอื่น เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นเทคโนโลยีกับ Yield ระยะยาวค่อนข้างสูง

7️⃣ ปัจจัยที่ต้องติดตาม

🇺🇸 สหรัฐฯ
🔹สุนทรพจน์ของประธานเฟด Kevin Warsh ที่การประชุม Jackson Hole วันศุกร์: ตลาดไม่ได้คาดว่าจะมีสัญญาณชัดเจนเรื่องการประชุมเดือนกันยายน ประเด็นที่ต้องฟัง คือ น้ำหนักที่ให้กับเงินเฟ้อจากพลังงานเทียบกับการใช้จ่ายที่ทรงตัว
🔹ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกคืนนี้ (คาด 208,000 ราย จากเดิม 206,000 ราย) และดุลการค้าสินค้าเบื้องต้นเดือนกรกฎาคม (คาดขาดดุล 100.5 พันล้านดอลลาร์)
🔹ปฏิกิริยาของหุ้นกลุ่มชิปในตลาดจริงวันนี้ต่อ Guidance ของ Nvidia และต่อประเด็นมาร์จิ้นจากราคาหน่วยความจำโดยเฉพาะ
🔹รายงานการประชุม ECB เดือนกรกฎาคม และสุนทรพจน์ของประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ Hammack

🌏 เอเชีย
🔹มติอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางเกาหลีใต้วันนี้ (ตลาดคาด 3.00% จากเดิม 2.75%) ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ เหตุผลที่ให้ ว่าน้ำหนักอยู่ที่เงินเฟ้อหรือที่เงินทุนไหลออก
🔹หุ้นกลุ่มหน่วยความจำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะสะท้อนตัวเลข Data Center ของ Nvidia มากน้อยเพียงใด และจะแยกแยะระหว่างผู้ได้ประโยชน์จากราคาหน่วยความจำกับผู้เสียประโยชน์ได้ชัดหรือไม่
🔹สุนทรพจน์ของรองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น Himino และกำไรภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนกรกฎาคม (ค่าเดิม +15.1% YoY)

🌍 ภูมิรัฐศาสตร์
🔹ความคืบหน้าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นตัวแปรเดียวที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันและ Yield ในระยะสั้น
🔹รายงานว่ารัสเซียเตรียมยกระดับการโจมตียูเครนหลังการเจรจาไม่คืบหน้า และการยกระดับการโจมตีแบบผสมผสานต่อประเทศที่สนับสนุนเคียฟ
🔹ผลกระทบจากมาตรการภาษี 50% ที่สหรัฐฯ เก็บกับสินค้าแคนาดาหลายรายการ และมาตรการตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 20 พันล้านดอลลาร์

Source: Seeking Alpha, Bloomberg, Reuters, CNBC, NVIDIA, CrowdStrike, GE Vernova, Korea Times, Trading Economics, Investing

‼️ คำเตือน: การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

✳️ เนื้อหาในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบันหากสภาวะตลาดและ/หรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การตัดสินใจใด ๆ จากบทความนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ หากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับบทความนี้ กรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโดยตรง

✳️ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนครั้งแรก

ก้าวถัดไปของ AI อาจไม่ใช่ Use Case ใหม่ แต่คือ RSI  - และทำไมทุกอย่างจึงวกกลับมาที่ Compute📌เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หุ้นที...
26/08/2026

ก้าวถัดไปของ AI อาจไม่ใช่ Use Case ใหม่ แต่คือ RSI - และทำไมทุกอย่างจึงวกกลับมาที่ Compute

📌เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกขายออกอย่างหนัก จนตลาดกลับมาตั้งคำถามกับเรื่องเดิมอีกครั้งว่า
“หลังจาก Coding แล้ว AI จะมี Use Case อะไรที่ใหญ่พอรองรับเงินลงทุนระดับหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี?”
ที่ผ่านมา Coding เป็นหนึ่งใน Use Case ที่พิสูจน์ได้ชัดว่า AI สามารถเพิ่ม Productivity และต่อยอดเป็นรายได้จริงได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ Generative AI ในภาพรวมก็ยังเติบโตและขยายการใช้งานต่อเนื่อง เพียงแต่การขยายจากการใช้งานเฉพาะจุดไปสู่ Workflow หลักขององค์กร และสร้างผลลัพธ์ได้สม่ำเสมอในวงกว้าง ยังเป็นโจทย์สำคัญ แต่บางทีคำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่แค่ “Next Use Case คืออะไร?” แต่อาจเป็น “AI ยังขาดความสามารถอะไร ที่ทำให้ Use Case หลายอย่างยังไปได้ไม่สุด?”
คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจคือ Continual Learning หรือความสามารถในการเรียนรู้ต่อเนื่อง และเมื่อมองไปไกลกว่านั้น มันคือหนึ่งในขั้นสำคัญของเส้นทางที่เรียกว่า Recursive Self-Improvement หรือ RSI

📌RSI คืออะไร?
ลองเริ่มจากข้อจำกัดของ AI วันนี้ก่อน เหตุผลหนึ่งที่ AI ทำงานด้าน Coding ได้ดี คือข้อมูลสำคัญส่วนใหญ่อยู่รวมกันใน Codebase เมื่อ AI เข้าถึงโค้ดได้ ก็เหมือนมีข้อมูลที่ต้องใช้แก้ปัญหาอยู่ตรงหน้าเกือบครบแล้ว แต่การทำงานในองค์กรทั่วไปไม่ได้เป็นแบบนั้น ความรู้สำคัญกระจัดกระจายอยู่ในอีเมล การประชุม ระบบงาน วิธีทำงานที่คนในองค์กรเรียนรู้กันเอง รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่อาจไม่เคยถูกเขียนเป็นคู่มืออย่างชัดเจน AI วันนี้จึงคล้ายกับ “เด็กฝึกงานที่เก่งมาก แต่เหมือนต้องเริ่มงานวันแรกใหม่ทุกเช้า” ทำงานเฉพาะเรื่องได้ดี แต่ยังไม่สามารถค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ เรียนรู้วิธีทำงานขององค์กร และเก็บความรู้เฉพาะที่เกิดจากการทำงานจริงได้เหมือนพนักงานที่อยู่กับบริษัทมาหลายปี Continual Learning จึงเป็นก้าวสำคัญ เพราะหมายถึง AI ที่สามารถเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน และนำประสบการณ์เหล่านั้นไปช่วยให้ทำงานครั้งต่อไปได้ดีขึ้น
ส่วน Recursive Self-Improvement หรือ RSI เป็นแนวคิดที่ไปไกลกว่านั้น เมื่อ AI เริ่มมีส่วนช่วยในกระบวนการพัฒนา AI รุ่นถัดไปด้วย พูดง่าย ๆ คือ

AI เก่งขึ้น → ช่วยพัฒนา AI ได้มากขึ้น → AI รุ่นใหม่เก่งขึ้น → วงจรพัฒนาเร็วขึ้นอีก

จุดสำคัญคือ RSI ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นแบบ “เปิดสวิตช์” แล้ว AI พัฒนาตัวเองได้ทั้งหมดทันที แต่มีโอกาสค่อย ๆ เกิดเป็นลำดับ ตั้งแต่ AI ที่จดจำได้ดีขึ้น เรียนรู้จากการใช้งาน ช่วยเขียน Code วิเคราะห์ผลการทดลอง ไปจนถึงมีบทบาทมากขึ้นในการสร้าง AI รุ่นต่อไป และบางส่วนของวงจรนี้เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น AI ถูกใช้ช่วยเขียน Code ช่วยวิเคราะห์การทดลอง หรือปรับ Algorithm ที่ใช้ในการพัฒนา AI เอง
ดังนั้นคำถามอาจไม่ใช่แค่ “RSI เกิดขึ้นแล้วหรือยัง?” แต่คือ “วงจรที่ AI ช่วยพัฒนา AI กำลังหมุนเร็วขึ้นหรือไม่?”

📌ทำไม RSI ถึงน่าสนใจ?
มีอย่างน้อย 2 เหตุผล
1. AI อาจเข้าไปช่วยงานได้ “ลึกขึ้น”
วันนี้เราเริ่มคุ้นกับ AI ในฐานะเครื่องมือช่วยทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Copilot, Coding Agent หรือ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล แต่เครื่องมือเหล่านี้ยังทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเราให้ข้อมูลและโจทย์ที่ค่อนข้างครบ
หาก Continual Learning ทำงานได้ดีขึ้น AI อาจเริ่มเรียนรู้ Workflow ขององค์กร เข้าใจ Preference ของผู้ใช้ เรียนรู้จาก Feedback และสะสมบริบทจากการทำงานต่อเนื่องได้มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ AI “เก่งเป็นงาน ๆ” ก็อาจเริ่ม “รู้จักงานมากขึ้นเมื่อทำไปนาน ๆ”
พื้นที่ที่ AI สามารถเข้าไปสร้างมูลค่าจึงอาจขยายจาก เครื่องมือซอฟต์แวร์ ไปสู่งานที่ต้องใช้ ความรู้และทักษะของคน ได้กว้างขึ้น
จุดนี้สำคัญในเชิงมูลค่า เพราะหมายความว่าตลาดที่ AI สามารถเข้าไปช่วยเพิ่ม Productivity ได้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เม็ดเงินที่องค์กรใช้ซื้อ Software เท่านั้น
2. AI อาจช่วยเร่งวงจรพัฒนา AI เอง
อีกด้านหนึ่งคือ AI เริ่มเข้าไปช่วยงานของ AI Lab มากขึ้น งานพัฒนา AI จำนวนมากประกอบด้วยการเขียน Code การเตรียมข้อมูล การทดสอบโมเดล การวิเคราะห์ผล และการปรับ Algorithm ซึ่งล้วนเป็นงานที่ AI เริ่มทำได้ดีขึ้น
จึงเกิดวงจรที่น่าสนใจ คือ ยิ่ง AI เก่งขึ้น ก็ยิ่งช่วยทีมที่กำลังสร้าง AI รุ่นถัดไปได้มากขึ้น
ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณหลายด้าน เช่น รอบการออกโมเดลที่สั้นลง เวลาจาก Training ถึง Release ลดลง สัดส่วน Code ที่ AI ช่วยเขียนเพิ่มขึ้น และ AI สามารถทำงานที่ยาวและซับซ้อนได้มากขึ้น
สัญญาณเหล่านี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่า Full RSI จะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ทำให้ “ความเร็วของวงจรการพัฒนา AI” กลายเป็นตัวแปรที่น่าจับตามากขึ้น และยิ่งวงจรนี้เร็วขึ้น คำถามถัดไปก็คือ

อะไรจะกลายเป็นคอขวด?
📌แล้วทำไมทุกอย่างวกกลับมาที่ Compute?
การพัฒนา AI ต้องใช้ทั้ง คนเก่ง ข้อมูลที่ดี วิธีการที่ดี และ Compute ที่มากพอ แต่วันนี้ AI เริ่มช่วยเขียน Code สร้างข้อมูล และคิดการทดลองได้มากขึ้น ทำให้ข้อจำกัดบางด้านเริ่มลดลง ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ Compute ก็เหมือน “ที่ดินสำหรับสร้างโรงงาน” ต่อให้มีพิมพ์เขียวดี มีวัตถุดิบพร้อม และมีวิศวกรเก่ง แต่ถ้ามีที่ดินไม่พอ ก็ขยายโรงงานและเพิ่มการผลิตไม่ได้เต็มที่ ยิ่ง AI ช่วยคิดการทดลองได้มากขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้ Compute เพื่อรันการทดลองเหล่านั้นจริง
ดังนั้น หากวงจรการพัฒนา AI เร็วขึ้น ความต้องการ Compute ก็อาจไม่ได้มาจากแค่ Training หรือการฝึกโมเดล และ Inference หรือการใช้งานโมเดลเท่านั้น แต่ยังมาจากการทดลองจำนวนมหาศาลระหว่างทางด้วย พูดอีกแบบคือ เมื่อ AI ช่วยลดข้อจำกัดด้านคน ข้อมูล และวิธีการบางส่วนลง Compute ก็ยิ่งมีโอกาสกลายเป็นด่านสำคัญที่ทุกคนต้องผ่าน
จึงควรมองว่า Compute เป็น “เงื่อนไขจำเป็น” ของการแข่งขัน มันมีส่วนกำหนดว่าใครจะมีทรัพยากรเพียงพอให้อยู่ในเกมต่อไปได้
แต่ต้องย้ำให้ชัดว่า การมี Compute มากที่สุด ไม่ได้รับประกันว่าจะ “ชนะ” หรือ “ทำกำไร” ได้เสมอไป
สุดท้ายยังต้องขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบริษัทสามารถนำ Compute ที่มีไปสร้างโมเดล ผลิตภัณฑ์ และรายได้ได้ดีแค่ไหน

📌มุมการลงทุน: ถ้า Thesis นี้ถูก ต้องคิดอะไรต่อ?
สำหรับนักลงทุน มีอย่างน้อย 3 ประเด็นที่ควรแยกให้ออก

หนึ่ง-TAM อาจขยายฐานคิด
TAM หรือ Total Addressable Market คือขนาดตลาดรวมที่ธุรกิจมีโอกาสเข้าไปสร้างรายได้ หาก AI ยังเป็นเพียงเครื่องมือซอฟต์แวร์ ฐานที่ใช้ประเมินโอกาสก็มักอยู่ที่การใช้จ่ายด้าน Software แต่หาก Continual Learning ทำให้ AI เข้าไปช่วยงานที่ต้องใช้ความรู้และทักษะของคนได้มากขึ้น พื้นที่ที่ AI สามารถเข้าไปสร้างมูลค่าก็อาจขยายตาม
ไม่ได้หมายความว่า AI จะเข้าไปแทนทุกอย่าง
แต่หมายความว่า “พื้นที่ที่ AI สามารถสร้าง Productivity” อาจใหญ่ขึ้นกว่าตลาด Software เพียงอย่างเดียว

สอง-Capex วันนี้อาจมีสองหน้าที่
Capex หรือเงินลงทุนในสินทรัพย์ระยะยาว ของบริษัทเทคโนโลยีวันนี้ มีทั้งส่วนที่ใช้รองรับ Demand ที่เกิดขึ้นแล้ว และส่วนที่ใช้เตรียม Compute Capacity สำหรับอนาคต
ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนสร้างโรงงาน บริษัทอาจไม่ได้สร้างแค่พอรับออเดอร์วันนี้ แต่สร้างเผื่อว่าความต้องการในอีก 2–3 ปีโตเร็วกว่าคาด ถ้าตลาดมาจริง การมีกำลังผลิตพร้อมก่อนก็เป็นข้อได้เปรียบ แต่ถ้าตลาดมาช้า ต้นทุนของโรงงานที่สร้างไว้แล้วก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี

สาม-Compute สำคัญ ไม่ได้แปลว่า Compute Investment ทุกก้อนจะให้ผลตอบแทนดี
หากทุกบริษัทเร่งลงทุนพร้อมกัน อาจเกิด Arms Race หรือการแข่งขันสะสมกำลัง คือแต่ละบริษัทจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อไม่ให้ตามคู่แข่งไม่ทัน แม้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนก้อนนั้นอาจไม่ได้สูงขึ้นตาม
เมื่อทุกคนแย่งซื้อ GPU, Data Center และพลังงานพร้อมกัน ต้นทุนก็มีโอกาสสูงขึ้น ขณะที่ GPU เองก็เสื่อมมูลค่าตามอายุการใช้งาน และเสี่ยงถูกเทคโนโลยีรุ่นใหม่แทนที่เร็วขึ้น พูดง่าย ๆ คือ ทุกคนอาจ “จำเป็นต้องลงทุน” แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะ “ได้ผลตอบแทนที่ดี”

ดังนั้นคำถามสำหรับนักลงทุนจึงไม่ควรหยุดแค่ “Compute จะโตไหม?” แต่ควรถามต่อว่า “ใครจะเปลี่ยน Compute ที่มีให้กลายเป็น Economic Value ได้ดีที่สุด?”
ทั้งหมดนี้ยังตั้งอยู่บนคำว่า “ถ้า” ถ้า Continual Learning เดินหน้าได้ ถ้าวงจรการพัฒนา AI ยังเร่งต่อ�และถ้า Demand โตทัน Capacity ที่กำลังสร้าง แต่หากเส้นทาง RSI เดินหน้าจริง คำถามเรื่อง AI อาจค่อย ๆ เปลี่ยนจาก “Use Case ถัดไปคืออะไร?” ไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า
“ใครจะมี Compute พร้อมพอให้วงจรการพัฒนา AI เดินต่อ และใครจะสามารถเปลี่ยน Compute นั้นให้กลายเป็นผลตอบแทนได้จริง?”�
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
เนื้อหาในบทความนี้อาจไม่เป็นปัจจุบันหากสภาวะตลาดและหรือกองทุนมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การตัดสินใจใด ๆ จากบทความนี้ต้องทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ หากมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับบทความนี้กรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโดยตรง

ที่อยู่

16F, 17F Tower 4, One
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:00
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6626492000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MFC Asset Managementผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MFC Asset Management:

ทางลัด

แชร์