29/09/2026
หลังจากขับรถลุยน้ำท่วมขัง ควรดำเนินการตรวจสอบและดูแลรักษารถยนต์ทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายระยะยาว
1. ย้ำเรื่อง "ห้ามดับเครื่องยนต์ทันที"
หากเพิ่งลุยน้ำมาใหม่ ๆ และเครื่องยนต์ยังติดอยู่ ให้ปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาต่อสักครู่ เพื่อให้ความร้อนช่วยไล่ความชื้นและความชื้นที่ค้างอยู่ในห้องเครื่องหรือท่อไอเสียระเหยออกไป และห้ามดับเครื่องเด็ดขาดหากยังอยู่ในระดับน้ำท่วมสูง เพราะอาจทำให้น้ำย้อนเข้าเครื่องยนต์ได้
2. ย้ำเรื่อง "ห้ามสตาร์ทซ้ำ"
หากเครื่องยนต์ดับกลางน้ำท่วม ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำเข้าสู่ห้องเผาไหม้และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเครื่องยนต์ (ก้านสูบอาจคดหรือหักได้) ควรใช้วิธีเข็นรถออกมารวมถึงเรียกบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
3. ทดสอบระบบเบรก
หลังจากพ้นจุดน้ำท่วม ขับรถด้วยความเร็วต่ำแล้วเหยียบเบรกย้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้ผ้าเบรกและจานเบรกเสียดสีกันจนความร้อนช่วยไล่น้ำและความชื้น ช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรกกลับมาเป็นปกติ
4. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายใน
ลองเช็คการทำงานของระบบไฟส่องสว่าง ที่ปัดน้ำฝน แอร์ และกระจกไฟฟ้า ว่ายังทำงานปกติหรือไม่
5. ล้างทำความสะอาดช่วงล่าง
รีบนำรถไปฉีดน้ำล้างทำความสะอาดใต้ท้องรถและซุ้มล้อโดยเร็วที่สุด เพื่อชะล้างคราบโคลน ทราย หรือเกลือจากน้ำท่วมขัง ซึ่งอาจเกาะติดและกัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะ ช่วงล่าง หรือระบบเบรกได้
6. ตรวจสอบห้องเครื่องและของเหลว
เปิดฝากระโปรงรถตรวจเช็กระดับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ หากพบว่าน้ำมันเปลี่ยนเป็นสีขุ่น (คล้ายชานมหรือนมเย็น) แสดงว่ามีน้ำรั่วซึมเข้าไปปนเปื้อน ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการทันที