Lock and Load: The Allocators

Lock and Load: The Allocators เศรษฐกิจ | การเงิน & การลงทุน | การทำ Asset Allocation เศรษฐกิจ | การเงิน | การลงทุน | หุ้นไทย
(1)

ส่งออกบ้านเราตัวดีครับ 7เดือน โตมา 18% E&E ทั้งนั้นแต่นำเข้าก็แรงกว่า ขาดดุลก็ตอนนี้ 30,000 กว่าล้านเหรียญแล้ว ... น่าสน...
28/08/2026

ส่งออกบ้านเราตัวดีครับ 7เดือน โตมา 18% E&E ทั้งนั้น
แต่นำเข้าก็แรงกว่า ขาดดุลก็ตอนนี้ 30,000 กว่าล้านเหรียญแล้ว ... น่าสนใจคือตอนนี้นำเข้าที่เป็นพวกน้ำมันวัตถุดิบ ต่างๆเนี่ยเริ่มติดลบ mom ทำให้ดุลการค้าแคบลง

28/08/2026
Equal weight : แพงกว่า แพ้อีก อย่าหลีกหนีทุนนิยม
28/08/2026

Equal weight : แพงกว่า แพ้อีก อย่าหลีกหนีทุนนิยม

เดอะแบกของวันนี้ บวกกลุ่มเดียวดึงทั้งตลาดครับ

27/08/2026
26/08/2026

Breaking News
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ “คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ระดับ 1.00% โดยให้มีผลทันที
สอดคล้องกับที่เราและตลาดคาดการณ์

Gun Hathaisattha, IAA, CFA
CGS International

Capitalism. Passive. Let it all work out. กลัวมาก VOO + SCHD ดีกว่า RSP
26/08/2026

Capitalism. Passive. Let it all work out. กลัวมาก VOO + SCHD ดีกว่า RSP

เรื่องของดัชนีกระจุกตัว (Opinion รอบที่เท่าไหร่แล้ววะ?)
เห็นมีดราม่า S&P 500 บอกดัชนีกระจุกตัว (อีกแล้ว) จากบางคนคือโคตรไม่เข้าใจดราม่านี้จริงๆ คือรู้แหละว่าต้นทางมันเริ่มมาจากคนในวงการการเงินนี่แหละเอามาพูดอีกรอบ แล้วพูดให้มันน่ากลัว
พักหลังๆ เรื่องพวกนี้เวลามีใครออกมาพูดแนวนี้ On the buy side มักจะสังเกตว่าคนที่พูดเรื่องนี้บ่อยๆ อาจแฝงความเชื่อด้านการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะ "โลกเปลี่ยนขั้วจากสหรัฐมาจีน" ถึงบอกไปตอนต้นว่าหลังๆ มันชักจะเป็นเรื่อง "ความเชื่อ" มากกว่า แล้วฝังหัวมาเรื่องการลงทุนด้วย
ถ้าเราไม่คุยกันบนเรื่องของ Data (ที่ Reliable & Measure) แล้วเราจะเอาอะไรมาคุย? ให้คุยกันเรื่องใครมีบุญมากกว่ากันแบบนี้เหรอ 5555
วกกลับมาเรื่องดัชนีกระจุกตัว On the buy side แปะ Chart เดิมนี่แหละจาก Goldman Sachs ยังเป็น Chart ที่ Classic สุดๆ แล้ว ลองดูสมัย 1950 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เต็มไปด้วยกลุ่ม Energy มันกระจุกตัวไล่ๆ กันนี่แหละ (ถ้าคิดไม่ออกลองดูดัชนีหุ้นไทยสมัยก่อนที่กลุ่ม PTT เต็ม Index ได้) แล้วดูทุกวันนี้? มันก็ไม่ต่างกันกับอดีตเท่าไหร่ เปลี่ยนแค่ Sector
ต้องถามก่อนว่าทำไมหุ้นพวกนี้ถึงกระจุกตัว บริษัททำไมใหญ่ขึ้นจนบางบริษัทขึ้นมาเป็นที่ 1 ในดัชนี หรือ Sector เหล่านี้มันขึ้นมาเป็น Top Sector ได้ ถ้าเข้าใจกลไกพวกนี้ก็จะทำให้คุณสามารถลงทุนในดัชนีพวกนี้ได้สบายใจขึ้น
ที่งงกับตรรกะของคนพวกนี้ ถ้าเป็นดัชนีอื่นๆ ที่ไม่ใช่สหรัฐฯ พวกคุณบอกเป็นนัยว่าลงทุนได้ On the buy side นี่แบบ "อีหยังวะ" งงกับตรรกะคนพวกนี้ ต่อให้คุณหนีไปลงหุ้นประเทศอื่น เวลาตลาดขาลงขึ้นมา Technology Sector นี่แหละอาจโดนก่อนเพื่อน (แต่ถ้าให้มองเรื่อง "ความเชื่อ" จากด้านบนอันนี้เข้าใจได้ครับ)
แต่ที่งงขั้นสุดคือเวลาดูคนในวงการนี้พูด แถมบางคนเอา Chart มาแปะบ่อยๆ ก็เห็นอยู่แล้วว่า Technology Sector มันครอง Index แทบจะทั้งโลกด้วยซ้ำ (ทั้งที่ตัวเองก็รู้ทั้งรู้) คือมันหนี Sector นี้ไม่ได้ ยกเว้นว่าคุณจะลงหุ้น Sector อื่นไปเลยทั้งพอร์ต แต่ Trade off กับ Return แบบนี้คุณพี่จะเอาเหรอ? เรื่องใหญ่อีกเรื่องคนทั่วไปทำได้ง่ายหรือเปล่า? Fee คุ้มไหม? เรามี Instrument พร้อมเหรอ?
ยิ่งบางคนบอกให้ Weight ไปลงหุ้น Small Cap ไปจนถึงย้าย Region ฯลฯ ถ้าคุณจะลด Risk Portfolio จริงๆ แบบนอนหลับฝันดี คุณต้องลง Asset อื่นสิ Bond / Real Asset / Commo อะไรก็ว่ากันไปหรืออะไรที่ไม่สัมพันธ์กับหุ้นหรือหุ้นกลุ่มเทคฯ หรือแม้แต่ถือเงินสดเพิ่มก็ได้ ถ้าตลาดขาลงมันก็จะได้กระจายความเสี่ยงอย่างแท้ทรู (แต่ Trade off กับ Return หรือเปล่า? อันนี้ไม่รู้)
ทิ้งท้าย เวลาคนพวกนี้พูดหรือโพสต์แนวๆ นี้คือในเชิงสร้างความกลัวว่าตลาดจะพัง คือยังไงถ้าเราดูตามประวัติศาสต์ มันต้องมีช่วงนึงที่ตลาดพังแหละ เฉกเช่นความตาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเราจะสร้างและจัดการ Portfolio ที่เหมาะสมกับความเสี่ยง เราที่เป็นนักลงทุนกินอิ่มนอนหลับหรือไปเที่ยวได้แบบไม่ทุกข์ใจว่าหุ้นลงแล้วต้องไปโพสต์ถามว่าทำยังไงดีมากกว่า
ป.ล. งงใจจริงๆ ครับ ช่วงนี้ดวงดาวย้ายมั้ง สงสัยเลยมีอะไรแปลกๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วเราเป็นนักลงทุนก็ต้องวิเคราะห์เยอะๆ อ่านเยอะๆ ไม่ต้องรีบเชื่อก็ได้ครับ
ป.ล. 2 โพสต์เก่า https://www.facebook.com/fromthebuysideinvestor/posts/1348132194079405

ซัดทองแท่งหน่อยครับ ซื้อให้อาม่า น้ำมันลงต่ออีก ส้มหล่นต่อครับ
26/08/2026

ซัดทองแท่งหน่อยครับ ซื้อให้อาม่า น้ำมันลงต่ออีก ส้มหล่นต่อครับ

23/08/2026

💸 1,000,000 USD แรกต้องทำยังไงโดย Charlie Munger 💸

ในโลกของการเงินและการลงทุน เป้าหมายการมีเงินล้านมักถูกนำเสนอเป็นภาพของความสำเร็จที่สวยงาม แต่ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวคือ คนส่วนใหญ่ไม่เคยไปถึงจุดนั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาขาดความฉลาด แต่เพราะพวกเขาไม่เคยผ่าน "ด่านทดสอบที่โหดร้ายที่สุด" นั่นคือการสร้างเงิน 100,000 แรกของชีวิต

Charlie Munger คู่หูผู้ล่วงลับของ Warren Buffett ได้ทิ้งมรดกทางความคิดที่ตีแผ่ความจริงไว้อย่างเจ็บแสบว่า ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดไม่ใช่การเปลี่ยนเงินแสนเป็นเงินล้าน แต่คือการตะเกียกตะกายสร้างเงินก้อนแรกจากความว่างเปล่า ซึ่งเขาเปรียบเปรยว่าเป็นดั่ง "สงครามยืดเยื้อ" ที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและวินัยที่เข้มงวดเกินกว่าคนปกติจะจินตนาการได้

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจปรัชญาเบื้องหลังความมั่งคั่ง ตั้งแต่เหตุผลที่ว่าทำไม 100,000 แรกถึงเป็นฝันร้าย กลยุทธ์การเอาตัวรอดจากกับดักแรงงาน ไปจนถึงวิธีเปลี่ยนผ่านทางความคิดเพื่อขับเคลื่อนพอร์ตรายได้จากระดับแสนสู่ระดับล้านอย่างมั่นคงและยั่งยืน...😍 และก่อนที่เราจะไปรับชมเนื้อหา อย่าลืมกด Like และ กด Share กันนะครับ เพื่อไม่พลาดข้อมูลดี ๆ จาก #หุ้นชิวชิว ครับ 😄

💸 ความโหดร้ายของ 100,000 แรก

Charlie Munger นักลงทุนผู้เป็นตำนานมักกล่าวถึงหมุดหมายสำคัญของการสะสมเงิน 100,000 เหรียญแรกว่าเป็น "ฝันร้ายที่แท้จริง" และเป็นสงครามที่ต้องอาศัยความอดทนอย่างสูงสุด เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะในช่วงเริ่มต้น มนุษย์เราไม่ได้มีต้นทุนอื่นใดนอกจาก "แรงงาน" ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ขยายตัวไม่ได้และไม่สามารถสร้างพลังทวีในตัวเอง การสะสมทุนในช่วงนี้จึงเป็นการฝืนกฎธรรมชาติที่จักรวาลมักจะส่งอุปสรรคอย่างค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงเข้ามาทดสอบวินัยอยู่เสมอ จนกว่าเงินก้อนนั้นจะใหญ่พอที่จะเริ่มทำงานด้วยตัวมันเอง เราจึงเป็นเพียง "สัตว์บรรทุกของ" บนสายพานเงินเดือนที่วิ่งไปไม่ถึงไหน

อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่ความเขลาทางการเงิน แต่คือ "ความพ่ายแพ้ทางจิตวิทยา" ต่อตัวเลขที่ดูน่าสมเพชในช่วงเริ่มต้น ในขณะที่ทุนยังมีน้อย ผลตอบแทนจากการลงทุนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ย่อมไม่สร้างความแตกต่างให้กับคุณภาพชีวิต นั่นเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะ "บีบคอดอกเบี้ยทบต้น" ให้ตายคามือด้วยการนำเงินออมไปแลกกับความสุขชั่วคราวอย่างการยกระดับไลฟ์สไตล์ เพียงเพื่อต้องการสัมผัสถึงความสำเร็จจอมปลอมผ่านวัตถุ เช่น รถยนต์หรือของฟุ่มเฟือย ซึ่งเป็นการเตะตัดขาตัวเองในระยะยาวและทำให้พวกเขาต้องติดอยู่ในกับดักแรงงานไปตลอดกาล

💸 กลยุทธ์ของ 100,000 แรก

กลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในการพิชิตเงินหกหลักแรกจึงไม่ใช่ความฉลาดล้ำเลิศ แต่คือการ "หลีกเลี่ยงความโง่เขลา" และการยืนหยัดผ่านปีที่แสนน่าเบื่อให้ได้ ความมั่งคั่งที่แท้จริงถูกหล่อหลอมขึ้นจากการปฏิเสธภาวะรวยแล้วลืมตัว (Lifestyle Inflation) และการตระหนักว่าหนี้สินคือขั้วตรงข้ามของความเจริญรุ่งเรืองที่คอยกัดกินโอกาสของคุณอย่างไม่ลดละ การบริหารเงินในช่วงนี้จึงต้องอาศัยความเข้มงวดในการจ่ายให้ตัวเองก่อนเป็นลำดับแรก และการใช้เครื่องมือทางการเงินที่เรียบง่ายอย่างกองทุนดัชนีที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ เพื่อรอคอยวันที่กลไกของทุนจะเริ่มขับเคลื่อนเครื่องยนต์แทนแรงงาน

เมื่อตัวเลขแตะระดับ 100,000 เหรียญแรก "กติกาของเกมจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง" จากที่เคยต้องออกแรงผลักลูกบอลหิมะอย่างหนักหน่วงด้วยตัวเอง แรงเฉื่อยและน้ำหนักของเงินทุนจะเริ่มเป็นฝ่ายฉุดคุณให้ทะยานไปข้างหน้า มันคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เงินจะเริ่มแบกภาระแทนเจ้าของ และหลังจากก้าวข้ามธรณีประตูที่มองไม่เห็นนี้ไปได้ การเดินทางไปสู่หลักล้านจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็วขึ้นอย่างเหนือธรรมชาติ เพราะในที่สุดคุณก็ได้เปลี่ยนสถานะจากผู้ใช้แรงงานไปเป็น "เจ้าของทุน" อย่างเต็มตัว

💸 กลยุทธ์ของ 1,000,000 แรก

สำหรับก้าวต่อไปจาก 100,000 ไปสู่ 1,000,000 Charlie Munger และคู่หูของเขา Warren Buffett ไม่ได้เน้นที่การทำงานหนักขึ้น แต่เน้นไปที่ "การคิด" และ "ความอดทน" โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ครับ

📌 ปล่อยให้เงินทำงานแทนอย่างใจเย็น เมื่อคุณมีเงินแสนแรกแล้ว เครื่องยนต์ที่เรียกว่า "ดอกเบี้ยทบต้น" จะเริ่มสตาร์ทติด สิ่งที่ยากที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่การหาเงินเพิ่ม แต่คือการ "อยู่เฉยๆ ให้เป็น" Munger บอกว่าความมั่งคั่งมักจะถูกทำลายเพราะความใจร้อนที่อยากจะรวยเร็วขึ้น จนไปถอนเงินออกมาหรือเปลี่ยนแผนการลงทุนบ่อยเกินไป การปล่อยให้เงินก้อนเดิมเติบโตไปตามธรรมชาติโดยไม่ไปยุ่งกับมัน คือวิธีที่ทรงพลังที่สุดในการไปถึงหลักล้าน
📌 เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ การจะเปลี่ยนเงินแสนเป็นเงินล้าน คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจถูกบ่อยๆ Munger แนะนำว่าทั้งชีวิตเราขอแค่ตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ให้ถูกเพียงไม่กี่ครั้งก็พอ หน้าที่ของคุณคือตั้งใจเรียนรู้และรอคอยโอกาสที่ "ชัวร์" จริงๆ เหมือนนักล่าที่ซุ่มรอเหยื่อ เมื่อเจอโอกาสที่ใช่ในธุรกิจที่คุณเข้าใจดี ก็แค่ทุ่มเงินลงไปแล้วถือมันไว้ให้นานพอ ไม่ต้องกระโดดไปมาตามกระแสสังคมที่เปลี่ยนไปทุกวัน
📌 ทำตัวให้โง่น้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่รอให้เงินทำงาน คุณต้องทำตัวเองให้เก่งขึ้นด้วยการอ่านและหาความรู้ Munger เชื่อว่า "ความรู้ทบต้น" ได้เหมือนกับเงิน ยิ่งคุณเข้าใจโลกและเข้าใจธุรกิจมากขึ้น คุณจะมองเห็นความเสี่ยงที่คนอื่นมองไม่เห็น การเลี่ยงความผิดพลาดโง่ๆ เช่น การพนัน การตามหุ้นปั่น หรือการใช้จ่ายเกินตัว จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เงินแสนของคุณละลายหายไปก่อนจะกลายเป็นเงินล้าน
📌 วินัยในชีวิตคือหัวใจ สุดท้ายคือการรักษามาตรฐานชีวิตให้เรียบง่ายเหมือนเดิม แม้เงินในบัญชีจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าคุณไม่ขยับรายจ่ายตาม คุณจะมีส่วนต่างไปเติมในพอร์ตการลงทุนเรื่อยๆ การเดินทางจากแสนไปล้านอาจจะดูยาวไกล แต่มันจะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงเหวี่ยงของเงินทุน สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่ "มีสติ รักษาเงินต้น และรอเวลา" เท่านั้นเอง

💸 แหล่งอ้างอิง

Video: Annual Shareholder Meeting of Berkshire Hathaway

Glad you remember. No drama. FCทั้งคู่. ดังนั้นขอดูพอ.
22/08/2026

Glad you remember. No drama. FCทั้งคู่. ดังนั้นขอดูพอ.

CGSI เปรียบเทียบทิศทาง ทอง-บิตคอยน์
https://www.mitihoon.com/2026/08/22/669434/

สั้น กระชับ ดี
21/08/2026

สั้น กระชับ ดี

เรื่อง Bond ตัวยาว Yield Spike ผมมองเหมือน Bessent แหล่ะ ว่า เป้็นเรื่องของ Liquidity ที่หายไปเฉพาะจุด แต่ไม่ได้เป็น Effect ของภาพ Macro ทั้งระบบ อย่าง Debt Crisis (For now)
เพราะถ้าเป็นเรื่อง Debt Crisis ===> Spread ของ IG กับ High Yield ไม่มีทางยืนอยู่ตรงนี้ได้หรอกครับ
ดังนั้นการทำ Buy Back (operation twist) เฉพาะจุดก็สมเหตุสมผลนะ

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66623844458

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lock and Load: The Allocatorsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Lock and Load: The Allocators:

ทางลัด

แชร์