สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร

สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร เราส่งเสริมและผลักดันให้หาบเร่แผงลอยเป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับจากสังคม

🚶‍♂️🌳 เมืองที่ “เดินได้” คือเมืองที่เศรษฐกิจรากหญ้าเติบโตได้จริงเมื่อเมืองถูกออกแบบให้รถยนต์เป็นใหญ่ คนก็ขับรถจากบ้านตรง...
22/05/2026

🚶‍♂️🌳 เมืองที่ “เดินได้” คือเมืองที่เศรษฐกิจรากหญ้าเติบโตได้จริง

เมื่อเมืองถูกออกแบบให้รถยนต์เป็นใหญ่ คนก็ขับรถจากบ้านตรงเข้าห้าง ร้านเล็กริมทางจึงค่อยๆ เงียบลง รายได้กระจุกอยู่กับทุนใหญ่ไม่กี่แห่ง 🚗🏢

แต่หลายประเทศพิสูจน์แล้วว่า “ทางเท้าที่ดี” ช่วยฟื้นเศรษฐกิจชุมชนได้ คนเดินมักแวะซื้อของง่ายกว่า ใช้จ่ายในย่านมากกว่า และทำให้ร้านเล็ก ร้านอาหาร ตลาด และห้องแถวกลับมามีชีวิตชีวา 🛍️☕🍜

การพัฒนาเมืองไม่ใช่แค่สร้างถนนให้รถวิ่งเร็ว แต่คือการทำให้คน “อยากเดิน”
ทางเท้ากว้าง ร่มรื่น ปลอดภัย = เงินหมุนในชุมชนมากขึ้น 🌿🏙️

🚶‍♂️💸 ทวงคืนทางเท้า = ฟื้นคืนเศรษฐกิจรากหญ้า! ทำไมเมืองเดินได้ถึงทำให้ร้านค้ารายย่อยรวยขึ้น?

กรุงเทพฯ เมือง Car-Centric ที่บีบให้ร้านห้องแถวค่อยๆ ตายลง 🚗💀

เคยสังเกตไหมครับว่าทำไมร้านค้าริมถนนหรือห้องแถวตึกแถวใน กทม. ถึงทยอยปิดตัวลง ปล่อยเช่า หรือกลายเป็นตึกร้างมากขึ้นเรื่อยๆ? คำตอบอยู่ใน "ความเร็วของการสัญจร" ครับ เมื่อเมืองของเราถูกออกแบบให้ "รถยนต์เป็นใหญ่" (Car-Centric) โครงสร้างพื้นฐานแทบทุกอย่างจึงเอื้อให้รถวิ่งผ่านไปให้เร็วที่สุด ถนนขยายกว้างขึ้น ทางเท้าถูกบีบให้แคบลงและเดินลำบาก แถมไม่มีพื้นที่ให้หยุดแวะพัก

ผลลัพธ์คือคนกรุงเทพฯ ถูกบีบให้ต้องขับรถรวดเดียวจากบ้าน พุ่งตรงเข้าจอดใน "ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่" (Mega Malls) ที่มีที่จอดรถมหาศาลและเดินตากแอร์สบายๆ เม็ดเงินที่ควรจะกระจายอยู่ตามรายทาง จึงไปกระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่แห่ง ทิ้งให้ร้านค้ารายย่อยริมถนนค่อยๆ เหี่ยวเฉา ขาดคนแวะเวียน และตายลงอย่างช้าๆ ครับ 📉🏢

The Pedestrian Pound: อำนาจการจับจ่ายของคนเดินเท้า 🛍️🚶‍♀️

ในทาง Urban Design มีคำอธิบายเรื่องนี้ชัดเจนครับ "ความเร็วของการเดิน" คือความเร็วที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการ "มองเห็นและปฏิสัมพันธ์" (Window Shopping) งานวิจัยจากยุโรปอย่างรายงาน The Pedestrian Pound ของสหราชอาณาจักร ระบุชัดเจนเลยว่า คนที่เดินทางด้วยการเดินหรือปั่นจักรยาน มีแนวโน้มจะแวะซื้อของบ่อยกว่า และ "ใช้จ่ายเงินในย่านชุมชนมากกว่าคนที่ขับรถยนต์ถึง 65%!" เพราะพวกเขาเข้าถึงร้านค้าง่ายกว่า มองเห็นรายละเอียดของสินค้าได้ชัดเจน และสามารถตัดสินใจหยุดแวะซื้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ (Spontaneous Purchase) โดยไม่ต้องห่วงเรื่องหาที่จอดรถ 🚲💰

🌍✨ กรณีศึกษา: การพัฒนาเมืองเดินได้เพื่อปลุกเศรษฐกิจชุมชน

🇯🇵 ญี่ปุ่นกับวัฒนธรรม 'โชเทนไก' (Shotengai):

ใครไปญี่ปุ่นต้องเคยเดินย่านการค้าที่มีหลังคาคลุมยาวๆ แน่นอนครับ นั่นคือ "โชเทนไก" ซึ่งออกแบบมาให้เป็น "สวรรค์ของคนเดินเท้า" โดยห้ามรถยนต์สัญจรหรือจำกัดเวลาวิ่งเด็ดขาด! การออกแบบนี้ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมการเดินกินชิลๆ (Tabearuki) หรือแวะซื้อของกระจุกกระจิกตลอดทาง ทำให้ร้านค้ารายย่อย ร้านอาหารชุมชน ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น สามารถอยู่รอดมาได้เป็นร้อยปี เม็ดเงินหมุนเวียนในย่านนั้นๆ อย่างแท้จริงครับ 🍜🏮

🇪🇺 ยุโรปกับการเปลี่ยนถนนเป็น 'Pedestrian Zone':

หลายเมืองในยุโรป เช่น เยอรมนี หรือย่านถนน Strøget ในโคเปนเฮเกน ที่กล้าตัดสินใจเปลี่ยนถนนที่มีรถวิ่งพลุกพล่านให้กลายเป็นพื้นที่เดินเท้าล้วนๆ ในช่วงแรกพ่อค้ารายย่อยมักจะประท้วงเพราะกลัวลูกค้าขับรถมาจอดไม่ได้แล้วจะเจ๊ง แต่ผลลัพธ์ระยะยาวกลับพลิกโผครับ! ปริมาณคนสัญจรเท้า (Footfall) เพิ่มขึ้นมหาศาล บรรยากาศเมืองมีชีวิตชีวา ผู้คนออกมาพบปะสังสรรค์ ยอดขายร้านค้าปลีกและคาเฟ่พุ่งกระฉูด จนในปัจจุบันฝั่งธุรกิจเองนี่แหละครับที่เป็นฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐขยายพื้นที่ทางเท้าเพิ่ม! ☕🌿

📌 สรุปสั้นๆ สไตล์ City Walker:

ถ้า กทม. หรือภาครัฐอยากกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าและช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย ไม่จำเป็นต้องคิดโปรเจกต์แจกเงินที่ซับซ้อนเลยครับ แค่ลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานง่ายๆ อย่างการ "ทำทางเท้าให้กว้าง ร่มรื่น ปลอดภัย และเดินได้จริง" เมื่อคนลงมาเดินบนถนนมากขึ้น ธุรกิจห้องแถวสองข้างทางก็จะกลับมามีชีวิตชีวา และเม็ดเงินก็จะกระจายสู่มือคนตัวเล็กตัวน้อยในชุมชนอย่างยั่งยืนครับ! 🌳🏙️

ลูกเพจคิดว่ามีย่านไหน ถนนเส้นไหนใน กทม. ที่พอจะนำร่องปรับเป็นถนนคนเดิน หรือขยายทางเท้าเพื่อดึงเศรษฐกิจชุมชนกลับมาได้บ้าง? คอมเมนต์มาแชร์ไอเดียกันหน่อยครับ 👇💬

#เมืองเดินได้ #เศรษฐกิจชุมชน #ทวงคืนทางเท้า #คุณภาพชีวิตคนเมือง ิจเมือง ืองเดินได้ ื้นที่สาธารณะ

19/05/2026

“เมืองที่น่าอยู่ คือ เมืองที่ไม่ทิ้งผู้ค้ารายย่อยไว้ข้างหลัง”

บทเรียนจากสิงคโปร์: เมืองอยู่ได้ ผู้ค้าก็ต้องอยู่ได้

สิงคโปร์เป็นประเทศที่หลอมรวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม ความหลากหลายนี้สะท้อนผ่าน Hawker Centre หรือศูนย์อาหารสาธารณะ ซึ่งเป็นพื้นที่รวมผู้ค้ารายย่อยและอาหารท้องถิ่นไว้อย่างเป็นระบบ สะอาด สะดวก และมีมาตรฐาน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

บทเรียนสำคัญจากสิงคโปร์ คือ การจัดระเบียบเมืองไม่ได้หมายถึงการกำจัดผู้ค้ารายย่อยออกจากพื้นที่สาธารณะ แต่คือการออกแบบพื้นที่ให้ทุกคนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ทั้งคนเดินเท้า ผู้บริโภค และผู้ประกอบอาชีพรายย่อย

การมีพื้นที่ค้าขายที่เหมาะสม ระบบจัดการที่ดี และการสนับสนุนจากภาครัฐ ช่วยให้หาบเร่แผงลอยไม่ใช่ปัญหาของเมือง แต่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และชีวิตชีวาของชุมชน

เมืองที่ดี จึงไม่ใช่เมืองที่ไร้ผู้ค้ารายย่อย แต่เป็นเมืองที่ออกแบบให้ทุกคนมีที่ยืนร่วมกันได้อย่างสมดุล

🛣️กรุงฮานอยกำลังเปลี่ยนการจัดการทางเท้า จากเดิมที่ห้ามค้าขายอย่างเข้มงวด มาเป็นเปิดให้ “เช่าทางเท้า” ได้อย่างถูกกฎหมาย🏙️...
15/05/2026

🛣️กรุงฮานอยกำลังเปลี่ยนการจัดการทางเท้า จากเดิมที่ห้ามค้าขายอย่างเข้มงวด มาเป็นเปิดให้ “เช่าทางเท้า” ได้อย่างถูกกฎหมาย

🏙️เพื่อให้เมืองเป็นระเบียบ คนเดินเท้าปลอดภัย และยังเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยมีพื้นที่ทำมาหากินต่อไป💰

การพัฒนาเมืองไม่จำเป็นต้องผลักคนตัวเล็กออกจากพื้นที่ แต่ควรออกแบบให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

จัดระเบียบ ไม่ใช่ ไล่เลิก ✅
เปิดโอกาสให้คนได้ทำมาหากิน✅

🇻🇳 ฮานอยเตรียมเปิดทาง “เช่าทางเท้า” ถูกกฎหมาย ดันเศรษฐกิจเมือง-เศรษฐกิจกลางคืน ค่าเช่าสูงสุด 45,000 ดอง/ตร.ม./เดือน

กรุงฮานอยกำลังเดินหน้าร่างนโยบายใหม่ เตรียมทดลองเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถ “เช่าพื้นที่ทางเท้าและผิวจราจรบางส่วน” เพื่อใช้ประกอบธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองและเศรษฐกิจกลางคืน พร้อมแก้ปัญหาการยึดครองทางเท้าแบบผิดระเบียบที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

ตามร่างมติของสภาประชาชนกรุงฮานอยที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็น อัตราค่าเช่าสูงสุดจะอยู่ที่ 45,000 ด่งต่อตารางเมตรต่อเดือน สำหรับพื้นที่ใจกลางเมืองเดิม ได้แก่ เขต Hoàn Kiếm, Ba Đình, Hai Bà Trưng และ Đống Đa รวมถึงย่านถนนอาหารและตลาดกลางคืน

ส่วนถนนสายหลักในเขตเมืองรอบนอกหลายแห่ง เช่น Cầu Giấy, Thanh Xuân, Tây Hồ และ Hà Đông จะมีค่าเช่าอยู่ที่ 40,000 ด่งต่อตารางเมตรต่อเดือน ขณะที่พื้นที่ชานเมืองอื่น ๆ จะเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000–25,000 ด่งต่อตารางเมตรต่อเดือน

ทางการฮานอยเสนอให้ทดลองดำเนินโครงการเป็น 3 ระยะ เริ่มจากบางถนนในย่าน Hoàn Kiếm และ Cửa Nam ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่ภายในวงแหวนรอบที่ 1 และวงแหวนรอบที่ 3 ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกพื้นที่จะสามารถนำทางเท้ามาใช้เชิงพาณิชย์ได้ โดยถนนที่เข้าร่วมโครงการต้องไม่มีปัญหาการจราจร ไม่อยู่ในเขตอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ และต้องเหลือพื้นที่สำหรับคนเดินเท้าไม่น้อยกว่า 1.5 เมตรหลังจัดสรรพื้นที่ค้าขายแล้ว

ผู้ประกอบการที่ต้องการเช่าพื้นที่ยังต้องจดทะเบียนธุรกิจอย่างถูกต้อง ติดตั้งกล้องวงจรปิด และได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น ขณะที่โครงการจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างน้อย 50% เห็นชอบ

ที่ผ่านมากรุงฮานอยเพิ่มความเข้มงวดในการจัดระเบียบทางเท้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายร้านค้าไม่กล้านำสินค้าออกมาวางบนทางเท้าเหมือนในอดีต แม้ในช่วงที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ส่งผลให้รายได้ของผู้ค้าหลายรายลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นโยบายใหม่นี้จึงถูกมองว่าอาจเป็น “ทางสายกลาง” ระหว่างการรักษาความเป็นระเบียบของเมือง กับการเปิดพื้นที่เศรษฐกิจให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมายมากขึ้น

ที่มา: Thanh Niên

Page Dr.VietNam
#ย่อเวียดนามกับDrVietNam

27/04/2026
⛽ วิกฤตพลังงานทำให้หาบเร่แผงลอย ราว800,000คน  “ต้นทุนพุ่ง แต่รายได้ไม่เพิ่ม” เสี่ยงกระทบทั้งผู้ค้าและคนเมืองที่พึ่งพาอาห...
18/03/2026

⛽ วิกฤตพลังงานทำให้หาบเร่แผงลอย ราว800,000คน “ต้นทุนพุ่ง แต่รายได้ไม่เพิ่ม” เสี่ยงกระทบทั้งผู้ค้าและคนเมืองที่พึ่งพาอาหารราคาถูก
อ่านต่อได้ที่ 👇

วิกฤติพลังงาน มีผลกระทบต่อแรงงานนอกระบบ ในหลายมิติ แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด แรงงานที่ต้.....

วิกฤตมาเมื่อไร…คนตัวเล็กรับก่อนเสมอน้ำมันแพง ของขึ้นราคาคนทั่วไปอาจ “ลำบาก”แต่หาบเร่แผงลอย คือ “รายได้หายทันที”ต้นทุนเพิ...
17/03/2026

วิกฤตมาเมื่อไร…คนตัวเล็กรับก่อนเสมอ

น้ำมันแพง ของขึ้นราคา
คนทั่วไปอาจ “ลำบาก”
แต่หาบเร่แผงลอย คือ “รายได้หายทันที”

ต้นทุนเพิ่มทุกวัน
แต่ยังต้องเจอการจัดระเบียบ ย้ายที่ ยกเลิกจุดค้า

ในวันที่ปากท้องสั่นคลอน
สิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุด
แค่ “พื้นที่ขายของ” เพื่ออยู่รอด

#หาบเร่แผงลอย #เศรษฐกิจฐานราก

ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไร…คนรากหญ้า รับก่อนเสมอ

ทุกครั้งที่ประเทศเจอวิกฤต
ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด เศรษฐกิจตกต่ำ
ภัยธรรมชาติ หรือราคาพลังงานพุ่งสูง

คนที่โดนก่อน…แทบไม่เคย เป็นคนที่มีทุนหนา
แต่กลับเป็น คนหาเช้ากินค่ำ คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แม่ค้าริมทาง กรรมกรรายวัน เกษตรกร
และคนเงินเดือนน้อย

อย่างตอนที่ COVID-19 ระบาด
หลายคนทำงานจากบ้านได้
แต่คนอีกจำนวนมหาศาล “หยุดทำงาน = หยุดรายได้”

คนที่มีเงินสำรองอยู่ได้หลายเดือน
แต่คนจำนวนมากอยู่ได้แค่ไม่กี่วัน

วิกฤตครั้งนั้นทำให้เห็นชัดว่า
“ความเปราะบาง” ในสังคมไทย ไม่ได้กระจายเท่ากัน

คนบางกลุ่มมีทางถอย
แต่คนอีกจำนวนมาก ไม่มีแม้แต่พื้นที่ให้ถอยหลัง

พอมาถึงวันนี้
เมื่อเริ่มมีสัญญาณความกังวลเรื่องราคาพลังงาน
และความเสี่ยงด้านน้ำมันเชื้อเพลิง

สิ่งที่คนรากหญ้าคิด
พรุ่งนี้จะเติมน้ำมันไหวไหม
ของจะขึ้นราคาอีกกี่บาท
ค่าแก๊สหุงต้มจะขึ้นอีกหรือเปล่า
ค่ารถจะกระทบลูกหลานที่ต้องไปโรงเรียนแค่ไหน

ภาพที่ชาวบ้าน ถือถัง หิ้วแกลลอน
ไปต่อแถวรอเติมน้ำมัน
เพื่อมาใช้กับเครื่องจักร รถไถนา ปั่นไฟสูบน้ำ
หลายคน บอกว่า ชาวบ้านตื่นตระหนก เกินไป

แต่มองอีกมุมหนึ่ง หากวันนี้ พวกเขาไม่น้ำมัน มาใช้
นั่นอาจหมายถึง งานที่หยุดชะงัก รายได้ที่ขาดหาย
บางกระทบปากท้อง ที่ต้องกินในวันนั้นเลย

อาจจะใช่ ที่พวกเขาอาจจะ ตื่นตระหนก
เพราะ พวกเขารู้ดีว่า เมื่อวิกฤตมาถึงจริงๆ
จะต้องลำบากแค่ไหน ? และยากที่ใครจะมาช่วยพวกเขาได้ นอกจากช่วยเหลือตัวเอง

#นี่แหละแบบไทยๆ




#นี่แหละแบบไทยๆ
#น้ำมัน
#น้ำมันหมด
#น้ำมันไม่ขาดแคลน
#วิกฤตน้ำมัน
#โควิด
#ตื่นตระหนก

“การสัมผัสมลพิษฝุ่น เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของผู้ค้า เพราะผู้ค้าหาบเร่แผงลอยส่วนใหญ่ต้องทำงานกลางแจ้งและใกล้ถนน ทำให้หล...
13/03/2026

“การสัมผัสมลพิษฝุ่น เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของผู้ค้า เพราะผู้ค้าหาบเร่แผงลอยส่วนใหญ่ต้องทำงานกลางแจ้งและใกล้ถนน ทำให้หลีกเลี่ยงฝุ่นได้ยาก”

วันที่ 11 มีนาคม 2569 สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ จัดประชุมแลกเปลี่ยนแนวทางการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 พร้อมให้ความรู้เรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในช่วงวิกฤติฝุ่นที่ส่งผลต่อร่างกายของผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน

โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท จากสถาบันวิจัยสังคมและสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มาให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของฝุ่น PM2.5 และวิธีป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำและสอนวิธีดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ผู้ค้าสามารถตรวจสอบคุณภาพอากาศและเตรียมการป้องกันตัวเองระหว่างทำงานริมทางได้

กิจกรรมครั้งนี้มีสมาชิกผู้ค้าเข้าร่วมจากหลายพื้นที่ ได้แก่ พระราม 2 ซอย 69 สีลม สะพานพุทธ ราษฎร์บูรณะ พหลโยธิน ซอย 47 พหลโยธิน ซอย 69 และศรีย่าน เพื่อร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เพราะสุขภาพของผู้ค้าคือเรื่องสำคัญ การรู้เท่าทันและป้องกันตนเองจากฝุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยให้เราทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น 🌫️💪

📅 **2 มีนาคม 2569****สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กรุงเทพฯ**ได้ต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาโท จำนวน 35 คนจาก **มหาวิทยาลัยวิทยา...
03/03/2026

📅 **2 มีนาคม 2569**
**สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กรุงเทพฯ**
ได้ต้อนรับคณะนักศึกษาปริญญาโท จำนวน 35 คน
จาก **มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งรัฐโป ประเทศฝรั่งเศส**
สถาบันชั้นนำระดับโลกด้านรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ 🌍

หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาผู้นำเมืองรุ่นใหม่ ให้เข้าใจและรับมือกับความท้าทายของมหานครยุคใหม่ ทั้งเรื่อง
🏘️ ที่อยู่อาศัย
🌡️ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
📈 การเติบโตทางเศรษฐกิจในเมืองใหญ่

การพบกันครั้งนี้ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนสถานการณ์ “หาบเร่แผงลอย” ในเมืองกำลังพัฒนา
พร้อมลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ค้าจริงใน **ตลาดโบ๊เบ๊**
ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาพื้นที่โดยตรง

💬 นักศึกษาหลายคนเคยมาเมืองไทย และสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ เช่น

* “ถนนดูวุ่นวาย มีแต่รถ”
* “ทางเท้าดูเงียบเหงา”
* “สวนหย่อมเล็กๆ และโครงการจักรยานของ กทม. ดูเหมาะกับคนชั้นกลางมากกว่า”
* “กทม. มีแผนรับมืออากาศร้อนสำหรับแรงงานกลางแจ้งอย่างไร?”
* “รัฐมีวิธีพาหาบเร่แผงลอยเข้าสู่ระบบอย่างไร?”
* “มีสวัสดิการรองรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ถูกยกเลิกพื้นที่หรือไม่?”

✨ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ของนักศึกษา
แต่เป็นการทำให้เสียงของผู้ค้ารายย่อย และแรงงานนอกระบบ
ถูกได้ยินในเวทีระดับนานาชาติ

#หาบเร่แผงลอย
#เมืองที่เป็นธรรม
#แรงงานนอกระบบ
#สิทธิในการมีพื้นที่ทำกิน

การพัฒนาเมืองที่ดีไม่ควรเป็นการ “จัดระเบียบพื้นที่” ด้วยการ ลบคนออกจากพื้นที่แต่ควรเป็นการบริหารจัดการร่วมกันเปิดพื้นที่...
12/02/2026

การพัฒนาเมืองที่ดี
ไม่ควรเป็นการ “จัดระเบียบพื้นที่” ด้วยการ ลบคนออกจากพื้นที่
แต่ควรเป็นการบริหารจัดการร่วมกัน
เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และมีทางเลือกในการดำรงชีพอย่างเป็นธรรม

❌ เราไม่เห็นด้วยกับการจัดระเบียบที่ทำให้คนตกงาน
✅ เมืองที่เป็นระเบียบ ต้องเป็นเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

#สิทธิในการทำมาหากิน
#หาบเร่แผงลอย
#จัดระเบียบที่เป็นธรรม
#เมืองต้องมีคน

สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  จัดการประชุมว่าด้วยการส...
06/02/2026

สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการประชุมว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิคนจนเมือง ระหว่างวันที่ 28–29 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมเบซิล ชั้น 3 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ปัญหาและแนวทางการคุ้มครองสิทธิของคนจนเมืองในบริบทสังคมไทย

จากเสียงที่ถูกมองข้าม สู่การกำหนดอนาคตเมือง กสม.
เดินหน้าคุ้มครองสิทธิคนจนเมือง

📌 ข้อเสนอสำคัญ
- รัฐต้องเป็น “คนกลาง” เปิดพื้นที่เจรจา
- รับรองสิทธิที่อยู่อาศัย ค่าเช่าที่เป็นธรรม
- คุ้มครองสิทธิการศึกษา น้ำ ไฟ และสถานะทะเบียน
- เปลี่ยนทัศนคติจากการจัดการ “พื้นที่” มาเป็นการดูแล “ผู้คน”

📌 ประเด็น “หาบเร่แผงลอย” จากเวที กสม.29-30 มกราคม2569จากเวทีประชุมสะท้อนว่า ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเป็นกลุ่มคนจนเมืองที่ยังขา...
03/02/2026

📌 ประเด็น “หาบเร่แผงลอย” จากเวที กสม.29-30 มกราคม2569

จากเวทีประชุมสะท้อนว่า ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเป็นกลุ่มคนจนเมืองที่ยังขาดความมั่นคงในอาชีพ จากการไม่มีพื้นที่ทำกินที่ถูกกฎหมายและการจัดระเบียบเมืองที่ไม่คำนึงถึงสิทธิในการดำรงชีพ
ที่ประชุมเสนอให้รัฐ รับรองสิทธิในการประกอบอาชีพหาบเร่แผงลอย จัดสรรพื้นที่ขายที่เหมาะสม เป็นธรรม และมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และให้ทุกคนอยู่ในเมืองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ที่อยู่

677/6 ซ. ลาดพร้าว5/1 ถ. ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร
Bangkok
10900

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานครผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์