AIA ประกันน่าซื้อ By บู

AIA ประกันน่าซื้อ By บู ตัวแทนประกัน AIA ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประกันและการวางแผนการเงิน

มาค่ะ มาทำประกันสุขภาพกันค่ะCopayment 68 กับ Copayment 69ต่างกันยังไง? หลายคนสงสัยว่าปีที่แล้วก็ปรับแล้วมาปีนี้ก็ปรับอีก...
05/03/2026

มาค่ะ มาทำประกันสุขภาพกันค่ะ

Copayment 68 กับ Copayment 69
ต่างกันยังไง?

หลายคนสงสัยว่าปีที่แล้วก็ปรับแล้ว
มาปีนี้ก็ปรับอีกหรอ ?

ใช่ค่ะ... เพราะยอดเคลมสูงขึ้นเรื่อย ๆ
และค่ารักษาของรพ.เอกชนก็เฟ้อขึ้นเรื่อย ๆ
บริษัทประกันเลยต้องปรับตัวให้อยู่รอด

และ Copayment ปี 68 กับ 69
มันก็ Copay เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?

คำตอบคือ…
เหมือนแค่ชื่อ แต่เงื่อนไขไม่เหมือนค่ะ

Copayment ปี 68 เป็น "Copayment ปีต่อ"
ประกันสุขภาพทุกเล่มที่ทำตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 68
จะเข้าเงื่อนไข copayment ปีต่อ

สาเหตุที่เรียกกว่า Copayment ปีต่อเพราะ

✅ ดูการเคลมเป็นปีต่อปีไป ถ้าปีไหนเคลมถึงเกณฑ์
ปีต่อไปค่อยร่วมจ่าย แต่ถ้าปีไหนไม่ถึงไม่ต้องร่วมจ่าย แปลว่าปีแรกก็ยังไม่ต้องร่วมจ่าย

ต่อมา Copayment ปี 69 เป็น
"Copayment ตั้งแต่ปีแรก"

สิ่งที่ต่างจาก Copayment 68 คือ
✅ ลูกค้าจะต้องร่วมจ่ายตั้งแต่ปีแรกที่ซื้อประกัน
ยกตัวอย่างแผน health starter ของ AIA
จะต้องร่วมจ่าย 10-30% ทุกครั้งที่เข้ารักษาและทุกปี

สรุปง่าย ๆ ก็คือ
ปี 68 = อาจโดนร่วมจ่าย หรือ ไม่โดนก็ได้
ปี 69 = โดนร่วมจ่ายตั้งแต่ปีแรกและทุกๆปี

📍ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย จาก AIA
จะปิดการขายให้ลูกค้าใหม่ในวันที่ 31 มี.ค.69 นี้ค่ะ

ถ้าวันนี้เลือกได้
เลือกทำประกันตั้งแต่วันที่ยังเป็นแค่เงื่อนไข
Copayment ปีต่อกันเถอะค่ะ
ถ้าทำหลัง 30 มี.ค.69 จะเป็น Copay ตั้งแต่ปีแรกนะคะ

บู เอไอเอ
Mutchulika Tanchawalit
AIA ประกันน่าซื้อ By บู

29/01/2026

มีประกัน ชีวิตเราและคนที่รักก็มั่นคงขึ้น
อย่าเอาแต่คิดว่า “เบี้ยประกันแพง”
เพราะแท้จริงแล้ว “ความเสี่ยงที่ชีวิตต้องเจอ”
มันแพงกว่ามากมายมหาศาล
เบี้ยประกันสุขภาพหลักพัน/ด.
ช่วยเคลียร์บิลค่ารักษาหลักล้านให้ได้
เบี้ยประกันชีวิตหลักพัน/ด.
ช่วยให้เรามีมรดกหลักล้าน
ให้ครอบครัวคนที่รักได้
ชีวิตนี้เราหนีป่วย หนีตาย ไม่พ้นแน่
แต่ถ้ามีประกันติดตัวไว้
วันที่ป่วย วันที่ต้องจากไป
เราก็ยังมี “เงินก้อนใหญ่”
จากประกันมาช่วยเยียวยา
ดูแลตัวเองและคนที่รัก
ชีวิตที่ไม่มีประกัน
มันราคาแพงมากกว่าที่เราคิด
เพราะมันเสี่ยงทำลายทั้งชีวิต
เราและคนที่รักให้พังได้
ในพริบตาเดียว
#เรื่องเล่าประกันชีวิต

https://www.facebook.com/share/p/1Bz6sHxSp1/
20/01/2026

https://www.facebook.com/share/p/1Bz6sHxSp1/

ทำประกันสุขภาพ คือการซื้อความอุ่นใจ
ให้เราจ่ายน้อยกว่าในวันที่โรคร้ายมาเยือน
ค่ารักษานั้นไม่มีใครควบคุมได้
ยิ่งกับโรคร้ายที่ต้องรักษาต่อเนื่อง
มี 10 ล้าน บางทีก็อาจไม่พอ
แล้วเราจะเอาเงิน 10 ล้านมาจากไป
ถ้าไม่ได้เป็นคนร่ำรวย
ทางเดียวที่จะทำให้มีเงินช่วยจ่ายได้
ก็คือการมีประกันสุขภาพคุ้มครอง
เบี้ยประกันสุขภาพหลักพันต่อเดือน
ทำให้เรามีวงเงินหลักล้านไว้ช่วยจ่าย
บิลค่ารักษาโรคร้ายได้
ถ้าไม่อยากเอาชีวิตตัวเอง
และคนที่รักไปเสี่ยงกับโรคร้าย
กับบิลค่ารักษาก้อนโตก็ควบคุมไม่ได้
ประกันสุขภาพคือสิ่งที่เราทำให้มีไว้ได้
เพื่อช่วยเหลือเราในอนาคต
ในวันที่โรคร้าย…มาเยือน
#เรื่องเล่าประกันชีวิต

13/01/2026

หุ้นโรงพยาบาลโคม่ายกแผง! หวั่นข่าวยกเลิกขายประกันสุขภาพ แบบ “เหมาจ่าย” ไปเน้น “Copay” กรุงศรี มองผลกระทบจำกัด-คาดกำไรยังโตดี
หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลวันนี้เผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนราคาปรับตัวลดลงทั้งกระดาน ซึ่งแรงกดดันสำคัญครั้งนี้ หลักๆ เกิดจาก "กระแสข่าว" ที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียและแวดวงตัวแทนประกันชีวิต
เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบกรมธรรม์ประกันสุขภาพ จากแบบ “เหมาจ่าย” ไปใช้ “Co-payment” ซึ่งทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่า อาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของโรงพยาบาลเอกชนที่พึ่งพาฐานลูกค้าประกันสุขภาพในสัดส่วนที่สูง
ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากระทบ Sentiment การลงทุนทันที ท่ามกลางคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประกันสุขภาพนี้ จะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคตมากน้อยเพียงใด
คลิกอ่านต่อใน Comment
#การเงินดีชีวิตดี #หุ้น #หุ้นโรงพยาบาล #ประกันสุขภาพ #ประกันร่วมจ่าย

13/01/2026

หรือยุคเหมาจ่าย 100% กำลังจบ ? เมื่อ “ยักษ์ใหญ่” AIA - กรุงไทย แอกซ่า ปิดตำนาน แผนประกันสุขภาพดัง
นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สั่นสะเทือนทั้งแวดวงธุรกิจประกันและผู้บริโภค เมื่อสองยักษ์ใหญ่ในตลาดพร้อมใจกันส่งสัญญาณ "ยกเลิก" ผลิตภัณฑ์ระดับเรือธงในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน

เริ่มจากการที่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศยุติการขายแผนประกันโรคร้ายแรงยอดฮิตอย่าง iCare (คุ้มครอง 5 กลุ่มโรคร้ายแรง)ในวันที่ 31 มกราคม 2569 หลังจากทำตลาดมานานกว่า 12 ปี ด้วยเหตุผลด้านสถิติโรคร้ายแรงที่พุ่งสูงขึ้นจนไม่สัมพันธ์กับราคาเบี้ยแบบเดิม
ขณะล่าสุด AIA ประเทศไทย ผู้นำตลาดเบอร์หนึ่งก็ได้ประกาศยุติการขาย AIA Health Happy แผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย (สูงสุด 25 ล้านบาท) ที่ครองใจตลาดมาอย่างยาวนาน โดยมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้เช่นกัน
การขยับตัวของ "เจ้าตลาด" ทั้งสองรายไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่นี่คือ "จุดเปลี่ยนสำคัญ" (Inflection Point) ของระบบประกันสุขภาพในประเทศไทยที่กำลังบอกเราว่า ยุคของประกันสุขภาพแบบ "เหมาจ่าย 100% ไร้เงื่อนไข" อาจกำลังจะสิ้นสุดลง

[ ทำไมธุรกิจต้องถอย? ]

หากวิเคราะห์จากสิ่งที่ทั้ง 2 รายใหญ่ สื่อสารออกมา และมองในมุมธุรกิจ การปิดตัวของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือการ "ปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ" เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว ท่ามกลาง 3 ปัจจัยบีบคั้น

- Medical Inflation (เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล) : ค่ารักษาในไทยพุ่งสูงเกินกว่าที่แบบจำลองสถิติเมื่อ 5-10 ปีที่แล้วจะคาดการณ์ได้ การรักษาด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้วงเงินเหมาจ่ายหลักสิบล้านถูกใช้จริงมากขึ้นและเร็วขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะหน่วยงานดูแลหลักของธุรกิจประกันภัย เผยกับ Thairath Money ว่า ณ ปี 2567 อัตราเงินเฟ้อด้านการแพทย์ สูงขึ้นราว 15%

- Loss Ratio ที่ควบคุมไม่ได้: เมื่อพฤติกรรมการใช้สิทธิประกันเปลี่ยนไปสู่การ "นอนโรงพยาบาลเพื่อความสะดวก" หรือการตรวจรักษาเกินความจำเป็น (Over-treatment) ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระเคลมที่สูงจนอาจกระทบต่อสถานะการเงินในระยะยาว
สังคมสูงวัย (Aged Society): เมื่อคนไทยอายุยืนขึ้น แต่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังนานขึ้น ภาระของระบบสุขภาพจึงไม่ได้อยู่แค่การรักษาให้หาย แต่เป็นการประคับประคอง ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล

[ ธุรกิจต้องรอด ผู้บริโภคก็ ต้องคุ้มครอง ]

ในมุมธุรกิจ การปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบ Co-payment (ร่วมจ่าย) หรือเพิ่มเงื่อนไข Deductible (ความรับผิดชอบส่วนแรก) ที่เริ่มใช้ ตั้งแต่ช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา คือ การสร้าง "วินัยในการใช้สิทธิ" เพื่อพยุงระบบประกันไม่ให้ล่มสลาย เพื่อให้บริษัทประกันยังมีกำไรเพียงพอที่จะจ่ายเคลมให้กับผู้ที่เจ็บป่วยหนักจริงๆ ได้ในอนาคต
หลังจาก “อาภากร ปานเลิศ” รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย ของ คปภ. เผยว่า ณ สิ้นปี 2567 สาเหตุการใช้สิทธิไม่เหมาะสม กินสัดส่วน Loss Ratio ไปถึง 28% จากคนที่ใช้สิทธิเพียง 5% ของกรมธรรม์ทั้งหมด
ในมุมผู้บริโภค ต้องยอมรับว่า สิ่งนี้คือสัญญาณ "ของแพง" ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนี้เราจะเห็นประกันสุขภาพที่มีเงื่อนไขซับซ้อนขึ้น เบี้ยประกันอาจจะดูถูกลงในตอนแรกแต่มีเงื่อนไขร่วมจ่าย (Co-pay) หรือหากอยากได้ความคุ้มครองครบแบบเดิม "ราคา" ที่ต้องจ่ายจะขยับตัวสูงขึ้นจนอาจเป็นภาระหนักในช่วงวัยเกษียณ

คลิกอ่านต่อในคอมเมนต์

#การเงินดีชีวิตดี #ประกัน #ประกันสุขภาพ #ตัวแทนประกัน #กรมธรรม์ #ประกันAIA #กรุงไทยแอกซ่า

ใครที่กำลังวางแผนอยู่ หรือลังเลอยู่ ต้องรีบตัดสินใจด่วนๆค่ะ
12/01/2026

ใครที่กำลังวางแผนอยู่ หรือลังเลอยู่ ต้องรีบตัดสินใจด่วนๆค่ะ

สัญญาณ อวสานประกันสุขภาพเหมาจ่าย เมื่อวงการประกันอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุค การร่วมจ่ายอย่างเต็มตัว | MONEY LAB
ล่าสุด วงการประกันสุขภาพบ้านเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญอีกครั้ง

จาก 2 ความเคลื่อนไหว ที่ไม่ควรมองข้าม

หนึ่งคือ เมื่อบริษัทประกันเจ้าใหญ่ ตัดสินใจเลิกขายประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับลูกค้าใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป

และในขณะเดียวกัน บริษัทประกันอีกเจ้าที่เคยหยุดขายประกันสุขภาพเด็กไปก่อนหน้านี้ ก็เตรียมนำกลับมาขายอีกครั้ง พร้อมเงื่อนไขความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

นี่อาจเป็นสัญญาณที่กำลังบอกเราว่า ยุคของประกันสุขภาพเหมาจ่าย ที่พ่วงเงื่อนไขร่วมจ่ายปีต่ออายุ ซึ่งเพิ่งจะเริ่มขายเมื่อต้นปีที่แล้ว กำลังจะกลับกลายเป็นอดีต..

และเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องมีการร่วมจ่ายค่ารักษา ทั้งแบบร่วมจ่ายตามสัดส่วนตั้งแต่บาทแรก (Copayment) หรือแบบรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หมายความว่า ต่อจากนี้ นอกจากค่าเบี้ยประกันที่เราต้องจ่ายแล้ว เรายังต้องเตรียมเงินสำรอง ไว้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม ที่ต้องมีร่วมจ่ายเองอีกด้วย

หากสงสัยว่าเรื่องราวนี้เป็นมาอย่างไร และทำไมถึงมีความสำคัญต่อทิศทางวงการประกันสุขภาพของบ้านเรา ?

MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของเรื่องนี้ เราลองมาย้อนดูวิวัฒนาการของประกันสุขภาพ ผ่าน 3 ช่วงเวลาสำคัญกันก่อน

- ยุคที่ 1 ประกันสุขภาพแบบเก่า ก่อนมี New Health Standard

คือกลุ่มที่ทำประกันสุขภาพไว้ ก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564

กลุ่มนี้ บริษัทสามารถเลือกที่จะปฏิเสธการต่ออายุสัญญา และปรับเพิ่มเบี้ยประกันได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงเรื่องความคุ้มครองในระยะยาว

- ยุคที่ 2 ประกันสุขภาพแบบใหม่ ช่วง New Health Standard ก่อนการมาถึงของ Copayment ปีต่ออายุ

คือกลุ่มที่ทำประกันสุขภาพไว้หลังวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 และก่อนเริ่มใช้เงื่อนไข Copayment ปีต่ออายุ ในเดือนมีนาคม 2568

ช่วงนี้ถือว่าเป็น “ยุคทองของคนทำประกัน” เพราะบริษัทไม่สามารถยกเลิกหรือปรับเพิ่มเบี้ยได้ตามใจ ซึ่งถ้าจะปรับเบี้ย ต้องปรับทั้งพอร์ตโฟลิโอ

ทำให้คนที่ทำประกันหลังจากช่วงนี้เป็นต้นไป จะถือว่าได้ความคุ้มครองเต็มที่ และมีมาตรฐานคุ้มครองสิทธิอย่างชัดเจน

- ยุคที่ 3 ประกันสุขภาพเหมาจ่าย พ่วงเงื่อนไข Copayment ปีต่ออายุ

คือกลุ่มที่ทำประกันสุขภาพ หลังเดือนมีนาคม 2568

โดยในช่วงนี้ ถึงแม้เราจะทำประกันสุขภาพเหมาจ่าย แต่ก็จะมีเงื่อนไขระบุชัดเจนตั้งแต่แรกว่า

ถ้าเกิดมีการเคลมและเข้ารักษาตามเงื่อนไข ในปีถัดไปเราจะต้อง “ร่วมจ่ายค่ารักษา” ด้วยบางส่วน

มีทั้งแบบร่วมจ่าย 30% และ 50% แล้วแต่เงื่อนไข และจะพิจารณาแบบปีต่อปี โดยไม่ต้องร่วมจ่ายตลอดไป

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าเราทำประกันในช่วงนี้ แล้วเคลมตามความจำเป็นโดยไม่เข้าเงื่อนไข เราก็ยังได้ความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย 100% โดยไม่ต้องควักเงินตัวเองเลย

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปข้างต้น กำลังจะกลับกลายเป็นเพียงอดีต ไปเสียแล้ว..

นั่นก็เพราะว่า จากการขยับตัวของบริษัทประกันเจ้าใหญ่ ที่ตัดสินใจเลิกขายประกันสุขภาพเหมาจ่าย และมีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนไปใช้แบบร่วมจ่ายตามสัดส่วนตั้งแต่บาทแรกแทน (Copayment)

เมื่อเจ้าใหญ่เริ่มขยับตัว ก็มีความเป็นไปได้ว่า บริษัทประกันรายอื่น ๆ ก็อาจจะทยอยปรับในลักษณะเดียวกัน

และนอกจากนี้เอง ก็ยังรวมถึงการกลับมาของประกันสุขภาพเด็ก จากบริษัทประกันอีกเจ้าที่ได้หยุดขายไป เพราะขาดทุนหลักพันล้านบาท

ก็กำลังเตรียมกลับมาขายพร้อมเงื่อนไขแบบรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible)

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ เป็นผลมาจากภาพรวมของวงการประกันสุขภาพที่กำลังถูกบีบ จากปัจจัยสำคัญถึง 2 ด้านพร้อมกัน ประกอบด้วย

1. แรงกดดันจากค่ารักษาพยาบาล ที่แพงขึ้นทุกปี

ตลอดช่วงปี 2561-2567 อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ของบ้านเรา เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 8-10% ต่อปี และในบางปีเคยสูงถึง 15%

แถมล่าสุดคือ ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการคาดการณ์ว่ายังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่ประมาณ 14.2%

ซึ่งปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก เพราะมาจากทั้งเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้น และโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ความต้องการใช้บริการสาธารณสุข เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเอง เมื่อมีประกันสุขภาพเหมาจ่าย ก็มีแนวโน้มที่จะใช้บริการบ่อยขึ้น ทำให้ยอดการเคลม เพิ่มเกินกว่าที่ควรจะเป็น

2. อัตราการเคลมประกันสุขภาพที่สูงขึ้น

ปัญหาไม่ได้จบแค่ค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้น แต่ยังมาจากยอดเคลมที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

เพราะเมื่อโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง เห็นว่าคนไข้มีวงเงินความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย ก็พร้อมที่จะรักษาและให้บริการทุกอย่างแบบจัดเต็ม

จนบางครั้ง แม้แต่การเจ็บป่วยเล็กน้อย ที่จริง ๆ แล้ว สามารถรับยากลับบ้านได้ ก็ยังต้องนอนโรงพยาบาล ทำให้บิลค่ารักษาพยาบาล พุ่งสูงเกินความจำเป็น

ปัจจัยเหล่านี้ ส่งผลให้อัตราการเรียกร้องค่าสินไหมประกันสุขภาพ หรือที่เรียกว่า Loss Ratio เริ่มอยู่ในระดับน่ากังวล

Loss Ratio หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่า “อัตราการเคลม” เป็นตัวชี้วัดว่า บริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปเท่าไร เมื่อเทียบกับค่าเบี้ยประกันที่ได้รับ

จากข้อมูลย้อนหลัง จะเห็นว่าตัว Loss Ratio มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ปี 2562 Loss Ratio อยู่ที่ 63.9%
ปี 2563 Loss Ratio อยู่ที่ 48.4% (ช่วงโควิดระบาดหนัก)
ปี 2564 Loss Ratio อยู่ที่ 50.9%
ปี 2565 Loss Ratio อยู่ที่ 60.0%
ปี 2566 Loss Ratio อยู่ที่ 66.7%

และมีการประมาณการไว้ว่า ระหว่างปี 2567-2569 Loss Ratio อาจจะเพิ่มขึ้นมาสูงถึง 73%, 81% และ 89% ตามลำดับ

ทีนี้ หากเราลองสังเกตกันให้ละเอียดเพิ่มอีกสักนิด ก็จะเห็นว่า ตัวเลข Loss Ratio เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

ซึ่งตรงกับช่วงเวลาที่มาตรฐานใหม่ (New Health Standard) เริ่มบังคับใช้ ซึ่งทำให้เมื่อมียอดเคลมสูง บริษัทประกันจะไม่สามารถปรับเพิ่มเบี้ยรายคน หรือปฏิเสธการต่ออายุได้แล้ว

ผลกระทบจึงตกมาถึง คนทำประกันที่เคลมเท่าที่จำเป็น เพราะต้องมาคอยช่วยแบกรับต้นทุนค่าเบี้ยที่แพงขึ้นนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และทำให้ต่อมา ต้องมีการระบุโรคป่วยที่ป่วยแบบเล็กน้อยให้ชัดเจนขึ้น เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ที่แฝงมากับการนอนโรงพยาบาล โดยไม่จำเป็น

ตรงนี้เอง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้วงการประกันสุขภาพบ้านเรา ขยับเข้าสู่ยุคประกันเหมาจ่าย พ่วงเงื่อนไข Copayment ปีต่ออายุในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่พ่วงเงื่อนไข Copayment ปีต่ออายุในปัจจุบันนี้ เพิ่งจะเริ่มขายได้ ยังไม่ถึงหนึ่งปีเต็มเลยด้วยซ้ำ

แต่เรากลับเริ่มเห็นการตัดสินใจจากบริษัทประกันเจ้าใหญ่ที่เลือกจะเลิกขายแล้ว

สถานการณ์นี้ ชวนให้นึกย้อนกลับไปถึงบทเรียนของประกันสุขภาพเด็กในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ยอดเคลมพุ่งสูงขึ้น เพราะเด็กป่วยง่ายและเข้าโรงพยาบาลบ่อย

จนทำให้ บริษัทประกันบางเจ้า หยุดการขายแผนนั้นไปเลย ส่วนบางบริษัทที่ยังขายอยู่ ก็มีเงื่อนไขที่ไม่ได้ครอบคลุมการเหมาจ่ายแบบเดิม

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่าทุกคนน่าจะพอเห็นคล้าย ๆ กันว่า การขยับตัวที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของเจ้าใหญ่ครั้งนี้ อาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า วงการประกันสุขภาพบ้านเราน่าจะกำลังอยู่ในช่วงหาจุดสมดุลใหม่อีกครั้ง

เพื่อเปลี่ยนผ่านจากยุคเหมาจ่าย 100% ปรับมาสู่ยุคเหมาจ่ายพ่วงเงื่อนไข

และอาจจะกำลังก้าวเข้าสู่ ยุคของการปรับตัวครั้งใหญ่ ที่หนีไม่พ้น เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืนในระยะยาว..

#วางแผนการเงิน
#ประกัน
#ประกันสุขภาพ

ที่อยู่

ประเวศ
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AIA ประกันน่าซื้อ By บูผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์