08/06/2022
วันนี้ถ้ากระเป๋าเงินที่เรามีอยู่ มันขาด ทำให้เงินหล่นหายไปทุกวัน คุณยังจะใบ้มันอยู่หรือไหม ?
การฝากเงินเก็บก็เช่นกัน ถ้าฝากแล้ว ไม่มีสามารถทำให้เงินที่เราเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต เติบโตได้ และยังทำให้เราขาดทุน เพราะปัจจัยเงินเพ้อ คุณจะยังดื้อดึงฝากเงินวิธีเดียวอยู่หรือไม่ ??
ปัจจุบันมีการลงทุนในรูปแบบต่างๆ อย่างมากมายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะกองทุน / หุ้น / คริปโต /อสังหาริมทรัพย์
/ทองคำ หรือทรัพย์สินต่างๆ
แต่หลายคนอาจจะไม่ได้นีกถึง ผลิตภัณฑ์ในแบบประกัน ว่าปัจจุบัน มีความหลากหลายและพัฒนา ตามสภาวะเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะตอบโจทย์หลายๆด้านพร้อมกันใน กรมธรรม์เล่ม เดียว !!!
วันนี้ เพจประกั๋นเต๊อะ ขอแนะนำ ผลิตภัณฑ์ประกันควบคู่การลงทุน ที่มีชื่อว่า UNIT LINKED ที่ผู้เอาประกันจะได้ทั้งความคุ้มครองและการลงทุน ผ่าน ผู้จัดการกองทุน บลจ. เอไอเอ ที่มีความเป็นมืออาชีพที่สุด ที่จะดูแล / จัดสรร สร้างผลตอบแทนให้คุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ โดย 1 กรมธรรม์ จะได้ อะไรบ้าง เดี๋ยวมาดูกันครับ
✅ คุ้มครองชีวิต
✅ เงินสดหลังวัยเกษียณ
✅ ความคุ้มครองกรณีทุพพลภาพ
✅ คุ้มครองด้านการศึกษาบุตร
✅ มรดกให้คนที่รัก
งบ 60,000 บาท ตกเดือนละ 5,000
สามารถสร้างเงินได้ถึง 10,000,000 บาท เพื่อคนที่เรารัก
👩🏼🦰ตัวอย่างผู้หญิงวัยทำงานอายุ 35 ปี
วางแผนสร้างหลักประกันให้ครอบครัว ด้วยแบบประกันควบการลงทุน AIA ISSARA PLUS วางแผนทั้งหมด 20 ปี (รวม 1.2ล้าน) ตั้งใจเกษียณ ณ อายุ 60ปี
🤎สร้างทุนประกันชีวิต 10,000,000
❤️คุ้มครองกรณีทุพพลภาพ รับเงิน 10,000,000
🧓🏻วันเกษียณรับเงินก้อน 1.33ล้านบาท**
**(ผลตอบแทนคาดการณ์ ที่5 %)**
เป็นไงบ้างครับ พอมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นไหม
ถ้าพร้อมแล้ว จะมากจะน้อย ผมอยากให้ทุกคนเตรียมพร้อมเพื่อตัวเองและคนที่รักครับ
หมายเหตุ แบบประกันควบการลงทุน Unit Linked มีความเสี่ยงด้านการจัดพอร์ตลงทุน และทุนประกันจะคำนวณตามช่วงอายุ ณ วันที่ทำประกัน 👦🏻 ดังนั้นผู้ต้องการวางแผนควรได้รับการปรึกษาจากตัวแทนมืออาชีพ ที่มีใบอนุญาตแนะนำการลงทุนจาก กลต. เท่านั้น
#ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผมช่วยดูแลนะครับ
#ประกั๋นเต๊อะ
#ที่ปรึกษาการเงินและผู้แนะนำด้านการลงทุน
#เบี้ยน้อยทุนสูง
ปีนี้เงินเฟ้อ 6.2% ถ้าเราฝากเงิน ได้ดอกเบี้ย 0.5% เงินก้อนนั้นจะด้อยค่า -5.7%
- BREAKING แบงก์ชาติคาด เงินเฟ้อปีนี้เป็น 6.2% จากเดิม 4.9%
ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ ออกมาให้สัญญาณ การเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อ โดยปรับเงินเฟ้อคาดการณ์ขึ้นเป็น 6.2% โดยบอกว่าสาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อจากทางด้านอุปทาน ผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้แบงก์ชาติยังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะ “หลุดกรอบนโยบาย” ตลอดทั้งปี 2565 อีกด้วย
ส่วนปีหน้า แบงก์ชาติคาดว่าเงินเฟ้อจะเป็น 2.5% จากเดิม 1.7% โดยยังมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันโลกที่มีโอกาสสูงกว่าที่ประเมินไว้ การส่งผ่านต้นทุนที่อาจมากและเร็วกว่าคาด และแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่อาจเร่งขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติ ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% ตามเสียงส่วนใหญ่ของ กนง. ที่ 4:3 ที่ยังคงต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต่อไปก่อน แต่ก็มีสัญญาณของความเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้ออย่างเห็นได้ชัดเพราะคนที่ไม่เห็นด้วยที่จะให้คงอัตราดอกเบี้ยมีมากถึง 3 ใน 7
และถ้าให้วิเคราะห์ดู แบงก์ชาติคาดเงินเฟ้อปีนี้ 6.2% แต่กลับคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5%
แปลว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง จะติดลบมากถึง 5.7%
หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้วเงินของคนไทยทุกคนถึงแม้ว่าฝากเงินได้ดอกเบี้ย 0.5% แต่เงินก้อนนั้นจะด้อยค่าลง -5.7% เพราะผลกระทบเงินเฟ้อที่แรงมาก
และนั่นหมายความว่า
ในการประชุมครั้งต่อไป ถ้าปัญหาเงินเฟ้อยังไม่น้อยลง
เราอาจจะได้เห็น ความจำเป็นในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สูงขึ้น เช่นกัน