First Capital สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

First Capital สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก First Capital สินเชื่อเพื่อธุรกิจ, บริการทางการเงิน, Bangkok.

🔹 First Capital ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ 🔹
✔️ ปลดล็อกปัญหาทางการเงิน
✔️ วงเงินสูง อนุมัติไว
✔️ ดอกเบี้ยต่ำ
ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้า ให้เงินทุนทำงานแทนคุณ!
📩 ทักเราเลยเพื่อรับคำปรึกษาฟรี

เราเข้าใจดีว่าปัญหาเงินทุนคืออุปสรรคของคนทำธุรกิจ... จะซื้อเครื่องจักรใหม่ เพิ่มรถขนส่ง หรือตุนสินค้า แต่เงินหมุนไม่ทัน?...
21/03/2026

เราเข้าใจดีว่าปัญหาเงินทุนคืออุปสรรคของคนทำธุรกิจ... จะซื้อเครื่องจักรใหม่ เพิ่มรถขนส่ง หรือตุนสินค้า แต่เงินหมุนไม่ทัน?
ให้ First Capital เป็นผู้ช่วยทางการเงินของคุณ! เราออกแบบสินเชื่อมาเพื่อ "ผู้ประกอบการ" โดยเฉพาะ

จุดเด่นที่ตอบโจทย์คนทำธุรกิจ:
👍ไม่เบิก ไม่เสียดอกเบี้ย" จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่นำไปใช้จริง
📈เราให้กู้ได้ถึง 120% ของราคาประเมิน! (วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท)
📊ดอกเบี้ยเริ่มต้นแค่ 0.85% ต่อเดือน แถมเป็นแบบลดต้นลดดอก

ก้าวผ่านทุกวิกฤต พร้อมติดปีกให้ธุรกิจคุณ
แอดไลน์:
โทร: 092-898-261
เว็บไซต์: www.firstcapitalthailand.com

*ไม่มีการเรียกเก็บเงินก่อนทุกกรณี

#สินเชื่อSME

ไม่ต้องทิ้งงานที่โรงงาน เราพร้อมบริการถึงที่! 🏭🚗ขอขอบคุณ บริษัท ธนพัฒน์ จํากัด มากๆ ครับ ที่ให้เกียรติทีมงานเราเข้ามาดูแ...
06/02/2026

ไม่ต้องทิ้งงานที่โรงงาน เราพร้อมบริการถึงที่! 🏭🚗
ขอขอบคุณ บริษัท ธนพัฒน์ จํากัด มากๆ ครับ ที่ให้เกียรติทีมงานเราเข้ามาดูแลเรื่องสินเชื่อถึงในไลน์ผลิต งานยุ่ง ออเดอร์แน่น ไม่มีเวลาไปยื่นสินเชื่อ ไม่ใช่ปัญหาครับ! เราพร้อมวิ่งไปรับเอกสารและส่งมอบวงเงินให้ถึงมือ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าต่อได้ไม่มีสะดุด

✅ บริการถึงที่ ทั่วประเทศ ✅ ไม่รบกวนเวลาทำงาน ✅ อนุมัติไว พร้อมใช้ทันที
#สินเชื่อถึงที่ #บริการนอกสถานที่ #สินเชื่อโรงงาน

ยินดีกับโปรเจกต์ใหม่ที่เริ่มต้นได้อย่างราบรื่น และขอบคุณที่เลือก First Capital ให้ดูแลครับ การได้ลงมาเห็นหน้างานและเห็นค...
05/02/2026

ยินดีกับโปรเจกต์ใหม่ที่เริ่มต้นได้อย่างราบรื่น และขอบคุณที่เลือก First Capital ให้ดูแลครับ

การได้ลงมาเห็นหน้างานและเห็นความตั้งใจในการพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น ทำให้เราพร้อมสนับสนุนทุนหมุนเวียนเพื่อให้การปรับปรุงสถานที่สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เห็นกิจการคึกคักและเตรียมพร้อมรับความสำเร็จแบบนี้ พวกเราทีมงานก็พลอยยิ้มตามไปด้วยครับ

เจ้าของธุรกิจโรงแรมที่ต้องการทุนเพื่อเตรียมความพร้อม ทักมาปรึกษาเราได้เลยครับ เราพร้อมดันทุกธุรกิจให้ไปต่อ
#สินเชื่อธุรกิจโรงแรม #เพื่อนคู่คิดSME #สนับสนุนเงินทุน

ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเจริญรุ่งเรืองการผลิต จำกัด ที่ไว้วางใจให้ First Capital เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินครับ 🙏ดีใจที่ได้เป็...
04/02/2026

ขอขอบคุณ บริษัท ไทยเจริญรุ่งเรืองการผลิต จำกัด ที่ไว้วางใจให้ First Capital เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินครับ 🙏

ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมทุน เพื่อให้คุณลูกค้าได้นำไปขยายคลังสินค้าและเพิ่มเครื่องจักรตามเป้าหมายที่วางไว้ เห็นกิจการเติบโตแบบนี้ พวกเราทีมงานก็พลอยยิ้มตามไปด้วยครับ

ใครที่กำลังมองหาเงินทุนหมุนเวียนเพื่อต่อยอดธุรกิจแบบนี้ ทักมาปรึกษาเราได้เลยครับ เราพร้อมดันทุกธุรกิจให้ไปต่อ
#สินเชื่อธุรกิจ #เพื่อนคู่คิดSME #สนับสนุนเงินทุน

28/01/2026

เศรษฐกิจไทยปี 2026 เปิดฉากมาท่ามกลางความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ตั้งแต่เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะสหรัฐฯ ความเสี่ยงจาการรื้อระเบียบโลกของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ และผลกระทบของกำแพงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น หลังไทยเร่งส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ อย่างมากในปีก่อน ขณะเดียวกัน ปัจจัยในประเทศก็ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากการเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่กว่าจะเริ่มเดินหน้านโยบายได้เต็มที่ อาจกินเวลาถึงเกือบครึ่งปี
[ SCB EIC ประเมิณเปลี่ยนผ่านรัฐบาลอาจใช้เวลา 5 เดือน แต่มีปัจจัยเสี่ยงทำให้ล่าช้าไปอีก ]
มีบทวิเคราะห์จาก SCB EIC ถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยในปี 2026 นี้บอกไว้ว่า แรงส่งหลักของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มแผ่วลงในปีนี้ แม้ภาคการท่องเที่ยวจะทยอยฟื้นตัวและช่วยพยุงเศรษฐกิจได้บางส่วน โดยในช่วงต้นปี 2026 เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินภาครัฐ ผ่านมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายและงบผูกพันที่รอการเบิกจ่ายอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี แรงส่งก็อาจลดลงจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ด้านความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับดีขึ้นชั่วคราว จากชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ในระยะข้างหน้ายังต้องเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งรายได้แรงงานที่ฟื้นตัวช้า ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และภาวะการเงินที่ตึงตัวจากสินเชื่อซึ่งยังหดตัวต่อเนื่อง
โดย SCB EIC ประเมินการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใช้เวลา 5 เดือนและจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเดือน พ.ค. 2026 ท่ามกลางหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ไทมไลน์นี้ล่าช้าออกไป เช่น กรณีร้องเรียนผลเลือกตั้ง หากปัญหาชายแดนกัมพูชาเกิดความไม่สงบอีกครั้ง หรือกรณีตัดสินคดีการเมือง
อย่างไรก็ดี รัฐบาลผสมชุดใหม่อาจเผชิญข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายพรรค เพราะอาจไม่มีพรรคที่ได้คะแนนเสียงเบ็ดเสร็จเช่นเดียวกับผลเลือกตั้งในปี 2023 ทั้งนี้การจัดทำ พ.ร.บ. งบประมาณปี 2027 อาจประกาศใช้ล่าช้าเพียง 1-2 เดือน ความเสี่ยงล่าช้ามากขึ้นกับระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการพิจารณาแก้ไขร่าง พ.ร.บ. งบประมาณของรัฐบาลใหม่ เพื่อดำเนินนโยบายชุดใหม่ตามที่ประกาศไว้ ซึ่งอาจกระทบการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐตลอดปีนี้
[ นโยบายหาเสียงยังเน้นให้เงินอุดหนุน ยกระดับธรรมาภิบาลและภาครัฐ ]

นโยบายหาเสียงยังเน้นให้เงินอุดหนุน ยกระดับธรรมาภิบาลและภาครัฐ รวมถึงเสนอนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศมากขึ้น อาทิ มิติหนี้ครัวเรือน ความสามารถในการแข่งขัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ความเสี่ยงสิ่งแวดล้อม โครงสร้างประชากรและคุณภาพแรงงาน ความเหลื่อมล้ำและสวัสดิการ
และธรรมาภิบาลภาครัฐ ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ยังไม่เห็นนโยบายปฏิรูปรายได้และรายจ่ายของภาครัฐที่ชัดเจนภายใต้แรงกดดันปฏิรูปการคลังที่สูงขึ้น หลังจากระดับหนี้สาธารณะไทยมีแนวโน้มใกล้ชนเพดานเร็วขึ้น และเสี่ยงถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศจากเสถียรภาพการคลัง
[ ดอกเบี้ยนโยบายไทยจะปรับลดลงสู่ 1% ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ]
สำหรับเรื่องของดอกเบี้ย ด้าน SCB EIC ประเมินอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงสู่ 1% ภายในครึ่งแรกของปี และทรงตัวตลอดปี สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองสูง สินเชื่อภาคเอกชนที่หดตัวเป็นวงกว้าง ภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs จึงเผชิญภาวะการเงินตึงตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งสะท้อนอุปสงค์ในประเทศซบเซา การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการทางการเงินของรัฐบาลในการบรรเทาภาระหนี้ของครัวเรือนและ SMEs
สำหรับภาคการส่งออก มีแนวโน้มหดตัวในปี 2026 หลังขยายตัวสูงในปี 2025 โดยได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงการแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจไทยยังพอมีแรงพยุงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพจากยุโรป อินเดีย และสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว จากการเพิ่มขึ้นของเส้นทางบินใหม่

[ เศรษฐกิจโลกปี 2026 จะชะลอลงบ้างจากผลภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ ]
ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลก SCB EIC ประเมินปี 2026 จะขยายตัว 2.5% ชะลอลงจาก 2.7% ในปี 2025 ตามการค้าโลกที่จะได้รับผลกระทบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้นหลังเร่งส่งออก (Front-loading) ไปตลาดสหรัฐฯ
ในปีก่อน เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตชะลอลงบ้างตามการจ้างงานของภาคธุรกิจที่ลดลง ขณะที่การลงทุนใน AI ยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ เศรษฐกิจยูโร ชะลอลงตามความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่ปรับแย่ลง แม้การใช้จ่ายภาครัฐปรับเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจจีน จะถูกกดดันต่อเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์
อย่างไรก็ตาม การผลิตและส่งออกจะยังเป็นเครื่องยนต์หลักได้ต่อไป เศรษฐกิจญี่ปุ่น ชะลอลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ แต่อุปสงค์ในประเทศยังเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยญี่ปุ่นมีกำหนดจัดเลือกตั้งทั่วไปใหม่ในวันที่ 8 ก.พ. SCB EIC ประเมินว่าพรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบัน (LDP) จะยังเป็นแกนนำรัฐบาลต่อไป
[ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นความเสี่ยงสำคัญ ]
จากการปรับกลยุทธ์ความมั่นคงของสหรัฐฯ (National Security Strategy Nov 2026) ซึ่งให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติเป็นหลัก ส่งผลให้สหรัฐฯ เร่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ สะท้อนจากกรณีการจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาโดยใช้เหตุผลการลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงาน
ความต้องการครอบครองกรีนแลนด์ โดยใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจ เช่น มาตรการภาษี กดดันประเทศในสหภาพยุโรปให้เร่งเจรจาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะซื้อกรีนแลนด์ นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นในประเด็นไต้หวันยังดำเนินต่อไป
ส่งผลให้ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกสูง มีโอกาสที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะตัดสินให้การบังคับใช้ภาษีนำเข้าบางส่วนของรัฐบาลทรัมป์ไม่ชอบด้วยต่อกฎหมาย รัฐบาลทรัมป์อาจต้องหากฎหมายอื่นๆ ใช้บังคับแทน
ส่วนของนโยบายการเงินโลกยังมีแนวโน้มผ่อนคลาย แต่เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยรวม 0.5% ในช่วงกลางปีนี้ จากทิศทางตลาดแรงงานที่ชะลอลง และจะคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังมี
และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% ในปีนี้ หลังข้อมูลการปรับเพิ่มค่าจ้างประจำปีชัดเจนขึ้น ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่ำ 2% ตลอดปี โดยเงินเฟ้อของประเทศกลุ่มยูโร ส่วนใหญ่กลับสู่เป้าหมาย 2% แล้ว
อย่างไรก็ดี แม้นโยบายการเงินโลกจะมีทิศทางผ่อนคลายลง แต่ต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐจะยังอยู่ในระดับสูงจากความเสี่ยงเสถียรภาพการคลัง โดยหนี้สาธารณะมีทิศทางสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมืองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

09/12/2025

KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร นำเสนอบทความวิเคราะห์สถานการณ์ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมไทยที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง โดยยังวิเคราะห์ไปในอนาคตว่า หากประเทศไทยไม่ต้องมีภาคการผลิตทำได้หรือไม่?
คำถามต่อมา คือ เมื่อภาคอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถดูดซับแรงงานหรือยกระดับรายได้อย่างในอดีตอีกต่อไป โครงสร้างของเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร? หรือทางออกของเศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ต้องพึ่งพาภาคอุตสาหกรรมอีกต่อไปแล้ว?
โดยหากไล่เรียงดูมาถึงปรากฎการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยที่กำลังพัฒนาเติบโตช้าลง และคาดว่าจะโตช้าลงอีกเมื่อเทียบกับในอดีตและเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
ตอนนี้มีความกังวลว่าเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาจะไม่สามารถ “ไล่ทัน” หรือ “catch up” ประเทศพัฒนาแล้วได้เพราะประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มโตช้าลงในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มโตดีขึ้นต่อเนื่อง
คำถามที่น่าสนใจ คือ ทำไมปรากฎการณ์นี้จึงเกิดขึ้น และประเทศกำลังพัฒนาจะมีทางออกในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปอย่างไร
[ โมเดลแบบเดิมล้าหลัง ]
โมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจในอดีตที่เราคุ้นเคยคือ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการ โดยในอดีตการพัฒนาเศรษฐกิจโลกรวมทั้งไทยอาศัยการเติบโตจากช่วงการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยภาคอุตสาหกรรมมักเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีการเติบโตเร็วกว่าภาคเศรษฐกิจอื่น เนื่องจากลักษณะสำคัญคือเป็นสินค้าที่สามารถค้าขายระหว่างประเทศได้ (Tradable) ทำให้เกิดแรงกดดันในการพัฒนาศักยภาพจากการแข่งขันจากต่างประเทศ และลักษณะธุรกิจมักได้ประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนเมื่อผลิตสินค้าจำนวนมากขึ้น (Economies of Scale) ภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นความหวังของประเทศกำลังพัฒนาในการเพิ่มรายได้ต่อหัวให้สูงทันกับประเทศพัฒนาแล้ว
แต่ตอนนี้มีการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนาที่เร็วขึ้นมาก พูดง่ายๆ คือ เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศเหล่านี้ยังพัฒนาอยู่ในระดับรายได้ปานกลาง เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่อธิบายว่าทำไมประเทศกำลังพัฒนาถึงเริ่มเติบโตช้าลงในระยะหลังและเริ่มมีรายได้ที่ห่างจากประเทศพัฒนาแล้วมากขึ้น
โดยประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน จะเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมไทยหดตัวเร็วเกินไป
หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้จะพบว่าภาคอุตสาหกรรมไทยเคยเติบโตได้เร็วกว่าประเทศอื่นในช่วงทศวรรษ 1980 – 2000 แต่ตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาก็เริ่มหดตัวลง ซึ่งสอดคล้องกับไปประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่ในช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมา เป็นช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมไทยเริ่มหดตัวเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ
นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับรายได้ต่อหัวจะพบว่าภาคอุตสาหกรรมไทยเริ่มหดตัวในช่วงรายได้ที่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือมาเลเซียที่กำลังจะเป็นประเทศรายได้สูง และหดตัวลงมากกว่าประเทศอื่นอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย
อีกส่วนสำคัญคือ แรงงานในภาคการผลิตของไทยที่ถ้าดูสัดส่วนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมไทยยังน้อยกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เป็นสัญญาณว่าบอกว่า ภาคอุตสาหกรรมเริ่มหดตัวก่อนที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีและผลต่อผลิตภาพแรงงานที่สูงขึ้น จะเกิดขึ้นเต็มที่เหมือนในประเทศพัฒนาแล้ว
แนวโน้มทั้งหมดนี้กำลังสะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมไทยอาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และด้วยขนาดของภาคอุตสาหกรรมที่ใหญ่ในเศรษฐกิจไทย เมื่อเริ่มหดตัวก็เป็นสาเหตุที่เศรษฐกิจในช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมาเติบโตได้ต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
ทำไมการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมถึงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็นในประเทศกำลังพัฒนาและกำลังพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ
บทความล่าสุดของ Dani Rodrik นักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายทฤษฎีที่น่าสนใจว่าการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่อาจทำให้ประโยชน์ที่ประเทศต่างๆ ได้จากกระแสโลกาภิวัตน์เหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตลดลงและทำให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่สามารถยึดโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบเดิมได้
โดยเศรษฐกิจไทย ได้อาศัยประโยชน์จากโลกาภิวัฒน์อย่างเต็มที่ช่วยหนุนเสริมเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยสอดคล้องไปกับการเปิดประตูสู่ตลาดโลกของโทย ทำให้ไทยเติบโตจากประเทศยากจนเข้าสู่ประเทศรายได้ปานกลางได้
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้การ “ไต่บันได” การผลิตแบบอดีตทำได้ยากขึ้นและต้องการแรงงานที่มีทักษะสูงขึ้น คือ 1.เทคโนโลยีการผลิตสินค้าที่ก้าวหน้ามากขึ้นในปัจจุบันและต้องการแรงงานทักษะต่ำลดลงเรื่อย ๆ 2. โครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกที่ซับซ้อนมากขึ้นก็เพิ่มการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมระหว่างประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น 3.ผลิตภาพแรงงานที่ไล่ไม่ทัน ถ้าเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว
และเมื่อเผชิญการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากจีน ที่ก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งสำคัญของภาคการผลิตทั่วโลกรวมทั้งไทย ยิ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมส่งออกของหลายประเทศรวมถึงไทยได้รับผลกระทบหนักไปอีก
[ หรือภาคการผลิตไม่ต้องมีแล้ว ? ]
KKP ตั้งคำถามว่า ประเทศไทยไม่ต้องมีภาคการผลิตได้หรือไม่?
เมื่อภาคอุตสาหกรรมไทยไม่สามารถดูดซับแรงงานหรือยกระดับรายได้อย่างในอดีตอีกต่อไป
ถ้าดูกันตามจริงตอนนี้จะพบว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยได้ทยอยเปลี่ยนแปลงมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเห็นการเปลี่ยนแปลงผ่านทั้งการหดตัวลงของภาคการผลิตและการขยายตัวของภาคบริการจากภาคการท่องเที่ยว ความสำคัญที่มากขึ้นของภาคบริการมาทดแทนภาคอุตสาหกรรมเห็นได้ชัด
ที่ผ่านมาเราเห็นแรงงานสามารถย้ายจากภาคผลิตไปยังภาคบริการได้ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่อาศัยกระแสนักท่องเที่ยวจีนที่ขยายตัวขึ้นเร็ว ในช่วงหลังปี 2012 เป็นต้นมา แม้ว่ามูลค่าเพิ่มและผลิตภาพของแรงงานในภาคท่องเที่ยวอาจไม่สูงมากนักแต่ยังสูงกว่าภาคเกษตรและชดเชยการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมได้บ้างในช่วงที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวเพื่อทดแทนภาคอุตสาหกรรม ไม่ได้ตอบโจทย์ระยะยาวเลย เพราะตอนนี้เองประเทศอื่นๆ ก็ใช้วิธีแข่งกันดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกอ่อนแอลง
จีนโดดมาเป็นผู้เล่นสำคัญด้วยมาตรการฟรีวีซ่าของจีนไปยังนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่งผลให้ล่าสุดคนไทยในปี 2024 หันไปเที่ยวจีนมากขึ้นประมาณ 3 เท่าเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 จากประมาณ 5 แสนคนต่อปี เป็นมากกว่า 2 ล้านคนในปีที่ผ่านมาและคาดว่าในปีนี้จะแตะถึง 3 ล้านคนในปีนี้ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยลดลง
พอเห็นภาพว่า ภาคการผลิตก็ไปต่อยาก ภาคบริการที่หวังก็กำลังตกที่นั่งลำบาก แล้วไทยจะเป็นอย่างไร
KKP ประเมินว่าสถานการณ์ปัจจุบันไทยยังไม่พร้อมในการทิ้งให้ภาคอุตสาหกรรมหายไปทันทีจากหลายเหตุผล เพราะภาคบริการที่ไทยพึ่งพามีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งโดยปกติมักมีระดับรายได้ต่อหัวเฉลี่ยที่ต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรม และไม่สามารถส่งออกหรือขยายกิจการให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้แบบการส่งออกสินค้า โดยจะพบว่าภาคบริการส่วนใหญ่ในไทยเป็นบริการแบบเก่าต่างจากบริการในประเทศพัฒนาแล้ว
ขณะที่จุดอ่อนไทยคือ ขาดแรงงานทักษะสูงที่พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสู่ภาคบริการมูลค่าเพิ่มสูง แม้ว่าภาคบริการหลายกลุ่มในสมัยใหม่จะมีลักษณะที่สามารถเติบโตและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ตัวอย่างเช่น การให้บริการทางการเงิน การให้บริการด้านคำแนะนำทางกฎหมาย แต่ประเทศไทยไม่มีความพร้อม ไม่ว่าจะขาดแรงงานทักษะสูง ความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศจึงยากขึ้น
[ ไทยจะรับมือช่วงเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจอย่างไร ]
ตอนนี้จะปล่อยให้อุตสาหกรรมภาคการผลิตหายไปตามธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องมีการแยกกลุ่มว่าอุตสาหกรรมใดไม่สามารถแข่งขันได้ หรืออุตสาหกรรมใดยังมีศักยภาพในการแข่งขันได้และมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีการปรับตัวและพัฒนานวัตกรรมอย่างเหมาะสมในระยะยาว
มีการปรับเป้าหมายในการดึงดูดการลงทุนทางตรงในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยเน้นเป้าหมายที่อุตสาหกรรมที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจในประเทศได้มาก สนับสนุนอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
ต้องหาเครื่องยนต์ใหม่ทดแทนอุตสาหกรรมเดิมที่กำลังชะลอตัวลง โดยแบ่งเป็นทั้งนโยบายดึงดูดการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศที่เน้นอุตสาหกรรมที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะพัฒนาอุตสาหกรรมชั้นสูงและบริการมูลค่าเพิ่มสูงที่เป็นตัวนำการเติบโตได้ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจ IT Outsourcing / Software engineering ในอินเดีย ธุรกิจ Finance / Tech services ในสิงคโปร์ ธุรกิจ IT Export ใน Ireland โดยต้องทำการศึกษาอย่างจริงจังว่าไทยมีโอกาสสร้างความสามารถการแข่งขันในด้านใด
อีกจุดที่ไทยต้องทำ คือ เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคเศรษฐกิจใหม่ได้จริง ทั้งในมิติของแรงงานที่ต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษา ปรับปรุงคุณภาพแรงงาน ผ่อนคลายการเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีทักษะจากต่างประเทศ และการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานด้านความง่ายในการทำธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐ
ตอนนี้หากไทยไม่เตรียมพร้อมรับมือเรากำลังจะเจอกับสถานการณ์ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังแย่ลงเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด

ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบ...
25/10/2025

ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน
บริษัท First Capital Co., Ltd. ขอถวายความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

25/09/2025

เปิดรายละเอียด 'นโยบายรัฐบาล' เตรียมแถลงต่อรัฐสภาฯสัปดาห์หน้า โดยเน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4 ด้าน คือ เศรษฐกิจ (ลดค่าครองชีพ), ความมั่นคง, ภัยพิบัติ และภัยสังคม
นโยบายสำคัญอื่น ๆ รวมถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การปฏิรูปการศึกษาและสาธารณสุข และการจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

#นโยบาลรัฐบาล #นายกรัฐมนตรี #รัฐบาลอนุทิน #ฐานเศรษฐกิจ

โอกาสเติบโตของธุรกิจ เริ่มที่นี่📣ลงทุนครั้งเดียว คุ้มยาวๆ 📈📣สินเชื่อเพื่อเครื่องจักรและสต๊อกสินค้า📣อนุมัติไว ดอกเบี้ยต่ำ...
30/08/2025

โอกาสเติบโตของธุรกิจ เริ่มที่นี่
📣ลงทุนครั้งเดียว คุ้มยาวๆ 📈
📣สินเชื่อเพื่อเครื่องจักรและสต๊อกสินค้า
📣อนุมัติไว ดอกเบี้ยต่ำ 0.85% ต่อเดือน
📣ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า วงเงินสูงสุด 10 ล้าน

สอบถามรายละเอียดได้ที่
📲 092-898-2610
💬 LINE:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66928982610

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ First Capital สินเชื่อเพื่อธุรกิจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง First Capital สินเชื่อเพื่อธุรกิจ:

แชร์