Innovestfx Thai Support

Innovestfx Thai Support The Best Forex Broker in Asia

InnovestFX เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ออนไลน์ อำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อขายทั่วโลกด้วยโซลูชั่นส์การซื้อขายฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุด เรานำเสนอสภาพคล่องระดับเวิลด์คลาส spread ต่ำมาก การดำเนินการที่รวดเร็ว บริการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม และความมั่นคงของกฎระเบียบทางการเงินในระดับสูง InnovestFXให้บริการซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายฟอเร็กซ์ที่หลากหลาย เช่น cTrader, MT4, Webtrader, cAlgo, cMirror และแอพสำหรับ

iOS และ Android สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างจากโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีอยู่ คือ การที่เราให้บริการ STP และ ECN 100% อย่างแท้จริงโดยปราศจากโต๊ะจัดการ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจมากยิ่งขึ้นในผลการซื้อขายของตน

ขอเชิญสัมผัส เทคโนโลยีการเทรดที่ล้ำสมัย รวดเร็ว ปลอดภับ และการบริการที่เป็นกันเอง ได้แล้ววันนี้

เปิดบัญชี คลิกที่ลิงค์ด้านล่างนี้
http://bit.ly/Innovestfx_open_account

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก จากอานิสงส์ตัวเลขจ้างงานสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงิ...
06/04/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก จากอานิสงส์ตัวเลขจ้างงาน

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆส่วนใหญ่ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (5 เม.ย.) โดยได้รับอานิสงส์จากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐที่พุ่งเกินคาด

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0656 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0663 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าแตะ 1.2474 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2446 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าแตะ 0.7580 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7562 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.27 เยน จากระดับ 110.72 เยน แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0064 ฟรังก์สวิส จากระดับ 1.0023 ฟรังก์สวิส และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3424 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3412 ดอลลาร์แคนาดา

ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น หลังออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐประจำเดือนมี.ค.พุ่งขึ้น 263,000 ตำแหน่ง และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง โดยนักลงทุนจับตาดูตัวเลขนี้เพื่อประเมินทิศทางตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งจะมีการเปิดเผยวันพรุ่งนี้

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก หลังสหรัฐเผยตัวเลขขาดดุลการค้าลดลงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเ...
05/04/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก หลังสหรัฐเผยตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (4 เม.ย.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลการค้าที่แข็งแกร่งขึ้นของสหรัฐ

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0663 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0668 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2446 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2478 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7562 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7603 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.72 เยน จากระดับ 110.93 เยน แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0023 ฟรังก์สวิส จากระดับ 1.0018 ฟรังก์สวิส

ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนให้แข็งค่าขึ้น หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง 9.6% ในเดือนก.พ. สู่ระดับ 4.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐจะมีตัวเลขขาดดุลการค้าลดลงสู่ระดับ 4.48 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ.

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังระบุว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.0% ในเดือนก.พ. ซึ่งปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 3 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.5% ในเดือนม.ค. โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า

นักลงทุนจับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐที่เตรียมจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมี.ค. ในวันศุกร์นี้ ขณะที่โพลล์สำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนมี.ค.จะเพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้น 235,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ รวมถึง ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมี.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนมี.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) , รายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ประจำวันที่ 14-15 มี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ.

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวสูงกว่าคาดสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้...
04/04/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐขยายตัวสูงกว่าคาด

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อชายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 เม.ย.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลดัชนีภาคการผลิตของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ 1.0668 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0685 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2478 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2539 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย อ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7603 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7645 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.93 เยน จากระดับ 111.28 เยน แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0018 ฟรังก์สวิส จากระดับ 1.0008 ฟรังก์สวิส

ดอลลาร์ได้แรงหนุนจากรายงานผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของ ISM ได้ปรับตัวลงสู่ระดับ 57.2 ในเดือนมี.ค จากระดับ 57.7 ในเดือนก.พ. แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.0 และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 94 ทั้งนี้ดัชนีที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิต

ขณะที่ดัชนีย่อยเกี่ยวกับการจ้างงานดีดตัวแตะ 58.9 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2011

ส่วนบริษัทไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ขั้นสุดท้ายสำหรับภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.3 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 53.4 หลังจากแตะระดับ 54.2 ในเดือนก.พ.

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิต
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือนก.พ. สู่ระดับ 1.193 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2006 หลังจากที่ร่วงลงเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน

นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนมี.ค.ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนใน...
01/04/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจ

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ

ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยนแตะที่ 111.28 เยน จาก 111.58 เยน แต่แข็งค่าเทียบฟรังก์สวิสที่ระดับ 1.0008 ฟรังก์ จาก 1.0004 ฟรังก์

ยูโรทรงตัวเมื่อเทียบดอลลาร์ที่ระดับ 1.0685 ดอลลาร์ เงินปอนด์แข็งค่าเทียบดอลลาร์ที่ 1.2539 ดอลลาร์ จาก 1.2483 ดอลลาร์ ดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนลงแตะ 0.7645 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.7655 ดอลลาร์สหรัฐ

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.พ. โดยขยับขึ้น 0.1% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีทีแล้ว หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนก.พ.

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐอยู่ที่ระดับ 96.9 ในเดือนมี.ค. โดยต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ 97.6 แต่สูงกว่าระดับ 96.3 ของเดือนก.พ.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.พ. หลังจากพุ่งขึ้น 0.4% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE ดีดตัวขึ้น 2.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2555 หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนม.ค.

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจีดีพีสหรัฐโตสดใสสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุ...
31/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจีดีพีสหรัฐโตสดใส

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐ ที่ขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 111.58 เยน จากระดับ 111.10 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 1.0004 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9972 ฟรังก์สวิส

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0685 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0753 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.2483 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2421 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7655 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7671 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งสุดท้ายสำหรับจีดีพีประจำไตรมาส 4/2559 โดยระบุว่า จีดีพีมีการขยายตัว 2.1% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ที่ขยายตัวเพียง 1.9% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2%

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 3,000 ราย สู่ระดับ 258,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ราว 247,000 ราย

นักลงทุนจับตาการผลักดันร่างกฎหมายต่างๆของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันร่างงบประมาณให้ผ่านสภาคองเกรสภายในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐ หรือ "ชัตดาวน์"

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้เสนองบประมาณมูลค่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมและสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐ โดยจำนวนเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณที่จะช่วยให้หน่วยงานราชการของสหรัฐสามารถดำเนินการต่อไปได้ภายหลังเดือนเม.ย อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งได้แสดงความกังวลว่า ข้อเสนอของปธน.ทรัมป์อาจส่งผลให้เกิดการชัตดาวน์ เนื่องจากพรรคเดโมแครตปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอของรีพับลิกัน

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ จากแรงกดดันหลังอังกฤษเริ่มกระบวนการ Brexitค่าเงินปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบกับด...
30/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: เงินปอนด์ร่วงเทียบดอลล์ จากแรงกดดันหลังอังกฤษเริ่มกระบวนการ Brexit

ค่าเงินปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 มี.ค.) จากแรงกดดันภายหลังจากที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ประกาศมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) เมื่อวานนี้ ขณะที่ดอลลาร์ได้แรงหนุนบางส่วนจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาบอสตันและซาน ฟรานซิสโก ที่ได้แสดงความเห็นว่า เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้

สกุลเงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2421 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2444 ดอลลาร์ ในขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะ 1.0753 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0800 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลีย แข็งค่าขึ้นที่ระดับ 0.7671 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7634 ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.10 เยน จากระดับ 111.15 เยน แต่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ะดับ 0.9972 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9931 ฟรังก์สวิส

เงินปอนด์ได้รับแรงกดดันให้อ่อนค่าลง หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ประกาศมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนของสหภาพยุโรป เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจา Brexit ณ สภาสามัญชน (House of Commons) เมื่อวานนี้ ภายหลังจากนายทิม บาร์โรว์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำสหภาพยุโรป ได้ยื่นหนังสือแจ้งความจำนงดังกล่าวต่อนายโดนัลด์ ทัสค์ ประธานคณะมนตรียุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมในวันเดียวกัน

นักลงทุนติดตามสถานการณ์ Brexit อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการแยกตัวออกจาก EU อาจจะส่งผลให้อังกฤษเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ขณะที่ภาคธุรกิจของอังกฤษได้ออกมาเรียกร้องเมื่อวานนี้ เพื่อขอให้รัฐบาลรับประกันในเรื่องสิทธิของพนักงานกลุ่มประเทศ EU ที่ทำงานอยู่ในอังกฤษในระหว่างที่ได้มีการเจรจาต่อรองเพื่อถอนตัวจาก EU รวมทั้งการบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่าน หากอังกฤษไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับทางสหภาพยุโรปได้ภายในระยะเวลา 2 ปี

ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของนายเอริค โรเซนเกรน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาบอสตัน ที่ระบุว่าเฟดควรเตรียมพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 4 ครั้งในปีนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐตกอยู่ในภาวะร้อนแรงเกินไป

นอกจากนี้ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซาน ฟรานซิสโก ยังออกมาแสดงความเห็นด้วยว่า กรรมการเฟด "ไม่ควรปฏิเสธความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้"

นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 (ประมาณการครั้งสุดท้าย), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใสสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงิ...
29/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐในหลายรายการ ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.15 เยน จากระดับ 110.47 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9931 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9846 ฟรังก์สวิส

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0800 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0873 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2444 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2572 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น ที่ระดับ 0.7634 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7616 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์ เปิดเผยผลสำรวจว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐ พุ่งขึ้น 5.9% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 31 เดือน ด้วยแรงหนุนจากสต็อกบ้านที่อยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่ Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 125.6 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2000 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 114.0

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า สหรัฐขาดดุลการค้าลดลง 5.9% ในเดือนก.พ. สู่ระดับ 6.48 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 6.53 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค. นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังระบุด้วยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งประจำเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 5.941 แสนล้านดอลลาร์

นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนก.พ., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 (ประมาณการครั้งสุดท้าย), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังทรัมป์คว้าน้ำเหลวผลักดันอเมริกันเฮลธ์แคร์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า...
28/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลังทรัมป์คว้าน้ำเหลวผลักดันอเมริกันเฮลธ์แคร์

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ซึ่งความล้มเหลวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 110.47 เยน จากระดับ 111.11 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9846 ฟรังก์ จากระดับ 0.9930 ฟรังก์

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0873 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0781 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.2572 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2512 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงเล็กน้อย สู่ระดับ 0.7616 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7630 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนแรงลงหลังจากหลังจากที่ปธน.ทรัมป์ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากทรัมป์ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันได้ ทั้งที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสภาคองเกรส

ทั้งนี้ การที่ปธน.ทรัมป์ต้องยอมถอนร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาแทนกฎหมายประกันสุขภาพ "Affordable Care Act (ACA)" หรือ "โอบามาแคร์" ออกจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐนั้น ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ครั้งแรกในสภานิติบัญญัติของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค. และยังส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามถึงความสามารถของปธน.ทรัมป์ในการเดินหน้าผลักดันนโยบายอื่นๆ ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปภาษี และการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการสาธารณูปโภค ตามที่เขาได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

นักลงทุนจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม "The National Community Reinvestment Coalition Annual Conference" ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้

ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดคนอื่นๆก็มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้เช่นกัน ซึ่งรวมถึงนางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัสซิตี้, นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัส และนายเจย์ โพเวลล์ ผู้ว่าการเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนม.ค.โดยเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ดุลการค้าเดือนก.พ., สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.พ., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนก.พ., ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 (ประมาณการครั้งสุดท้าย), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.พ., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนก.พ. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐยกเลิกโหวตร่างกม.ประกันสุขภาพสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเ...
25/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐยกเลิกโหวตร่างกม.ประกันสุขภาพ

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรและเยน ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ก่อนที่จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันมีไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.83 เยน จากระดับ 111.11 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9907 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9930 ฟรังก์สวิส ขณะที่ปรับตัวขึ้นแตะ 1.3381 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.3345 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0804 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0781 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์อ่อนค่าลงแตะ 1.2495 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2512 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7626 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7630 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆอย่าง ยูโร และ เยน ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศยกเลิกร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งผลักดันโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อนำมาใช้แทนกฎหมายประกันสุขภาพ "Affordable Care Act (ACA)" หรือ "โอบามาแคร์" ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรได้เลื่อนการลงมติร่างกฎหมายดังกล่าวจากวันพฤหัสบดีมาเป็นวันศุกร์ เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้ผ่านความเห็นชอบในสภาได้ แต่ถึงแม้จะเลื่อนการลงมติมาหนึ่งวัน แต่รัฐบาลก็ยังคงไม่สามารถโน้มน้าวเสียงสนับสนุนจากกลุ่มส.ส.แนวอนุรักษ์นิยมของพรรครีพับลิกัน จนนำมาสู่การตัดสินใจคว่ำร่างกฎหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์ในที่สุด

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดให้สภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งหากสภาไม่ให้การอนุมัติ ปธน.ทรัมป์ก็ประกาศว่าจะไม่มีการรื้อฟื้นร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาอีก โดยจะปล่อยให้กฎหมายประกันสุขภาพ "โอบามาแคร์" มีผลบังคับใช้ต่อไป และเขาจะหันไปผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นๆ เช่น การปฏิรูปภาษี

ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการลงมติร่างกฎหมายประกันสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าการโหวตร่างกฎหมายดังกล่าวถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าจะสามารถผลักดันการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามที่ได้ให้สัญญาไว้ในระหว่างการหาเสียงหรือไม่ โดยความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ส่งผลให้เกิดความกังวลว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นๆ อาจต้องล่าช้าออกไปด้วย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานในวันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวขึ้น 1.7% ในเดือนก.พ. หลังจากพุ่งขึ้น 2.3% ในเดือนม.ค.

การดีดตัวขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอุปสงค์ในภาคการขนส่ง โดยเฉพาะคำสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ที่ทะยานขึ้น 47.6% ขณะที่อุปสงค์สำหรับรถยนต์ร่วงลง 0.8%

อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน ซึ่งเป็นคำสั่งซื้อสินค้าทุนที่ไม่รวมเครื่องบิน และสินค้าด้านอาวุธ โดยเป็นสิ่งบ่งชี้แผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ลดลง 0.1% ในเดือนก.พ. สวนทางตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค.

ขณะที่บริษัทไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 53.4 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน หลังจากแตะระดับ 54.3 ในเดือนก.พ.

ด้านดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐ ร่วงลงสู่ระดับ 52.9 ในเดือนมี.ค. หลังจากแตะระดับ 53.8 ในเดือนก.พ.

***WEEK หน้ายุโรป สวิส และอังกฤษ ปรับเวลาเป็นหน้าร้อนแล้วนะครับ***

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตกม.อเมริกันเฮลธ์แคร์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเท...
24/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตกม.อเมริกันเฮลธ์แคร์

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (23 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเกี่ยวกับร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" โดยการลงมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการลงแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อคืนนี้สภาผู้แทนราษฎรได้เลื่อนการลงมติออกไป เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันมีไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.11 เยน จากระดับ 110.87 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9930 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9916 ฟรังก์สวิส

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.0781 ดอลลาร์จากระดับ 1.0804 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.2512 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2485 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7630 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7681 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นก่อนหน้าการโหวตร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งผลักดันโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อนำมาใช้แทนกฎหมายประกันสุขภาพ "Affordable Care Act (ACA)" หรือ "โอบามาแคร์" ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อย่างไรก็ตาม สภาผู้แทนราษฎรได้เลื่อนการลงมติออกไป เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวให้ผ่านความเห็นชอบในสภาได้ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลว่า ความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์อาจทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นๆของประธานาธิบดี ทรัมป์ ต้องล่าช้าออกไปด้วย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้นั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 15,000 ราย ในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 258,000 ราย ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 240,000 ราย

นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ซึ่งได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก ขณะนลท.จับตาถ้อยแถลง เยลเลนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเง...
23/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก ขณะนลท.จับตาถ้อยแถลง เยลเลน

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ ท่ามกลางความไม่มั่นใจเกี่ยวกับช่วงเวลาและความถี่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 110.87 เยน จากระดับ 111.88 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9916 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9942 ฟรังก์สวิส

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.0804 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0802 ดอลลาร์ ในขณะที่ปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะ 1.2485 ดอลลาร์จากระดับ 1.2483 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7681 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7699 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงกดดันให้อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย โดยจับดูการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ในหัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ หลังจากที่เฟดได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

นักลงทุนยังจับตาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐที่เตรียมลงมติต่อร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" แทน "โอบามาแคร์" ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการผ่านร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" จะส่งผลกระทบทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของปธน.ทรัมป์ เช่น การปฏิรูปภาษี, การผ่อนคลายกฎระเบียบ และการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการสาธารณูปโภค ต้องล่าช้าออกไป

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.พ., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต

22/03/2017

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ค่าเงินปอนด์พุ่งหลังอังกฤษเผยเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าเป้าหมายแบงก์ชาติ

ค่าเงินสกุลปอนด์ทะยานขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) หลังรัฐบาลอังกฤษเผยตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษ ขณะที่ดอลลาร์ยังคงอ่อนค่าลงจากแรงกดดันของถ้อยแถลงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณว่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้

ปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.2483 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2347 ดอลลาร์ ในขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะ 1.0802 ดอลลาร์ จากระดับ 1.0736 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงที่ระดับ 0.7699 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7733 ดอลลาร์

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน ที่ระดับ 111.88 เยน จากระดับ 112.57 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9942 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.9985 ฟรังก์สวิส

สกุลเงินปอนด์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ที่ระดับ 1.2471 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อคืนนี้ หลังจากสถิติแห่งชาติของอังกฤษรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้นแตะ 2.3% ในเดือนก.พ. จากระดับ 1.8% ในเดือนม.ค. โดยตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าว นับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2556 และสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษที่ 2% ทั้งยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2556 ที่อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษอาจจะใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน

ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง จากแรงกดดันของถ้อยแถลงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อๆไปแบบค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้เฟดระบุด้วยว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับราว 1.4% ในช่วงสิ้นปี 2560 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากที่ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้

นักลงทุนจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดจะกล่าวสุนทรพจน์ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ ในการประชุมภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนม.ค., ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.พ., ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนก.พ., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเบื้องต้นเดือนมี.ค.จากมาร์กิต

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Innovestfx Thai Supportผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์