21/08/2026
🔥สรุปภาพรวมตลาดตราสารหนี้
ประจำสัปดาห์ที่ 17 ส.ค. - 21 ส.ค. 69
____________________________
📈 ตลาดพันธบัตรรัฐบาลไทย (Yield Curve) อัตราผลตอบแทนทุกช่วงอายุเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 2-5 bps. ปัจจัยหลักคือการปรับขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และตลาดหลักที่เพิ่มขึ้นตามราคานํ้ามันที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดทั้งจากอิหร่านและสหรัฐฯ ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิพันธบัตรอายุมากกว่า 1 ปีจำนวน 9,918 ล้านบาท สภาพัฒน์ฯ รายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ดีกว่าตลาดคาดไว้ที่ 1.7% จากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว 13.4% สูงสุดในรอบ 11 ปี แต่การขยายตัวในไตรมาส 2 ชะลอลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 โดยลดลง 0.2% และปรับคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของปี 69 เป็น 2.2% จาก 2.0% ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2 ขยายตัว 2.0% YoY จากการขยายตัวของสินเชื่อรายใหญ่ แต่สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยยังหดตัวต่อเนื่องและความเสี่ยงด้านเครดิตยังทรงตัวในระดับสูง
__________________________
🌍 ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 19 ปีที่ 5.337% ตามความกังวลของตลาดต่อภาวะเงินเฟ้อจากราคานํ้ามันที่ทรงตัวระดับสูง ภาวะการขาดดุลงบประมาณ และการที่ธนาคารกลางไม่ให้แนวทางการดำเนินการนโยบายการเงินแก่ตลาด ในคืนวันพุธที่ 18 ส.ค. กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว 2 เท่าจาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ มีผลในวันที่ 9 ก.ย. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดพันธบัตร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลง 15 bps. จากจุดสูงสุด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2-10ปี ลดลง 4-5 bps. ขณะที่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เดือน ก.ค. ให้นํ้าหนักกับภาวะเงินเฟ้อในการพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประขุมครั้งถัดไป ซึ่งรายงานชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อเดือน ก.ค.ชะลอลงจากเดือน มิ.ย. ส่งผลให้ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Federal Funds Futures) ปรับลดโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายภายในมี.ค. 70 เหลือเพียง 1 ครั้งจาก 1.5 ครั้งในสัปดาห์ที่แล้ว
__________________________
💬 ความคิดเห็น/คำแนะนำ แม้สภาพัฒน์ฯ จะปรับอัตราการการขยายตัวเศรษฐกิจปี 69 เป็น 2.2% แต่เป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอลงจากครึ่งแรกของปี 69 ที่ขยายตัว 2.4% เรามองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ไปจนถึงสิ้นปี 70 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอยู่ในระดับตํ่า จึงยังคงคำแนะนำให้ขายพันธบัตรออมทรัพย์ที่มีอายุคงเหลือ 1-2 ปี แล้วรอลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์พลัสรายเดือน ส่วนผู้ถือพันธบัตรออมทรัพย์ที่มีอายุคงเหลือ 3-5 ปี ให้ทยอยขายลดความเสี่ยงเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 3-5 ปีปรับลดลง 5-10 bps. จากระดับปัจจุบัน สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงต่างประเทศให้ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีอายุตราสารหนี้ในพอร์ทเฉลี่ย 3-5 ปี และหากรับความผันผวนได้สูงให้ทยอยลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศที่มีอายุตราสารหนี้ในพอร์ทเฉลี่ย 5-10 ปี
___________________________
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📱Line:
☎ Tel: 02-4371588
___________________________
#ตราสารหนี้ #หุ้นกู้ #ตัวช่วยการลงทุน