Money in Law ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Money in Law, ตัวแทนขายประกัน, Bangkok.

อยากเห็นคนไทยเข้าใจ “เงิน + ประกัน + กฎหมาย”
เพื่อไม่ตัดสินใจพลาดในเรื่องสำคัญของชีวิต
ต้องการฟังคลิปเต็ม ติดตามที่ TikTok : https://lnk.ink/moneyinlaw.tiktok นะคะ

12/08/2026
12/08/2026

อะไรที่ Ray Dalio และ Jeremy Gratham พูดเหมือนกันเรื่องฟองสบู่

ปกติแอดก็ชอบติดตามข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องวิกฤติ หรือฟองสบู่นะ

ไม่ใช่กลัว แค่ระวัง และเตรียมพร้อมรับมือ

ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน Ray Dalio เพิ่งให้สัมภาษณ์กับรายการ DAOC นี้ และบอกว่าเห็นด้วยกับคลิปของ Jeremy Gratham ซึ่งแอดก็เคยลงในเพจแล้วล่ะ ประมาณช่วงมิ.ย.

ประเด็นที่ทั้ง 2 คนพูดไปในทางเดียวกัน คือ เรื่องฟองสบู่นั่นแหละ
แอดเองก็สงสัยว่า มันมีอันไหนที่ใช้หยิบจับมาเป็น Indicator ให้แอดติดตามได้บ้าง แล้วพวกเค้ามองข้อมูลอะไรบ้าง

====

1. ฟองสบู่ AI คือฟองสบู่การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งสองคนเห็นพ้องตรงกันอย่างสมบูรณ์ว่า เรากำลังเผชิญกับฟองสบู่การลงทุน AI ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

- จุดที่ Ray Dalio อ้างถึง Grantham ในสัมภาษณ์ของ Dalio ทางผู้ดำเนินรายการ (Steven) ได้ยกคำพูดของ Grantham ขึ้นมาถาม ซึ่ง Dalio ตอบทันทีว่า "เขาพูดถูกต้องแล้ว" (He's right)

- กลไกที่มองตรงกัน ฟองสบู่ไม่ได้เกิดจาก "เรื่องหลอกลวง" (Scam) แต่เกิดจาก "นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่จริงๆ" เช่น รถไฟ, อินเทอร์เน็ต, AI ที่ผู้คนตื่นเต้นจนแห่ขนเงินมาลงทุนเกินขนาด (Over-invested) ผลักดันราคาให้สูงเกินผลกำไรจริง และท้ายที่สุดฟองสบู่จะแตกตามวงจรประวัติศาสตร์

----

2. การล่มสลายของฟองสบู่และสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งคู่คาดการณ์ว่าการปรับตัวลงของตลาดรอบนี้จะรุนแรงและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริง

- Grantham เตือนว่าหุ้นกลุ่ม AI หรือหุ้นตัวท็อป (High-flyers) มีโอกาสร่วงลงถึง 70% - 80% (เหมือนยุค Dot-Com ที่ Nasdaq ดิ่ง 82%) และจะนำไปสู่ช่วงเวลาที่ยากลำบากทางเศรษฐกิจ

- Dalio อธิบายกลไกเชิงสาเหตุและผล (Cause-Effect) ว่าเมื่อฟองสบู่แตก คนจะถูกบังคับขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ (Deleveraging) ทำให้เกิดการตัดลดการใช้จ่าย รายได้ของธุรกิจร่วงลง และฉุดให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (Recession)

----

3. คำเตือนเกี่ยวกับ "เงินสด" และความเสี่ยงของหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสองคนมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบันมีราคาแพงเกินไปอย่างก้าวกระโดด (Overpriced)

- Grantham แนะนำตรงๆ ว่า "อย่าถือหุ้นสหรัฐฯ" โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี ให้กระจายการลงทุนไปนอกสหรัฐฯ (Non-US Equities / Emerging Markets) เพราะหุ้นต่างชาติต่ำกว่าและมีราคาถูกกว่ามาก

- Dalio เตือนว่าการถือเงินสดระยะยาวโดนเงินเฟ้อกัดกิน ส่วนหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวนสูงมาก ทั้งคู่แนะนำตรงกันเรื่อง การกระจายความเสี่ยง (Diversification) ไปยังพันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์/โลหะมีค่า (ทองคำ) และอสังหาริมทรัพย์

----

4. วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางสังคม (Wealth Inequality & Social Contract) ทั้งคู่ชี้ว่าโครงสร้างเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก (โดยเฉพาะสหรัฐฯ และ UK) กำลังมีปัญหาขั้นรุนแรงที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำพุ่งสูงขึ้น

- Grantham ชี้ตัวเลขว่านับตั้งแต่ปี 1975 ความมั่งคั่งทั้งหมดตกไปอยู่ในมือของคน Top 10% และรายได้เฉลี่ยของคนชั้นกลางแทบไม่เติบโตเมื่อปรับตามเงินเฟ้อ ทำให้ประชาชนไม่พอใจและสัญญาสังคมเริ่มรอยร้าว

- Dalio มองว่าความเหลื่อมล้ำส่งผลให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองสุดขั้ว (Left vs Right) รัฐบาลขาดแคลนงบประมาณ และนำไปสู่ความขัดแย้งภายในที่อาจทำลายระบบเศรษฐกิจจากภายใน

----

5. สถาบันการเงินใหญ่ไม่มีวันเตือนประชาชนเรื่องตลาดแตก ทั้งสองนักลงทุนระดับตำนานให้สติแก่ผู้ฟังเหมือนกันว่า อย่ารอฟังคำเตือนเรื่องฟองสบู่จากที่ปรึกษาการเงินหรือบริษัทลงทุนยักษ์ใหญ่

- Grantham กล่าวว่าบริษัทอย่าง Goldman Sachs หรือ Morgan Stanley ไม่มีวันบอกให้ลูกค้าถอนเงินออกจากตลาดเพราะมันคือ "ธุรกิจที่แย่" (Bad Business) สำหรับพวกเขา หากเตือนเร็วไปพวกเขาจะเสียลูกค้า

- Dalio เสริมว่าตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจทางการเงินและสภาวะจิตวิทยา สถาบันการเงินจึงต้องเชียร์ให้ตลาดดูดีอยู่เสมอเพื่อรักษาค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ (AUM)

----

6. ความเสี่ยงเชิงระบบในระยะยาว (แง่มุมที่ต่อยอดกัน)

- Grantham (มิติสิ่งแวดล้อมและสารพิษ) เตือนเรื่องวิกฤตประชากร (Baby Bust), สารพิษตกค้าง (Toxins/Plastics) ที่ทำให้อัตราสเปิร์มลดลง และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

- Dalio (มิติภูมิรัฐศาสตร์และวงจรหนี้) เตือนเรื่องการเปลี่ยนผ่านระเบียบโลก (Changing World Order) วงจรหนี้ระยะยาว 80 ปี และความเสี่ยงของการเกิดสงครามขั้วอำนาจ (สหรัฐฯ vs จีน)

====

สรุป

Jeremy Grantham ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้เป้าและเตือนภัยล่วงหน้าว่าฟองสบู่ AI อยู่ในจุดอันตรายที่สุดและแนะนำให้เทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ

Ray Dalio ทำหน้าที่เป็นผู้อธิบายกลไกเชิงระบบว่าทำไมฟองสบู่นั้นถึงเกิดขึ้น แตกอย่างไร และมันจะส่งผลต่อวงจรเศรษฐกิจและระเบียบโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้าอย่างไร

สำหรับแอดเอง ที่อ่านข้อมูลจากฝั่งบล. บลจ. ก็พบว่า House ส่วนใหญ่ไม่ได้กลัวฟองสบู่

แต่มองว่า มีสัญญาณในบางกลุ่มที่ต้องจับตา ไม่ว่าจะเป็นพวก CAPEX / HBM Price / Debt Financing รวมถึง Earnings Revision ที่อาจจะมาจาก Revenue Growth หรือ Profit Margin ที่ลดลงด้วย

ปลายปีก่อนมี Howard Marks ออกมาพูด แล้วก็มีคนอื่นๆตามออกมาเช่นกัน แต่หลายๆเพจก็เคยบอกแล้วว่า เราไม่สามารถรู้เวลาที่แน่นอนได้ แค่เตรียมตัวไว้ แต่จะระวังมากน้อยขึ้นกับ เราระมัดระวังในเรื่องนี้มากแค่ไหนนะ

ใครที่กลัวฟองสบู่มากๆ จะไปถือเงินสด ถือสินทรัพย์อื่นๆที่ไม่ใช่หุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ แล้วจะย้ายไปถือคริปโต หรือ ทองก็แล้วแต่ความเข้าใจ

บางคนที่มองว่า ยังไม่น่ากลัวขนาดนั้น ทุกอย่างมี Fundamental Back-up ไว้ดี กำไรยังโตดี แค่อาจจะมี Noise เข้ามา มีเรื่องปวดหัวมากดดันตลาดบ้าง แต่ยังเชื่อในการเติบโตของหุ้น ของกลุ่ม AI / Semicon ที่แตกต่างจากภาพปี 2000 ก็น่าจะเลือกหุ้นเป็นสินทรัพย์หลักในการลงทุนอยู่แล้ว

ไม่มีถูกผิดอ่ะ อยู่ที่มุมมอง แล้วรอตลาดเฉลยละกัน

07/08/2026
เคยได้ยินประโยคนี้กันไหมคะกฎหมายอาจไม่ยุติธรรม แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ เมย์ได้ยินประโยคนี้อีกครั้งนึงจากการไปดูรอบ Gal...
06/08/2026

เคยได้ยินประโยคนี้กันไหมคะ

กฎหมายอาจไม่ยุติธรรม
แต่กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

เมย์ได้ยินประโยคนี้อีกครั้งนึงจากการไปดูรอบ Gala Premiere หนังเรื่อง ล่าม LAAM : THE INTERPRETER

ก่อนดูหนังก็จินตนาการไว้ว่าคงเป็นการเล่าชีวประวัติของผู้หญิงคนนึงที่ไปใช้ชีวิต ไปทำงานที่อเมริกา

แต่พอดูหนังจบสิ่งที่เราเห็นคือชีวิตของผู้หญิงคนนึงที่ทำอาชีพเป็นล่ามศาลและล่ามทางการแพทย์ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีผู้อพยพจำนวนมาก หลาย ๆ คนที่ตัดสินใจไปทำงานที่อเมริกา ตั้งใจเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทั้งที่ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ซึ่งการใช้ชีวิตในต่างแดนก็ยากอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ เรื่องกฎหมาย หรือการขึ้นศาล อุปสรรคด้านภาษายิ่งทำให้ทุกอย่างซับซ้อนขึ้นอีก ในขณะที่อาชีพล่าม เป็นคนกลางที่ทำให้คนสองคนที่ไม่ได้พูดภาษาเดียวกันสามารถสื่อสารให้เข้าใจตรงกันได้

ตัวเอกที่ดำเนินเรื่องเป็นล่ามชาวไทยในอเมริกา หนังจึงพาเราไปเห็นวิถีชีวิตของคนไทยที่ไปทำงานอยู่ที่นั่น ผ่านคุณเบญจวรรณซึ่งเคยเป็นล่ามให้ผู้คนเหล่านั้น

นอกจากนี้ หนังยังพาเราไปดูกระบวนการพิจารณาของศาลสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระบวนพิจารณาก็จะมีความแตกต่างจากศาลไทยพอสมควร ด้วยความที่หนังเล่าเรื่องผ่านมุมมองของล่าม จุดเด่นจึงไม่ใช่การชิงไหวชิงพริบในการทำคดีของทนาย แต่เป็นการฉายให้เห็นความยุ่งยากซับซ้อนของกระบวนการดำเนินคดี ซึ่งตัวละครไม่ได้เสียเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้ออิสรภาพระหว่างการดำเนินคดีด้วย

ภาพรวมชีวิตของผู้คนในหนังอาจจะสมหวังเยอะไปหน่อย (แต่หลายคนดูแล้วอาจจะรู้สึกดี) แต่โดยภาพรวมประทับใจมาก และอยากเชิญชวนชม ล่าม (LAAM : The Thai Interpreter) เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศไทยในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นี้

03/08/2026

ตอบสั้นๆ จากกรณีช่องโหว่ COLDCARD

1. ช่องโหว่นี้คืออะไร?

ตอบ: ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้เกิดจากฟังก์ชันสร้างเลขสุ่ม (Random Number Generator: RNG) คุณภาพต่ำ ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้าง seed phrase ของคุณขึ้นมาใหม่และเอาเหรียญไปได้ ไม่ใช่การที่ตัวอุปกรณ์ส่ง seed ออกมาจากตัวมัน

2. อุปกรณ์รุ่นไหนเสี่ยงบ้าง

ตอบ: ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ COLDCARD Mk3, Mk4, Mk5, Q เท่านั้น

- ผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัท Coinkite อย่างเช่น Opendime ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้

- ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์อื่น ไม่ว่าจะเป็น Trezor, Ledger, Blockstream Jade, Onekey, ฯลฯ ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ [ลิงก์แถลงการณ์จากแต่ละแบรนด์จะแนบในคอมเมนต์]

- Software/App Wallet เช่น BlueWallet, Sparrow Wallet, Nunchuk, Wasabi Wallet, ฯลฯ ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้

3. ฉันควรทำอย่างไรในสถานการณ์นี้?

- //⚠️ถ้าไม่ได้ใช้ COLDCARD ที่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก ไม่จำเป็นต้อง action อะไรในสถานการณ์นี้ หากรู้สึกว่าอยากเสริมความปลอดภัยให้กับการ self-custody ของตัวเองให้ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมั่นใจ อย่าลนลาน

- ถ้าใช้ COLDCARD ที่มีปัญหา ให้อ่านและดำเนินการตามคำแนะนำด้านล่าง หลายกรณีเป็นกรณีความเสี่ยงสูงที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ //⚠️ต้องมีสติและรอบคอบอย่างยิ่ง เพราะหากทำพลาดคุณอาจสูญเสียเหรียญทั้งหมดเองจากความผิดพลาดระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหา

- //⚠️พึงระมัดระวังการติดต่อต่างๆ สถานการณ์แบบนี้คือสถานการณ์ที่มิจฉาชีพจะฉวยโอกาสหลอกลวงผู้คน ห้ามทำตามคำแนะนำที่ไม่เข้าใจ กดลิงก์จากผู้ที่เราไม่รู้จัก ดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ใครบอกให้เราทำโดยไม่เข้าใจ

4. สำหรับผู้ที่สร้าง seed phrase ด้วย COLDCARD รุ่นที่มีปัญหา โดยเฉพาะหากใช้ seed phrase นั้นเก็บเหรียญด้วยวิธี single-sig (วิธีธรรมดาทั่วไป)

- หากคุณสร้าง seed phrase ด้วย COLDCARD ที่มีปัญหาโดยไม่ได้ใช้ฟังก์ชันทอยลูกเต๋าและไม่ใช้ passphrase ในการเก็บเหรียญ เหรียญของคุณตกอยู่ในอันตรายเร่งด่วน ถ้าเหรียญยังไม่หาย //🚨ให้ย้ายเหรียญไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่าทันที

- หากคุณสร้าง seed phrase ด้วย COLDCARD ที่มีปัญหา แต่ทอยลูกเต๋าเพิ่ม entropy 99 ครั้งขึ้นไป seed phrase นั้นมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน สามารถใช้งานต่อได้ (ถ้ากล้า) แต่หากต่ำกว่า 99 ครั้ง seed phrase ของคุณปลอดภัยกว่า แต่ก็ยังปลอดภัยต่ำกว่ามาตรฐาน //⚠️ควรพิจารณาย้ายเหรียญไปยัง seed phrase ที่ปลอดภัยกว่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

- หากคุณสร้าง seed phrase ด้วย COLDCARD ที่มีปัญหา แต่ใช้ passphrase ร่วมด้วยในการเก็บเหรียญ สิ่งที่ปกป้องเหรียญของคุณมีเพียงแต่ passphrase แล้ว ถือว่าปลอดภัยต่ำกว่ามาตรฐาน //⚠️ควรพิจารณาย้ายเหรียญไปยัง seed phrase ที่ปลอดภัยกว่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

- หากคุณสร้าง seed phrase ด้วย COLDCARD ที่มีปัญหา แต่นำ seed phrase นั้นไป import/recover ในอุปกรณ์ตัวอื่น ปัญหาความปลอดภัยนี้จะตามไปด้วย โดยไม่สนว่าตอนนี้คุณใช้งานผ่านอุปกรณ์อะไร //🚨อ่าน 3 ข้อด้านบน ดูว่าตัวเองเข้าข่ายไหนแล้วดำเนินการตามนั้น

- กลับกัน หากคุณสร้าง seed phrase ด้วยอุปกรณ์อื่นแล้วนำมา import/recover ใช้งานใน COLDCARD รุ่นที่มีปัญหา เหรียญของคุณไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ //🕊️จะสร้างกระเป๋าใหม่เพื่อความสบายใจก็ได้แต่ไม่ต้องรีบ

5. สำหรับผู้ที่ใช้ seed phrase ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้มาทำกระเป๋า multisig (m-of-n)

- หากคุณใช้ seed phrase ที่มีปัญหาน้อยกว่าจำนวน m: ไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากอาจมี seed phrase ถูกเข้าถึงแล้วบางส่วน //⚠️ควรพิจารณาสร้าง multisig wallet ใหม่ด้วย seed phrase ชุดที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้วย้ายเหรียญไปเพื่อที่จะใช้งานต่อได้อย่างสบายใจในระยะยาว

- หากคุณใช้ seed phrase ที่มีปัญหามากกว่าจำนวน m แต่น้อยกว่า n:

ก) ถ้าคุณใช้ address เดิมรับเงินซ้ำ และเคยมีการโอนเหรียญออกจาก address นั้นบ้างแล้ว เหรียญที่เหลือคาอยู่ใน address นั้นตกอยู่ในอันตรายเร่งด่วน //🚨ย้ายเหรียญออกจาก address นั้นออกทันที

ข) ถ้าคุณไม่เคยใช้ address รับเงินซ้ำ หรือรับเงินซ้ำใน address เดิมแต่ไม่เคยโอนออก เหรียญของคุณยังปลอดภัย แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการดักโจมตี //⚠️เมื่อจะโอนเหรียญออก ให้โอนทีเดียวหมดจากแต่ละ address อย่าเหลือเหรียญคาไว้ใน address เก่า - และให้ส่งธุรกรรมไปยังนักขุดโดยตรงโดยไม่ผ่าน mempool สาธารณะ เช่น ส่งให้ MARA pool ผ่านช่องทาง Slipstream

- หากคุณใช้ seed phrase ที่มีปัญหาทั้งหมด n ตัว:

ก) หากคุณเคยโอนเหรียญออกจาก address ใดๆ ของกระเป่านี้แล้วแม้แต่ครั้งเดียว เหรียญ "ทั้งหมด" ในกระเป๋านี้ในทุก address ตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมด //🚨ย้ายเหรียญจากวอลเล็ตนี้ทั้งหมดไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่าทันที

ข) หากคุณไม่เคยโอนออกจากกระเป๋านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ตั้งแต่สร้างกระเป๋ามาก็รับเหรียญอย่างเดิยว เหรียญของคุณยังปลอดภัยจนกว่าคุณจะ broadcast ธุรกรรม //⚠️เมื่อจะโอนเหรียญออก ให้โอนทีเดียวหมดทั้งกระเป๋าไปยังที่ปลอดภัย - และให้ส่งธุรกรรมไปยังนักขุดโดยตรงโดยไม่ผ่าน mempool สาธารณะ เช่น ส่งให้ MARA pool ผ่านช่องทาง Slipstream

- อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องนี้ในโพสต์ของเพจ "ขิงว่านะ" ในคอมเมนต์

6. ฉันจะย้ายเหรียญไปยังที่ปลอดภัยได้อย่างไร?

- ฝากเหรียญกลับเข้า Exchange ที่ไว้ใจได้ แล้วค่อยถอนออกมาใหม่ในวันที่คุณสร้างกระเป๋า self-custody ใหม่ที่ปลอดภัย (แต่ไม่แนะนำ หากเหรียญของคุณเพิ่งผ่านการ Coinjoin มา)

- (ถ้ายังกล้า) ใช้ COLDCARD ที่คุณมี สร้าง seed phrase ใหม่ที่ปลอดภัย ด้วยการอัพเดทเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุดก่อน และ/หรือ ใช้ฟังก์ชันทอยลูกเต๋า 99 ครั้งขึ้นไป และ/หรือ ใส่ passphrase ที่แข็งแรงเพียงพอ และต้องจด/จำ ให้ถูกต้องทุกตัวอักษร

- (ถ้ามั่นใจว่าคอมพิวเตอร์/โทรศัพท์ปลอดภัยจริงๆ) สร้าง seed phrase ด้วย hot wallet เช่น Sparrow Wallet / BlueWallt / Nunchuk แล้วย้ายเหรียญไปไว้ในนั้นชั่วคราวจนกว่าจะมี cold wallet ใหม่ที่ปลอดภัยให้ใช้

- สร้าง seed phrase ด้วยฮาร์ดแวร์วอลเล็ตแบรนด์อื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ

7. ฉันยังควร self-custody อยู่หรือไม่?

ตอบ: หลักการคือการเปรียบเทียบความมั่นใจของตัวคุณเองระหว่างเก็บเอง กับฝากเค้าไว้ ว่าคุณมั่นใจวิธีไหนมากกว่ากัน ให้เลือกใช้วิธีนั้น

หากกรณีที่เกิดขึ้นสะกิดให้คุณรู้ตัวว่ามีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่คุณยังไม่รู้ จากที่เคยมั่นใจเปลี่ยนเป็นไม่มั่นใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับตลอดสองคืนที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องผิดหากคุณจะประเมินใหม่และฝากบิตคอยน์ทั้งหมดหรือบางส่วนกลับไปไว้ในมือของผู้ให้บริการ

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ไม่ได้กระทบพื้นฐานของบิ๓ค๐ยน์ และไม่ได้เปลี่ยนแปลง trade-off ที่ว่าในการฝากตัวกลางเราจำเป็นต้องไว้วางใจบุคคลที่สาม - มีความเสี่ยงจากการจำกัดการใช้งาน ยึด หรืออายัด - ต้องแลกความเป็นส่วนตัว

ผมยังคงสนับสนุนให้ทุกคนศึกษาและฝึกฝนการ self-custody เพื่อเข้าถึงคุณสมบัติของการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง - มีอิสระในการใช้งาน - และรักษาความเป็นส่วนตัว และในขณะเดียวกัน จำกัดความเสี่ยงจากการสูญเสียสินทรัพย์จากการเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

บิ๓ค๐ยน์มอบทางเลือกนั้นให้เรา และเราสามารถเลือกวิธีไหนที่เหมาะกับเราก็ได้ หากเรามีสติ มีวิจารณญาณ และความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง

ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ
อาจารย์ขิง สิรภพ นิลบดี

ขอบคุณรายการ ทันหุ้นออนไลน์ ที่ชวนไปคุยด้วยกันค่าาา
08/07/2026

ขอบคุณรายการ ทันหุ้นออนไลน์ ที่ชวนไปคุยด้วยกันค่าาา

อ่านข่าวฉบับเต็ม ได้ก่อนใคร
สมัครสมาชิก นสพ.ทันหุ้นออนไลน์ ได้ที่ www.thunhoon.com
หรือ โทร 0-2716-6900-4 ต่อ 604 , 608
#ทันหุ้น #ทันหุ้นออนไลน์

ชีวิตนี้เราเรียนกันมาเยอะมาก แต่ถ้าชีวิตนี้เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียวเราอาจไม่ได้ต้องการ “วิชาที่ทำให้รวยที่สุด”แต่ต้องกา...
04/07/2026

ชีวิตนี้เราเรียนกันมาเยอะมาก แต่ถ้าชีวิตนี้เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียว
เราอาจไม่ได้ต้องการ “วิชาที่ทำให้รวยที่สุด”
แต่ต้องการ “วิชาที่ทำให้ใช้ชีวิตเป็น” มากที่สุด

รีวิวหนังสือ The Life Lecture ของอาจารย์นภดล ร่มโพธิ์

หนังสือเล่มนี้มีชื่อภาษาไทยว่า ถ้าชีวิตนี้ เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียว

ในหนังสือประกอบไปด้วย 4 วิชา คือ
1. วิชาแนะแนว
2. วิชาการงาน
3. วิชามั่งคั่ง
4. วิชาความสัมพันธ์

เริ่มจาก #วิชาแนะแนว
ในวิชาแนะแนวเหมือนเราได้ค่อย ๆ ย้อนนึกถึงการเรียนรู้ของตัวเองตั้งแต่จำความได้ เราเคยเรียนรู้อะไรมาบ้าง เราเคยเรียนอะไร ชอบเรียนวิชาไหน คณะที่เรียนกับงานที่ทำตอนนี้แมทช์กันไหม และการที่แมทช์กันในตอนนี้เกิดจากความต้องการของเราหรือความต้องการของสังคมภายนอก

หากใครกำลังสับสนกับตัวเองในตอนนี้ กำลังลังเลกับความกลัวที่จะเปลี่ยน หรือกำลังนึกเสียดายถ้าไม่ได้เดินในเส้นทางแรกที่เลือกต่อไป คิดว่าการอ่านหนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยให้เราได้กลับมาตั้งคำถามและเจอคำตอบที่สงสัยก็ได้

สำหรับใครที่กำลังสับสนหนังสือเล่มนี้ยังให้วิธีค้นหาสิ่งที่อยากทำที่ง่ายที่สุดในโลกมาด้วย ลองค่อยๆ คิดตามนะคะ
ลองตอบคำถาม 3 ข้อ
1. เราชอบที่จะทำอะไร
2. เราถนัดเรื่องอะไร
3. เราอยากทำสิ่งนี้เพราะอะไร
จากนั้นก็สังเกตว่ามีอาชีพไหนบ้างที่ตอบโจทย์ได้ทุกมิติ

หลังจากที่ตัดสินใจเลือกแล้วระหว่างทางก็จะมีเรื่องให้เรากังวลอยู่เสมอ และอาจจะมีทางเลือกสุดโต่งมาให้เราคิดว่าจะ เลือกเงิน vs เลือกใช้ชีวิต เช่น คนนึงบอกว่า รีบทำงานเก็บเงินก่อน ลำบากวันนี้สบายวันหน้า หรืออีกคนที่บอกว่า ชีวิตมันสั้น อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมใช้ชีวิต ก็ให้เลือกชีวิตในแบบที่เหมาะสมกับเรา ซึ่งตรงนี้อ่านแล้วก็นึกถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่โลกมันถึงกันไวมาก เราไม่ได้แค่เ ห็นไลฟ์สไตล์ของเพื่อน แต่เรายังเห็นไลฟ์สไตล์ของใครก็ไม่รู้ที่อยู่ไวใกล้เคียงกัน โพสต์รีวิวเที่ยวต่างประเทศ ซื้อบ้าน ซื้อรถ แล้วเอามาเปรียบเทียบกับตัวเอง เราชอบประโยคท้ายวิชาแนะแนวที่ว่า
“ดอกไม้แต่ละชนิดมีช่วงเวลาผลิบานที่แตกต่างกัน บางครั้งดอกที่บานช้ากว่าก็อาจงดงามที่สุดในท้องทุ่ง”

มาต่อกันที่ #วิชาการงาน
ในพาร์ทนี้เริ่มพูดตั้งแต่การวางตัวตั้งแต่เริ่มทำงาน โดยเฉพาะช่วงแรกของการก้าวเป็นพนักงานออฟฟิศ ไม่แน่ใจว่าคนส่วนใหญ่เคยได้ยินไอเดียประมาณว่า เราทุกคนเป็นนักขายกันไหม ก็คือต่อให้เราจะเป็นพนักงานออฟฟิศแต่สินค้าของเราก็คือ ผลงานที่เราส่งมอบให้หัวหน้า ซึ่งในหนังสือเล่มนี้อาจารย์นภดลก็พูดถึงการคิดแบบเจ้องของธุรกิจ แม้เราจะยังเป็นพนักงานก็ตาม หลายคนอ่านมาถึงบทแรกของวิชาการงานถ้าค้านกันในใจก็อย่าเพิ่งวางหนังสือเล่มนี้นะคะ เพราะนอกจากจะพูดถึงวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพแล้ว ในหนังสือยังพูดถึงการบริหารทีมที่จำเป็นต้องใส่ใจลูกน้อง และเจ้าของธุรกิจควรตั้งเป้าหมายที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าทำเป้าหมายเหล่านี้แล้วจะได้อะไรกลับมา เช่น เปลี่ยนจากการตั้งเป้าว่าจะได้กำไรเท่าไหร่ เป็นพนักงานจะได้โบนัสเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายที่สัมพันธ์กันอยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้ส่งผลให้พนักงานอยากมีส่วนร่วมทำเป้าหมายให้สำเร็จมากยิ่งขึ้น

มาตกผลึก #วิชามั่งคั่ง กันต่อ
จริงๆ ก็เป็นความรู้ด้านการเงินทั่วไปนะ แต่จะพิเศษก็ตรงที่หนังสือพยายามชวนเราปรับ mindset คือหลาย ๆ ครั้งเรื่องเงินและความมั่งคั่งก็ขึ้นอยู่กับความคิดของเราด้วย เช่น การที่เรายังไม่รวย จริง ๆ อาจจะเป็นเพราะว่า เรา “ไม่อยากรวย” รึเปล่า ในหนังสือยังแนะนำให้เราตัดค่าใช้จ่าย 2 กลุ่มที่เราสามารถตัดได้ ก็คือ 1) ตัดสิ่งที่จ่ายตามความเคยชิน เช่น ค่าสมาชิกแอปฟังเพลง ดูหนังที่เราไม่ค่อยได้ใช้จริงๆ 2) ตัดสิ่งที่จ่ายเพราะ “ของมันต้องมี” อันนี้ก็ง่าย ๆ เลย อะไรที่มีเพื่อความสุขชั่วคราว ก่อนจะจ่ายเงินให้ลองใช้กฎ 72 ชั่วโมง ก็คือลองดูก่อนว่าผ่านไป 3 วันแล้วยังอยากได้อยู่ไหม หากความอยากจางลงแล้ว สิ่งนั้นอาจจะไม่ได้มอบความสุขที่ยั่งยืนแก่เราก็ได้

นอกจากการจ่ายให้น้อยลงแล้วเราต้องรู้จะกการออมด้วย แต่หลายครั้งการออมก็เป็นยาขม หนังสือเล่มนี้เลยแนะนำให้เราลองใช้ 5 เทคนิคที่จะทำให้การออมสนุกขึ้น
1. ตั้งชื่อบัญชีให้เห็นภาพในฝัน
2. ออมเงินให้เหมือนเล่นเกม
3. ออมทุกครั้งที่ได้ทำสิ่งที่ชอบ
4. ออมเงินจากความสำเร็จเล็กๆ
5. เคลียร์กระเป๋าสตางค์ก่อนเข้านอน

ที่เมย์ชอบมากเป็นพิเศษก็น่าจะเป็นเรื่องที่อาจารย์นภดลพูดถึงหนังสือ The Art of Spending Money ที่บอกว่า เราไม่มีทางไม่จ่าย เราต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อีกอย่างที่คิดว่าเป็นข้อดีแน่ ๆ ถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่อายุน้อย นั่นก็เพราะว่า หลายคนใช้ชีวิตแบบรักตัวเองมากซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่ลืมไปว่าในชีวิตนี้มี 2 คนที่เราต้องรักและดูแลไปตลอดชีวิตนั่นก็คือ เราคนนี้ และเราในอนาคต อาจารย์นภดลบอกว่า มี 2 วิธีที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้ชีวิตของเราทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า คือ 1) เตรียมเงินให้พร้อม 2) สะสมปันผลแห่งความทรงจำ ซึ่งเรื่องนี้สำคัญนะ คนส่วนใหญ่พลาดที่ไม่รู้ว่าเราต้องวางแผนเกษียณ และพลาดที่ไม่รู้ว่าการวางแผนเกษียณต้องใช้เวลา ไม่ใช่จะทำได้ภายใน 1 ปีที่รู้ตัวว่าต้องหยุดทำงานแล้ว

สุดท้าย #วิชาความสัมพันธ์
ส่วนตัวประทับใจบทนี้อยู่หลาย ๆ เรื่อง เพราะค่อนข้างสนับสนุนความคิดเห็นส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เราทุกคนต่างเป็นคนที่สมบูรณ์ในตัวเองอยู่แล้ว การที่เราแชร์ความสุขความทุกข์ส่วนตัวกับใครอีกคนจึงไม่ใช่การพยายามเสาะแสวงหาส่วนหนึ่งที่ขาดหายไป แต่คือการจับมือกันไปทั้งในวันที่ดีและแย่ของชีวิต

ในหนังสืออาจารย์นภดล ยกประโยคนึงที่น่าสนใจของจิม โรห์น ที่บอกว่า
I will take care of me for you, if you will take care of you for me.
ฉันจะดูแลตัวเองเพื่อคุณ และหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองเพื่อฉัน

เป็นประโยคที่กระตุ้นให้เราอยากดูแลร่างกาย สภาพจิตใจของตัวเองมากขึ้น เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่เรากลับมาดูแลภายใต้ความเชื่อว่า เรากำลังดูแลหัวใจคนที่เรารักไปด้วย รู้สึกอบอุ่นดีมาก

อีกเรื่องที่สอดคล้องกับประโยคที่เมย์ชอบพูดกับคนรอบตัว เวลามีคนแซวว่าถ้าเรามีความสัมพันธ์แบบคนรัก เราจะมีเวลาหรอ ซึ่งพูดกันตามตรงก็โดนเบียดบังเวลาส่วนตัวไปโดยสภาพอยู่แล้ว แต่ก็เชื่ออย่างที่อาจารย์นภดลเขียนในหนังสือว่า “เราทุกคนมีเวลาให้ “สิ่งสำคัญ” เสมอ หากใส่ใจกันมาพอ เราจะหาทางมาใช้เวลาร่วมกันจนได้” และในขณะเดียวกันถ้าเจอความสัมพันธ์ที่ดี อยากเติบโตไปด้วยกัน เราก็น่าจะหาอะไรทำด้วยกันจากสิ่งที่สนใจอย่างเดียวกันได้ หรือเปิดใจลองทำอะไรที่อีกฝ่ายสนใจเพื่อให้ยังคงมีเวลาร่วมกันได้

บทนี้มีหลาย ๆ เรื่องเลยที่เราประทับใจ และเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจเพื่อทบทวนความสัมพันธ์ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่ความสัมพันธ์กับคนรัก แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงความสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย

✨ขอแชร์งานพูดคุยออนไลน์เกี่ยวกับหนังสือ ลายแทงนัก(ศึกษา)กฎหมาย ที่เมย์ร่วมเขียนกับเพื่อนๆ หน่อยค่าา 📚⚖️ ชวนน้อง ๆ ที่กำล...
01/07/2026

✨ขอแชร์งานพูดคุยออนไลน์เกี่ยวกับหนังสือ ลายแทงนัก(ศึกษา)กฎหมาย ที่เมย์ร่วมเขียนกับเพื่อนๆ หน่อยค่าา

📚⚖️ ชวนน้อง ๆ ที่กำลังสนใจคณะนิติศาสตร์
รวมถึงนักศึกษานิติศาสตร์ที่กำลังเรียนอยู่
มาร่วมพูดคุยออนไลน์ในงานเปิดตัวครั้งแรก แต่ต้อนรับการตีพิมพ์ครั้งที่ 2 🎉🎉

“ลายแทงนัก(ศึกษา)กฎหมาย : คู่มือการเรียนกฎหมายแบบครอบจักรวาลที่น่าจะรู้ตั้งแต่ปี 1”

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “นิติศาสตร์เรียนหนัก”
แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ยากที่สุดในช่วงเริ่มต้น
อาจเป็นการที่ “ไม่มีใครบอกว่าเราควรเริ่มอย่างไร? ระหว่างเรียนต้องเจออะไรบ้าง? ต้องเรียนแบบไหน?”

งานนี้จึงอยากชวนทุกคนมาคุยกันแบบตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องเรียน เรื่องสอบ เรื่องชีวิตเด็กนิติฯ และเส้นทางอาชีพหลังเรียนจบ ✨

🎙️ วิทยากร
• ปิยากร เลี่ยนกัตวา — นักศึกษาปริญญาเอกและอาจารย์สอนกฎหมาย (พิธีกร)
• พงศ์รพี โพธิรังสิยากร — อัยการ
• เมย์ ทับไทร — Lawyer in Law Firm
• ชนม์เจริญ ทับทิมโต — In-house Lawyer

⏰ พบกันวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. 17:30-18:30 น. เวลาไทย

📍ช่องทาง ออนไลน์ [ลิงก์สำหรับเข้าร่วมพูดคุยออนไลน์จะขึ้นให้หลังลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว]

📝 ลิงก์สำหรับลงทะเบียน https://forms.gle/jCk151SUtfH6R4TR8
หรือคิวอาร์โค้ดในรูป

✨ หัวข้อพูดคุย
📖 หนังสือ “ลายแทงนัก(ศึกษา)กฎหมาย” มีอะไรบ้าง และทำไมถึงทำหนังสือเล่มนี้ และเป้าหมายถัดไปของพวกเรา 4 กุมารแห่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง
⚖️ ประสบการณ์การเรียนนิติศาสตร์ ความทรงจำ และสิ่งที่อยากบอกตัวเองตั้งแต่ปี 1
📝 เทคนิคการอ่านหนังสือกฎหมาย การท่องตัวบท การวางแผนการเรียน และการเขียนตอบข้อสอบ
💼 Career Path ของสายกฎหมาย ทั้งอัยการ ทนายความ อาจารย์กฎหมาย และสายองค์กรธุรกิจ รวมทั้งการศึกษาต่อในและต่างประเทศ

งานนี้เหมาะสำหรับ
👩🏻‍⚖️ น้อง ๆ มัธยมที่สนใจเข้าคณะนิติศาสตร์
👨🏻‍⚖️ นักศึกษานิติศาสตร์ โดยเฉพาะปี 1 ที่กำลังปรับตัว
📚 รวมถึงคนทั่วไปหรือนักกฎหมาย ที่อยากเข้าใจว่า “เรียนกฎหมายจริง ๆ เป็นอย่างไร”

บางครั้ง การมี “ลายแทง” ที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น
อาจช่วยให้การเดินทางในคณะนิติศาสตร์ง่ายขึ้นกว่าที่คิด ✨

ป.ล.ใครมีประเด็น หรือคำถามอยากฝากพวกเราไว้เพื่อพูดคุยในงานคอมเมนต์ไว้ได้👇👇

พิเศษในงาน สุ่มแจกหนังสือ (หรือจากการตอบคำถาม) จำนวน 4 เล่ม พร้อมลายเซ็นต์ผู้เขียนทุกคน และคำอวยพร (มู) สุดๆ แบบฟรี!! นัดรับหรือส่งต่อถึงบ้าน💖💖

เสาร์นี้ ใครยังไม่มีแพลนที่ไหน ลองมาฟังเรื่องการลงทุน ศิลปะ และการสร้างสรรค์กันค่ะ ✨ ขอประชาสัมพันธ์งานที่รวมผู้คนจากหลา...
22/06/2026

เสาร์นี้ ใครยังไม่มีแพลนที่ไหน ลองมาฟังเรื่องการลงทุน ศิลปะ และการสร้างสรรค์กันค่ะ

✨ ขอประชาสัมพันธ์งานที่รวมผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งนักลงทุน ครีเอเตอร์ ศิลปิน และคนในคอมมูนิตี้ Web3 ไว้ด้วยกัน

คุณกอล์ฟ ปกเขตร รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และผู้ก่อตั้ง Maxbit ได้ชวนพวกเรามาร่วมเป็นสักขีพยานใน "ศึกครั้งสุดท้ายใต้จันทร์สีชาด" ของ Ai-chan & BEAR ณ Pixel Cafe ลาดพร้าว 71

นิทรรศการครั้งนี้เป็นผลงานจากสองศิลปินของวงการ Cryptocurrency/ WEB3 อย่าง พี่น่าน Asis Ammarapala และพี่พลอย Isreyah Pradabvate
ผู้สร้างเรื่องราวของ Ai-chan & BEAR ที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่ปี 2022

อีเวนต์ว่าด้วยเรื่องราวของการเดินทางอันยาวนานของน้องไอจังกับหมีปีศาจ ที่กำลังจะเดินทางมาถึงบทสรุปครั้งสำคัญ ก่อนจะก้าวเข้าสู่มหากาพย์บทใหม่ที่รอการเปิดเผย

📅 วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2026
⏰ KOL และแขกรับเชิญพบกันตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
☕ Pixel Cafe Ladprao 71 (Pixels Cafe BKK) โดยการเดินทางสามารถมาลงที่ BTS ถานีห้าแยกลาดพร้าว และต่อวินเข้ามาที่คาเฟ่ได้เลย
Map: https://bit.ly/44pWRQw
🖼 นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน – 27 สิงหาคม 2026
🕖 คาเฟ่เปิดให้บริการเวลา 07.00 – 18.00 น.

✨ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีการลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถ Walk-in เข้าร่วมงานได้เลย ใครที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศ พูดคุยกับศิลปิน พบปะเพื่อน ๆ ในแวดวงการลงทุนและสายครีเอทีฟ แวะมาเจอกันได้เลย

แล้วพบกันใต้จันทร์สีชาด… เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานว่าบทสรุปสุดท้ายของ Ai-chan & BEAR จะนำไปสู่จุดจบ หรือจุดเริ่มต้นของตำนานครั้งใหม่

--------------

เกี่ยวกับ MAXBIT
MAXBIT คือแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การร่วมทุนของ PTG Energy และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ไทย ให้บริการซื้อ-ขายคริปโตและโทเคนดิจิทัลชั้นนำ เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ USDT ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ MAXBIT

ปัจจุบัน MAXBIT รองรับมากกว่า 100 คู่เหรียญ พร้อมฟีเจอร์ช่วยลงทุนอัตโนมัติ เช่น Auto DCA และ Grid Trading เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการลงทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
เริ่มต้นสะสม Bitcoin ได้ง่าย ๆ ผ่าน Auto DCA Bitcoin (BTC) เพียงวันละ 99 บาท และรับ Bitcoin มูลค่าประมาณ 300 บาท เมื่อทำรายการตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดภายในระยะเวลาโปรโมชั่น

วันละ 99 บาท ก็เริ่มสะสม BTC ได้ :
https://www.facebook.com/share/p/1Do9mXZLki/

อีกหนึ่งทางเลือกการซื้อขายบน Maxbit กับฟีเจอร์ Grid Trading บริการการส่งคำสั่งซื้อขายแบบกำหนดช่วงราคาอัตโนมัติ :
https://www.facebook.com/share/p/18jgGhZDLq/

--------------

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูล ลักษณะสินค้า ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ิทให้แมกซ์

ปลูกป่าชายเลน x โทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อ “คาร์บอนเครดิต” กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนรูปแบบใหม่หลายคนน่าจะเห็นข่า...
16/06/2026

ปลูกป่าชายเลน x โทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อม
เมื่อ “คาร์บอนเครดิต” กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ลงทุนรูปแบบใหม่

หลายคนน่าจะเห็นข่าวการเปิดตัว โทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อมที่มีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิงรายแรกของไทย กันมาบ้างแล้ว

เมื่อวานเมย์มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่า และเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ป่าชายเลนเป้าหมายของโครงการ ที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง🌱

โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด 17,531.04 ไร่ ภายใต้มาตรฐาน T-VER โดยบริษัทได้นำคาร์บอนเครดิตจากโครงการเข้าสู่กระบวนการออกโทเคนดิจิทัล จำนวน 400 ล้านโทเคน ราคาโทเคนละ 1.20 บาท รวมมูลค่าการระดมทุน 480 ล้านบาท

✨สิ่งที่น่าสนใจคือ การระดมทุนครั้งนี้ไม่ได้เปิดโอกาสเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้สนใจรายย่อยสามารถมีส่วนร่วมกับการฟื้นฟู ดูแล และอนุรักษ์ป่าชายเลน ผ่านกลไกของโทเคนดิจิทัลและคาร์บอนเครดิตได้มากขึ้น

โครงการนี้ไม่ได้เป็นแค่การปลูกป่าแบบเดิม ๆ แต่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยติดตามและตรวจสอบพื้นที่อย่างเป็นระบบ เช่น

1. Satellite Monitoring
ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงร่วมกับ AI เพื่อติดตามการปกคลุมของเรือนยอดไม้ วิเคราะห์แนวโน้มการรอดตายของต้นไม้ และคาดการณ์เหตุการณ์ทางธรรมชาติล่วงหน้า

2. Drone หรือ UAV Monitoring
มีการบินสำรวจอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อรังวัดพื้นที่จริง ตรวจนับต้นไม้รายต้น และวิเคราะห์อัตราการรอดตาย โดยใช้ Tree Detection App ที่พัฒนาโดย Siam TC

3. ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล
ใช้แอปพลิเคชันบันทึกข้อมูลตั้งแต่การปลูก การดูแลบำรุงรักษา กิจกรรมภาคสนาม และเอกสารของโครงการตลอดอายุโครงการ เพื่อให้ข้อมูลตรวจสอบย้อนหลังได้

การลงทุนในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันแค่ผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใสของข้อมูล และการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติด้วย โทเคนดิจิทัลด้านสิ่งแวดล้อมจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าติดตามว่า เทคโนโลยี การเงิน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร

สำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ Blu Green Token ซึ่งมีแผนเปิดให้จองภายในไตรมาส 3 ปีนี้ค่ะ

หมายเหตุ: การลงทุนในโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลโครงการ เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และเอกสารการเสนอขายให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Money in Lawผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์