Anan บรรลุเป้าหมาย จัดการการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการวางแผนการเงินและการลงทุน

รายการลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง ?
21/05/2026

รายการลดหย่อนภาษี 2569 มีอะไรบ้าง ?

ประกันกลุ่ม เครื่องมือดึงดูดพนักงาน  หลายๆบริษัทอาจเคยเสียพนักงานที่มีฝีมือออกไป อาจเป็นเพราะว่าเหตุผลในเรื่องของสวัสดิก...
21/04/2026

ประกันกลุ่ม เครื่องมือดึงดูดพนักงาน

หลายๆบริษัทอาจเคยเสียพนักงานที่มีฝีมือออกไป อาจเป็นเพราะว่าเหตุผลในเรื่องของสวัสดิการที่ไม่เพียงพอ หรือ บางครั้งอาจจะไม่มีเลย โดยที่บางบริษัทก็ให้แค่เพียงประกันสังคมเท่านั้น วันนี้จึงขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมืออย่างนึงที่สามารถนำมาเป็นสวัสดิการให้แก่พนักงานได้ เครื่องมือที่ว่าก็คือ “ประกันกลุ่มองค์กร” ครับ

แน่นอนว่าประกันสังคมก็ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ในกรณีที่เจ็บป่วยเล็กน้อยการใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐบาล อาจจะเกิดความล่าช้าและส่งผลเสียต่องานได้เช่นกัน สวัสดิการประกันกลุ่มจึงอาจตอบโจทย์ในเรื่องการเข้ารักษาโรงพยาบาลเอกชนที่มีความรวดเร็วกว่าในขั้นตอนดำเนินการ


ประกันกลุ่มมีหลายแบบแต่แบบหลักๆที่บริษัทส่วนใหญ่นิยมใช้เนื่องจากความซับซ้อนต่ำ และ เข้าถึงง่าย ก็จะมีด้วยกัน 2 ประเภท คือ


ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม แบบนี้จะคุ้มครองถึงค่ารักษาจากการเกิดอุบัติเหตุ และ กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ซึ่งอาจจะมีเงื่อนไขของแต่ละบริษัทรับประกันที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางที่ก็คุ้มครองถึงกรณีมึนเมาด้วย แต่บางที่ก็ไม่คุ้มครอง ก็ต้องดูรายละเอียดให้ชัดเจน


สองประกันสุขภาพกลุ่ม แบบนี้ก็จะมีแยกย่อยอีกพอสมควรแต่โดยส่วนมากในแพ็กเกจก็จะมี ค่ารักษา,ค่าห้อง รวมถึงค่ารักษากรณีผู้ป่วยนอกด้วย โดยประกันกลุ่มประเภทนี้จะบางแบบก็จะสามารถแนบประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันโรคร้ายแรง เพิ่มเติมได้อีกด้วยครับ


เมื่อมีสวัสดิการที่ครอบคลุมถึงค่ารักษาที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากสวัสดิการอื่นๆ ก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้พนักงานไม่ต้องกังวลในเรื่องดังกล่าว ทำให้มีความคิดถึงความมั่นคงในชีวิต และ มีสมาธิจดจ่อกับงานมากยิ่งขึ้น อันเป็นผลดีกับบริษัทอีกทางที่นอกจากจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทในการลดหย่อนภาษีแล้ว ธุรกิจก็เติบโตด้วยจากการทำงานอย่างเต็มที่ของพนักงาน

บิลเงินสดใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้จริงๆหรือในอดีตผมเคยได้ยินพี่ๆที่ทำบัญชีให้บริษัทพูดว่าบิลเงินสดสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย...
17/04/2026

บิลเงินสดใช้เป็นค่าใช้จ่ายได้จริงๆหรือ

ในอดีตผมเคยได้ยินพี่ๆที่ทำบัญชีให้บริษัทพูดว่าบิลเงินสดสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ แต่บิลเงินสดที่แม่ค้าตามร้านต่างๆ ใช้เขียนกันเนี่ยนะ สรรพากรจะยอมจริงๆ หรอ ถ้าง่ายขนาดนั้นจริงๆผมจะเดินไปบิ๊กซีซื้อมาสัก 3 เล่ม แล้วเขียนรัวๅส่งเป็นรายจ่ายให้สรรพากรเลยบริษัทผมจะได้ไม่ต้องเสียภาษี แล้วความจริงมันคืออะไร
ล่ะ


ความจริงก็คือบิลเงินสดแบบนี้
ในใบเสร็จต้องมีข้อมูลชื่อ,ที่อยู่,เลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่ชัดเจน
ต้องพิสูจน์ได้ถึงผู้ขาย อาจจะเป็นการแนบสำเนาบัตรประชาชนผู้ขาย
ต้องมีหลักฐานการโอนเงินจากบริษัทจริง เช่น สลิปการโอนเงินของบริษัท
ต้องเป็นรายการที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจริงๆ


แน่นอนว่าบิลเงินสดแม้ว่าจะเป็นการใช้จ่ายจริงของบริษัท แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะโดนสรรพากรปฏิเสธ เพราะฉะนั้นจึงควรมีข้อมูลประกอบที่ชัดเจนและโปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาได้ในอนาคต

ช้าวันศุกร์อันสดใสของผมระหว่างเดินทางขึ้นรถเมล์สาธารณะก็เดินกินลมชมวิวไปเรื่อย เพราะ PM2.5 รู้สึกว่าเบาบางลงไปมากทำให้ท้...
02/04/2026

ช้าวันศุกร์อันสดใสของผมระหว่างเดินทางขึ้นรถเมล์สาธารณะก็เดินกินลมชมวิวไปเรื่อย เพราะ PM2.5 รู้สึกว่าเบาบางลงไปมากทำให้ท้องฟ้าแจ่มใสอย่างที่สุด
แต่เมื่อมาถึงออฟฟิศก็ได้ยินเสียงบ่นของน้องๆในออฟฟิศ

เราจากที่อารมณ์ดีๆก็ครึ้มขึ้นมาทันทีด้วยความรำคาญ ก็เลยไปถาม เฮ้ย เองบ่นอะไรกันแต่เช้าฟร่ะ เนี่ย ก็ได้ทราบว่าในปีนี้กองทุนกยศ. มีการเปลี่ยนกฏการชำระใหม่
นั่นคือการหักจากเงินเดือนกับบริษัทโดยตรงในทุกเดือน ซึ่งน้องบางคนอยากมีอิสระในการชำระคืน และ อีกอย่างไม่อยากให้บริษัท และ เพื่อนๆในที่ทำงานรู้ เราก็เกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีตามประสาคนช่างสอดรู้สอดเห็น จึงไปค้นข้อมูลมาฝากแฟนๆที่ติดตามบทความของ anan เรา


ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าที่รัฐบาลทำแบบนี้นั้นมีเหตุผล คือตั้งแต่ปล่อยกู้มายอดสะสมประมาณมากกว่า 800,000 ล้านบาท จำนวนผู้กู้รวมกว่า 7 ล้านราย แต่ที่ผ่านมาผมก็ได้ยินข่าวว่ามีคนไม่จ่ายคืน จนต้องถึงขั้นโดนยึดที่ดิน หรือ มีการไปเรียกเก็บกับผู้ค้ำประกัน จนบางคนท้อแท้ในชีวิตกันไปเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องออกมาตราการบังคับเก็บเงินจากบริษัทเป็นรายเดือน

ส่วนยอดที่หักนั้น จะเป็นยอดที่กองทุน กยศ คิดให้ว่าแต่ละปีต้องชำระเท่าไร เช่น ปี 2569 ต้องจ่า 120,000 บาท ก็นำไปหาร 12 ก็จะได้ยอดหัก เดือนละ 10,000 บาท เพราะฉะนั้นฝ่ายบุคคลต้องคอยจัดการนำส่งยอดแก่ กยศ หากไม่ดำเนินการแล้วนายจ้างจะโดนปรับร้อยละ 2 ต่อเดือน

เมื่อรู้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ก็นึกสงสารฝ่ายบุคคลขึ้นมาทันที ช่างเป็นแผนกที่ต้องทำความเข้าใจอัพเดทตลอดเวลา และ ละเอียดมากๆ คนไม่ละเอียดแบบเราก็คงได้แต่ฝากพรี่ๆHR ช่วยพวกเราด้วยคร่าบบบบบ

ทุกปี หลายคนมักดีใจกับ “เงินภาษีคืน”แต่จริง ๆ แล้ว เงินก้อนนั้นไม่ใช่กำไรมันคือเงินของเราเองที่ถูกหักไว้ตลอดทั้งปี และเพ...
31/03/2026

ทุกปี หลายคนมักดีใจกับ “เงินภาษีคืน”
แต่จริง ๆ แล้ว เงินก้อนนั้นไม่ใช่กำไร
มันคือเงินของเราเองที่ถูกหักไว้ตลอดทั้งปี และเพิ่งได้คืนกลับมา

หลายครั้งเรารู้สึกเหมือนได้โบนัสพิเศษ
ทั้งที่ความจริง อาจเป็นสัญญาณว่าเรายังใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ไม่เต็มที่

สิทธิ์ที่หลายคนมักมองข้าม เช่น
✔️ RMF / Thai ESG
✔️ ดอกเบี้ยบ้าน
✔️ เบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพ
✔️ ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา
✔️ เงินบริจาคเพื่อการศึกษาและกีฬา

หากไม่ได้ใช้สิทธิ์เหล่านี้เลย
อาจเท่ากับจ่ายภาษีเกินไปปีละหลักพันถึงหลักหมื่นบาท

สำหรับเจ้าของธุรกิจและ HR
เพียงมีเวลาให้พนักงานได้เรียนรู้เรื่องสิทธิ์ภาษีปีละครั้ง
ก็เหมือนช่วย “เพิ่มรายได้แบบเงียบ ๆ” ให้ทีม
โดยไม่ต้องใช้งบเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

Financial Wellness ที่ดี
บางครั้งเริ่มต้นจากการทำให้ทุกคนรู้ว่า
“คุณมีสิทธิ์อะไรบ้าง”

หากต้องการคำปรึกษาเรื่องการวางแผนสิทธิ์ภาษีสำหรับองค์กร
ยินดีให้คำแนะนำฟรีค่ะ 💬

#ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #ยื่นภาษี #วางแผนภาษี

เช้านี้หลังจากได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้ไปพบลูกค้าแถวเพลินจิตขณะกำลังวิ่งข้ามถนน ถนนเจ้ากรรมดันมีหลุมขนาดไม่ใหญ่มา เราเอ...
18/03/2026

เช้านี้หลังจากได้รับมอบหมายจากเจ้านายให้ไปพบลูกค้าแถวเพลินจิตขณะกำลังวิ่งข้ามถนน ถนนเจ้ากรรมดันมีหลุมขนาดไม่ใหญ่มา เราเองอารามรีบร้อนไม่ทันมองสะดุดเข้าให้ เข่าล้มกระแทกพื้น เมื่อโรงพยาบาลพบว่ากระดูกเข่าแตกต้องผ่าตัด โรงพยาบาลประเมินค่ารักษาเบื้องต้น 200,000 บาท เราก็รีบโทรหาฝ่าย HR ทันทีเลย


“พี่ครับๆๆ บริษัทเรามีสวัสดิการอะไรบ้าง ผมเจ็บเกิดอุบัติเหตุเจ็บหนักเลยเข่าแตก เรื่องมันคือ………..บลาๆๆ”
“เธอไม่ต้องตกใจ เธอมีกองทุนทดแทนอยู่นะ สิ่ที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุที่เกิดจากการทำงาน กองทุนทดแทนจะช่วยตามจริง เบื้องต้น 65,000 บาท ถ้าหนักขึ้นจะเป็น 150,000 บาท แต่ถ้าหนักกว่านั้นจะคุ้มครองสูงสุดที่ 1,000,000 บาท ตามความรุนแรงนะเธอ แต่ถ้าเธอเข้าโรงพยาบาลรัฐกองทุนจะจ่ายให้ตามจริงโดยไม่มีเพดาน1,000,000 เลยนะเธอ”


ผมได้ยินพี่ HR พูดแบบนั้นแล้วรู้สึกยกภูเขาออกจากอกเลยไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมมาให้ทุกคน เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ได้ครับ
ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานจะ ได้รับเงินทดแทน ซึ่งประกอบด้วย ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนรายเดือน ค่าทำศพ และค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงาน

ค่ารักษาพยาบาล

✅ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 1 ครั้ง จ่ายตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 65,000 บาท

✅ บาดเจ็บรุนแรงหรือเรื้อรัง จ่ายไม่เกิน 150,000 บาท

✅ หากไม่เพียงพอจ่ายเพิ่มได้อีก 300,000 บาท

✅ หากไม่เพียงพอจ่ายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000,000 บาท
ค่าทดแทนรายเดือน

ค่าทดแทน 70% ของค่าจ้างรายเดือน * ไม่เกิน 14,000 บาทต่อเดือน (ค่าจ้างสูงสุด 20,000 บาท)

✅ แพทย์ให้หยุดพักรักษาตัว ตั้งแต่วันแรก รวมไม่เกิน 1 ปี

✅ สูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกายไม่เกิน 10 ปี

✅ ทุพพลภาพตลอดชีวิต

✅ ถึงแก่ความตายหรือสูญหาย 10 ปี และค่าทำศพ


กรณีเรื่องของผมถ้าเกิดว่ารุนแรงจนต้องตัดขาทิ้ง😭😭จะถือว่าเป็นคนทุพพลภาพประกันสังคมจะจ่าย 70% ของเงินเดือนแต่ไม่เกิน 14,000 บาท ตลอดชีวิต นาทีนี้ผมไม่สนใจเรื่องเงินพวกนี้ขอให้กลับมาหายเป็นปกติจะดีที่สุดครับ

ในช่วงปลายเดือนแบบนี้ พนักงานทุกคนกำลังดีใจ ตั้งหน้าตั้งตารอเงินเดือนเข้าเพื่อจะนำไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน แต่ฝ่ายบุคคลขอ...
17/03/2026

ในช่วงปลายเดือนแบบนี้ พนักงานทุกคนกำลังดีใจ ตั้งหน้าตั้งตารอเงินเดือนเข้าเพื่อจะนำไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน แต่ฝ่ายบุคคลของบริษัทกำลังทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้นในการจัดการเงินเดือนของพนักงานทุกๆคน


แต่เมื่อเงินเดือนโอนเข้าแล้วบางคนเมื่อมอง Statement อาจจะสงสัยว่าทำไมเงินที่ได้ถึงไม่เต็มจำนวน แน่นอนครับสิ่งนี้เกี่ยวกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ทำให้ฝ่ายบุคคลวุ่นวายกันในช่วงปลายเดือนนี้นั่นเองครับ


พนักงานบางคนอาจจะสอบถามฝ่ายบุคคลด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงโดนหัก ณ ที่จ่ายเยอะจังเลย หรือ บางคนไม่โดนหักเลย มันมีความแตกต่างครับ นี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายบุคคลต้องแยกให้ได้ บริษัทจ้างคนส่งเอกสารจะหัก 1% หรือ ถ้าจ้างพนักงานมาออกแบบกราฟฟิกจะหัก 3% นี่คือความต่างของการ “จ้างส่งของ” และ ”การจ้างทำของ” ตามบัญญัติของสรรพากร ครับ

และนี้คือเหตุผลว่าทำไมฝ่ายบุคคลถึงมีความสำคัญมากในบริษัท ฝ่ายบุคคลจะทำหน้าที่เป็นคนพยากรณ์ว่าพนักงานแต่ละคนน่าจะมีรายในทั้งปีเท่าไร หักลดหย่อนแล้วจะเหลือเท่าไรแล้วมาเฉลี่ย 12 เดือน(ภ.ง.ด.1) แล้วจึงนำมาคิดว่า ภาษี หัก ณ ที่จ่าย ของแต่ละคนเท่าไร ซึ่งบอกเลยว่าเป็นข้อดีครับ เพราะจะช่วยให้พนักงานเมื่อยื่นภาษีแล้วจะไม่ช็อกกับยอดภาษีก้อนโตที่ต้องจ่ายเพราะมีการ หัก ณ ที่จ่าย ส่งสรรพากรไปแล้วในแต่ละเดือน แต่ความปวดหัวของฝ่ายบุคคลก็มีถ้าหักผิด หรือ ลืมนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ก็จะโดนค่าปรับ และ เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ก็จะกลายเป็นภาระเพิ่มเติมของบริษัทอีกด้วย

หลังจากทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายบุคคลก็จะออกใบ 50ทวิ คือใบที่ยืนยันว่าบริษัทได้หักเงินพนักงานส่งให้รัฐบาลแล้วนะ แล้วพนักงานนำใบนี้ไปยื่นภาษีตอนต้นปี เพื่อขอเงินคืนถ้ามีการหักไว้เกินครับ

อ่านดูแล้วน่าจะเริ่มเวียนหัวกันแล้วใช้ไหมครับ แน่นอนว่ามีตัวช่วยครับ Anan ของเรายินดีให้คำปรึกษางานของฝ่ายบุคคล เราไม่ได้แค่ช่วยพนักงานวางแผนการเงิน แต่เรายังเป็นที่ปรึกษาให้ทีมฝ่ายบุคคล ในการบริหารจัดการสวัสดิการและภาษีอย่างเป็นระบบ เพื่อความคล่องตัวของฝ่ายบุคคล และ บริษัทอีกด้วยครับ

ประกันสังคมยังฝากอนาคตไว้ได้หรือไม่ในปี 2569 เป็นต้นไปประกันสังคมปรับการเก็บเงินใหม่โดยแบ่งเป็น 3 ระยะระยะที่ 1 (ปี 2569...
27/02/2026

ประกันสังคมยังฝากอนาคตไว้ได้หรือไม่


ในปี 2569 เป็นต้นไปประกันสังคมปรับการเก็บเงินใหม่โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 (ปี 2569 ถึง ปี 2571)
เพดานค่าจ้างสูงสุดปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาท ต่อเดือน นายจ้างและลูกจ้างจะจ่ายคนละ 5% หรือครึ่งต่อครึ่ง โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 875 บาทต่อเดือน จากเดิม 750 บาท (เพิ่มขึ้น 125 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดานเดิมที่ 15,000 บาท)

ระยะที่ 2 (ปี 2572 ถึง ปี 2574)
เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 20,000 บาท โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 250 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดาน 15,000 บาท และเพิ่มขึ้นจากระยะที่ 1 (ปี 2569 ถึง ปี 2571) อีก 125 บาทต่อเดือน

ระยะที่ 3 (ตั้งแต่ ปี 2575 เป็นต้นไป)
เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 23,000 บาท โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 1,150 บาทต่อเดือน ซึ่งจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 400 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดานเดิม 15,000 บาท หรือเพิ่มจากระยะที่ 2 อีก 150 บาทต่อเดือน


แน่นอนว่าจ่ายเงินเพิ่มสิทธิประโยชน์ก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย
จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 10,500 บาทต่อปี (จากเดิมที่ลดหย่อนสูงสุดอยู่ 9,000 บาท)
เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย,เงินทดแทนกรณีว่างงาน,เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เดิม 7,500 บาท เป็น 8,750 บาทต่อเดือน
เงินทดแทนกรณีคลอดบุตร เดิม 22,500 บาท เป็น 26,250 บาทต่อครั้ง
เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 15 ปี) เดิม 3,000 บาท เป็น 3,500 บาทต่อเดือน
เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 25 ปี) เดิม 5,250 บาท เป็น 6,125 บาทต่อเดือน

แต่จากการเก็บเงินเพิ่มของภาครัฐก็อาจจะมองความเสี่ยงที่ภาครัฐคาดการไว้ได้ดังนี้
สังคมสูงวัย (Aging Society): จำนวนคนวัยทำงานที่จ่ายเงินสมทบน้อยลง ในขณะที่ผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลหลักที่ต้องมีการปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบในปีนี้เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดเข้ากองทุน
ผลตอบแทนจากการลงทุน: กองทุนมีขนาดใหญ่กว่า 2.8 ล้านล้านบาท ความท้าทายคือการบริหารให้ชนะเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีการเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างการบริหารให้เป็นอิสระและมีความมืออาชีพมากขึ้น
การปรับตัวของกฎหมาย: การขึ้นเพดานเงินสมทบแบบขั้นบันได (ปี 2569, 2572 และ 2575) คือสัญญาณว่าภาครัฐ "รู้ตัว" และกำลังพยายามยืดอายุของกองทุนออกไป
รัฐบาลเป็นประกัน: ประกันสังคมเป็นสวัสดิการภาคบังคับของรัฐ ซึ่งมีความมั่นคงสูงกว่าบริษัทประกันเอกชนในแง่ของกฎหมายรองรับ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ประเมินค่าไม่ได้: หากมองว่านี่คือ "ประกันสุขภาพ" ที่คุ้มครองทุกโรค (รวมถึงโรคร้ายแรง) โดยไม่มีเงื่อนไขสุขภาพเดิม นี่คือส่วนที่คุ้มค่าที่สุดที่หาจากประกันเอกชนได้ยาก

แน่นอนว่าเราไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแน่ชัดว่าประกันสังคมที่คนไทยหลายล้านคนฝากความหวังไว้จะสามารถบริหารได้เพียงพอต่อการเกษียณของเราในอนาคตได้หรือไม่

แต่เราสามารถวางแผนการเงินให้พนักงานของเราได้โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Anan IP ที่จะมอบทั้งความรู้และเครื่องมือการเงินให้พนักงานของคุณวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ และ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

ทางออกของปัญหาพนักงานอยู่ไม่นาน การดูแลการเงินส่วนบุคคลให้พนักงานอาจเป็นทางออก             การดูแลการเงินส่วนบุคคลของพนั...
24/02/2026

ทางออกของปัญหาพนักงานอยู่ไม่นาน
การดูแลการเงินส่วนบุคคลให้พนักงานอาจเป็นทางออก

การดูแลการเงินส่วนบุคคลของพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายเงินเดือนให้ตรงเวลา แต่มันคือ กลยุทธ์สำคัญในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพขององค์กร เพื่อให้พนักงานรู้สึกมั่นคงและสามารถละความกังวลในหลายๆเรื่อง แน่นอนว่าทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น
ลดอัตราการลาออกและดึงดูดบุคลากรเก่งๆ ในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง สวัสดิการที่เป็นตัวเงินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การที่บริษัทมีโปรแกรมช่วยวางแผนภาษี การออมเพื่อเกษียณ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่แข็งแกร่ง จะสร้างความรู้สึกว่า

"บริษัทใส่ใจคุณภาพชีวิตในระยะยาว" ทำให้พนักงานอยากอยู่กับองค์กรนานขึ้น
ลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อพนักงานมีปัญหาการเงิน ความกังวลเหล่านั้นไม่ได้หายไปเมื่อเขาตอกบัตรเข้างาน ผลวิจัยหลายแห่งชี้ให้เห็นว่าพนักงานที่เครียดเรื่องเงินจะใช้เวลาในที่ทำงานจัดการปัญหาส่วนตัว หรือเสียสมาธิกับการทำงาน (Presenteeism) การสนับสนุนความรู้ด้านการเงินจึงช่วยให้พนักงานโฟกัสกับงานได้เต็มที่มากขึ้น

สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ไว้วางใจกันการให้ความรู้ทางการเงินช่วยลดโอกาสที่พนักงานจะไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ หรือการกู้ยืมกันเองในที่ทำงาน ซึ่งมักจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมงาน เมื่อองค์กรยื่นมือเข้ามาช่วยให้คำแนะนำ จะเกิดความเชื่อมั่น (Trust) และความจงรักภักดีต่อองค์กร (Loyalty) ที่สูงขึ้น
เครื่องมือที่ช่วยในการบริหารการเงินของพนักงานก็มีหลายอย่าง เช่น
การให้ความรู้ วิธีวางแผนภาษี, การบริหารหนี้ หรือการออมเบี้ยเลี้ยง

เครื่องมือวางแผน: ให้สิทธิ์ใช้งานแอปพลิเคชันบันทึกรายรับ-รายจ่าย หรือโปรแกรมคำนวณการเกษียณ
สวัสดิการที่ยืดหยุ่น: เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่มีนโยบายหลากหลายให้เลือกตามความเสี่ยง

เครื่องมือมากมายที่ได้เอ่ยไปข้างต้น ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพนักงานในการวางแผนการเงิน เมื่อพนักงานที่มีความสุขทางการเงิน คือพนักงานที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างมั่นคงที่สุด

***สนใจวางการวางแผนการเงินและให้ความรู้กับพนักงานในบริษัทของท่านติดต่อ Anan Ip ได้เลยครับ

กองทุนรวม และ ประกัน ช่วยเราเกษียณได้ยังไงการวางแผนเกษียณไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ออมเงิน" แต่คือการบริหาร "ความมั่งคั่ง" ...
06/02/2026

กองทุนรวม และ ประกัน ช่วยเราเกษียณได้ยังไง
การวางแผนเกษียณไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ออมเงิน" แต่คือการบริหาร "ความมั่งคั่ง" ควบคู่ไปกับ "ความเสี่ยง" หากเปรียบการเกษียณเหมือนการสร้างบ้าน กองทุนรวม คือเสาเข็มที่ทำให้บ้านสูงและใหญ่ขึ้น (เพิ่มมูลค่าเงิน) ส่วน ประกัน คือหลังคาและกำแพงที่ป้องกันพายุ (ค่ารักษาพยาบาลและความเสี่ยงชีวิต)
พลังประสาน: เปลี่ยนเงินออม เป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืน
1. กองทุนรวม (Mutual Funds): เครื่องยนต์ปั๊มเงิน
กองทุนรวมคือหัวใจของการ "เอาชนะเงินเฟ้อ" เพราะหากเราฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา พลังซื้อของเงินจะลดลงเรื่อยๆ

พลังของดอกเบี้ยทบต้น: การลงทุนในกองทุนหุ้นหรือกองทุนผสมตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้เงินทำงานหนักแทนเรา

ทางเลือกลดหย่อนภาษี: สำหรับวัยทำงาน SSF (Super Savings Fund) และ RMF (Retirement Mutual Fund) คือไฟท์บังคับ เพราะได้ทั้งเงินคืนภาษีและโอกาสสร้างกำไรในระยะยาว

ความยืดหยุ่น: สามารถเลือกความเสี่ยงที่เหมาะกับอายุ (Asset Allocation) เช่น เมื่ออายุน้อยลงเน้นหุ้น เมื่อใกล้เกษียณค่อยขยับมาเน้นตราสารหนี้

2. ประกัน (Insurance): ตาข่ายรองรับชีวิต
หลายคนพลาดที่เน้นแต่การลงทุน แต่พอเจ็บป่วยหนักครั้งเดียว เงินที่สะสมในกองทุนรวมกลับต้องถูกถอนออกมาจ่ายค่าหมอจนหมด ประกันบำนาญ (Annuity): สร้าง "เงินเดือน" หลังเกษียณที่แน่นอน การันตีว่าจะมีเงินเข้าบัญชีทุกปีจนถึงอายุ 85 หรือ 90 ปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร
ประกันสุขภาพ: คือการ "โอนย้ายความเสี่ยง" ในวัยเกษียณ ค่ารักษาพยาบาลคือค่าใช้จ่ายที่คุมยากที่สุด การมีประกันเหมาจ่ายช่วยให้เราคุมงบประมาณได้คงที่
การคุ้มครองรายได้: หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ประกันชีวิตจะกลายเป็นมรดกหรือทุนการศึกษาให้คนข้างหลังทันที

สูตรสำเร็จ: วางแผนแบบ Hybrid
เพื่อให้การเกษียณสมบูรณ์แบบ แนะนำให้แบ่งสัดส่วนดังนี้ครับ:

ฐานราก (Must Have): ทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุให้ครอบคลุม เพื่อไม่ให้เงินเก็บรั่วไหล

เสาหลัก (Income): ทำประกันบำนาญเพื่อเป็นรายได้พื้นฐาน (Floor Income) สำหรับค่ากินอยู่ขั้นต่ำ

ส่วนต่อเติม (Wealth): ลงทุนใน RMF/SSF หรือกองทุนรวมทั่วไป เพื่อสร้างความมั่งคั่งและใช้เป็นรางวัลชีวิต เช่น การท่องเที่ยว หรือค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอื่นๆ

"อย่ารอให้ถึงอายุ 50 แล้วค่อยเริ่ม เพราะเวลาคือต้นทุนที่แพงที่สุดในการลงทุน"

สร้างลูกให้เก่งออม💰 สร้างรากฐานที่มั่นคง: การสอนลูกออมเงินอย่างชาญฉลาดการเงินเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญไม่แพ้การอ่านและการเข...
03/02/2026

สร้างลูกให้เก่งออม
💰 สร้างรากฐานที่มั่นคง: การสอนลูกออมเงินอย่างชาญฉลาด
การเงินเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญไม่แพ้การอ่านและการเขียน การปลูกฝังนิสัยการออมเงินที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเยาว์วัย ถือเป็นการมอบรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่พวกเขา ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการเป็นแบบอย่างและเป็นผู้ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ บทความนี้จะนำเสนอหลักการและวิธีการสอนลูกออมเงินให้เป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่าย
💡 ทำไมต้องสอนลูกออมเงินตั้งแต่เนิ่นๆ?
เสริมสร้างความรับผิดชอบ: การให้ลูกบริหารจัดการเงินที่ได้รับ (เช่น เงินค่าขนม หรือเงินของขวัญ) ช่วยให้พวกเขารู้จักการตัดสินใจและการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการเงินของตนเอง

เข้าใจมูลค่าของเงิน: เมื่อลูกต้องออมหรือทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ พวกเขาจะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งของต่างๆ มี "ราคา" และต้องใช้ "เวลา" ในการสะสม

วางแผนเพื่ออนาคต (Goal Setting): การออมช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะกำหนดเป้าหมายระยะสั้น (เช่น ซื้อของเล่นชิ้นใหม่) และเป้าหมายระยะยาว (เช่น เก็บไว้เรียนพิเศษ) ซึ่งเป็นทักษะการวางแผนที่สำคัญในชีวิต

3 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มต้น
1. ใช้ระบบ "กระปุก 3 ใบ" (Save, Spend, Share)
นี่คือแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยให้ลูกแบ่งเงินที่ได้รับออกเป็นสามส่วนในสามกระปุกหรือบัญชี:

🟢 กระปุกออม (Save): สำหรับเป้าหมายในอนาคต หรือของชิ้นใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเก็บนาน (อาจกำหนดสัดส่วนที่มากที่สุด เช่น 50%)

🟡 กระปุกใช้จ่าย (Spend): สำหรับการใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หรือซื้อของที่อยากได้ทันที

🔴 กระปุกแบ่งปัน (Share): สำหรับการทำบุญ บริจาค หรือซื้อของขวัญให้คนอื่น (สอนเรื่องความเมตตาและการให้)

เคล็ดลับ: ชวนลูกมานั่งกำหนดสัดส่วนร่วมกัน เช่น "หนูอยากเก็บกี่บาท อยากใช้กี่บาท?" และให้พวกเขาเห็นความก้าวหน้าในการออม

2. ทำให้การออมเป็นเรื่อง "สนุกและมองเห็นได้"
เด็กๆ จะมีแรงจูงใจมากขึ้นเมื่อพวกเขาเห็นความคืบหน้าของการออม:

ใช้กระปุกใส: การใช้กระปุกออมสินแบบใสจะช่วยให้ลูกเห็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นรางวัลทางสายตาชั้นดี

ทำตารางความคืบหน้า: สร้างตารางเป้าหมายที่มาพร้อมรูปภาพของสิ่งที่ต้องการซื้อ และให้ลูกแปะสติกเกอร์หรือขีดฆ่าช่อง เมื่อออมเงินได้ตามจำนวนที่กำหนด

กำหนด "ดอกเบี้ย" ของครอบครัว: ผู้ปกครองอาจเสนอ "ดอกเบี้ย" เล็กน้อยเมื่อลูกออมได้ครบตามจำนวนที่กำหนด เช่น "ถ้าหนูเก็บได้ 100 บาท พ่อแม่จะเพิ่มให้อีก 10 บาท" เพื่อให้ลูกเข้าใจแนวคิดของผลตอบแทนจากการออม

3. ให้โอกาสในการ "หาเงิน"
นอกจากการให้เงินค่าขนมแล้ว ลองสร้างโอกาสให้ลูกได้ "รับค่าตอบแทน" จากการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้าน (ที่นอกเหนือจากหน้าที่ประจำวัน) เช่น:

ล้างรถ

จัดระเบียบตู้เก็บของ

ช่วยทำสวน

สิ่งนี้จะสอนให้ลูกเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่าง "การทำงาน" กับ "รายได้" และทำให้พวกเขาเคารพเงินที่ได้มาด้วยความพยายามมากขึ้น

🎁 บทสรุป: การออมคือการลงทุนในทักษะชีวิต
การสอนลูกออมเงินไม่ได้เป็นเพียงการทำให้พวกเขามีเงินใช้ในอนาคตเท่านั้น แต่เป็นการ ลงทุนในทักษะชีวิต ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ผู้ปกครองต้องทำหน้าที่เป็นโค้ชทางการเงิน อดทน ให้กำลังใจ และเป็นแบบอย่างที่ดี เมื่อลูกเติบโตขึ้น พวกเขาจะมีความสามารถในการบริหารจัดการการเงินของตนเองอย่างมั่นใจและมีความรับผิดชอบ

ที่อยู่

Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66926949545

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ananผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Anan:

แชร์