27/02/2026
ประกันสังคมยังฝากอนาคตไว้ได้หรือไม่
ในปี 2569 เป็นต้นไปประกันสังคมปรับการเก็บเงินใหม่โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 (ปี 2569 ถึง ปี 2571)
เพดานค่าจ้างสูงสุดปรับเพิ่มเป็น 17,500 บาท ต่อเดือน นายจ้างและลูกจ้างจะจ่ายคนละ 5% หรือครึ่งต่อครึ่ง โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 875 บาทต่อเดือน จากเดิม 750 บาท (เพิ่มขึ้น 125 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดานเดิมที่ 15,000 บาท)
ระยะที่ 2 (ปี 2572 ถึง ปี 2574)
เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 20,000 บาท โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 1,000 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 250 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดาน 15,000 บาท และเพิ่มขึ้นจากระยะที่ 1 (ปี 2569 ถึง ปี 2571) อีก 125 บาทต่อเดือน
ระยะที่ 3 (ตั้งแต่ ปี 2575 เป็นต้นไป)
เพดานค่าจ้างสูงสุดจะปรับเพิ่มเป็น 23,000 บาท โดยเงินสมทบสูงสุดที่ลูกจ้างต้องจ่ายคือ 1,150 บาทต่อเดือน ซึ่งจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้น 400 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบกับเพดานเดิม 15,000 บาท หรือเพิ่มจากระยะที่ 2 อีก 150 บาทต่อเดือน
แน่นอนว่าจ่ายเงินเพิ่มสิทธิประโยชน์ก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย
จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 10,500 บาทต่อปี (จากเดิมที่ลดหย่อนสูงสุดอยู่ 9,000 บาท)
เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย,เงินทดแทนกรณีว่างงาน,เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เดิม 7,500 บาท เป็น 8,750 บาทต่อเดือน
เงินทดแทนกรณีคลอดบุตร เดิม 22,500 บาท เป็น 26,250 บาทต่อครั้ง
เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 15 ปี) เดิม 3,000 บาท เป็น 3,500 บาทต่อเดือน
เงินบำนาญชราภาพ (ส่งครบ 25 ปี) เดิม 5,250 บาท เป็น 6,125 บาทต่อเดือน
แต่จากการเก็บเงินเพิ่มของภาครัฐก็อาจจะมองความเสี่ยงที่ภาครัฐคาดการไว้ได้ดังนี้
สังคมสูงวัย (Aging Society): จำนวนคนวัยทำงานที่จ่ายเงินสมทบน้อยลง ในขณะที่ผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลหลักที่ต้องมีการปรับเพิ่มเพดานเงินสมทบในปีนี้เพื่อเพิ่มกระแสเงินสดเข้ากองทุน
ผลตอบแทนจากการลงทุน: กองทุนมีขนาดใหญ่กว่า 2.8 ล้านล้านบาท ความท้าทายคือการบริหารให้ชนะเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งปัจจุบันมีการเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างการบริหารให้เป็นอิสระและมีความมืออาชีพมากขึ้น
การปรับตัวของกฎหมาย: การขึ้นเพดานเงินสมทบแบบขั้นบันได (ปี 2569, 2572 และ 2575) คือสัญญาณว่าภาครัฐ "รู้ตัว" และกำลังพยายามยืดอายุของกองทุนออกไป
รัฐบาลเป็นประกัน: ประกันสังคมเป็นสวัสดิการภาคบังคับของรัฐ ซึ่งมีความมั่นคงสูงกว่าบริษัทประกันเอกชนในแง่ของกฎหมายรองรับ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ประเมินค่าไม่ได้: หากมองว่านี่คือ "ประกันสุขภาพ" ที่คุ้มครองทุกโรค (รวมถึงโรคร้ายแรง) โดยไม่มีเงื่อนไขสุขภาพเดิม นี่คือส่วนที่คุ้มค่าที่สุดที่หาจากประกันเอกชนได้ยาก
แน่นอนว่าเราไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแน่ชัดว่าประกันสังคมที่คนไทยหลายล้านคนฝากความหวังไว้จะสามารถบริหารได้เพียงพอต่อการเกษียณของเราในอนาคตได้หรือไม่
แต่เราสามารถวางแผนการเงินให้พนักงานของเราได้โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Anan IP ที่จะมอบทั้งความรู้และเครื่องมือการเงินให้พนักงานของคุณวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ และ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น