SMC Capital Plus : สินเชื่อเพื่อธุรกิจและผู้ประกอบการ

SMC Capital Plus : สินเชื่อเพื่อธุรกิจและผู้ประกอบการ ให้บริการมามากกว่า 5ปี
ยินดีให้คำปรึกษา ธุรกิจทุกรูปแบบครับ
โทร : 061-4561988 (ธนินท์)
LINE ID :

ให้บริการมามากกว่า 5ปี
ลูกค้ากว่า 1,000 คน ทั่วประเทศ
มั่นใจต้อง SMC CAPITAL PLUS เท่านั้น

✨ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม 2568 ✨คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคนร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้เนื่...
05/12/2025

✨ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม 2568 ✨

คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน
ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ด้วยจิตอันสำนึกในพระเมตตาและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่
ที่ทรงบำเพ็ญเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทยตลอดรัชสมัย

ขอถวายความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า
บริษัท SMC CAPITAL PLUS

ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรค์คาลัยขอสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณ “สมเด็จพระพันปี”
25/10/2025

ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรค์คาลัย
ขอสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณ
“สมเด็จพระพันปี”

ประกาศสำนักพระราชวัง "สมเด็จพระพันปีหลวง" สวรรคต

วันที่ 25 ตุลาคม 2568 ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ระบุว่า ตามที่คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน พุทธศักราช 2562 เพื่อติดตามพระอาการทางระบบต่างๆ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น ในช่วงที่ประทับที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรหลายครั้ง และคณะแพทย์ตรวจพบความผิดปรกติทางระบบต่างๆ ทำให้คณะแพทย์ต้องถวายการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระประชวรจากภาวะติดเชื้อในกระแสพระโลหิต แม้ว่าคณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 21 นาฬิกา 21 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93

​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวาย มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันสวรรคตเป็นต้นไป

23 ตุลาคม วันปิยะมหาราชวันที่ 23 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพระองค์...
23/10/2025

23 ตุลาคม วันปิยะมหาราช

วันที่ 23 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อประเทศไทยหลายด้าน

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และ พนักงาน
บริษัท SMC CAPITAL PLUS

๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรน้อมรำอีกในพระมหากรุณาธิคุณเป...
13/10/2025

๑๓ ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
น้อมรำอีกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร และพนักงาน
บริษัท SMC CAPITAL PLUS

24/09/2025

ส่วนแบ่งตลาด สถานีบริการน้ำมัน ในไทย 5 ปีผ่านมา เปลี่ยนไปแค่ไหน

#ลงทุนแมน

17/09/2025

เช้านี้ 1 ดอลลาร์กลับมาที่ 31.65 ตั้งแต่ต้นปี 8 เดือนกว่า ใครซื้อหุ้นนอก ซื้อทองคำ ฝากเงิน FCD จะขาดทุนค่าเงินไปแล้ว 7.7%
- ถ้าหุ้นนอกได้กำไร 15% คุณจะกำไรเป็นเงินไทยเพียงประมาณ 6.1% กำไรหายไปเกินครึ่งหนึ่ง
- ถ้า ฝากเงิน FCD ตอนนี้ได้ดอกเบี้ยมา ก็ไม่พอทดแทนการขาดทุนค่าเงิน

- รู้ไหมว่าใน Streaming ของตลาดหลักทรัพย์สามารถปกป้อง (Hedge) ค่าเงินในตลาด TFEX ได้ ใครอยากมีความรู้นี้ ตอนนี้เหลือที่นั่งอีกไม่มาก

“TFEX SNAPSHOT” งานเสวนาเสริมพอร์ตลงทุน “หุ้นไทย | ทองคำ | ค่าเงิน” ปรับพอร์ตให้แกร่ง ทน ทุกสภาวะตลาด ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ลงทะเบียนฟรีได้ที่ลิงก์ https://www.tfex.co.th/th/activities/tfexsnapshotbyltm2025

08/08/2025

เวียดนาม ประเทศส่งออกพริกไทยดำ ให้คนครึ่งโลก /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเวียดนามไม่ส่งออกพริกไทยดำสัก 1 ปี คนครึ่งโลก ก็อาจจะไม่ได้กินพริกไทยดำบนสเต๊ก หรือกับอาหารอื่น ๆ อีกแล้ว

คำพูดนี้คงไม่เกินจริง เพราะปัจจุบัน พริกไทยดำที่เรากินกันอยู่ประจำ มาจากเวียดนามเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

ทำไมคนครึ่งโลก ต้องพึ่งพาพริกไทยดำจากเวียดนาม ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า พริกไทยดำ พริกไทยขาว
และพริกไทย มาจากต้นเดียวกัน

- พริกไทยดำ คือ พริกไทยที่ยังไม่สุกเต็มที่ แต่นำไปตากแดดจนเป็นสีดำ

- พริกไทยขาว คือ พริกไทยที่สุก แล้วล้างเปลือกนอกจนขาว ก่อนเอาไปตากแห้งต่อ

พริกไทย เป็นพืชที่อยู่คู่กับคนทั้งโลกมานาน ตั้งแต่สมัยจีนโบราณที่เอามาทำยารักษาโรค มาจนถึงสมัยโรมัน
ที่ต้องหาซื้อมาเก็บไว้เป็นเสบียงสำรองของกองทัพ

พริกเม็ดเล็ก ๆ นี้สำคัญถึงขนาดที่คนยุโรปเรียกมันว่า
“ทองคำดำ” จนต้องออกเรือไปล่ามาไว้เป็นเจ้าของในช่วงศตวรรษที่ 15 เลยทีเดียว

ในช่วงนี้ นักเดินเรือชาวโปรตุเกส สเปน และชาติอื่น ๆ
เริ่มออกตามหาขุมทรัพย์ทองคำดำ จนมาพบกับอินเดีย
ที่เป็นแหล่งเครื่องเทศหลายชนิดชั้นดีของโลก

ซึ่งต่อมา พริกไทยก็เดินทางมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนักเดินเรือยุโรปเหล่านี้ แต่ไม่ใช่แค่การนำเข้ามาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะยังได้ทดลองปลูกอีกด้วย

และหนึ่งในประเทศที่ทดลองปลูกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น
“เวียดนาม” นั่นเอง

แต่ต้องบอกว่า การปลูกในช่วงแรกก็ยังไม่เยอะมากนัก
และต้องรอเวลาเกือบ 200 ปี กว่าเวียดนามจะเริ่มหันมาสนใจการปลูกพริกไทยเพื่อส่งออก

เวียดนามเริ่มสนใจพริกไทย หลังจากนโยบายโด่ย เหมยในปี 1987 ที่รัฐบาลหันมาใช้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด แทนที่จะวางแผนจากส่วนกลางแค่อย่างเดียว

แปลว่า ต่อไปนี้ถ้าเกษตรกรหรือเอกชน จะลงทุนอะไรสักอย่าง ก็สามารถลงทุนได้เลย ไม่ต้องมีรัฐบาลมาบอกว่าจะปลูกอะไรหรือผลิตสินค้าเท่าไรดี

ซึ่งทำให้พริกไทย ที่เมื่อก่อนรัฐบาลอาจวางแผนให้ปลูกเพื่อบริโภคในประเทศ ก็เปลี่ยนเป็นการปลูกเพื่อส่งออกไปต่างประเทศมากขึ้นแทน

หลังจากนั้น เวียดนามค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตพริกไทยรายสำคัญของโลก ด้วยการแซงบราซิลและอินเดีย จนกลายเป็นผู้ส่งออกพริกไทยอันดับ 1 ของโลกในปี 2007

ถ้ายังจำกันได้ว่า เวียดนามเพิ่งสนใจส่งออกพริกไทยในปี 1987 เป็นต้นมา ก็แปลว่า แค่เวลา 20 กว่าปี เวียดนามสามารถครองตลาดพริกไทยเบอร์ 1 ของโลกได้แล้ว

ซึ่งไม่ใช่แค่อันดับ 1 ของโลกธรรมดาเท่านั้น
แต่พริกไทยดำและพริกไทยขาว เวียดนามส่งออกเป็นอันดับ 1 ได้เกือบครึ่งโลกไปแล้ว

เวียดนามส่งออกพริกไทยดำ 42% ของโลก มูลค่ากว่า 27,000 ล้านบาท
ส่วนพริกไทยขาว ส่งออก 48% ของโลก
ด้วยมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท

คำถามคือ อะไรที่ทำให้พริกไทยเวียดนาม โดดเด่น ?

เหตุผลหลัก ๆ เลยคือ “เวียดนามเพิ่มผลผลิตพริกไทย
ในพื้นที่ที่เหมาะสม”

จุดเด่นของเวียดนาม กลายเป็นสวรรค์ของการปลูก
พริกไทย โดยเฉพาะโซนตอนใต้และที่ราบสูงตอนกลางของประเทศ ที่มีอากาศและความชื้นเหมาะกับการเติบโต

พอพื้นที่และอากาศเหมาะสมแล้ว พริกไทยเวียดนามจึงมีรสชาติที่โดดเด่น ทำให้เกษตรกรหันมาลงทุนมากขึ้น จนขยายการปลูกพริกไทยออกไปทั่วบริเวณนี้

ซึ่งเมื่อผลผลิตออกมาเยอะขึ้น ธุรกิจแปรรูปพริกไทยก็เติบโตตามมา จึงทำให้มีการพัฒนาวิธีการปลูกใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่ที่สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ

จากผลผลิตต่อไร่ที่สูงนี้เอง ทำให้พริกไทยเวียดนามมีราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่น และสามารถยืนขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดโลกมาได้อย่างต่อเนื่อง

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เวียดนามเป็นเบอร์ 1 เรื่องพริกไทยดำและพริกไทยขาวของโลก เพราะอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ FTA

FTA ถ้าพูดง่าย ๆ มันคือ ข้อตกลงว่าประเทศหนึ่งสามารถส่งออกสินค้าไปอีกประเทศด้วยภาษี 0 บาทหรือไม่มีเลย ซึ่งเวียดนามก็ไปทำ FTA หลายฉบับอยู่ไม่น้อย

หนึ่งในนั้นคือ FTA กับประเทศในสหภาพยุโรป
ที่กลายเป็นแต้มต่อให้พริกไทยจากเวียดนาม สามารถ
ส่งออกไปได้ด้วยภาษี 0 บาท

ยุโรปเป็นลูกค้าพริกไทยคนสำคัญของเวียดนาม เพราะลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า อาหารยุโรปอย่างสเต๊ก ก็ต้องมีส่วนผสมของพริกไทยเป็นวัตถุดิบอยู่แล้ว

ซึ่งปัจจุบัน มีแค่ 4 ประเทศในเอเชียที่มี FTA กับยุโรป
นั่นคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และเวียดนาม

แต่ประเทศเหล่านี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งส่งออกพริกไทยกับเวียดนามแม้แต่น้อย ก็แปลว่า เวียดนามกำลังได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่ส่งออกพริกไทยเหมือนกันไปเลย

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า ปัจจุบันเวียดนามกำลังมีผลผลิตพริกไทยน้อยลง เพราะเกษตรกรบางส่วนหันไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น

จึงเป็นความท้าทายในอนาคตว่า เวียดนามจะรักษาตำแหน่งเบอร์ 1 ของโลกเรื่องพริกไทยอย่างไรต่อไปดี

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ เวียดนามกำลังกุมชะตาของคนครึ่งโลก
ด้วยพริกไทยเม็ดเล็ก ๆ ในมือเท่านั้น..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

จริง ๆ แล้วพริกไทย ไม่ได้มีต้นกำเนิดที่ไทย แต่เราเรียกชื่อว่าพริกไทย (พริกท้องถิ่น ที่มีในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

เพื่อให้แตกต่างจากการเรียกพริก ที่เป็นพืชสีแดง ๆ ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้ นั่นเอง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววันที่ 28 กรกฎาคม 2568ทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษาขอพระองค์ทรง...
28/07/2025

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568
ทรงเจริญพระชนมพรรษา 73 พรรษา

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน 🙏🏻

24/07/2025

Google ยังโตดี รายได้เพิ่ม 14% เพราะ AI ขับเคลื่อนธุรกิจ เพิ่มงบลงทุนทั้งปีอีก 300,000 ล้าน /โดย ลงทุนแมน
Alphabet บริษัทแม่ของ Google รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2025 (เม.ย. - มิ.ย. 2025) ซึ่งผลออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ

โดยได้รับแรงหนุนจากฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ, ตลาดโฆษณาดิจิทัลที่ยังคงแข็งแกร่ง, โฆษณา YouTube ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการบริการ Cloud ที่มากขึ้น

แม้ว่าการแข่งขันในวงการ AI จะทวีความรุนแรง แต่ธุรกิจ Search และโฆษณาของ Google ยังคงเติบโต

Sundar Pichai ซีอีโอของบริษัท เผยว่า เทคโนโลยี AI อย่าง Gemini และฟีเจอร์ AI Overviews “ทำให้ผู้ใช้ค้นหามากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง”
โดย AI มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มปริมาณการค้นหา (Queries) บนแพลตฟอร์มของ Google

AI Overviews ซึ่งเป็นฟีเจอร์สรุปผลการค้นหาด้วย AI ตอนนี้มีผู้ใช้งานมากกว่า 2,000 ล้านคนต่อเดือน ในกว่า 200 ประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 1,500 ล้านคนในไตรมาสก่อน

ส่วน Gemini ซึ่งเป็น AI chatbot ของ Google มีผู้ใช้งานมากกว่า 450 ล้านคนต่อเดือนแล้ว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้ประกาศเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditures) สำหรับปี 2025 ขึ้นอีก 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 321,500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

สำหรับผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2025
- รายได้ 3,100,200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% (สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่า จะโต 10.9%)

ซึ่งรายได้มาจาก
Google Search & other : 1,742,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%
YouTube ads : 314,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13%
Google Network : 236,400 ล้านบาท ลดลง 1%
Google subscriptions, platforms and devices : 360,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%

Google Cloud : 438,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32%
โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากผลิตภัณฑ์หลักของ Google Cloud Platform (GCP), โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และโซลูชัน Generative AI

Other Bets (เช่น ธุรกิจรถไร้คนขับ Waymo) : 12,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
Hedging gains : -3,500 ล้านบาท

- กำไร 906,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 19%

นอกจากนี้ Alphabet ได้ประกาศว่า จะเพิ่มการลงทุนด้าน AI ในปี 2025 มากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้

โดยเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่าน Alphabet เคยระบุว่า จะลงทุน 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,411,250 ล้านบาท ในปี 2025

และล่าสุดบริษัทได้ปรับเพิ่มเป็น 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2,732,750 ล้านบาท
โดยให้เหตุผลว่า มีความต้องการอย่างแข็งแกร่งและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อผลิตภัณฑ์และบริการ Cloud

อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่งบลงทุนของบริษัท จะเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026

โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน OpenAI เพิ่งประกาศว่า จะใช้โครงสร้างพื้นฐาน Cloud ของ Google สำหรับบริการ ChatGPT ซึ่ง Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet บอกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมาก ที่ได้ร่วมมือกับพวกเขา”

และเมื่อถูกถามถึงต้นทุนในการจ้างบุคลากรด้าน AI บริษัทเผยว่า จะลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถระดับสูงที่สุดในอุตสาหกรรม

ซึ่งในเดือนกรกฎาคม Google ได้ประกาศเข้าซื้อบริษัท Windsurf สตาร์ตอัปด้าน AI Coding ในมูลค่า 77,200 ล้านบาท เพื่อเข้าถึงสิทธิใช้งานเทคโนโลยี รวมถึงดึงตัวซีอีโอ และนักวิจัย AI ชั้นนำจากบริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ ให้มาร่วมงานด้วย..

18/07/2025

UPDATE: ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2568 ทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5%YoY ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน
วันนี้ (17 กรกฎาคม) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง สำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิรวม 24,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
ผลกำไรมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 63,614 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 2.85% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจะลดลงจากการบริการธุรกรรมผ่านธนาคาร แต่ก็ถูกชดเชยด้วยรายได้จากบริการการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
📌เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชั่วคราว ภาคบริการยังเผชิญแรงกดดัน
ในไตรมาส 2 ปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้นชั่วคราวจากการเร่งคำสั่งซื้อ (Front-loading orders) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงยานยนต์จากประเทศคู่ค้าหลัก ก่อนมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาจะมีผลบังคับใช้ในครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม แรงส่งนี้มีลักษณะชั่วคราวและยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์โลกที่แท้จริง ขณะที่ภาคบริการซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน แม้ว่านักท่องเที่ยวจากรัสเซีย อินเดีย และอาเซียนจะเพิ่มขึ้น และช่วยพยุงรายได้ภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ภาคบริการโดยรวมฟื้นตัวอย่างชัดเจน
ด้านเสถียรภาพราคา อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่จำกัด แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนที่ยังคงถูกกดดันจากภาระหนี้สูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายภาคเอกชน
📌 ธนาคารกรุงเทพยืนเคียงข้างลูกค้า ยึดมั่นการเติบโตอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ธนาคารกรุงเทพยังคงมุ่งมั่นเป็น ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตและขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านกลยุทธ์ Regionalization
นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้ให้สามารถฟื้นตัวในระยะยาว พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
📌 ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง รองรับการเติบโตอย่างมั่นคง
ธนาคารยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและรอบคอบ โดยมีเงินให้สินเชื่อ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 2,712,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่
อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.2% ซึ่งยังคงบริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 283.6% เป็นผลจากการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ธนาคารมีเงินรับฝากจำนวน 3,195,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 84.9%
นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 22.0%, 17.5% และ 16.7% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

04/07/2025

๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยในปีนี้ทรงเจริญพระชันษา ๖๘ ปี
ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลแด่ใต้ฝ่าพระบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชันษายิ่งยืนนาน พระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากภยันตรายใด ๆ ทั้งปวง
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้ดูแลเพจ ทีมงาน และสมาชิกแฟนเพจ โบราณนานมา

01/07/2025

IF แบรนด์น้ำมะพร้าวไทย IPO ตลาดหุ้นฮ่องกง ราคาหุ้นพุ่ง 60% มูลค่าบริษัท 43,000 ล้าน ใกล้เคียง OSP /โดย ลงทุนแมน

IF แบรนด์น้ำมะพร้าวไทย หมื่นล้าน ที่บุกจีน จนครองตลาดเบอร์ 1 ได้สำเร็จ
ในวันที่แบรนด์จีนมากมายบุกตลาดไทย
IF คือแบรนด์น้ำมะพร้าวไทย ที่เลือกบุกกลับตลาดจีน
จนตอนนี้ครองตลาดอันดับ 1 ไปแล้ว

ซึ่งไม่ใช่แค่น้ำมะพร้าวไทย ที่ครองตลาดในจีนเท่านั้น
แต่มะพร้าวสดจากไทย ยังครองตลาดระดับโลกอีกด้วย

ทั้งเนื้อมะพร้าว ที่ไทยส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก
และมะพร้าวน้ำหอมทั้งลูกจากไทย ถูกส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก

โดย IF สามารถนำมะพร้าวตรงนี้มาแปรรูป จนสร้างรายได้ 5,000 ล้านบาทในปีที่แล้ว และทำให้มูลค่าบริษัทของตัวเอง ทะลุหลักหมื่นล้านบาทไปเป็นที่เรียบร้อย

เรื่องราวของ IF น่าสนใจแค่ไหน ?
อะไรทำให้บริษัทมาไกลได้ขนาดนี้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

น้ำมะพร้าว ไม่ใช่ตลาดที่ง่ายเลยในระดับโลก เพราะแม้แต่ Coca-Cola บริษัทน้ำอัดลมชื่อดัง ยังต้องยอมแพ้กับการเข้าไปบุกตลาดนี้มาแล้วกับแบรนด์ Zico

แม้ตลาดนี้ดูปราบเซียนแค่ไหน แต่น้ำมะพร้าวก็เป็นตลาดที่น่าสนใจ ที่ทำให้ธุรกิจเครื่องดื่มลงไปเล่น เพราะมีแนวโน้มการเติบโตสูงกว่าตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด

โดยในปี 2024-2029 ตลาดเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.1%
แต่ตลาดน้ำมะพร้าว ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 11% เลยทีเดียว

สำหรับตลาดน้ำมะพร้าวที่กำลังเติบโตต่อเนื่องในปัจจุบัน
ก็คือ ตลาดอเมริกาเหนือและจีน

ในฝั่งตลาดจีน IF เริ่มเข้าไปบุกตลาดตั้งแต่ปี 2017 ก่อนจะแตกแบรนด์น้ำมะพร้าวพรีเมียม INNOCOCO ออกมาเพิ่มเติมในปี 2022

IF ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Douyin ที่คล้าย TikTok และ Xiaohongshu แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ยอดนิยมในหมู่วัยรุ่นคนจีนตอนนี้

รวมถึงการดึง Xiao Zhan นักแสดงและดาราชื่อดังของวงการบันเทิงจีน มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์น้ำมะพร้าวของตัวเองอีกด้วย

จนปัจจุบัน IF สามารถครองตลาดน้ำมะพร้าวอันดับ 1 ในจีนได้สำเร็จ และทำให้ผลประกอบการของบริษัท IFBH เจ้าของแบรนด์ IF และ INNOCOCO เติบโตต่อเนื่องด้วย

ปี 2023
- รายได้ 2,837 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 521 ล้านบาท

ปี 2024
- รายได้ 5,119 ล้านบาท
- กำไรสุทธิ 1,076 ล้านบาท

จะเห็นว่าที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่รายได้และกำไร ที่เติบโตสูงเท่านั้น แต่บริษัทยังสามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้ราว 20% ของรายได้ทั้งหมดที่ทำได้ ซึ่งเรียกได้ว่าสูงมาก

ที่บอกว่าสูงมาก ก็เพราะว่าถ้าเราไปเทียบกับ Vita Coco บริษัทน้ำมะพร้าวที่ใหญ่สุดของโลก สามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้แค่ 11% เท่านั้น

ซึ่งสาเหตุที่ IFBH ทำกำไรได้สูงขนาดนี้ เพราะบริษัทไม่ได้มีโรงงานผลิตและแปรรูปน้ำมะพร้าวของตัวเอง ทำให้มีความยืดหยุ่นในการควบคุมต้นทุนการผลิตสูงมาก

แถมบริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี เพราะค่าใช้จ่ายตรงนี้ คิดเป็นเพียง 10% ของรายได้ทั้งหมดที่บริษัททำได้

ซึ่งน้อยกว่า Vita Coco ที่มีค่าใช้จ่ายตรงนี้คิดเป็น 24% ของรายได้ทั้งหมดที่ทำได้ แปลว่า IFBH สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่ามาก

แต่ก็ไม่ได้แปลว่า Vita Coco เป็นรอง เพราะปัจจุบัน บริษัทน้ำมะพร้าวเจ้านี้ เป็นเจ้าตลาดเบอร์ 1 ในสหรัฐอเมริกา พร้อมสามารถขยายไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ

ซึ่งในปีที่แล้ว Vita Coco สามารถทำรายได้ 16,000 ล้านบาท สูงกว่า IFBH เจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าว IF และ INNOCOCO ที่ทำรายได้ปีที่แล้วราว 5,000 ล้านบาท

และไม่ใช่แค่รายได้ที่มากกว่าเท่านั้น แต่ Vita Coco ก็ได้ เข้ามาบุกตลาดน้ำมะพร้าวในจีนแล้ว

ซึ่งแปลว่า น้ำมะพร้าว IF กำลังเจอคู่แข่งที่ตัวใหญ่กว่า
ในการเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดในจีนมากขึ้น

และนอกจากคู่แข่งอย่าง Vita Coco แล้ว ยังมีคู่แข่งเจ้าอื่น เช่น Jiaguoyuan และ Qingshang ที่พยายามเข้ามาแย่งรายได้ในตลาดจีนอีกด้วย

เมื่อผู้เล่นในตลาดมากขึ้น ตอนนี้ตลาดน้ำมะพร้าวในจีน ไม่ต่างอะไรกับทะเลเลือด เพราะกำลังแข่งขันสงครามราคาระหว่างกัน เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกคุ้มค่ามากที่สุด

แต่ความเสี่ยงของน้ำมะพร้าว IF และ INNOCOCO ไม่ได้มีแค่การแข่งขันที่ดุเดือดแค่นั้น เพราะยังต้องรับมือกับปัญหาภัยแล้งในไทย ที่ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวผันผวนได้

แม้ไม่ได้มีโรงงานผลิตและแปรรูปมะพร้าวของตัวเอง
แต่การที่ผลผลิตมะพร้าวลดลง ก็อาจกระทบกับต้นทุนการผลิตของโรงงานซัปพลายเออร์อีกทางหนึ่งแทน

ถึงตรงนี้ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า IFBH บริษัทเจ้าของแบรนด์น้ำมะพร้าว IF และ INNOCOCO จะสามารถยืนหยัดต่อการแข่งขันในตลาดจีนได้มากแค่ไหน

ซึ่งปัจจุบัน บริษัทไม่ได้มีแค่การขายน้ำมะพร้าวเท่านั้น เพราะตอนนี้รายได้ราว 4% ของทั้งหมด มาจากเครื่องดื่มอื่น ๆ รวมไปถึงขนมขบเคี้ยวที่ทำจากพืชเป็นหลักมากขึ้น

แต่ที่แน่ ๆ คือ IF กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทย ที่สามารถบุกตลาดจีนได้สำเร็จ ในวันที่แบรนด์จีน เข้ามาบุกตลาดไทย ในช่วงที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

และทำให้มะพร้าวไทย ไม่ใช่ครองตลาดระดับโลกแค่แบบมะพร้าวทั้งลูกเท่านั้น แต่ยังแปรรูปให้มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ด้วยน้ำมะพร้าวที่ครองใจคนจีนไปแล้วในตอนนี้..

(อัปเดต) วันนี้บริษัท IFBH เจ้าของแบรนด์ IF และ INNOCOCO เปิดซื้อขายหุ้น IPO เป็นวันแรกในตลาดหุ้นฮ่องกง

ซึ่งราคาหุ้นพุ่งขึ้น 57.9% ทันที มีค่า P/E อยู่ที่ 40 เท่า
และทำให้มีมูลค่าบริษัทเป็น 43,000 ล้านบาท

ใกล้เคียงกับมูลค่าบริษัทของ OSP หรือ โอสถสภา บริษัทเครื่องดื่มรายใหญ่ของไทย ซึ่งมีค่า P/E ราว ๆ 21 เท่า..

Reference
- Prospectus

ที่อยู่

ถ. ประดิษฐ์มนูธรรม ซ. ลาดพร้าว 87 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66614561988

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SMC Capital Plus : สินเชื่อเพื่อธุรกิจและผู้ประกอบการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SMC Capital Plus : สินเชื่อเพื่อธุรกิจและผู้ประกอบการ:

แชร์