Lief เราจะมอบความรู้เกี่ยวกับเรื่อง "การลงทุน และการเกษียณ" ที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความรู้

FED หยุดขึ้นดอกเบี้ยได้หรือยัง ?จากข้อมูลสำคัญของเศรษฐกิจ อย่างอัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศทางตะวันตกปรับตัวลดลงอย่างต่อเ...
07/09/2023

FED หยุดขึ้นดอกเบี้ยได้หรือยัง ?
จากข้อมูลสำคัญของเศรษฐกิจ อย่างอัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศทางตะวันตกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งประเทศจีน ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจจัดว่ามีการเติบโตได้น้อยลง แต่ไม่ถึงกับติดลบ ถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยง ความเชื่อมั่นของตลาดเริ่มกลับมา ด้วยปัจจัยรอบข้างที่สนุนเช่นนี้ ทำให้ตลาดเริ่มคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ควรจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้แล้ว
👉 แต่อย่างไรก็ตาม FED ยังคงไม่นิ่งนอนใจในสถานการณ์มากนัก อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากช่วง Covid-19 ยังคงเป็นบทเรียนชิ้นใหญ่ของ FED มองว่าจะมีการคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ในระดับที่สูงและนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้นมองว่ายังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพื่อรอดูผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมา ซึ่งถ้าหากเงินเฟ้อยังคงลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง โอกาสในการเกิด Recession นั้นก็จะสูงมากขึ้นตามเช่นกัน โดย Invesco ยังคงชอบเป็นตราสารหนี้กลุ่ม DM จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงจนน่าสนใจ
🚩 โดยสรุป : จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยังคงเติบโตได้บ้างเล็กน้อย ทำให้ตลาดเริ่มคาดหวังการหยุดขึ้นดอกเบี้ยของ FED แต่อย่างไรก็ตาม FED นั้นยังคงมีท่าทีตึงตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรับมือกับเงินเฟ้อได้อยู่จริงๆ มองว่า FED จะมีการหยุดการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรอดูผลกระทบอีกสักพัก ส่วนการปรับลดดอกเบี้ยมองว่ายังต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ ซึ่งถ้าหากอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ โอกาสในการเกิด Recession ก็จะสูงตามเช่น Invesco ยังคงชอบเป็นเป็น ตราสารหนี้กลุ่มประเทศ DM จากอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจ
🚩🚩รับข่าวสารการลงทุน และการเกษียณสุดพิเศษได้ที่ : https://lin.ee/9kuD10A
ข้อมูลอ้างอิง : https://www.invesco.com/.../will-fed-hawks-go-too-far-in...
==========
💥ติดตามเราได้ที่
Line : https://lin.ee/9kuD10A
OpenChat : https://shorturl.asia/2BvYs
Facebook : https://www.facebook.com/Liefcapital
Website : https://www.liefcapital.com
#วิกฤติ #ลงทุน #เกษียณ #ตลาดหุ้น #หุ้น #วางแผนการเงิน #3ตะกร้า

05/09/2023

🎯เผย TREX หุ้นในตระกร้า 3 ของกองทุน LKS ที่สร้างผลตอบแทนถึง 43% I Lief Kasian System Fund
📌การลงทุน 3 ตะกร้า เป็นกลยุทธ์การลงทุนรูปแบบหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เหมาะสมกับการบริหารเงินก้อนที่เน้น
1.ถนอมเงินต้น
2.มีการถอนกระแสเงินสดใช้ระหว่างทาง ในขณะที่ก็ยังต้องการ
3.ผลเติบโตงอกเงยในระยะยาว (TSM อยู่ในส่วนนี้)
📌📌หากคิดว่ากลยุทธ์ 3 ตะกร้า น่าจะเหมาะกับคุณ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถาม พูดคุย กับผู้แนะนำการลงทุนของเราได้ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
ที่ https://liefcapital.com/kasian-system/ หรือ https://lin.ee/9kuD10A
*เป็นส่วนของพอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงที่เน้นการเติบโตของการเกษียณ
==========
💥ติดตามเราได้ที่
Line : https://lin.ee/9kuD10A
OpenChat : https://shorturl.asia/2BvYs
Facebook : https://www.facebook.com/Liefcapital
Website : https://www.liefcapital.com
#วิกฤติ #ลงทุน #เกษียณ #ตลาดหุ้น #หุ้น #วางแผนการเงิน #3ตะกร้า

30/08/2023

🎯ทำไมถึงเลือกหุ้น TSM ? ซึ่งได้ผลตอบแทนเฉลี่ย +14% ( ตะกร้าที่ 3 ) I Lief Kasian System Fund
📌การลงทุน 3 ตะกร้า เป็นกลยุทธ์การลงทุนรูปแบบหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เหมาะสมกับการบริหารเงินก้อนที่เน้น
1.ถนอมเงินต้น
2.มีการถอนกระแสเงินสดใช้ระหว่างทาง ในขณะที่ก็ยังต้องการ
3.ผลเติบโตงอกเงยในระยะยาว (TSM อยู่ในส่วนนี้)
📌📌หากคิดว่ากลยุทธ์ 3 ตะกร้า น่าจะเหมาะกับคุณ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถาม พูดคุย กับผู้แนะนำการลงทุนของเราได้ ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด
ที่ https://liefcapital.com/kasian-system/ หรือ https://lin.ee/9kuD10A
*เป็นส่วนของพอร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงที่เน้นการเติบโตของการเกษียณ
==========
💥ติดตามเราได้ที่
Line : https://lin.ee/9kuD10A
OpenChat : https://shorturl.asia/2BvYs
Facebook : https://www.facebook.com/Liefcapital
Website : https://www.liefcapital.com

#วิกฤติ #ลงทุน #เกษียณ #ตลาดหุ้น #หุ้น #วางแผนการเงิน #3ตะกร้า

📌ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมสัมมนา 👉ในหัวข้อ “Health is the first wealth” รู้เรื่องนี้ เกษียณอย่างมีคุณภาพ by Lief Capital 👉ที...
18/08/2023

📌ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมสัมมนา 👉ในหัวข้อ “Health is the first wealth” รู้เรื่องนี้ เกษียณอย่างมีคุณภาพ by Lief Capital
👉ที่จะมาบรรยายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกับเรื่องที่ทุกท่านไม่ควรมองข้าม
ท่านสามารถชวนเพื่อนมาได้ 1 ท่าน
☀️ในวันที่ 2 กันยายน 2566 เวลา 10.00-12.30 น. ณ KX Knowledge ห้อง X01AB ชั้น 10 (BTS วงเวียนใหญ่)
🗺️แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/LeKAqtyqYfJgHUQ77?g_st=ic
ด่วน ! ที่นั่งมีจำกัด...
📌โดยสามารถจองที่นั่งได้ที่ลิงค์ https://forms.office.com/r/c6RfhVTqTD
เรายินดีเรียนเชิญทุกท่านนะคะ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #สุขภาพ #จิตวิทยา #โรงพยาบาล #กิจกรรม #สัมมนา

✨สรุป Mid Year Outlook จาก PIMCO✨👉PIMCO มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องมีการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวต่อไปเพื่อให้เงินเฟ้อล...
08/08/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก PIMCO✨

👉PIMCO มองว่า
ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงต้องมีการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวต่อไปเพื่อให้เงินเฟ้อลงไปตามเป้าหมาย อีกทั้งผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ปี 2022 ยังไม่ได้แทรกซึมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่มองว่าปี 2023 มีโอกาสที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างมาก อีกทั้งการตึงตัวของเพดานหนี้สหรัฐฯ ที่ถึงแม้จะคลี่คลายแล้ว
แต่ PIMCO เชื่อว่าจะเป็นปัญหาในระยะยาว การบริโภคจะหดตัว และความเสี่ยงการเมืองระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะเป็นเรื่องที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง Pimco มองว่าเศรษฐกิจช่วงนี้ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง และตลาดทุนจะผันผวน
✅โอกาสในการลงทุน
➡Investment Grade ทั้ง Short และ High Duration จะเป็นตัวที่ปกป้องความเสี่ยงให้กับ Port และให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจจากระดับดอกเบี้ยที่สูง
➡ตลาดหุ้น EM มองว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มซบเซา US Dollar มีโอกาสที่จะอ่อนค่าลง ซึ่งตลาด EM จะได้ประโยชน์จากจุดนี้อีกทั้งยังมองว่าตลาด EM จะเติบโตสวนทางกับกลุ่ม DM ที่จะเริ่มหดตัว
❌กลุ่มที่ให้ระมัดระวัง คือ
➡หุ้ตลาดหุ้น DM มองว่าความเสี่ยงในปีนี้ยังมีอยู่มากแนะนำให้หลบก่อน
🚩โดยสรุป :
เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาแสดงแนวโน้มที่ดีถึงแม้ว่ายังคงมีปัจจัยเสี่ยง ด้วยการเงินเฟ้อลดลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% อัตราเพิ่มของค่าจ้างประมาณ 5.2% ต่อปี มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาวเนื่องจากมีส่วนสำคัญใน GDP ของประเทศมาจากการบริโภค การมีวินัยทางการเงินที่ดีขึ้นและอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้มีมุมมองที่ดีต่ออนาคต
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #ข่าว

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Morgan Stanley ✨👉Morgan Stanley มองว่ามองว่าสถานการณ์ฝั่ง US มองว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็น Sof...
06/08/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Morgan Stanley ✨
👉Morgan Stanley มองว่า
มองว่าสถานการณ์ฝั่ง US มองว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็น Soft Landing จากอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมายของ FED เชื่อว่าปีนี้ FED จะยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับนี้ทั้งปี แล้วจึงเริ่มปรับลงในช่วงไตรมาส 1 ปี 2024 ส่วน GDP มองปีนี้โตประมาณ 1.20%
ส่วนฝั่ง EU มองว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายเงินเฟ้อผ่านจุด Peak ถึงแม้ว่าจะใช้เวลามากกว่าฝั่ง US กว่าเงินเฟ้อจะลงไปถึงเป้าหมาย 2.00% แต่เชื่อว่าปีนี้การบริโภคจะเริ่มฟื้นตัว แต่การส่งออกยังน่าห่วง มองโตแค่ 0.70% ในปี 2023
จีนมองว่าจะทำได้ดีในปีนี้โตถึง 5.70% จากการที่กลับมาเปิดประเทศและมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ยังมี Pent-UP Demand อยู่
✅โอกาสในการลงทุน
➡หุ้น EM และ ญี่ปุ่น จาก Growth ที่สูง อัตราเงินเฟ้อที่สวนทางกับฝั่ง DM
➡หุ้น US กลุ่ม Defensive ( Consumer Discretionary และ Healthcare) มองว่าจะทำได้ดีช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
➡ตราสารหนี้ระยะยาว จาก Yield ที่อยู่ในระดับที่สูง ช่วยป้องกันความผันผวนให้กับพอร์ต
❌กลุ่มที่ให้ระมัดระวัง คือ
➡หุ้น DM จากความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ Earning บริษัทใน DM มองว่าจะลดลงในปีนี้
🚩โดยสรุป : Morgan Staley ยังคงมองว่ากลุ่มประเทศ DM จะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จากอัตราเงินเฟ้อที่ถึงแม้จะผ่านจุด Peak แต่ยังสูงกว่าเป้าโดย EU บริโภคจะเริ่มฟื้นได้ดีแต่การส่งออกจะฉุดการเติบโต สวนทางกับจีนและญี่ปุ่น ที่มีอัตราเงินเฟ้อสวนทางกัน เชื่อว่าจะเติบโตได้ดีจากการเปิดประเทศ การบริโภคจะเริ่มกลับมา โดยชอบเป็น หุ้น EM และญี่ปุ่น, หุ้น US กลุ่ม Defensive และตราสารหนี้ระยะยาว ส่วนที่ไม่ชอบจะเป็น หุ้นตลาด DM
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #ข่าว

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Franklin Templeton✨Franklin Templeton มองว่าในครึ่งปีหลัง 2023 ของทั้งตลาดหุ้นและตราสารหนี้จะ...
05/08/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Franklin Templeton✨
Franklin Templeton มองว่า
ในครึ่งปีหลัง 2023 ของทั้งตลาดหุ้นและตราสารหนี้จะเป็นปีที่ดีของทั้ง 2 สินทรัพย์ โดยมีมุมมองจาก Earning ของบริษัทจดทะเบียนได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หรือก็คือมองไปข้างหน้า Earning ของบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสเติบมากกว่าการถดถอย
ตลาดได้รับรู้และสะท้อนในเรื่องของ Recession และ Earning ถดถอยไปก่อนหน้านี้แล้วการ Panic มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย
โอกาสเกิด Recession ที่น้อยลงทุกๆ วัน จากตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง เงินเฟ้อที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้นจะเป็นผลดีต่อตลาดทุนเอง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยงเลยโดยความเสี่ยงที่ Franklin ให้เผ้าระวังคือการเมืองระหว่างประเทศสหรัฐฯและจีน รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยังยืดเยื้อ รวมถึการเกิด Recession ในระดับที่รุนแรงกว่าที่คาดก็อาจจะทำให้ตลาดตกใจ(Panic) ได้
✅โอกาสในการลงทุน
➡Investment Grade Bond,High Quality – Short Duration Bond – จากระดับ Yield ในปัจจุบันที่น่าสนใจ รวมถึงหากเกิด Recession อย่างรุนแรงก็จะช่วยป้องกันความเสี่ยงให้กับ Port ได้อีกด้วย
➡หุ้น US มองว่าที่นำให้ตลาดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2023 มีแต่กลุ่ม Tech เท่านั้น ยังคงมี Sector อื่นๆ ที่ยังมี Valuation ที่น่าสนใจและมีโอกาสที่จะ Sector อื่นๆ เริ่มกระจายผลตอบแทนได้ดีขึ้น หาก Recession ไม่เกิดหรือเกิดแบบเพียงเบาๆ
➡หุ้น Non-US หลักๆจะเป็นกลุ่ม DM ที่อยู่นอก US (เยอรมัน,ญี่ปุ่น) เนื่องจาก Valuation ที่น่าสนใจกว่า US มากๆ รวมถึง Earning กลุ่มนี้ก็ดีมากขึ้น บริษัทจดทะเบียนก็เริ่มขยายตัวมาเป็นระดับ Global มากขึ้น
❌กลุ่มที่ให้ระมัดระวัง คือ ไม่มีมุมมองตรงส่วนนี้เป็นพิเศษ
🚩โดยสรุป :
มองว่าโอกาสเกิด Recession เริ่มน้อยลงทุกทีๆ จากเงินเฟ้อที่ลงเร็วและไม่มีสัญญาณการว่างงาน การบริโภคยังคงเติบโตทำให้เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นในครึ่งปีหลัง ส่วนความเสี่ยงที่เฝ้าระวังคืออาจจะมีเกิด Recession ในรุนแรงกว่าที่คาด (เงินเฟ้อดีดกลับ, ว่างงานสูงขึ้น) รวมถึงการเมืองระหว่างจีน-สหรัฐฯ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่วนสินทรัพย์ที่แนะนำจะเป็นกลุ่มตราสารหนี้ High-Quality ส่วนหุ้นนั้นชอบเป็ฯ กลุ่ม DM ทั้ง US และ Non-US
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #ข่าว

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Allianz✨👉Allianz มองว่าเชื่อว่าครึ่งปีหลัง 2023 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจจะไปต่อได้ยาก จากการที่เ...
04/08/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Allianz✨
👉Allianz มองว่า
เชื่อว่าครึ่งปีหลัง 2023 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจจะไปต่อได้ยาก จากการที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายอยู่แสดงให้เห็นว่าผลของการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยังไม่แทรกซึมในเศรษฐกิจมากนัก เชื่อว่ายังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้อีกในครึ่งปีหลังนี้ และ Recession จะเกิดแน่ๆ จากผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยที่สูงและรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
.
ส่วนความเสี่ยงของ Sector Bank และ Sector อื่น ๆ นั้นมองว่ายังมีอยู่ แต่จะไม่ใช่เรื่องที่ FED จะจับตามองเป็นพิเศษแล้ว อย่างไรก็ตาม Allianz ก็มองเห็นโอกาสโดยในช่วงที่ Earning เริ่มถูกปรับประมาณการลง ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวจะเป็นจุดซื้อที่ดีของหุ้น และเช่นกันช่วงเศรษฐกิจชะลอส่วนใหญ่แล้ว ตราสารหนี้ก็มักจะให้ผลตอบแทนที่ดีด้วยเช่นกัน

ส่วนจีนที่ดูเหมือนจะทำได้ดีในช่วง ไตรมาส 1 กลายเป็นว่าขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาด ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการชะลอตัวของการส่งออก ในระยะสั้นเชื่อว่าจีนจะชะลอตามโลก แต่ระยะยาวเชื่อว่าจะโตได้ดีจากมาตรการกระตุ้นอสังหา ฯ และการบริโภค
✅โอกาสในการลงทุน
➡หุ้นกลุ่ม Tech US มองว่า AI จะหนุนให้รายได้เติบโตแม้จะมี Recession
➡หุ้นกลุ่ม EM จากราคาที่จัดว่าอยู่ในแดนถูก และ การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะเป็นปัจจัยหนุน
➡Short Term Bond จากระดับ Yield ที่สูงขึ้นมามาก และ ความผันผวนของราคาก็น้อยลงมากๆแล้ว
❌กลุ่มที่ให้ระมัดระวัง คือ
➡หุ้น Europe ที่ถึงแม้ในต้นปีนี้จะทำได้ดีมากๆ แต่เชื่อว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังไม่จบ ตลาดยังมีโอกาสผันผวนอยู่มาก
➡กลุ่มโลหะมีค่า ( ทองคำ,ทองแดง ) เชื่อว่าจะยังมี Downside Risk อยู่บ้างยังไม่เหมาะที่จะลงทุน
🚩โดยสรุป
เชื่อว่าโอกาสที่ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเกิด Recession จะมาค่อนข้างแน่ เนื่องจากผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยที่สูงยังไม่ได้สะท้อนออกมามากนัก แต่ Allianz ก็มองว่าช่วงที่ Recession และ Earning ของบริษัทจดทะเบียนเริ่มชะลอตัวนี่แหละ จะเป็นจุดที่ดีของตลาดหุ้น
ส่วนจีนมองว่าระยะสั้นจะชะลอ แต่ระยะยาวจะเติบโตได้ดีจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและเป็นผลดีกับ EM ทั้งกลุ่มด้วย สินทรัพย์ที่ชอบ ชอบเป็นหุ้น Tech US จาก AI หนุน หุ้นกลุ่ม EM เติบโตได้ดีจากการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ Short Term Bond จาก Yield ในระดับที่สูงขึ้น ส่วนที่ไม่ชอบจะเป็น หุ้น EU ที่มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้อีก และกลุ่มโลหะมีค่า ที่มองว่ายังมี Downside Risk อยู่
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #ข่าว

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Well Fargo✨👉สถานการณ์เศรษฐกิจWell Fargo มองว่า เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัว โดยฝั่งสหรัฐฯ นั้นจะช...
29/07/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Well Fargo✨
👉สถานการณ์เศรษฐกิจ
Well Fargo มองว่า เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัว โดยฝั่งสหรัฐฯ นั้นจะชะลอตัวแบบ เบาๆ เท่านั้นส่วนเงินเฟ้อนั้นจะค่อยๆ ลงจากผลกระทบการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2022 และ Receesion ที่จะเกิดในปีนี้ก็จะส่งผลให้เงินเฟ้อค่อยลดลงอีกด้วย ในปี 2023 และปี 2024 จะเป็นปีที่ กำไร จะเริ่มเติบโตมากขึ้น จากการเป็นช่วง Recovery
ส่วนค่าเงิน US Dollar มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงในปี 2024 ซึ่งเป็นช่วง Recovery จากการที่เงินทุนจะกระจายไปลงทุนในทั่วโลกและออกนอก US มากขึ้น ส่วนทองคำและกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
- เงินเฟ้อสหรัฐฯปี 2023 จะไปจบที่ 2.9 %
- GDP ทั่วโลกโตเพียงแค่ 2.8% ส่วนสหรัฐฯ โตแค่ 1.1%
- ให้เป้าหมาย S&P 500 สิ้นปีไว้ที่ 4,000-4,200 จุดเท่านั้น
✅โอกาสในการลงทุน
📍 กลุ่มUS Large Cap Defensive (Consumer staple,Healthcare และ Material) ป้องกัน Downside ในช่วง Recession
📍 Bond ชอบ Investment Grade และ Long Term Government Bond ป้องกันความเสี่ยง Default ในช่วง Recession
📍 กลุ่ม Developed Market ไม่รวม US จะได้ประโยชน์จากการที่ USD ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า
❌สิ่งที่ควรหลีกเลียง
📍 Consumer Discretionary และ อสังหาฯ จากความเสี่ยง Recession และอัตราดอกเบี้ยที่สูง
🚩โดยสรุป : Wellfargo มองว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะเริ่มชะลอตัว โดยฝั่งสหรัฐฯ จะชะลอตัวแต่จะเป็นการชะลอตัวแบบเบาๆ ส่วนปี 2024 จึงจะเริ่ม Recovery เงินเฟ้อจะค่อยๆ ลดลงในปีนี้ จนเหลือ 2.9% ส่วนการเติบโตมองว่า US จะโตแค่ 1.1% เท่านั้น ส่วนหุ้น US ปีนี้ให้เป้า S&P 500 สิ้นปี 2023 ไว้ที่ 4,000 - 4,200 จุดเท่านั้น
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #เศรษฐกิจ #ข่าว

✨สรุป Mid Year Outlook จาก KKR✨👉สถานการณ์เศรษฐกิจKKR มองว่าผลพวงของการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวจะค่อยๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่าง...
27/07/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก KKR✨
👉สถานการณ์เศรษฐกิจ
KKR มองว่าผลพวงของการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวจะค่อยๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างช้าๆ เชื่อว่าการเติบโตของสหรัฐฯ ในปี2023 จะชะลอลงแบบเบาๆ (Mild Recession) โดย GDP ของสหรัฐฯ จะโตได้ถึง 1.8% สูงกว่าที่คาดจากความแข็งแกร่งของภาค Service แต่ปี 2024 จะเติบโตได้น้อยลงกว่าปี 2023
เชื่อว่าปีนี้เงินเฟ้อสหรัฐจะไปจบที่ 4.00% และ ยุโรป อยู่ที่ 5.30 % เงินเฟ้อยังมีความเหนียวแน่นจากอัตราค่าแรงภาค Service ที่ยังแข็งแกร่ง ปัญหา การเมืองระหว่างประเทศกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งด้วยและจะสูงกว่า 2 % ที่เป็นเป้าหมายของธนาคารกลาง
ส่วน EPS เชื่อว่าปี 2023 จะปรับตัวลง 5% ส่วนปี 2024 จะโตเพียงแค่ 8% เท่านั้น
ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้น ด้วยความตึงเครียดของภาคธนาคารนั้นมองว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมแล้วในปี 2023 และจะเริ่มมีการปรับลดในช่วง Q1 ปี 2024
ส่วนฝั่งยุโรปมองว่าการเติบโตก็มีการชะลอตัวบ้างจากการที่เยอรมันเข้าสู่ Technical Recession แต่ก็ไม่ได้ชะลอตัวมากขนาดนั้นจากความแข็งแกร่งตลาดแรงงานในยุโรป
ฝั่งเศรษฐกิจจีน มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีจริงๆ อาจจะต้องรอถึงปี 2024 เนื่องจากปีนี้ตลาดอสังหาฯ ในจีนเป็นตัวที่ฉุดเศรษฐกิจไว้ ไม่ให้เติบโตไปตามที่คาด ถึงแม้การบริโภคจะกลับมาได้อย่างแข็งแกร่งก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้จีนจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อพยุงตลาดบ้าน ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาเพื่อรอให้ผลของนโยบายกระทบกับเศรษฐกิจ
✅สินทรัพย์ที่น่าลงทุน
📍หุ้นญี่ปุ่น จากพื้นฐานที่ดี Valuationที่ถูก มีการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้โปร่งใสมากขึ้น
📍ตราสารหนี้กลุ่ม Investment Grade จากระดับ Yield ที่น่าสนใจ และลดความเสี่ยงการ Default ในช่วง Recession อีกด้วย
❌สิ่งที่ควรหลีกเลียง
📍Regional Bank กลุ่มธนาคารจะมีความเสี่ยงการ Default จาก Commercial Real Estate โดยเฉพาะ Office และเชื่อว่าช่วงนี้ยังมีความเปราะบางสูง ให้หลีกเลี่ยง
📍EU กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ถึงแม้ว่าจะชอบในระยะยาว แต่ด้วย Valuation ในปัจจุบันที่แพงกว่าพื้นฐานค่อนข้างมาก แนะนำให้เลี่ยงก่อนในปี 2023นี้
📍REITs จะได้รับผลกระทบจากการที่อัตราดอกเบี้ยที่สูง กลุ่มREITs มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ค่อนข้างมาก
🚩โดยสรุป : KKR มองว่าเศรษฐกิจ USและยุโรป มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวเป็นผลพวงจากการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวเงินเฟ้อมองว่าจะเหนียวแน่น ส่วนฝั่งยุโรปนั้นก็จะได้รับผลจากการดำเนินนโยบายแบบตึงตัวก็จะชะลอตัวเช่นกันส่วนดอกเบี้ยจะเริ่มปรับลดในช่วงต้นปี 2024 ส่วนจีนนั้นถึงแม้ว่าการบริโภคจะเริ่มกลับมาแล้ว แต่ตลาดอสังหาฯ ก็ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เศรษฐกิจจีนไม่โตมากนักในปีนี้ หากจีนมีนโยบายออกมาพยุงตลาดอสังหาฯ ก็ยังต้องใช้เวลาสักพักผลของนโยบายจึงจะเริ่มออกให้เห็น
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Pictet✨👉สถานการณ์เศรษฐกิจ -เงินดอลล่าร์ในอนาคตจะลดความสำคัญลง- ผลตอบแทนในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้...
26/07/2023

✨สรุป Mid Year Outlook จาก Pictet✨
👉สถานการณ์เศรษฐกิจ
-เงินดอลล่าร์ในอนาคตจะลดความสำคัญลง
- ผลตอบแทนในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้จะมีความผันผวน
- การเติบโตของเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยจะอยู่ต่ำกว่าเงินเฟ้อ
- เงินเฟ้อถึงแม้จะลดลงมาก็จะยังผันผวน ยังมีปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้เงินเฟ้อไม่ลดลง เช่นอัตราการออมที่ยังสูง, De-globalisation, ประชากรคนทำงานที่ลดลง
- การแทรกแซงของรัฐในการสนับสนุนธุรกิจอย่างเช่น เทคโนโลยีสะอาด, Semiconductors และงบกลาโหม จะเพิ่มความเสี่ยงทั้งจากการที่มีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นและเสี่ยงที่เอางบไปสนับสนุนผิดทาง
✅โอกาสในการลงทุน
- หุ้นในประเทศเอเชียที่กำลังเติบโต เนื่องจากมีการพัฒนาผลผลิตที่สูงขึ้น
- หุ้นในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสะอาด
- ถ้าจะหุ้น U.S. ก็เล็งกลุ่มคุณภาพสูง บริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดีและเติบโตสม่ำเสมอ
- Private Debt ควรจะทำได้ดีเนื่องจากธนาคารพาณิชย์ลดการปล่อยสินเชื่อ
- พันธบัตรรัฐบาล U.S. กับตราสารหนี้เอกชนระดับลงทุน
- ตราสารหนี้ของประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากเงินดอลล่าร์น่าจะอ่อนตัวลงในช่วง 5 ปีข้างหน้า
❌สิ่งที่ควรหลีกเลียง
- ไม่นำเสนอมุมมองนี้
🚩โดยสรุป
ในอนาคต ผลตอบแทนในระยะ 5 ปีข้างหน้าจะมีความผันผวน ภาวะเศรษฐกิจโตโดยเฉลี่ยจะต่ำกว่าเงินเฟ้อ การแทรกแซงของรัฐในการสนับสนุนธุรกิจอาจเพิ่มความเสี่ยง และเงินดอลล่าร์อาจลดความสำคัญลงในอนาคต
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน

25/07/2023

ตลาด US มองแง่ดีเกินไป ? ถึงเวลา หุ้น Mid-Small Cap แล้ว I The Shortlist EP 39
✨หากท่านใดมีเวลาในเช้านี้ เชิญชวนมารับฟังพูดคุยกันในรายการ The Shortlist เวลา 8.00 - 8.30 น.
🔴Live สรุปสาระสำคัญจาก Paper ของ บลจ. ยักษ์ใหญ่ระดับโลก พร้อมทั้ง Tips สั้นๆและ ETF ที่น่าสนใจประจำวัน
#หุ้น #ดอกเบี้ย #เงินเฟ้อ #เงิน #กองทุน #ลงทุน #ข่าว #ออมเงิน #เกษียณอายุ

ที่อยู่

723 3rd Floor 3C. 07/09, Supakarn Office, Klong Ton Sai, Klongsarn Disctrict
Bangkok
10600

เบอร์โทรศัพท์

+6620966554

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Liefผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Lief:

แชร์