11/09/2026
กันยายนอาจทำให้หุ้นไทยย่อ แต่ยิ่งย่อ…เรายิ่งมองเห็น “โอกาส” มากขึ้น
ถ้าเราลองย้อนดูสถิติ SET Index 15 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่าเดือนกันยายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ -0.7% เลยไม่แปลกที่ช่วงนี้ของทุกปีจะมีคนพูดถึง “September Blues” กันเยอะ
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ ตลาดลงเพราะคนกังวลชั่วคราว กับ ตลาดลงเพราะพื้นฐานของบริษัทแย่ลง สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน
ตอนนี้แรงกดดันหลักยังมาจากต่างประเทศ ทั้งดอกเบี้ยที่ยังสูง ราคาน้ำมันที่ผันผวน และความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางดอกเบี้ย แต่ถ้ากลับมาดูหุ้นไทยเอง หลายบริษัทยังทำกำไรได้ดี และภาพธุรกิจก็ยังไม่ได้แย่ลงตามราคาหุ้น
ถ้า SET ย่อลงต่อ ราคาหุ้นหลายตัวก็จะเริ่มถูกลงเมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัททำได้ ซึ่งตรงนี้ทำให้ทุกการปรับลงไม่ได้มีแค่ด้านลบ แต่อีกด้านก็คือ เราอาจได้ซื้อหุ้นดีในราคาที่ถูกลง
ส่วนช่วงปลายปี เรายังมีปัจจัยในประเทศที่ช่วยหนุนอยู่ ทั้งมาตรการภาครัฐ การใช้จ่ายของคน ฤดูกาลท่องเที่ยว การส่งออก รวมถึงการลงทุนใหม่ ๆ อย่าง Data Center และ AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจไทยมากขึ้น
อีกเรื่องที่ต้องดูคือ เงินกำลังไหลไปไหน ช่วงที่ตลาดโลกกังวลเรื่องดอกเบี้ยและหุ้นเทคเริ่มผันผวนมากขึ้น เราเริ่มเห็นเงินบางส่วนกลับมาหาหุ้นที่ธุรกิจค่อนข้างแข็งแรง รายได้สม่ำเสมอ และไม่ได้ขึ้นลงตามกระแสแรงมากเกินไป
ตรงนี้ค่อนข้างเข้าทางตลาดหุ้นไทย เพราะเรามีหุ้นลักษณะนี้อยู่เยอะ ทั้งธนาคาร พลังงาน สื่อสาร และธุรกิจที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอน ซึ่งช่วยให้ตลาดไม่ถูกกดลงแรงเกินไปเวลาต่างประเทศผันผวน
และถ้ามองจากสถิติ หลังผ่านเดือนกันยายนไป ผลตอบแทนเฉลี่ยของ SET ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอยู่ที่ประมาณ +0.7% ก่อนเพิ่มเป็นประมาณ +1.2% ในเดือนธันวาคม
เพราะฉะนั้น มุมมองของเรายังเหมือนเดิม
“หุ้นไทยมีโอกาสย่อ แต่ยิ่งย่อ ราคาก็ยิ่งน่าสนใจ และถ้าพื้นฐานของบริษัทยังไม่เปลี่ยน การย่อก็ยิ่งเป็นจังหวะให้ทยอยสะสม”
ช่วงนี้อาจไม่ใช่จังหวะที่ต้องรีบซื้อทุกอย่าง แต่เป็นช่วงที่เราค่อย ๆ เลือกหุ้นที่ธุรกิจยังดี ซื้อในราคาที่เหมาะสม แล้วรอแรงหนุนในช่วงปลายปีมากกว่า 📊
สอบถามเพิ่มเติมหรือสนใจเปิดบัญชี💡
Line OA : https://lin.ee/mKqe8ZN4
Facebook : Stock Trading with A8/4
โทร. 02-205-7255 หรือ 02-205-7240
ข้อมูลในอดีตไม่สามารถใช้คาดหวังหรือรับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
#หุ้นแบงก์ #ลงทุน #หุ้นไทย #ลงทุนหุ้น
กันยายนอาจทำให้หุ้นไทยย่อ แต่ยิ่งย่อ…เรายิ่งมองเห็น “โอกาส” มากขึ้น
_____
ถ้าเราลองย้อนดูสถิติ SET Index 15 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่าเดือนกันยายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ -0.7% เลยไม่แปลกที่ช่วงนี้ของทุกปีจะมีคนพูดถึง “September Blues” กันเยอะ
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ ตลาดลงเพราะคนกังวลชั่วคราว กับ ตลาดลงเพราะพื้นฐานของบริษัทแย่ลง สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน
ตอนนี้แรงกดดันหลักยังมาจากต่างประเทศ ทั้งดอกเบี้ยที่ยังสูง ราคาน้ำมันที่ผันผวน และความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางดอกเบี้ย แต่ถ้ากลับมาดูหุ้นไทยเอง หลายบริษัทยังทำกำไรได้ดี และภาพธุรกิจก็ยังไม่ได้แย่ลงตามราคาหุ้น
ถ้า SET ย่อลงต่อ ราคาหุ้นหลายตัวก็จะเริ่มถูกลงเมื่อเทียบกับกำไรที่บริษัททำได้ ซึ่งตรงนี้ทำให้ทุกการปรับลงไม่ได้มีแค่ด้านลบ แต่อีกด้านก็คือ เราอาจได้ซื้อหุ้นดีในราคาที่ถูกลง
ส่วนช่วงปลายปี เรายังมีปัจจัยในประเทศที่ช่วยหนุนอยู่ ทั้งมาตรการภาครัฐ การใช้จ่ายของคน ฤดูกาลท่องเที่ยว การส่งออก รวมถึงการลงทุนใหม่ ๆ อย่าง Data Center และ AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับภาคธุรกิจไทยมากขึ้น
อีกเรื่องที่ต้องดูคือ เงินกำลังไหลไปไหน ช่วงที่ตลาดโลกกังวลเรื่องดอกเบี้ยและหุ้นเทคเริ่มผันผวนมากขึ้น เราเริ่มเห็นเงินบางส่วนกลับมาหาหุ้นที่ธุรกิจค่อนข้างแข็งแรง รายได้สม่ำเสมอ และไม่ได้ขึ้นลงตามกระแสแรงมากเกินไป
ตรงนี้ค่อนข้างเข้าทางตลาดหุ้นไทย เพราะเรามีหุ้นลักษณะนี้อยู่เยอะ ทั้งธนาคาร พลังงาน สื่อสาร และธุรกิจที่มีรายได้ค่อนข้างแน่นอน ซึ่งช่วยให้ตลาดไม่ถูกกดลงแรงเกินไปเวลาต่างประเทศผันผวน
และถ้ามองจากสถิติ หลังผ่านเดือนกันยายนไป ผลตอบแทนเฉลี่ยของ SET ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอยู่ที่ประมาณ +0.7% ก่อนเพิ่มเป็นประมาณ +1.2% ในเดือนธันวาคม
เพราะฉะนั้น มุมมองของเรายังเหมือนเดิม
“หุ้นไทยมีโอกาสย่อ แต่ยิ่งย่อ ราคาก็ยิ่งน่าสนใจ และถ้าพื้นฐานของบริษัทยังไม่เปลี่ยน การย่อก็ยิ่งเป็นจังหวะให้ทยอยสะสม”
ช่วงนี้อาจไม่ใช่จังหวะที่ต้องรีบซื้อทุกอย่าง แต่เป็นช่วงที่เราค่อย ๆ เลือกหุ้นที่ธุรกิจยังดี ซื้อในราคาที่เหมาะสม แล้วรอแรงหนุนในช่วงปลายปีมากกว่า 📊
ข้อมูลในอดีตไม่สามารถใช้คาดหวังหรือรับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
#หุ้นแบงก์ #ลงทุน #หุ้นไทย #ลงทุนหุ้น