Money Service บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ

Money Service บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ บริการสินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจ โรงงาน บริษัท หจก. เท่านั้น

19/03/2026

#ราคาทองคำ วันนี้ ทองแท่งเปิดตลาด ร่วงแรง 1,100 บ. ขายออก 75,400 บ. รับซื้อที่ 75,200 บ.
รายงานราคาทองวันนี้ ประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 สมาคมค้าทองคำ ประกาศครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.03 น. ปรับตัวลงแรงพรวดเดียว 1,100 บาท สู่บริเวณ 75,400 บาท เมื่อเทียบกับประกาศราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวาน(พุธ) ที่ระหว่างวันมีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 13 ครั้ง รวมปรับตัวลดลง 300 บาท สู่บริเวณ 76,500 บาท
ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 1)
- ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 76,200
ฐานภาษีบาทละ 73,692.76
- ทองแท่ง ขายออกบาทละ 75,400
รับซื้อบาทละ 75,200
ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 (ประกาศครั้งที่ 13 ครั้งสุดท้าย)
- ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 77,300
ฐานภาษีบาทละ 74,769.12
- ทองแท่ง ขายออกบาทละ 76,500
รับซื้อบาทละ 76,300
ราคาทองคำ spot ร่วงลงหนักเมื่อคืนที่ผ่านมาแตะแถว ๆ 4,818 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ล่าสุดเช้านี้ฟื้นตัวขึ้นมาอยู่บริเวณแถว ๆ 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงหนัก 112 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 4,896.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น รวมทั้งแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(FOMC) ของเฟดเมื่อคืนที่ผ่านมามีมติคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิม และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเมื่อใด
ด้านราคาทองคําตลาดฮ่องกงเปิดตลาดเช้าวันนี้ร่วงหนัก 1,405 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่บริเวณ 45,210 ดอลลาร์ฮ่องกง
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจInvestment

12/02/2026

หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาทั่วโลกออกโรงเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” (El Niño) จะเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจจะผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกพุ่งสูงขึ้นจนทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ภายในปี 2027
ปรากฏการณ์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์สภาพอากาศชั่วคราว แต่กำลังเกิดขึ้นจากบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงจากฝีมือของมนุษย์ ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบในครั้งนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เคยมีการบันทึกไว้
“เอลนีโญ” จะทำให้ผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรทางตะวันออกและตอนกลางมีอุณหภูมิอุ่นกว่าปรกติ ซึ่งมักจะส่งผลให้เกิดสภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดไปทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยปรกติแล้ว “ลมค้า” จะพัดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก แต่เมื่อเกิดเอลนีโญ ลมเหล่านี้จะอ่อนกำลังลง ทำให้น้ำอุ่นที่สะสมอยู่ไหลย้อนกลับไปยังชายฝั่งของทวีปอเมริกาและปลดปล่อยความร้อนมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศ
นักอุตุนิยมวิทยาตรวจพบสัญญาณเริ่มแรกที่สำคัญ นั่นคือการเกิดกระแสลมกระโชกแรงในพื้นที่ห่างไกลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก รุนแรงทุบสถิติในรอบหลายเดือน กระแสลมเหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนตัวผลักดันให้น้ำทะเลที่อุ่นที่สุดในโลกเคลื่อนตัว จากบริเวณใกล้เกาะกวมไปยังชายฝั่งอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ
ขณะนี้มีปริมาณน้ำอุ่นจำนวนมหาศาลสะสมอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของเขตร้อนในแปซิฟิก ซึ่งพร้อมจะไหลย้อนกลับทันทีเมื่อลมค้าอ่อนกำลังลง เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มความร้อนมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ในมหาสมุทรในปัจจุบัน แล้วคาดว่าจะทำให้เกิดปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์
สอดคล้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าอุณหภูมิโลกมักจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดประมาณ 3 เดือนหลังจากปรากฏการณ์เอลนีโญผ่านจุดพีคไปแล้ว ดังนั้นหากเอลนีโญในรอบนี้มีความรุนแรงในระดับปานกลางถึงระดับสูง ปี 2027 จึงมีโอกาสสูงมากที่จะสร้างสถิติอุณหภูมิโลกใหม่ เนื่องจากความร้อนที่สะสมในมหาสมุทรจะถูกระบายออกมาสู่ชั้นบรรยากาศอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
“การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล” ทำให้โลกร้อนขึ้น และเริ่มจะมีอิทธิพลเหนือความผันแปรตามธรรมชาติ ปัจจุบันอุณหภูมิมหาสมุทรโลกทำลายสถิติความร้อนต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 9 แล้ว ซึ่งหมายความว่าโลกกำลังเผชิญกับเอลนีโญในช่วงที่อุณหภูมิสูงอยู่แล้ว
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1220750
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจClimate

28/01/2026

#ราคาทอง พุ่งทะยานไม่พัก (นิวไฮ!)🏆 อยู่ที่ 77,350 บาท

วันพุธ ที่ 28 มกราคม 2569 ราคาทอง เวลา 09.50 น. ครั้งที่ 8 +50 (รวมครั้งที่ 1-8) +1,750

- ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 76,450 บาท ขายออกบาทละ 76,550 บาท
- ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 74,920.72 บาท ขายออกบาทละ 77,350 บาท

#ราคาทองวันนี้
#ข่าวช่อง8
#ข่าวออนไลน์ช่อง8

07/01/2026

'ตลาดหุ้นไทย' ปิดบวก 6.07 จุด กลุ่มปิโตรเคมีหนุนดัชนี ลุ้นเอเชียโฟลว์-ธีมเลือกตั้งเป็นแรงส่ง
.
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (7 ม.ค.69) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,280.82 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.07 จุด หรือคิดเป็น 0.48% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,281.04 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,272.83 จุด โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 38,904.23 ล้านบาท
📌 หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
- DELTA ราคาปิด 186.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.64%) มูลค่าซื้อขาย 2,553.53 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 108.50 บาท ลดลง 3.50 บาท (-3.13%) มูลค่าซื้อขาย 1,964.88 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 191.50 บาท ลดลง 3.00 บาท (-1.54%) มูลค่าซื้อขาย 1,850.90 ล้านบาท
- SCC ราคาปิด 199.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท (+4.74%) มูลค่าซื้อขาย 1,629.08 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 320.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-0.31%) มูลค่าซื้อขาย 1,471.24 ล้านบาท
อ่าน: https://www.bangkokbiznews.com/finance/stock/1215555
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจFinance

23/08/2025

ระบบเงินตราเข้าสู่จุดเปลี่ยน! โลกแห่โดดเข้า #สเตเบิลคอยน์ จับตา ‘หยวน–เยน–วอน’ แข่งดอลลาร์ เขย่าอำนาจการเงินโลก
เมื่อคริปโทฯก้าวข้ามเวทีเก็งกำไรสู่บทบาทใหม่ ‘สเตเบิลคอยน์’ กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนของโลกการเงิน เกิดกระแสฟีเวอร์จากสหรัฐลามถึงเอเชีย หลายประเทศเร่งสร้างเหรียญดิจิทัลหนุนหลังด้วยสินทรัพย์จริง หวังเป็น ‘สะพานเชื่อม’ ระบบการเงินเดิมกับโลกคริปโทที่กำลังมาแรง
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ "ญี่ปุ่น" ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีข่าวที่เรียกเสียงฮือฮาไปทั่วแวดวงการเงินการลงทุน กับการอนุมัติให้มีการออกเหรียญ "สเตเบิลคอยน์" (Stablecoin) ที่ผูกกับ "เงินเยน" ได้เป็นครั้งแรกในประเทศ และภายในไม่กี่วันต่อมาก็มีรายงานข่าวว่า "จีน" กำลังพิจารณาว่าอาจจะออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ "สกุลเงินหยวน" ออกมาเช่นกัน
หากเป็นจริงก็จะเท่ากับเป็นการ "ยูเทิร์น" นโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลของจีนที่เคยควบคุมอย่างเข้มงวดมาตลอด และยังหมายความว่าบรรดาตลาดการเงินขนาดใหญ่ของโลก กำลังมุ่งหรือเอนเอียงไปยังสเตเบิลคอยน์กันตามทิศทางของ "สหรัฐ"
บลูมเบิร์กรายงานว่า บรรดาตลาดทุนในเอเชียกำลังเร่งปรับปรุงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ หลังจากที่รัฐบาลปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยอมรับสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ โดยผ่านกฎหมายที่สร้างความชัดเจนให้กับสเตเบิลคอยน์อย่างเป็นทางการออกมา และยังส่งผลทำให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียเกิดความรู้สึก "จำเป็นเร่งด่วน" ที่ต้องปรับตัวตามให้ทัน
สถานการณ์ล่าสุดในเกาหลีใต้ ฮ่องกง มาเลเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับสกุลเงินเอเชีย แม้หน่วยงานต่างๆ จะแสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินทุนไหลออกก็ตาม (เงินทุนเคลื่อนย้าย)
📌'สหรัฐ' จุดเริ่มต้นพลิกเกมใหม่
แม้ทำเนียบขาวสหรัฐจะเคยส่งสัญญาณว่าจะให้ความสำคัญกับสเตเบิลคอยน์มาตั้งแต่เดือนม.ค. หรือในเดือนแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง แต่สิ่งที่ผลักดันกระแสของสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกจริงๆ คือการสร้างความชัดเจนทาง "กฎหมายและการกำกับดูแล" ในสหรัฐ
สภาคองเกรสสหรัฐผ่านร่างกฎหมายคริปโทเคอร์เรนซี 3 ฉบับในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา และปธน.ได้ลงนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หนึ่งในนั้นคือกฎหมายที่เรียกว่า GENIUS Act ที่มุ่งสร้างกรอบกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ในสหรัฐ โดยกำหนดให้โทเคนที่ผูกติดกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแบบ 1 ต่อ 1 จะต้องได้รับการหนุนหลังด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เช่น ดอลลาร์ และตราสารหนี้ระยะสั้น และให้ผู้ออกเหรียญต้องเปิดเผยองค์ประกอบของเงินสำรองต่อสาธารณะเป็นรายเดือน
เบนจามิน กรอลิมันด์ ผู้บริหารจากแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Flipster ให้ความเห็นว่า “กฎหมายที่ชื่อว่า ‘Genius Act’ ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพราะทำให้การยอมรับและการใช้สเตเบิลคอยน์แพร่หลายอย่างรวดเร็ว และไม่ว่าคุณจะสนับสนุนหรือคัดค้าน ก็เลี่ยงสเตเบิลคอยน์ไม่ได้แล้ว”
การผ่านกฎหมายดังกล่าวในสหรัฐส่งผลให้มูลค่ารวมของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีในสัปดาห์ต่อมา พุ่งสูงเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ขณะที่นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ปคาดการณ์ว่า ผลจากการผ่านกฎหมายของสหรัฐอาจช่วยให้มูลค่าตลาด Stablecoin เติบโตไปถึง 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2030 จากมูลค่าปัจจุบันที่ราว 2.65 แสนล้านดอลลาร์
ในรายงานของ RWA.xyz ซึ่งเป็นผู้ติดตามการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงเป็นโทเคน ระบุไว้ สเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับ “เงินดอลลาร์” ยังคงครองตลาดอย่างมหาศาล โดยมูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ทั้งหมดอยู่ที่ 266,700 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ สเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับเงินดอลลาร์มีสัดส่วนสูงถึง 99.8% ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นมูลค่าที่มากถึง 266,300 ล้านดอลลาร์
(ลิงก์อ่านต่อในคอมเมนต์)
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจWealth #กรุงเทพธุรกิจCrypto

หนาวนี้ต้องที่เชียงใหม่ บ้านแม่กำปอง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่สุดของเชียงใหม่ ภาพของหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา...
20/08/2025

หนาวนี้ต้องที่เชียงใหม่ บ้านแม่กำปอง หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ที่สุดของเชียงใหม่ ภาพของหมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขาอันเงียบสงบทำให้หลายคนหลงใหล และเก็บข้าวของมาใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในหมู่บ้านแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง บ้านแม่กำปองเป็นชุมชนเล็กๆ เต็มอิ่มกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ มีโฮมสเตย์ไม่มากนัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้นอนฟังเสียงธรรมชาติท่ามกลางขุนเขา สัมผัสอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เที่ยวเชียงใหม่ ไม่มีรถ

20/08/2025

เงินเดือนคนไทย เท่าไหร่กันบ้าง?
จากประเด็นถกเถียงเรื่อง “ชนชั้นกลาง” ว่าควรมีรายได้เท่าไหร่ และใช้เกณฑ์ใดในการวัดนั้น กรุงเทพธุรกิจ ชวนดูรายได้จริงของมนุษย์เงินเดือนไทยในระบบประกันสังคม ซึ่งลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 ประจำปี 2567
ช่วง #เงินเดือน ที่มากที่สุดคือ 9,001–11,000 บาท มีแรงงานกว่า 2.7 ล้านคน (23%)
ตามมาด้วย 13,001–15,000 บาท กว่า 1.7 ล้านคน และ 11,001–13,000 บาท กว่า 1.4 ล้านคน
คนทำงานไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานรายได้ ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน
กราฟิก: วิชัย นาคสุวรรณ
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจEconomic #กรุงเทพธุรกิจInfo

ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ “เงินทุน”แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่ “เข้าใจโครงสร้างธุรกิจและการเติบโต”✔️ เราให้มากกว่าวงเงิ...
09/07/2025

ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ต้องการแค่ “เงินทุน”
แต่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่ “เข้าใจโครงสร้างธุรกิจและการเติบโต”
✔️ เราให้มากกว่าวงเงิน คือความเข้าใจในโมเดลธุรกิจของคุณ
✔️ พร้อมสนับสนุนตั้งแต่เงินหมุนเวียนระยะสั้น ถึงการขยายระยะยาว

02/02/2025

ประชากรไทยลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เหลือเพียง 65.95 ล้านคน
ในปี 2567 อัตราการเกิดที่ลดลงเหลือเพียง 4.62 แสนคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 5.71 แสนคน สะท้อนความท้าทายของสังคมสูงวัย โดยคาดการณ์ว่าอีก 50 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะเหลือเพียง 55.7 ล้านคน
กราฟิก: กษิดิศ สิงห์กวาง
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจUpdate #กรุงเทพธุรกิจInfo

24/01/2025

พ.ร.บ.อากาศสะอาด ความหวังสุดท้ายแก้ PM 2.5 | บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในระยะยาว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผลักดันร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการตอนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด หลังจากสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างกฎหมายไปเมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากหลายพรรคทำให้มีการเสนอร่างกฎหมายมาพิจารณากับร่างกฎหมายของรัฐบาล รวม 7 ฉบับ
สำหรับร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ทุกฉบับที่เสนอเข้ามาที่รัฐสภามีวัตถุประสงค์หลักคล้ายกัน โดยต้องการกำหนดกฎหมายเพื่อการปกป้องสุขภาพของประชาชน ด้วยการสร้างระบบการจัดการอากาศที่มีประสิทธิภาพ โดยแต่ละหมวดที่ระบุในร่างกฎหมายเกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ ระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ มาตรการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่แตกต่างกัน และมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เพื่อส่งเสริมอากาศสะอาด
ทั้งนี้ มีการประเมินว่าจะผลักดันให้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนปิดสมัยประชุมในวันที่ 9 เม.ย.2568 โดยปัจจุบันคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเนื้อหาไปแล้ว 7 หมวด จากทั้งหมด 10 หมวด รวมทั้งได้มีการประเมินว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระที่ 2-3 ได้ในช่วงกลางเดือน ก.พ.2568 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ จากปัจจุบันที่การทำงานอยู่ในหลายกระทรวง และปัญหาถูกพูดถึงในวงกว้างเฉพาะช่วงที่มีฝุ่นปริมาณมาก
หากลงไปดูในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ระบุไว้ชัดเจนในการเข้าไปควบคุมต้นเหตุการเกิดฝุ่นครอบคลุม 6 สาขา คือ สาขาเกษตร , สาขาป่าไม้ , สาขาอุตสาหกรรม , สาขาคมนาคม , สาขาเมือง และฝุ่นข้ามแดน รวมทั้งร่างกฎหมายกำหนดให้มีกองทุนอากาศสะอาด เพื่อเป็นแหล่งทุนในการพัฒนาอากาศสะอาดทุกด้าน รวมทั้งใช้เป็นแหล่งงบประมาณสำหรับการต่อยอดการแก้ปัญหาเชิงรุกให้ได้ผลเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2562 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้การแก้ไขปัญหามลภาวะด้านฝุ่นละอองเป็นสาระแห่งชาติ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง ซึ่งปรากฏชัดเจนแล้วว่าการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่เฉพาะปัญหาฝุ่นเพราะหลายปัญหาถูกประกาศเป็นสาระแห่งชาติกลับแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นการพิจารณาร่างกฎหมายขึ้นมาเฉพาะอาจจะเป็นความหวังสุดท้ายในการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจSustain #กรุงเทพธุรกิจEnvironment

ที่อยู่

กรุงเทพมหานคร
Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
อาทิตย์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66612469247

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Money Service บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Money Service บริการสินเชื่อเพื่อธุรกิจ:

แชร์