30/09/2024
𝐌𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭 𝐒𝐮𝐦𝐦𝐚𝐫𝐲 𝟐𝟕/𝟎𝟗/𝟐𝟎𝟐𝟒
---
𝗝𝗮𝗽𝗮𝗻 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจับตามองการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ Shigeru Ishiba คว้าชัยอย่างพลิกความคาดหมายและจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นคนถัดไป การตอบสนองของตลาดเกิดขึ้นตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ (27 กันยายน 2024) ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นทันที 3% จาก 146.49 เป็น 142.10 ในช่วงท้ายตลาด พร้อมกับตลาดฟิวเจอร์สในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวลงเช่นกัน และเช้าวันจันทร์อาจตามมาด้วยบรรยากาศที่ไม่สดใสนักสำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น
𝗖𝗵𝗶𝗻𝗮 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
จีนเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจจีน โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่
- การผ่อนคลายกฎเกณฑ์การซื้อบ้าน ทำให้การซื้อบ้านง่ายขึ้นและมีราคาที่น่าสนใจมากขึ้น
- การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านมีต้นทุนที่ต่ำลง
- การศึกษาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากจำเป็น
อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงอ่อนแอ เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล
ตลาดหุ้นจีนสัปดาห์ที่ผ่านมาบวกยกแผง Shanghai +12.81% ChinaA50 +16.13% HangSeng +13%
𝗨𝗦 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
ในคืนที่ผ่านมา (27 กันยายน 2024) ตลาดหุ้นอเมริกาเคลื่อนไหวแบบกระจายตัว ดัชนีดาวโจนส์ปิดด้วยจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ไม่บ่อยนักที่กลุ่มหุ้นของดาวโจนส์ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีน้อยจะทำผลงานได้ดี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (blue-chip index) เพิ่มขึ้น 138 จุด หรือ 0.3% ขณะที่ดัชนีหลักอื่นๆ ปรับตัวลดลง ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.1% ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.4% อย่างไรก็ตามทั้งสามดัชนีหลักยังคงทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม
ตลาดหุ้นถูกฉุดจากภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นชิปเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการเติบโตอย่างมากในปีนี้ แต่ยังคงมีความผันผวนสูง
โดยรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์เคลื่อนไหวในทิศทางบวก นำโดยหุ้นกลุ่ม defensive ดัชนี Invesco S&P 500 Low Volatility ETF เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ดัชนี Invesco S&P 500 High Beta ETF ลดลง 0.2% บ่งบอกว่านักลงทุนกำลังระมัดระวังมากขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในวันนี้เป็นบวก ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคลหลัก (core PCE) รายงานต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาส 54% ที่จะลดดอกเบี้ยต่ออีก 0.5% ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีโอกาสอยู่ที่ 54% และตัวเลขจ้างงานที่จะรายงานระหว่างช่วงนี้ไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนก่อนการประชุม Fed จะเป็นคีย์สำคัญที่ต้องจับตามอง หนึ่งในนั้นคือตัวเลข Nonfarm payrolls (Sep) ที่จะรายงานในวันศุกร์นี้ (4 ตุลาคม 2024)
---
27 Sep 2024
Nikkei 225: +2.32% to 39,829.56
Hang Seng: +3.55% to 20,632.30
Taiwan: -0.16% to 22,822.79
SET: -0.34% to 1,450.15
IDX Comp: -0.61% to 7,696.92
Nifty 50: -0.14% to 26,178.95
VN 30: +0.13% to 1,352.57
DJIA: +0.33% to 42,313.00
S&P 500: -0.13% to 5,738.17
Nasdaq: -0.39% to 18,119.59
Hot Stock: Wynn Resorts +7.2%
Biggest Loser: Dell Technologies -5.0%
Best Sector: Energy +2.0%
Worst Sector: Technology -0.9%
---
Source: barron / nikkei / bloomberg