ช้อนที่แข็งแรง

ช้อนที่แข็งแรง ช้อนจะแข็งแรงได้ เมื่อใช้ช้อนซื้อของดี ในเวลาที่ใช่!

𝐌𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭 𝐒𝐮𝐦𝐦𝐚𝐫𝐲 𝟐𝟕/𝟎𝟗/𝟐𝟎𝟐𝟒---𝗝𝗮𝗽𝗮𝗻 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจับตามองการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ Shigeru Ishiba คว้าชัยอ...
30/09/2024

𝐌𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭 𝐒𝐮𝐦𝐦𝐚𝐫𝐲 𝟐𝟕/𝟎𝟗/𝟐𝟎𝟐𝟒

---

𝗝𝗮𝗽𝗮𝗻 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจับตามองการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ Shigeru Ishiba คว้าชัยอย่างพลิกความคาดหมายและจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นคนถัดไป การตอบสนองของตลาดเกิดขึ้นตั้งแต่บ่ายวันศุกร์ (27 กันยายน 2024) ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นทันที 3% จาก 146.49 เป็น 142.10 ในช่วงท้ายตลาด พร้อมกับตลาดฟิวเจอร์สในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวลงเช่นกัน และเช้าวันจันทร์อาจตามมาด้วยบรรยากาศที่ไม่สดใสนักสำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น
𝗖𝗵𝗶𝗻𝗮 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
จีนเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจจีน โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่
- การผ่อนคลายกฎเกณฑ์การซื้อบ้าน ทำให้การซื้อบ้านง่ายขึ้นและมีราคาที่น่าสนใจมากขึ้น
- การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทำให้การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านมีต้นทุนที่ต่ำลง
- การศึกษาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รัฐบาลจีนกำลังพิจารณาที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากจำเป็น
อย่างไรก็ตาม ดัชนี PMI ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงอ่อนแอ เนื่องจากผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล
ตลาดหุ้นจีนสัปดาห์ที่ผ่านมาบวกยกแผง Shanghai +12.81% ChinaA50 +16.13% HangSeng +13%
𝗨𝗦 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁
ในคืนที่ผ่านมา (27 กันยายน 2024) ตลาดหุ้นอเมริกาเคลื่อนไหวแบบกระจายตัว ดัชนีดาวโจนส์ปิดด้วยจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง ไม่บ่อยนักที่กลุ่มหุ้นของดาวโจนส์ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีน้อยจะทำผลงานได้ดี
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (blue-chip index) เพิ่มขึ้น 138 จุด หรือ 0.3% ขณะที่ดัชนีหลักอื่นๆ ปรับตัวลดลง ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.1% ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 0.4% อย่างไรก็ตามทั้งสามดัชนีหลักยังคงทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม
ตลาดหุ้นถูกฉุดจากภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นชิปเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการเติบโตอย่างมากในปีนี้ แต่ยังคงมีความผันผวนสูง
โดยรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในคืนวันศุกร์เคลื่อนไหวในทิศทางบวก นำโดยหุ้นกลุ่ม defensive ดัชนี Invesco S&P 500 Low Volatility ETF เพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ดัชนี Invesco S&P 500 High Beta ETF ลดลง 0.2% บ่งบอกว่านักลงทุนกำลังระมัดระวังมากขึ้น
ข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในวันนี้เป็นบวก ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคลหลัก (core PCE) รายงานต่ำกว่าคาดการณ์ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกนเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีโอกาส 54% ที่จะลดดอกเบี้ยต่ออีก 0.5% ในเดือนพฤศจิกายน โดยมีโอกาสอยู่ที่ 54% และตัวเลขจ้างงานที่จะรายงานระหว่างช่วงนี้ไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนก่อนการประชุม Fed จะเป็นคีย์สำคัญที่ต้องจับตามอง หนึ่งในนั้นคือตัวเลข Nonfarm payrolls (Sep) ที่จะรายงานในวันศุกร์นี้ (4 ตุลาคม 2024)

---

27 Sep 2024
Nikkei 225: +2.32% to 39,829.56
Hang Seng: +3.55% to 20,632.30
Taiwan: -0.16% to 22,822.79
SET: -0.34% to 1,450.15
IDX Comp: -0.61% to 7,696.92
Nifty 50: -0.14% to 26,178.95
VN 30: +0.13% to 1,352.57
DJIA: +0.33% to 42,313.00
S&P 500: -0.13% to 5,738.17
Nasdaq: -0.39% to 18,119.59
Hot Stock: Wynn Resorts +7.2%
Biggest Loser: Dell Technologies -5.0%
Best Sector: Energy +2.0%
Worst Sector: Technology -0.9%

---

Source: barron / nikkei / bloomberg

แกว่งตัวผันผวน---ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งตัวผันผวน ก่อนปิดบวกเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด กระทบโดยตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ค่อ...
25/09/2024

แกว่งตัวผันผวน

---

ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งตัวผันผวน ก่อนปิดบวกเล็กน้อยในช่วงท้ายตลาด กระทบโดยตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ค่อนข้างซบเซา
The Conference Board รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence Index) ในเดือนนี้ที่ 98.7 ลดลงจาก 105.6 ในเดือนสิงหาคม และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ถือเป็นการลดลงมากสุดในรอบสามปี แสดงถึงตลาดแรงงานของชาวอเมริกันที่อ่อนตัวลง โดย 31% ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่างาน "มีมากมาย" ในเดือนกันยายน ขณะที่ 18% กล่าวว่างาน "หาได้ยาก"
รายงานดังกล่าวสนับสนุนความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยของนักลงทุนบางกลุ่ม ส่งผลให้ดัชนีหุ้นร่วงลงในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกของการซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่าย หุ้นของบริษัทจีน ได้รับแรงหนุนจากการที่ทางการจีนเปิดเผยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก หุ้นของ Alibaba เพิ่มขึ้น 7.9% หุ้นของ PDD เพิ่มขึ้น 11.2% และหุ้นของ NIO เพิ่มขึ้น 11.7% กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน iShares MSCI China ปิดเพิ่มขึ้น 8.8% ข่าวกระตุ้นเศรษฐกิจยังช่วยดันกลุ่มหุ้นที่อาจได้รับประโยชน์จากสหรัฐฯ อาทิ หุ้นเหมืองแร่ Caterpillar Nike และ Tesla

---

24 Sep 2024
Nikkei 225: -0.06% to 37,986.00
Hang Seng: +4.13% to 19,000.56
Taiwan: +1.68% to 22,042.69
SET: +0.98% to 1,462.10
KOSPI: +0.38% to 2,641.76
IDX Comp: +0.04% to 7,778.49
Nifty 50: +0.01% to 25,940.40
VN 30: +0.74% to 1,330.87
DJIA: +0.20% to 42,208.22
S&P 500: +0.25% to 5,732.93
Nasdaq: +0.56% to 18,074.52

Hot Stock: Freeport-McMoRan +7.9%
Biggest Loser: Global Payments -6.5%
Best Sector: Materials +1.4%
Worst Sector: Financials -0.8%

---

Source: barron

รอปัจจัยใหม่---การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ผ่านไปแล้ว นักลงทุนกำลังจับตามองปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะมากระทบตลาด เช่น กำหนดเส้นตา...
24/09/2024

รอปัจจัยใหม่

---

การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ผ่านไปแล้ว นักลงทุนกำลังจับตามองปัจจัยใหม่ ๆ ที่จะมากระทบตลาด เช่น กำหนดเส้นตายการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐในกลางสัปดาห์หน้า ตัวเลขการจ้างงานเดือนกันยายนที่จะรายงานวันที่ 4 ตุลาคม การเริ่มต้นรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามในสัปดาห์หน้า และการเลือกตั้งสหรัฐฯ วันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นต้น
ณ ปัจจุบัน ดัชนีหุ้นกำลังแตะระดับสูงสุดใหม่ S&P500 ทำสถิติปิดสูงสุดเป็นครั้งที่ 40 ของปี 2024 DJI เพิ่มขึ้น 0.1% สู่ระดับสูงสุด และ NDX เพิ่มขึ้น 0.1% แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนกรกฎาคม 3.6%
ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับสัปดาห์ ดัชนีหุ้นยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นหลังจากปรับตัวลงในเดือนสิงหาคม
แม้เดือนที่แล้วจะมีความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการถดถอย แต่ในเดือนกันยายน ความกลัวเหล่านั้นก็ลดลง
ในตลาดตราสารหนี้ Yield ยังคงปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สี่ในห้าวันทำการที่ผ่านมา แต่ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงเดือนเมษายน Yield Curve ยังคงชันขึ้น ซึ่งหมายความว่าส่วนต่าง Yield ระยะสั้นและระยะยาวเริ่มถ่างกว้างมากขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้ว
เป็นเรื่องปกติที่นักลงทุนต้องการ Yield ระยะยาวที่สูงเพื่อชดเชยความไม่แน่นอนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในระยะสั้น
ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้เกิด "inverted yield curve" ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่าระยะยาว แสดงถึงความไม่ปกติของตลาด แต่ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติเมื่อเฟดเริ่มการลดดอกเบี้ยซึ่งทำให้ Yield ระยะสั้นเริ่มปรับลดลงมากกว่าช่วงอื่น ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อแผนการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
เมื่อคืนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปิดที่ 3.74% เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะ 2 ปี ที่ 3.58% ส่วนต่าง 0.16 จุดนี้เป็นความต่างที่มากที่สุดระหว่างอัตราผลตอบแทนทั้งสองนับตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของปี 2022
ด้วยอัตราผลตอบแทนระยะสั้นคาดว่าจะลดลงต่อไปเมื่อเฟดลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2024 และ 2025 เส้นอัตราผลตอบแทนจึงควรจะชันขึ้นต่อไป และนักลงทุนอาจต้องปรับมุมมองใหม่ว่าจะเริ่มวางเงินสดไว้ที่ไหนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด

---

23 Sep 2024
Nikkei 225: +1.37% to 38,242.00
Hang Seng: -0.06% to 18,247.11
Taiwan: +1.68% to 22,042.69
SET: -0.26% to 1,447.90
KOSPI: +0.28% to 2,609.37
IDX Comp: +0.42% to 7,775.73
Nifty 50: +0.57% to 25,939.05
VN 30: -0.37% to 1,321.12
DJIA: +0.15% to 42,124.65
S&P 500: +0.28% to 5,718.60
Nasdaq: +0.14% to 17,973.60

Hot Stock: Tesla +4.9%
Biggest Loser: Regeneron Pharmaceuticals -4.6%
Best Sector: Energy +1.2%
Worst Sector: Health Care -0.2%

---

Source: barron

เอาไงดีตัวนี้ USDTHB
22/09/2024

เอาไงดีตัวนี้ USDTHB

สำรวจสภาวะหนี้: ประเทศไหนมีหนี้คงค้างกับ IMF มากสุด---ล่าสุดเพิ่งมีบทความของคุณโจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล...
22/09/2024

สำรวจสภาวะหนี้: ประเทศไหนมีหนี้คงค้างกับ IMF มากสุด

---

ล่าสุดเพิ่งมีบทความของคุณโจเซฟ สติกลิตซ์ นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลขียนบทความเสนอว่า IMF ควรยกเลิกค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Surcharges) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ตั้งใจเก็บกับประเทศที่ขอกู้เงิน เพื่อ เป็นแรงจูงใจให้ประเทศลูกหนี้เร่งชำระหนี้ และเพื่อสร้างเสถียรภาพให้ IMF บริหารเงินกองทุนได้เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือประเทศสมาชิก
โดยคุณโจเซฟให้ความเห็นว่าค่าธรรมเนียมส่วนนี้ไม่แฟร์กับสมาชิกที่ขอกู้เงินและมีผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเหล่านั้นกำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน แต่เป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาและทำให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้ได้ยากขึ้น เขายังเสนอให้ IMF ยกเลิกหรือปรับปรุงนโยบายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมนี้ด้วยจุดมุ่งหมายในการลดภาระให้กับประเทศที่มีหนี้สิน และเพื่อให้กองทุนยังคงเป็นแหล่งสนับสนุนทางการเงินที่เชื่อถือได้สำหรับประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือ
จาก fdiintelligence ให้ข้อมูลว่าถึงเดือนเมษา 2024 หนี้สินทั้งหมดที่ทั่วโลกค้างชำระให้กับ IMF มีอยู่เป็นจำนวน 112.9 พันล้าน SDR เทียบเท่า $149 พันล้านดอลลาร์
แม้ IMF จะให้ความช่่วยเหลือด้านเงินกู้กับประเทศกว่า 94 แห่ง แต่เงินกู้กว่า 68.8% กระจุกอยู่กับประเทศ 10 ลำดับแรก
อาร์เจนตินา เป็นประเทศที่ขอกู้รายใหญ่ที่สุดของ IMF ด้วยยอดหนี้ $42.9 พันล้าน ซึ่งอาร์เจนตินาเคยได้รับการช่วยเหลือจาก IMF หลายครั้งเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้และการขอความช่วยเหลือหลายครั้งเช่นกัน และล่าสุดยังได้รับเงินกู้เพิ่มจำนวน $4.7 พันล้านเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา
อียิปต์ เป็นประเทศที่ขอกู้รายใหญ่เป็นลำดับสอง ด้วยยอดหนี้ $14.9 พันล้าน เศรษฐกิจของอียิปต์ถดถอยลงหลังจากการปฏิวัติอียิปต์ในปี 2011 และรายได้จากคลองสุเอซลดลง รัฐบาลอียิปต์จึงได้ขอความช่วยเหลือจาก IMF และได้รับเงินกู้ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2016 จากนั้น IMF ยังได้อนุมัติเงินกู้เพิ่มเติมให้กับอียิปต์อีก 2.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรับมือกับผลกระทบของโควิด-19 ในปี 2020
ยูเครน มียอดหนี้กับ IMF อยู่ $12 พันล้าน ซึ่งยอดหนี้นี้มีที่มาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 IMF ได้อนุมัติเงินกู้ให้กับยูเครนจำนวน 880 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้ 15.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้รับอนุมัติเมื่อปีที่แล้วเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจของยูเครนจากการรุกรานของรัสเซีย เงินก้อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจการสนับสนุนมูลค่า $122 พันล้าน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ IMF ได้การสนับสนุนทางการเงินครั้งใหญ่แก่ประเทศที่กำลังเผชิญกับสงครามเต็มรูปแบบ
ด้วยเงื่อนไขเฉพาะของประเทศต่างๆ ที่ยื่นขอกู้ทำให้ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของ IMF ดูเป็นการซ้ำเติมประเทศที่กำลังประสบปัญหา มากกว่าจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการชำระคืนหนี้

---

Cr; https://www.project-syndicate.org/commentary/imf-must-end-surcharge-policy-by-joseph-e-stiglitz-et-al-2024-09

ปริมาณซื้อขายหนาแน่น---แม้จะเป็นเดือนกันยาที่ไม่ได้เป็นช่วงปรับพอร์ตของสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ตลาดหุ้นสหรัฐในคืนที่ผ่า...
21/09/2024

ปริมาณซื้อขายหนาแน่น

---

แม้จะเป็นเดือนกันยาที่ไม่ได้เป็นช่วงปรับพอร์ตของสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ตลาดหุ้นสหรัฐในคืนที่ผ่านมาก็มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นจาก Triple Witching Day ซึ่งเป็นวันหมดอายุของสถานะสัญญา Future Option และ Index พร้อมกัน ทำให้เกิดความผันผวนของการซื้อขายขึ้นในตลาด
วอลล์สตรีทยังคงซึมซับข้อมูลการตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในวันก่อนหน้า โดยคืนที่ผ่านมาเริ่มมีเจ้าหน้าที่ของ FED ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมทั้งในทางที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
นาย Christopher Waller เจ้าหน้าที่ FED ออกมาให้ความเห็นว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ผ่านมาบ่งชี้ได้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) อาจต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตั้งไว้
"เราอยู่ในจุดที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง เงินเฟ้อกำลังลดลง และเราต้องดูแลสภาพแบบนี้ไว้" Waller กล่าวในระหว่างการสัมภาษณ์
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วย ในแถลงการณ์วันศุกร์ นาง Michelle Bowman เจ้าหน้าที่ FED ได้ปกป้องการตัดสินใจของเธอในการลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ย 0.5% ในสัปดาห์นี้
"ฉันเห็นความเสี่ยงที่การลดดอกเบี้ยในขนาดใหญ่ขึ้นอาจถูกตีความว่าเป็นการประกาศชัยชนะต่อเงินเฟ้อในจังหวะที่เร็วเกินไป" Bowman กล่าว
ในสัปดาห์หน้าเราจะได้รับความคิดเห็นที่หลากหลายขึ้นจากเจ้าหน้าที่ FED โดยมีกำหนดที่ผู้บริหาร FED แต่ละสาขาจะออกมาให้ความเห็นในที่สาธารณะตลอดทั้งสัปดาห์ จากนั้นจะมีการรายงานตัวเลข Core PCE ของเดือนสิงหาในวันศุกร์ต่อไป

---

20 Sep 2024
🇯🇵 Nikkei 225: +1.67% to 37,739.5
🇭🇰 Hang Seng: +1.36% to 18,258.57
🇹🇼 Taiwan: +1.68% to 22,042.69
🇹🇭 SET: -0.22% to 1,451.69
🇰🇷 KOSPI: +0.49% to 2,593.44
🇮🇩 IDX Comp: -2.05% to 7,743
🇮🇳 Nifty 50: +1.48% to 25,790.95
🇻🇳 VN 30: +0.58% to 1,326
🇺🇸 DJIA: +0.09% to 42,063.36
🇺🇸 S&P 500: -0.19% to 5,702.55
🇺🇸 Nasdaq: -0.36% to 17,948.32
Hot Stock: Constellation Energy +22.3%
Biggest Loser: FedEx -15.2%
Best Sector: Utilities +2.6%
Worst Sector: Materials -0.7%

---

Source: barron

การประชุม FOMC เปิดการลดดอกเบี้ยครั้งแรกด้วยเรท 0.5% —-FED เริ่มต้นลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีด้วยตัวเลข 0.5% เพื่...
19/09/2024

การประชุม FOMC เปิดการลดดอกเบี้ยครั้งแรกด้วยเรท 0.5%

—-

FED เริ่มต้นลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีด้วยตัวเลข 0.5% เพื่อมุ่งดูแลตลาดแรงงงาน แม้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงแต่ก็ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 2% แล้ว
นอกจากนี้ยังปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2024 จาก 2.1 เป็น 2.0 โดยที่ยังคงคาดการณ์เดิมของปี 2025 และ 2026 ไว้ที่ 2.0
dot plot เดือนกันยามองอัตราดอกเบี้ยสิ้นปี 2024 จะอยู่ในกรอบ 4.25% - 4.5%, ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนหน้าที่มองดอกเบี้ยเฉลี่ยสิ้นปี 2024 ที่ 5.0% - 5.25%
อัตราดอกเบี้ยในตลาดล่วงหน้ายังมองว่า FED มีเป้าหมายที่จะลดดอกเบี้ยได้ถึง 4.0% - 4.25% ในสิ้นปีนี้ ทำให้ยังมีช่วงการลดดอกเบี้ยเพิ่มได้อีก 0.5% - 0.75% ในการประชุมที่เหลืออีก 2 ครั้ง (รอบพฤศกิจกา และ รอบธันวา)
ตลาดหุ้นยังคงความผันผวนสูงระหว่างการประชุมและแถลงรายงาน โดย S&P 500 และ Nasdaq ปิดลบ 0.3% เช่นเดียวกับ DJI ลบเล็กน้อยที่ 0.2% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
แม้การปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% จะถูกวิจารณ์มาก่อนหน้านี้ว่าอาจหมายถึงสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าที่คาดไว้ และทาง FOMC ก็มีการปรับลดคาดการณ์ GDP สิ้นปี 2024 ลงเล็กน้อย แต่ Jerome Powell ยังแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและความสามารถของธนาคารกลางในการดูแลสถานการณ์ โดยเพิ่มเติมว่า "ผมไม่เห็นอะไรในเศรษฐกิจที่บ่งบอกว่าโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือการชะลอตัวเพิ่มขึ้น" และมองเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะเป็นไปในแนวทางของ Soft Landing ต่อไป

---

18 Sep 2024
SET: -0.06% => 1,435.77
DJIA: -0.25% => 41,503.10
S&P 500: -0.29% => 5,618.26
Nasdaq: -0.31% => 17,573.30
Hot Stock: West Pharmaceutical Services +4.5%
Biggest Loser: ResMed -5.1%
Best Sector: Energy +0.2%
Worst Sector: Technology -0.9%
---

จับตารายงานการประชุม ---คืนนี้ตามเวลาประเทศไทยเราจะได้รู้แล้วว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีของธนาคารกลางสหรัฐจะ...
18/09/2024

จับตารายงานการประชุม

---

คืนนี้ตามเวลาประเทศไทยเราจะได้รู้แล้วว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีของธนาคารกลางสหรัฐจะเปิดด้วยตัวเลขเท่าไหร่ เมื่อตลาดคาดการณ์ว่า FED จะลด 0.50% ขณะที่ประธาน FED อย่าง Jerome Powell ออกโรงเตือนนักลงทุนว่าไม่ควรคาดหวังการลดดอกเบี้ยขนาดใหญ่ในอนาคต
สิ่งที่นักลงทุนควรจับตามองถัดจากนี้จึงเป็นรายงาน Dot Plot ที่จะไกด์แนวทางและอัตราการลดดอกเบี้ยของ FED ในอนาคตว่าจะลดมากหรือน้อย เร็วหรือช้า ต่อไป จาก Dot Plot ที่รายงานในเดือนมิถุนาที่ผ่านมาคาดการณ์ว่า FED จะลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในปี 2024 และ 1.00% ในปี 2025 และ 2026

เมื่อคืน SP500 กลับมาเทรดในจุดสูงสุดใหม่ ก่อนกลับมาปิดลบ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ดัชนีขึ้นมาทดสอบแนวต้านนี้ เช่นเดียวกับ DJI ที่เดินหน้าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แม้จะกลับมาปิดลบในสิ้นวันก็ตาม

---

17 Sep 2024
SET: +0.07% => 1,436.60
DJIA: -0.04% => 41,606.18
S&P 500: +0.03% => 5,634.58
Nasdaq: +0.20% => 17,628.06
Hot Stock: Enphase Energy +6.3%
Biggest Loser: Accenture -4.8%
Best Sector: Energy +1.4%
Worst Sector: Health Care -1.0%
---

เตรียมยาแรง?---การประชุม FOMC ใกล้เข้ามา การลดดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่คาดได้อยู่แล้ว แต่นักลงทุนก็เริ่มหวั่นใจว่าการลดดอกเบ...
17/09/2024

เตรียมยาแรง?

---

การประชุม FOMC ใกล้เข้ามา การลดดอกเบี้ยเป็นเรื่องที่คาดได้อยู่แล้ว แต่นักลงทุนก็เริ่มหวั่นใจว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีนี้ FED จะเปิดด้วยตัวเลขเท่าไหร่
ตัวเลขคาดการณ์ของตลาดตอนนี้มองว่ามีโอกาส 67% ที่ FED จะลดดอกเบี้ย 0.5% และ 33% สำหรับการลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งพลิกจากการคาดการณ์ในสัปดาห์ที่แล้วที่มองว่า FED จะลดแค่ 0.25%
การลดดอกเบี้ย 0.5% อาจสะท้อนความกังวลของ FED ต่อเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าที่คาด จึงต้องใช้ยาแรงเพื่อหลีกเลี่ยงการถดถอย แม้ว่าการลดดอกเบี้ยในขนาดที่มากขึ้นจะทำให้นักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น แต่ก็เพิ่มความกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจของอเมริกาด้วยเหมือนกัน
การลดดอกเบี้ย 0.25% อาจเป็นสัญญาณต่อเศรษฐกิจที่ดีว่าโดยรวมยังไปต่อได้ และต้องการแรงผลักจากนโยบายเพียงเล็กน้อยเพื่อให้กลับมาฟื้นตัว
อันที่จริงการเปลี่ยนความคาดหมายจาก 0.25% มาเป็น 0.5% นี้เพิ่งเกิดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ Wall Street Journal อ้างคำพูดของอดีตเจ้าหน้าที่ FED ที่กล่าวว่า "การตัดสินใจลดดอกเบี้ยระหว่าง 0.5% หรือ 0.25% นั้นไม่ค่อยต่างกัน" บวกกับคำพูดของ Bill Dudley อดีตประธาน Fed สาขานิวยอร์กที่เขียนบทความลงใน Bloomberg ว่าการลด 0.50% นั้นน่าสนใจ และคาดหวังว่า Powell จะทำเช่นนั้น
แต่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนั้นถือเป็นยาแรงและมีผลต่อเซนติเมนต์ตลาดโดยเฉพาะในระยะสั้น และอาจเกิดความผันผวนได้แรงหากไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย

---

16 Sep 2024
SET: +0.78 => 1,435.53
DJIA: +0.55% => 41,622.08
S&P500: +0.13% => 5,633.09
Nasdaq: -0.52% => 17,592.13
Hot Stock: Intel +6.4%
Biggest Loser: Qorvo -6.7%
Best Sector: Financials +1.3%
Worst Sector: Technology -0.4%
---

FED ลดดอกเบี้ย กระทบเศรษฐกิจอย่างไร?สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรเป็น Hot Issue ไปกว่าการพิจารณาดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอีกแล้ว ...
16/09/2024

FED ลดดอกเบี้ย กระทบเศรษฐกิจอย่างไร?
สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรเป็น Hot Issue ไปกว่าการพิจารณาดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอีกแล้ว จาก Info Graphic ของ visualcapitalist สรุปผลกระทบของการลดดอกเบี้ยของ FED ทั้งหมด 7 ครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมาว่าส่งผลต่อเศรษฐกิจและการลงทุนตามนี้
ตั้งแต่ปี 1974 Fed ลดดอกเบี้ยมาแล้ว 7 ครั้ง แต่ละครั้งกินเวลาเฉลี่ย 26 เดือน (2 ปีนิด ๆ) และเฉลี่ยลงครั้งละ 6.35%
โดยรวมแล้วระหว่างการลงดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อจะลดลงเฉลี่ย 3.4% แต่ดีดกลับเฉลี่ย 1.9% หลังหยุดลดดอกเบี้ยไปแล้ว 1 ปี
สำหรับฝั่งการลงทุน ระหว่างการลดดอกเบี้ย ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนดีดสูงสุดเฉลี่ย 6.3% ขณะที่หุ้นและอสังหาริมทรัพย์ลด 6.0% และ 4.8% ตามลำดับ
แต่หลังจากนั้น ตราสารหนี้จะค่อนข้างให้ผลตอบแทนเป็นบวกแบบชะลอตัวลงและให้ผลตอบแทนเมื่อ 1 ปีผ่านไปที่ +10.9% ทั้งหุ้นและอสังหาริมทรัพย์จะให้ผลตอบแทนในระยะ 1 ปีผ่านไปดีกว่า คือ +23.9% และ 25.5% ตามลำดับ
ประวัติศาสตร์ไม่จำเป็นต้องซ้ำรอยเสมอไป ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการเตรียมใจเท่านั้น 🙂

15/09/2024

𝗘𝗰𝗼𝗻𝗼𝗺𝗶𝗰 𝗖𝗮𝗹𝗲𝗻𝗱𝗮𝗿 [ 𝟭𝟲 - 𝟮𝟬 𝗦𝗲𝗽 ]
𝑀𝑜𝑛 𝟷𝟼 𝑆𝑒𝑝 𝟸𝟶𝟸𝟺
🇯🇵 วันหยุด เคารพผู้สูงอายุ
🇨🇳 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
🇰🇷 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
𝑇𝑢𝑒 𝟷𝟽 𝑆𝑒𝑝 𝟸𝟶𝟸𝟺
🇨🇳 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
🇰🇷 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
𝑊𝐸𝐷 𝟷𝟾 𝑆𝑒𝑝 𝟸𝟶𝟸𝟺
🇨🇳 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
🇰🇷 วันหยุด ไหว้พระจันทร์
🇬🇧 CPI (Aug)
🇪🇺 CPI (Aug)
🇺🇸 FOMC Meeting (เที่ยงคืนเวลาไทย)
𝑇ℎ𝑢 𝟷𝟿 𝑆𝑒𝑝 𝟸𝟶𝟸𝟺
🇬🇧 พิจารณาอัตราดอกเบี้ย
🇺🇸 อัตราผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
🇯🇵 พิจารณาอัตราดอกเบี้ย

 #นิเกิล เป็นส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ โดยเฉพาะแบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (NiCd), นิเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (NiMH)...
15/09/2024

#นิเกิล เป็นส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ โดยเฉพาะแบตเตอรี่นิเกิล-แคดเมียม (NiCd), นิเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (NiMH) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน
แบตเตอรี่เหล่านี้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ทุกอย่างตั้งแต่สมาร์ทโฟนและแล็ปท็อปไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าและระบบเก็บพลังงานของกริด
มาดูประเทศผู้ผลิตนิกเกิลรายสำคัญของโลก ช้อนพอสไว้ตั้งแต่ปี 2000 แต่ในคลิปมีย้อนไปถึงตั้งแต่ปี 1910 เลย

This video show the Most Nickel Producing Countries (1910 to 2020) in the world. ...

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ช้อนที่แข็งแรงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์