05/09/2019
Unit Linked ต่างกับแบบประกันหลักทั่วไป อย่างไร(?)
ตามน้องหมูหมู มาเลยจ้า
ย้อนไปเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ประเทศไทย ยังไม่มี Unit Linked เวลาจะทำประกันซักเล่ม เราจะเลือกไปเลยว่า จะเอาแบบประกันแบบไหน ซึ่ง ทุกบริษัท จะมีแต่แบบประกันสำเร็จรูป คือเป็นแบบที่ระบุชัดเจนเลยว่า ส่งกี่ปี มีเงินคืนกี่ปี และคุ้มครองกี่ปี เช่น แบบ 7/15 ก็คือ ส่ง7 ปี คุ้มครอง 15 ปี, มีเงินคืนปีที่ xx และครบสัญญาจะได้รับเงิน xx บาท
และถ้าเราเปิดดูในเล่มกรมธรรม์ จะมีหน้าหนึ่งที่เป็นตารางมูลค่า (แต่ละแบบ ตัวเลขไม่เท่ากัน) โดยจะมี 3 ช่อง หลักๆ คือ
1.ตารางเวนคืนเงินสด (เวนคืนกรมธรรม์)
2.ตารางขยายเวลา
3.ตารางมูลค่าสำเร็จ
(ทั้ง 3 ตาราง ใช้ในกรณีลูกค้าไม่อยากส่งเบี้ยต่อแล้ว จะมีทางเลือกให้3ทาง แต่ทำงานยังไง น้องหมูหมู ไม่ขอเจาะลึก แต่ถ้าใครสงสัยถามมาในเพจ หรือ Line ได้จ้า)
ที่ต้องปูพื้นข้างบนก่อน เพราะว่า Unit Linked มันเกี่ยวกับข้อที่1 คือ “ตารางเวนคืนเงินสด”
ซึ่ง เวนคืนเงินสด คือ ลูกค้าจะปิดกรมธรรม์ และเอาเงินคืน (ปิดเล่มไปเลย) จะได้เงินคืนเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าส่งเบี้ยมากี่ปีแล้ว ถ้าส่งหลายปี ก็จะได้คืนมากกว่าส่งไม่กี่ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอเตือนว่า การเวนคืนเงินสด ลูกค้าขาดทุน ทุกกรณี แน่นอน เพราะถือว่าเราผิดสัญญากับบริษัทประกัน ซึ่ง ตอนทำประกัน มันก็เหมือนการเซ็นสัญญาว่า เราจะส่งเบี้ย7ปีนะ แล้วคุณต้องคุ้มครองเรา15ปีนะจ้ะ แต่ถ้าส่งไม่ถึง7ปี หรือ ไม่อยากรอเวลาถึง 15 ปีแล้ว อยากปิดเลยอ่ะ ทำไง? ก็โดนสิจ้ะ!! โดนในที่นี้ คือ โดนหักเงินต้นบางส่วนที่ทำให้บริษัทประกัน เสียโอกาสในการนำเบี้ยลูกค้าไปลงทุนต่อจนครบ15ปี เพราะที่บริษัทบอกเราว่า จะได้เงินคืนปีที่ xx เป็นจำนวนเงิน xx บาท คือ เค้าคำนวณมาแล้วว่า เค้าจะเอาเงินไปลงทุนที่ไหน เพื่อที่จะมีเงินมาคืนลูกค้าตามสัญญาได้ เมื่อเราหยุดส่งเบี้ยต่อ เท่ากับเราไปทำให้การลงทุนเค้าสะดุด เค้าจึงให้เงินต้นเราคืนไม่ครบ
ที่สำคัญอย่าลืมว่า ประกันชีวิต ไม่ใช่การลงทุน ดังนั้น เบี้ยประกันส่วนหนึ่ง จะถูกหักไปจ่ายค่าการประกันภัย หรือทุนประกัน และค่าใช้จ่าย ในส่วนอื่นๆอีก เหลือเท่าไหร่ ถึงเอาไปลงทุน (แต่เค้าจะไม่แจกแจงรายละเอียดให้เรานะว่า หักค่าอะไรบ้าง และเหลือไปลงทุนเท่าไหร่ และไปลงทุนที่ไหน) ซึ่งบอกเลยว่า ถ้าเราส่งเบี้ยแค่ปีเดียว แล้วจะเวนคืน เราจะไม่ได้เงินคืนแม้แต่บาทเดียว ดังนั้น ถ้าไปเปิดดูกรมธรรม์ ทุกเล่ม ช่องมูลค่าเงินสด ในปีที่ 1 จะเป็น 0 ทุกเล่ม
น้องหมูหมู เกริ่นมาซะยาว ขอเริ่มเข้าเรื่อง ข้อแตกต่างระหว่าง Unit Linked กับแบบประกันเดิมๆ ซะที ตามนี้เลยจ้า
1. Unit Linked จะไม่มีช่องมูลค่าทั้ง3ช่อง เพราะมูลค่ากรมธรรม์ จะเรียกว่า “มูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุน” ขอเรียกสั้นๆ ว่า NAV (net asset value ) โดยถ้าปิดกรมธรรม์ปีไหน จะได้คืนเท่าไหร่ ให้ดูที่ NAV ปีนั้นๆ และถ้าจ่ายเบี้ยไปแค่ปีเดียว และปี2 ไม่จ่าย อาจจะมีเงินเหลือคืนบ้างนิดหน่อย (ถ้าแบบเดิมๆ คือ ไม่มีเลย) หรือถ้าแย่สุดๆ NAV อาจจะติดลบก็ได้ ถ้าผลตอบแทนกองทุนผ่านไป1ปี ไม่ดี (ที่ติดลบเพราะผลตอบแทนจากกองทุนได้น้อยกว่า ค่าใช้จ่ายที่ถูกหักรายเดือน) แต่บริษัทประกันจะไม่เรียกเก็บเงินที่ติดลบนะ เพราะเค้ามีโปรโมชั่น ว่า 10 ปีแรก ถ้ากองทุนติดลบ เค้าจะไม่เรียกให้เราใส่เงินเพิ่มเข้ามา เพียงแต่เราต้องทำตามเงื่อนไขว่า 10ปีแรก เราห้ามถอนเงิน ห้ามจ่ายเบี้ยเกิน31วัน และห้ามลดเบี้ยประกัน แค่นั้นเอง สบายใจได้จ้า
2. บริษัทประกัน จะแจกแจงรายละเอียดให้เรารู้ว่า เบี้ยที่เราจ่ายเข้ามา โดนหักค่านู่นนี่นั่น xx บาท เหลือไปลงทุน xx บาท นะ โดยจะส่งเป็นจดหมายแจ้งรายละเอียด แบบลูกค้าเห็นแล้วตกใจเลยว่า “ปีแรก เงินชั้นเหลือเท่านี้เองหรอ?” (แต่แบบเดิมๆ ไม่เคยแจ้ง เลยไม่ตกใจไง เหอๆๆ…ทั้งๆ ที่จริงๆ แบบเดิม เบี้ยปีแรก หักหมดทั้งก้อน ยิ่งกว่า Unit Linked อีก มูลค่าเวนคืนเงินสดเลยเป็น0)
3. “เอาเงินเราไปไหน”>>>จากที่บริษัทประกันจะเป็นคนลงทุนเอง (ส่วนใหญ่เอาไปลงในพันธบัตร และตราสารหนี้) แต่Unit Linked จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งมีหลายกองทุนให้ลูกค้าเลือก ตามความเสี่ยง และความชอบ ของลูกค้าเอง โดยมีให้เลือกทั้งกองทุนรวมตลาดเงิน, กองทุนรวมตราสารหนี้, กองทุนรวมผสม (ตราสารหนี้+ตราสารทุน) และกองทุนรวมตราสารทุนเพียวๆ โดยลูกค้าจะต้องเป็นผู้เลือกกองทุนเอง ซึ่งเวลาตัวแทนอธิบาย ควรบอกว่า กองนี้เอาไปลงอะไรบ้าง (ดูจาก fund fact sheet) ผลตอบแทนจึงขึ้นอยู่กับกองทุนที่เราเลือก
4. “ส่งเบี้ยกี่ปี?”>>>ในกรมธรรม์ Unit Linked จะไม่มีบอกว่า จะมีเงินคืนปีไหน กี่บาท ครบสัญญาปีไหน เพราะจริงๆ Unit Linked มันคือแบบประกันที่ “ส่งเบี้ยถึงอายุ99 และคุ้มครองถึงอายุ99” เพียงแต่ ลูกค้าอาจจะส่งแค่ 10, 15, 20, 28ปี หรือส่งแค่อายุ60 เกษียณอายุก็หยุดส่ง ทำได้หมด คือเราสามารถออกแบบเองได้เลยว่า ชั้นจะทำเล่มนี้ ให้เป็นแบบ 10/20 หรือเป็นแบบ 20/80 ซึ่งพูดตรงๆ Unit Linked คือ รากฐานของแบบประกันชีวิต ทุกแบบเลย ก็ว่าได้
5. “เงินคืน”>>>เราสามารถเอาเงินจากกรมธรรม์ไปใช้ โดยทำการ “ถอนจาก NAV” ไม่ใช่การกู้เงินจากกรมธรรม์เหมือนสมัยก่อน ซึ่งเจ้า NAV นี่เอง ที่ลูกค้าสามารถถอนไปใช้เมื่อไหร่ก็ได้ (แต่จะไม่เร็วเหมือนกดATM ต้องรอประมาณ 5 วัน ทำการ ถึงได้เงิน และแนะนำว่า ไม่ควรถอนใน 10 ปีแรก เพราะเงินยังไม่โตพอ) แต่ข้อดีมันคือ เนื่องจาก NAV มันคือเงินลงทุนของเรา เวลาถอนไปใช้ ก็เหมือนการถอนเงิน จึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้บริษัทประกัน เหมือนกับกู้เงินในกรมธรรม์ แบบเดิมๆ แต่ก็ไม่ควรถอนจนเพลิดเพลินจำเริญใจ จนทำให้กรมธรรม์ ไปไม่ถึงเป้าหมายนะจ้ะ
6. “เบี้ยประกัน”>>>Unit Linked สามารถเลือกเบี้ยประกันที่จ่ายได้เอง (ขั้นต่ำปีละ 12,000 บาท) และเลือกทุนประกันได้เอง (ตามช่วงทุนประกันที่เลือกได้ แต่ละอายุ) เช่น ถ้าผู้หญิงอายุ 25 ปี เลือกจ่ายเบี้ยต่ำสุด 12,000 บาท จะสามารถเลือกทุนประกันได้ตั้งแต่ 720,000 ถึง 3,000,000 บาท แต่ทุนประกันที่เลือกก็จะมีผลกับเงินที่เหลือไปลงทุนนะจ้ะ เพราะถ้าเราเลือกทุนต่ำ ก็จะถูกหักค่าการประกันภัยต่ำ เงินที่เหลือไปลงทุนก็มากกว่า การที่เลือกทุนสูงๆ (ทุนประกัน ปรับลงได้ตลอดเวลา และปรับขึ้นก็ได้ แต่ต้องสุขภาพดี ณ ตอนที่จะปรับขึ้น) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรเลือกทุนประกันตามความจำเป็นขณะนั้นดีที่สุด อย่ามองเรื่องลงทุนมากไป เพราะหากเกิดอะไรขึ้น ตัวเรา และคนที่เรารักจะได้ไม่เดือดร้อน เพราะจริงๆ Unit Linked มันก็คือ ประกัน ไม่ใช่การลงทุน ถ้าจะลงทุน ก็ขอให้ลงทุนเองต่างหากดีกว่า อย่ามาผ่าน Unit Linked เลย เพราะมันโดนหักค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายเยอะ สินค้าทางการเงินแต่ละตัว ทำหน้าที่ต่างกัน ควรมีให้ครบตามความจำเป็น
7. “ทุนประกัน”>>>Unit Linked เป็นประกันที่ทำฉบับเดียว แต่ปรับเปลี่ยนได้ตามความจำเป็นทุกช่วงอายุ เช่น ตอนนี้อายุ 35 มีลูกเล็ก อายุ 2 ขวบ แนะนำว่า ควรเลือกทุนประกันสูงๆ 20 ปี แรก ประมาณว่า ถ้าวันนี้เราขี้เกียจหายใจ ลูกเราจะมีเงินเรียนจนจบปริญญาตรี (บวกเงินเฟ้อแล้ว) แต่พอลูกเรียนจบ มีงานทำ หมดห่วง เราก็สามารถลดทุนให้เหลือต่ำสุดได้ เพื่อที่จะให้ถูกหักค่าประกันภัยน้อย เงินเหลือไปลงทุนมากขึ้น เงินที่มีไว้ใช้ตอนเกษียณ ก็มากขึ้นด้วย และเราก็มี NAV ที่ถอนได้ ระหว่างทาง จึงเปรียบเสมือน กรมธรรม์ 3 in 1 จริงๆ ทำเล่มเดียว ได้ทั้ง การันตีการศึกษาบุตร, เงินเกษียณ และเงินฉุกเฉิน
8. และข้อสุดท้ายที่สำคัญคือ ตัวแทนที่จะขาย Unit Linked ต้องเป็นตัวแทนที่มีใบอนุญาต ic license (สมัยก่อนคือ single license) ที่ขึ้นทะเบียนกับ กลต. เท่านั้นจ้า
ครั้งหน้าน้องหมูหมู จะมาเล่าให้ฟังว่า การไหลของเบี้ยประกัน Unit Linked มันทำงานยังไง มันถูกหักอะไรบ้าง และเหลือเงินไปลงทุนเท่าไหร่จ้า
(ปรึกษาส่วนตัวได้ที่ Line )