Quantum Wealth Investment Advisory Securities Co.,Ltd

Quantum Wealth Investment Advisory Securities Co.,Ltd บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ควอนตัม เว็ลธ์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดย ก.ล.ต.

📰 Huawei ท้าทายกฎของจักรวาลชิป  เมื่อจีนบอกว่าไม่ต้องการ ASML อีกต่อไป__________________________________________________...
26/05/2026

📰 Huawei ท้าทายกฎของจักรวาลชิป
เมื่อจีนบอกว่าไม่ต้องการ ASML อีกต่อไป
____________________________________________________________

สัปดาห์เดียวกับที่ NVIDIA เพิ่งรายงานผลกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์
และ TSMC เพิ่งเปิดตัว roadmap สามชั้น
ที่ยืนยันความครอบงำของตะวันตกในห่วงโซ่ชิป AI

Huawei เดินขึ้นเวทีที่ IEEE ISCAS 2026
แล้วพูดสิ่งที่ทำให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องหยุดฟัง

“เราไม่จำเป็นต้องย่อขนาดทรานซิสเตอร์อีกต่อไป”

🔹 เมื่อ Moore’s Law ถูกเดินเลี่ยง

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมชิปโลกยึดถือหลักการเดียวกัน
ยิ่งย่อทรานซิสเตอร์ให้เล็กลงได้เท่าไหร่ ชิปยิ่งเร็วและประหยัดพลังงานมากขึ้น

นั่นคือเหตุผลที่ทุกคนต้องพึ่ง EUV lithography จาก ASML
ซึ่งเป็นเครื่องจักรที่ Huawei เข้าไม่ถึงเพราะ sanctions

แต่ He Tingbo ประธาน Huawei Scientist Committee
เสนอสิ่งที่เรียกว่า Tau (τ) Scaling Law
แทนที่จะแข่งกันย่อขนาด ให้แข่งกันลด “เวลา” ที่สัญญาณใช้เดินทางในวงจรแทน

และสิ่งที่คู่กับมันคือ LogicFolding Architecture
การ “พับ” วงจรลอจิกแบบ 3 มิติ เพื่อตัดระยะทางของสายเชื่อมต่อ
ลด latency และเพิ่ม transistor density
โดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการผลิตที่ละเอียดกว่าเดิม

เป้าหมาย: ภายในปี 2031 ชิป Ascend AI ของ Huawei
จะมีประสิทธิภาพเทียบเท่า process node 1.4nm
โดยไม่ง้อ EUV แม้แต่เครื่องเดียว

🔹 ทำไมตลาดถึงสั่นสะเทือน

สิ่งที่ค้ำยัน valuation มหาศาลของ NVIDIA และ TSMC อยู่ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
คือ narrative เดียว — ชิปขั้นสูงหายาก แพง และอยู่ในมือตะวันตก

ถ้า Huawei พิสูจน์ได้ว่าสถาปัตยกรรมแบบใหม่
สามารถทดแทนกระบวนการผลิตขั้นสูงได้จริง

narrative นั้นก็จะเริ่มสั่นคลอน supply
ชิปจะเพิ่มขึ้น ราคาจะลดลง
และความได้เปรียบของ NVIDIA ในตลาดโลกจะถูกกดดัน

ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนออกมาทันที หุ้น SMIC พุ่งขึ้นราว 7–8% หลังข่าวออก

🔹 แต่ยังมีคำถามที่ต้องตอบ

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยอมรับว่า
แนวคิดนี้ฟังดู credible ในระดับ system efficiency

แต่ยังมีประเด็นที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
ทั้งเรื่อง yield จริงในการผลิตจำนวนมาก, การระบายความร้อน, ต้นทุน

และที่สำคัญที่สุด — NVIDIA ยังครองความได้เปรียบผ่าน CUDA software ecosystem ที่สร้างมาเกือบ 20 ปี ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ copy ด้วย architecture ใหม่ได้ทันที

บทพิสูจน์แรกจะมาในปลายปีนี้
เมื่อ Kirin 2026 สมาร์ทโฟนชิปรุ่นแรกที่ใช้ LogicFolding จะออกสู่ตลาด

🔹 ภาพรวมที่ใหญ่กว่า

เมื่อมองสามข่าวนี้ไว้ด้วยกัน
NVIDIA ทำกำไร 58 พันล้านดอลลาร์
TSMC วาง roadmap สามชั้น
และ Huawei ประกาศกฎใหม่ของการ scaling

ภาพที่ได้ไม่ใช่ภาพของอุตสาหกรรมที่มีผู้ชนะคนเดียว
มันคือภาพของสงครามชิปที่กำลังเข้มข้นขึ้นในทุกมิติ
ทั้งเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และการลงทุน

สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือ NVDA หรือ TSMC อยู่ในพอร์ต
ข่าวนี้ยังไม่ใช่สัญญาณขาย แต่เป็นสัญญาณให้ติดตามใกล้ชิดว่า
Kirin 2026 จะส่งมอบสิ่งที่ Huawei สัญญาไว้ได้จริงหรือไม่
____________________________________________________________

ที่มา: Huawei / IEEE ISCAS 2026 / SCMP / Bloomberg — 25 พฤษภาคม 2026

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

📰 “Nuclear Dust” — เมื่อ Trump วางเงื่อนไขที่แข็งที่สุดในประวัติศาสตร์ การเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน________________________...
26/05/2026

📰 “Nuclear Dust” — เมื่อ Trump วางเงื่อนไขที่แข็งที่สุดในประวัติศาสตร์
การเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน
____________________________________________________________

วันที่ 25 พฤษภาคม 2026
ท่ามกลางการเจรจาที่ยังดำเนินอยู่เบื้องหลังผ่านปากีสถานและกาตาร์
Trump เลือกที่จะพูดตรง ๆ บน Truth Social
ด้วยภาษาที่ไม่มีทางตีความเป็นอย่างอื่น

“The Enriched Uranium (Nuclear Dust!) will either be immediately turned over to the United States… or destroyed in place.”

ประโยคนั้นสั้น ชัด และหนักมาก

🔹 “Nuclear Dust” คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญขนาดนี้

Trump ใช้คำว่า “Nuclear Dust”
เพื่อเรียกสิ่งที่ในภาษาทางการเรียกว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง (HEU)
ที่อิหร่านสะสมไว้ราว 440 กิโลกรัม ที่ระดับความบริสุทธิ์ 60%
ห่างจากระดับที่ใช้ทำอาวุธนิวเคลียร์เพียงก้าวเดียว

ส่วนใหญ่ของสต็อกนี้ถูกฝังอยู่ใต้ซากจากการโจมตีก่อนหน้า
ทำให้การตรวจสอบและส่งมอบไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่นั่นก็คือสาเหตุที่ Trump เขียนชัดว่าต้องมี IAEA เป็นพยานในกระบวนการทำลาย

🔹 เงื่อนไขที่วางบนโต๊ะเจรจา

ข้อตกลงที่กำลังเจรจาอยู่ครอบคลุมหลายเรื่องพร้อมกัน
อิหร่านต้องส่งมอบหรือทำลายสต็อกยูเรเนียม
เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

และยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2026
ฝั่งสหรัฐฯ เสนอผ่อนคลาย sanctions บางส่วนเป็นการตอบแทน

Trump เน้นย้ำชัดเจนว่า
“No money will exchange hands in any way, shape, or form”
ต่างจากข้อตกลงปี 2015 ที่ถูกวิจารณ์เรื่องการปล่อยเงินให้อิหร่านอย่างสิ้นเชิง

และในโทนที่ฟังดูผ่อนคลายแต่แฝงความกดดัน
Trump บอกว่า “time is on our side” — ไม่รีบ แต่ก็ไม่ถอย

🔹 อิหร่านตอบอย่างไร?

ยังไม่ยอมทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการส่งมอบยูเรเนียม
ซึ่งฝ่ายอิหร่านมองว่าคือการยอมแพ้เชิงสัญลักษณ์ที่ยอมรับได้ยาก
แต่มีสัญญาณความยืดหยุ่นผ่านช่องทางลับ บ่งชี้ว่าประตูการเจรจายังไม่ปิด

🔹 ความหมายต่อตลาดพลังงานและไทย

นี่คือชิ้นส่วนสุดท้ายที่ตลาดน้ำมันรอ
หากอิหร่านยอมตามเงื่อนไขนิวเคลียร์ ข้อตกลงเต็มรูปแบบก็จะตามมา
ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเต็มที่ และราคาน้ำมันที่ยังแกว่งอยู่เหนือ 97–104 ดอลลาร์
ก็จะมีแรงกดให้ร่วงลงอีก

สำหรับไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าเป็นหลัก
ทุกก้าวของการเจรจาครั้งนี้ส่งผลตรงต่อราคาหน้าปั๊ม ต้นทุนขนส่ง
และความร้อนแรงของเงินเฟ้อในประเทศ

แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย

โลกกำลังรอดูว่าเตหะรานจะตัดสินใจอย่างไร
กับเงื่อนไขที่แข็งที่สุดที่เคยถูกวางบนโต๊ะในรอบหลายทศวรรษ
____________________________________________________________

ที่มา: Trump Truth Social / Iran International / Reuters — 25 พฤษภาคม 2026

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

มุมมองประจำสัปดาห์ 25  - 29 May 26By QWT(หมายเหตุ: วันจันทร์ 25 พ.ค. เป็น Memorial Day ตลาดสหรัฐฯ ปิด สัปดาห์นี้จึงมีแค่...
25/05/2026

มุมมองประจำสัปดาห์ 25 - 29 May 26
By QWT
(หมายเหตุ: วันจันทร์ 25 พ.ค. เป็น Memorial Day
ตลาดสหรัฐฯ ปิด สัปดาห์นี้จึงมีแค่ 4 วัน)
____________________________________________________________

สัปดาห์ที่แล้วจบด้วยข่าวดีแบบบางเบา
S&P 500 ขยับขึ้น 0.4% ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่แปดติดต่อกันในรอบสิบสัปดาห์
ยาวที่สุดนับแต่ธันวาคม 2023 แล้ววันศุกร์ก็มาพลิก

เพราะสหรัฐฯ และอิหร่านได้พัฒนากรอบ MOU ที่จะต่อ ceasefire ออกไป 60 วัน
ระหว่างรอข้อตกลงถาวร โดยระหว่างนั้นจะปลดทุ่นระเบิดและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
และผลประกอบการ NVIDIA ที่ออกมาดีเกินคาด

สัปดาห์นี้สั้นแค่สี่วัน แต่อัดแน่นด้วยตัวเลขสำคัญทุกวัน
และดราม่า geopolitics ยังไม่จบ

______________________________________________________________

🔹 จันทร์ 25 พ.ค. — ตลาดปิด แต่ข่าวไม่หยุด

Memorial Day ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หยุด แต่ตลาดฟิวเจอร์สและข่าวยังเดิน
ทรัมป์ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าการเจรจากับอิหร่านนั้น “ตกลงกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว”

ฟังดูดีมาก แต่ใครที่ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นก็คงรู้ว่า
เราเคยได้ยินประโยคคล้าย ๆ นี้หลายรอบแล้ว

Rubio ก็ย้ำชัดว่าเงื่อนไขของสหรัฐฯ ยังไม่เปลี่ยน
ต้องเปิด Hormuz โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง
และอิหร่านต้องส่งมอบ uranium ที่เสริมสมรรถนะแล้ว

วันนี้ใช้ติดตามข่าวต่างประเทศและ position ตัวเองก่อนตลาดเปิดวันอังคาร
ถ้า MOU ถูกยืนยันแบบเป็นทางการ น้ำมันจะดิ่ง และตลาดอังคารน่าจะเปิดบวกแรง

แต่ถ้ายังเป็นแค่คำพูดโดยไม่มีรายละเอียด
เราอาจเห็น gap-up แล้วค่อย ๆ ย่อลงมาอีกครั้ง

🔹 อังคาร 26 พ.ค. — เปิดตลาดจริง วัดใจกันเลย

วันนี้มี Consumer Confidence เดือนพฤษภาคมออก
ตัวเลขนี้จะบอกว่าคนอเมริกันรับรู้ข่าวดีเรื่องการเจรจาไปแล้วหรือยัง
หรือยังอยู่กับความกังวลเรื่องน้ำมันแพงและเงินเฟ้อที่สะสมมาหลายเดือน

ถ้า Consumer Confidence กระโดดขึ้นมา
ตลาดจะอ่านว่า soft landing ยังเป็นไปได้

แต่ถ้าออกมาต่ำกว่าคาด
ก็เป็นสัญญาณว่าคนจริง ๆ ยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นตาม headline ตลาดหุ้น

ซึ่งสัปดาห์นี้ความรู้สึกตรงนี้สำคัญมาก เพราะมันจะมาก่อน PCE วันพฤหัสฯ

🔹 พุธ 27 พ.ค. — GDP รอบสองและวันที่ต้องลุ้น

GDP ไตรมาสแรกฉบับแก้ไขครั้งที่สองออกวันนี้
พร้อมกับ Durable Goods Orders และ Initial Claims รายสัปดาห์

GDP รอบแรกออกมาชะลอตัวจากปัจจัยน้ำมัน
ถ้ารอบสองแก้ลงอีก ตลาดจะเริ่มกังวลจริงจังว่าเศรษฐกิจกำลังสะดุด

ในขณะที่เงินเฟ้อยังไม่ลง นั่นคือ scenario ที่ Fed กลัวที่สุด
และที่ Warsh เพิ่งรับตำแหน่งมาต้องรับมือ

Durable Goods ก็สำคัญ เพราะบอกว่าภาคธุรกิจยังลงทุนอยู่ไหม

ถ้าบริษัทเริ่มชะลอการสั่งซื้อ
อ่านได้ว่าคนตัดสินใจในบริษัทก็ไม่มั่นใจอนาคตเหมือนกัน

🔹 พฤหัสฯ 28 พ.ค. — PCE วันที่ Fed ต้องนั่งดู

Personal Income, Personal Spending และ PCE Deflator ออกพร้อมกันวันนี้
PCE คือ inflation gauge ที่ Fed ชอบใช้ที่สุด
สำคัญกว่า CPI ในแง่ที่ Fed ตัดสินใจนโยบายจากมัน

บริบทตอนนี้คือ CPI เดือนเมษายนออกมาสูงกว่าคาด
และโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้พุ่งขึ้นไปถึง 45% จากแค่ 1% เมื่อเดือนก่อน

ถ้า PCE ออกมาร้อนกว่าคาด
Warsh จะเจอแรงกดดันมหาศาลตั้งแต่เดือนแรกที่รับตำแหน่ง

ทั้งจากตลาดที่อยากลดดอกเบี้ย
และจากทำเนียบขาวที่ทรัมป์อยากให้ดอกเบี้ยลง

แต่ข้อมูลบอกว่ายังลงไม่ได้
ถ้าออกมาดีกว่าคาด นั่นอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมของสัปดาห์นี้เลย

เพราะจะทำให้ทุกอย่างลงตัวพอดี ทั้งการเจรจา Hormuz ที่ใกล้ได้ข้อสรุป
และเงินเฟ้อที่เริ่มคลายตัว

ปรับเฉพาะข้อความให้ถูกต้องครับ

🔹 ศุกร์ 29 พ.ค. — ปิดสัปดาห์ ปิดเดือนในวันเดียว

วันนี้หนักกว่าที่คิด เพราะ PCE เดือนเมษายน
ซึ่งเป็น inflation gauge ตัวโปรดของ Fed ออกพร้อมกับ Personal Income
และ Personal Spending และเป็นวันปิดเดือนพฤษภาคมด้วย

กองทุนหลายแห่ง rebalance พอร์ตวันนี้
ทำให้ volume และ volatility มักพุ่งขึ้นในช่วงบ่าย

ตัวเลข PCE สำคัญแค่ไหน?
บริบทตอนนี้คือ inflation expectations ของผู้บริโภคพุ่งขึ้นต่อเนื่อง
year-ahead อยู่ที่ 4.8% และ long-run ขึ้นไปแตะ 3.9%
ซึ่งสูงมากสำหรับ long-run

เพราะปกติ Fed ต้องการให้อยู่แถว 2%
ถ้า PCE ออกมายืนยันว่าเงินเฟ้อยังร้อน
Warsh จะเจอแรงกดดันทันทีว่าจะทำอะไรในการประชุมครั้งแรก

แต่มีตัวแปรที่พลิกทุกอย่างได้คือ Hormuz
ถ้ากรอบ MOU ถูกลงนามจริงและ Hormuz เริ่มกระบวนการปลดทุ่นระเบิด
น้ำมันจะดิ่งลงเร็วมาก และ PCE เดือนถัดไปก็จะลดลงตาม

ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขวันนี้กลายเป็น peak ของ inflation cycle นี้ได้เลย

สั้น ๆ คือวันศุกร์นี้วัดว่าสัปดาห์ที่สั้นที่สุดของไตรมาสสอง
จบด้วยความหวังหรือความกังวลเป็นตัวส่งต่อเดือนมิถุนายน

🔹 ปิดท้าย

สัปดาห์นี้สั้นแต่หนัก มีทั้งข่าว Hormuz ที่อาจเป็น game changer

ถ้า MOU ถูก sign จริง มี GDP ที่จะบอกว่าเศรษฐกิจยืนอยู่ได้แค่ไหน
และมี PCE ที่จะชี้ชะตาว่า Warsh จะเดินหน้ายังไงในการประชุม Fed ครั้งแรกของเขา

ถ้าทุกอย่างออกมาดีพร้อมกัน น้ำมันลง เงินเฟ้อชะลอ การเจรจาสำเร็จ
สัปดาห์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริงของปี 2026

แต่ถ้าอิหร่านพลิกอีกครั้ง และ PCE ออกมาร้อน
เราก็กลับไปจุดเดิมที่เคยอยู่มาสามเดือนแล้ว

คำถามที่ผมนั่งคิดอยู่ตอนนี้คือ
ตลาดที่วิ่งมาแปดสัปดาห์ติดนั้น
กำลัง price in ความหวังไปล่วงหน้าแล้วมากแค่ไหน?

_____________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

📰 “เค้กสามชั้น” ของ TSMC  เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ GPU อีกต่อไป______________________________________________________...
21/05/2026

📰 “เค้กสามชั้น” ของ TSMC
เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ GPU อีกต่อไป
____________________________________________________________

ถ้า NVIDIA เพิ่งบอกโลกว่า AI Boom ยังไม่ดับ
TSMC ก็เพิ่งบอกว่า เกมนี้กำลังจะใหญ่กว่าที่ทุกคนคิดไว้มาก

ในงาน TSMC Technology Symposium 2026
บริษัทผู้ผลิตชิปที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกได้เปิดเผย roadmap
ที่พวกเขาเรียกว่า “Three-Layer Cake”
และมันไม่ใช่แค่แผนธุรกิจ แต่คือการประกาศว่ายุค AI กำลังเข้าสู่บทใหม่

ปัญหาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ AI

ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา ทุกคนพูดถึงการแข่งขันด้าน Compute
ใครมี GPU เยอะกว่า แรงกว่า ชนะ

แต่ TSMC มองเห็นสิ่งที่ตลาดยังมองข้ามอยู่ นั่นคือ การเชื่อมต่อระหว่างชิป
กำลังกลายเป็น bottleneck ที่ใหญ่กว่าตัว compute เอง

เมื่อ AI model ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ bandwidth, latency
และ power consumption ของการรับส่งข้อมูลระหว่างชิปนับพันตัว
ใน data center เดียวกัน กำลังกลายเป็นกำแพงที่ขวางกั้นการเติบโต

Three-Layer Cake คือคำตอบของพวกเขา…

🔹 ชั้นที่หนึ่ง : Compute — รากฐานที่ทุกคนรู้จัก

ชั้นล่างสุดคือสิ่งที่ตลาดคุ้นเคย GPU, CPU, Memory, Custom ASIC
ผู้เล่นหลักคือชื่อที่ได้ยินบ่อยอยู่แล้ว

ทั้ง NVIDIA, AMD, Broadcom, Google, Amazon
และแน่นอน TSMC ในฐานะ foundry หลักที่ผลิตชิปให้เกือบทุกราย

🔹 ชั้นที่สอง : Advanced Packaging / 3D IC — ชั้นที่ตลาดเพิ่งเริ่มเข้าใจ

นี่คือจุดที่น่าสนใจที่สุด การนำชิปหลายตัวมารวมกันในแพ็กเกจเดียว
ด้วยเทคโนโลยีอย่าง CoWoS และ SoIC
ช่วยลด latency และ power ได้อย่างมหาศาล

บริษัทในกลุ่มนี้อย่าง ASML, Applied Materials, Lam Research
รวมถึงผู้ผลิตระบบ cooling และ power
กำลังกลายเป็นผู้ชนะเงียบๆ ของ AI boom

🔹 ชั้นที่สาม : Photonics / Optical Interconnect — อนาคตที่กำลังมาถึง

ชั้นบนสุดคือเทคโนโลยีที่ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ แต่เริ่มใช้งานจริงแล้ว
การส่งข้อมูลด้วยแสงแทนกระแสไฟฟ้า
ผ่าน Co-Packaged Optics และ Silicon Photonics

จะทำให้ AI data center รับส่งข้อมูลได้เร็ว
และประหยัดพลังงานกว่าเดิมอย่างเทียบไม่ได้

TSMC เพิ่งเปิดตัว COUPE (Compact Universal Photonics Engine)
และ NVIDIA กับ Broadcom เริ่มนำไปใช้แล้ว

ความหมายที่ใหญ่กว่าตัวเลข…

ข้อความที่ TSMC ส่งออกมาในครั้งนี้ตรงไปตรงมามาก
“AI trade is no longer just about GPUs.
It’s turning into an entire industrial ecosystem.”

สิ่งนี้หมายความว่า วงกลมของบริษัทที่ได้ประโยชน์จาก AI boom
กำลังขยายออกไปอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตชิป แต่รวมถึงบริษัท packaging, optics, cooling, fiber
และ networking ทั่วห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามอยู่

TSMC คือหัวใจของ AI โลก ชิป NVIDIA แทบทั้งหมดผลิตที่นี่
และ Three-Layer Cake ทำให้ TSMC ไม่ใช่แค่ foundry อีกต่อไป
แต่เป็นผู้กำหนดทิศทางของทั้ง ecosystem

เมื่อมองควบคู่กับผลประกอบการของ NVIDIA ที่ออกมาเมื่อคืน
ภาพรวมชัดขึ้นมาก

AI ไม่ได้ชะลอตัว มันกำลังหยั่งรากลึกลงในโครงสร้างพื้นฐานของโลก
อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

และนั่นหมายความว่า โอกาสในการลงทุนกำลังกระจายออกไปทั่วทั้งเค้กสามชั้น
ไม่ใช่แค่ชั้นบนสุดที่ทุกคนมองเห็น 🎂
____________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: TSMC Technology Symposium 2026 / / EE Times
____________________________________________________________

📰 NVIDIA ทำลายทุกสถิติอีกครั้ง  รายได้ 81.6 พันล้านดอลลาร์ และยังไม่มีสัญญาณหยุดโต______________________________________...
21/05/2026

📰 NVIDIA ทำลายทุกสถิติอีกครั้ง
รายได้ 81.6 พันล้านดอลลาร์ และยังไม่มีสัญญาณหยุดโต
___________________________________________________________

ถ้าใครยังสงสัยว่า AI Boom จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
NVIDIA เพิ่งตอบคำถามนั้นด้วยตัวเลขที่ชัดเจนที่สุด…

คืนวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 NVIDIA
รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 ออกมา
และตัวเลขที่ปรากฏก็ทำให้แม้แต่นักวิเคราะห์ที่ตั้ง observation สูงสุดยังต้องหยุดนิ่ง

รายได้รวม 81.6 พันล้านดอลลาร์
เติบโต 85% จากปีที่แล้ว และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ถึงเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์
หัวใจของทุกอย่างคือ Data Center

ถ้าจะพูดให้ตรง NVIDIA ไม่ได้เป็นแค่บริษัทชิปอีกต่อไป
แต่กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของยุค AI ไปเรียบร้อยแล้ว

Data Center ทำรายได้ถึง 75.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว
คิดเป็น 92% ของรายได้ทั้งหมด เติบโต 92% จากปีก่อน

ตัวเลขที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือกลุ่ม Networking ที่โตถึง 199%
เกือบสามเท่าตัวในปีเดียว

สะท้อนให้เห็นว่า hyperscalers ทั่วโลก
กำลังเดินหน้าสร้าง AI factory กันอย่างไม่หยุดพัก

กำไรสุทธิ (GAAP) อยู่ที่ 58.3 พันล้านดอลลาร์
เพิ่มขึ้น 211% จากปีก่อน ตัวเลขนี้ไม่ใช่การเติบโต มันคือการก้าวกระโดด

แล้ว Jensen Huang พูดอะไร?

CEO ของ NVIDIA ไม่ได้พูดเพื่อโฆษณา
แต่พูดเพื่ออธิบายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในโลก

“การสร้าง AI factories — การขยายโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ — กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างผิดปกติ Agentic AI มาถึงแล้ว กำลังทำงานจริง
สร้างมูลค่าจริง และขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วทุกอุตสาหกรรม”

และเพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นนั้น
NVIDIA ประกาศซื้อหุ้นคืนเพิ่มอีก 80 พันล้านดอลลาร์
พร้อมปรับเงินปันผลจาก 0.01 ดอลลาร์เป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น
เพิ่มขึ้น 25 เท่าในคราวเดียว

ไตรมาสหน้า ยิ่งใหญ่กว่าเดิม?

Guidance สำหรับ Q2 อยู่ที่ 91 พันล้านดอลลาร์
และนั่นยังไม่รวมรายได้จากจีนเลยแม้แต่บาทเดียว

เพราะข้อจำกัดด้านการส่งออกชิปไปจีนยังคงอยู่
ถ้าวันใดประตูนั้นเปิด ตัวเลขจะใหญ่กว่านี้อีก

แล้วนักลงทุนไทยควรมองเรื่องนี้อย่างไร?

NVDA เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีน้ำหนักสูงที่สุดใน Nasdaq
ความเคลื่อนไหวของมันมักดึง AMD, AVGO, TSMC และหุ้นเทคทั่วโลกไปด้วย สำหรับพอร์ตที่มี NVDA หรือกองทุนเทค ผลประกอบการครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดี

แต่ความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือ supply chain จาก TSMC
และความไม่แน่นอนของนโยบายส่งออกไปจีน
ซึ่ง NVIDIA เองก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

ณ วันนี้ NVIDIA ไม่ได้แค่ขายชิป
มันกำลังสร้างโลกที่ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐาน
และยังไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอตัวลงในเร็ววัน 🔥
____________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ที่มา: NVIDIA Official Press Release / Investor Relations — 20 พฤษภาคม 2026
____________________________________________________________

📰 ราคาน้ำมันดิ่งแรงที่สุดในรอบเดือน  เมื่อคำพูดเดียวของ Trump ทำให้ตลาดโลกสั่นสะเทือน___________________________________...
21/05/2026

📰 ราคาน้ำมันดิ่งแรงที่สุดในรอบเดือน
เมื่อคำพูดเดียวของ Trump ทำให้ตลาดโลกสั่นสะเทือน
______________________________________________________________

เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 ก่อนที่นักลงทุนทั่วโลกจะทันตั้งตัว
ราคาน้ำมันดิบก็ดิ่งลงพรวดเดียว

WTI Crude หล่นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ลงมาแตะ 97 ดอลลาร์ — ร่วงกว่า 6% ในวันเดียว

ขณะที่ Brent Crude ก็ไม่ต่างกัน หายไปเกือบ 6% เช่นกัน
นี่คือการร่วงที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าหนึ่งเดือน

ทั้งหมดนี้เริ่มจากประโยคเดียว
ที่ Donald Trump พูดกับผู้สื่อข่าวที่ Joint Base Andrews

“We’re in the final stages of Iran.”

Trump ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
พร้อมเผยด้วยว่าเขาเคยยกเลิกแผนโจมตีครั้งใหญ่ที่วางไว้สำหรับวันอังคาร
ตามคำขอของผู้นำรัฐอ่าวที่บอกว่าการเจรจาใกล้สำเร็จแล้ว

ด้าน JD Vance รองประธานาธิบดี ก็ออกมายืนยันในทิศทางเดียวกันว่า
“เราคืบหน้าไปมาก และเชื่อว่าอิหร่านต้องการตกลง”
ตลาดได้ยินแค่นั้นก็พอ…

แต่มีอะไรเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซด้วย?

สิ่งที่ทำให้ตลาดตอบสนองรุนแรงยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่คำพูด
แต่เป็นภาพที่มองเห็นได้จริง

เรือ supertanker 3 ลำ — 2 ลำจีน และ 1 ลำเกาหลีใต้ที่บรรทุกน้ำมันจากคูเวต
เริ่มแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมุ่งหน้าสู่ตลาดเอเชีย

นับเป็นปริมาณสูงสุดในรอบหลายเดือน
นับตั้งแต่อิหร่านปิดกั้นเส้นทางนี้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ช่องแคบแห่งนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก
น้ำมันกว่า 20% ของ supply ทั้งโลกต้องผ่านที่นี่

การที่เรือเพิ่งเริ่มแล่นผ่านได้อีกครั้ง แม้จะยังน้อยมาก
เมื่อเทียบกับระดับปกติที่ราว 130 ลำต่อวัน
แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะส่งสัญญาณให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลลง

แต่ก็อย่าเพิ่งโล่งใจเร็วเกินไป…

นักวิเคราะห์ยังคงระมัดระวัง
เพราะ Trump เคยขู่โจมตีซ้ำหลายครั้งแล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
และอิหร่านเองก็ยังไม่ถอยสักก้าว

กองกำลัง IRGC ประกาศชัดว่าพร้อมตอบโต้ด้วย
“การโจมตีที่ทรงพลังในจุดที่คุณไม่คาดคิด” หากสหรัฐฯ เปิดฉากใหม่

Citi คาดว่าหากปัญหา supply ยังไม่คลี่คลาย Brent อาจพุ่งไปถึง 120 ดอลลาร์
ส่วน Wood Mackenzie มองโศกนาฏกรรมกรณีร้ายที่สุดไว้ที่ 200 ดอลลาร์
หากช่องแคบปิดยาวนาน

สำหรับไทย — เรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวเลย

ไทยนำเข้าน้ำมันดิบเป็นหลัก ราคาที่แกว่งตัวรุนแรงเช่นนี้
ส่งผลตรงต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ต้นทุนขนส่ง และเงินเฟ้อในประเทศ

หากการเจรจาล้มเหลวและราคาดีดกลับขึ้นไปอีก
ผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยจะตามมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

ตอนนี้โลกกำลังจับตาดูอยู่
และทุกคำพูดจากวอชิงตันยังคงมีน้ำหนักพอ
ที่จะขยับราคาพลังงานโลกได้ในพริบตา 👀
______________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: Yahoo Finance / The Guardian / Reuters — 20 พฤษภาคม 2026
______________________________________________________________

_________________________________________________________________กราฟนี้บอกอะไรที่ตลาดหุ้นยังไม่ยอมฟังUS 30-year Treasur...
20/05/2026

_________________________________________________________________

กราฟนี้บอกอะไรที่ตลาดหุ้นยังไม่ยอมฟัง
US 30-year Treasury yield กำลังขึ้นไปใกล้ 5% อีกครั้ง
ระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 2007

Bond Yield ระยะยาวไม่ได้สะท้อนแค่ว่า Fed จะขึ้นหรือลดดอกเบี้ย
มันสะท้อนสิ่งที่ตลาดเชื่อเกี่ยวกับอนาคตของเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลทั้งระบบ
และตอนนี้ตลาดพันธบัตรกำลังบอกว่ากังวล

ลำดับที่น่าเป็นห่วงถ้าเส้นนี้ยังขึ้นต่อ

→ น้ำมันยังสูง
→ เงินเฟ้อลงช้ากว่าที่หวัง
→ Fed ลดดอกเบี้ยยาก
→ Real Yield สูงตาม
→ หุ้น Growth ที่ราคาขึ้นมาจากความคาดหวังในอนาคตจะถูกกดดันก่อน

พูดตรงๆ คือเมื่อพันธบัตรให้ผลตอบแทนใกล้ 5%
นักลงทุนจะเริ่มถามใหม่ว่า “ทำไมต้องยอมจ่ายแพงให้หุ้น?”

แต่มีคำถามที่สำคัญกว่าตัวเลข
Yield รอบนี้ขึ้นเพราะเศรษฐกิจแข็งแรง
หรือขึ้นเพราะตลาดเริ่มกังวลว่าเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลจะคุมยากกว่าที่คิด

ถ้าเป็นอย่างแรก ตลาดหุ้นรับได้
ถ้าเป็นอย่างหลัง เรื่องจะต่างออกไปมาก

สิ่งที่ต้องจับตาจากนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข yield
แต่คือ earnings รอบต่อไปจะแข็งพอรับแรงกดดันนี้ไหว

ถ้าแข็ง ตลาดประคองได้
ถ้าเริ่มอ่อน พร้อมกับ yield ที่ยังสูง
นั่นคือจุดที่ความเสี่ยงจะไม่ได้แค่ทยอยมา

ใครติดตาม Bond Yield อยู่บ้าง คิดว่ารอบนี้ตลาดหุ้นจะรับไหวไหมครับ
_________________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: Bloomberg, market data 20 พ.ค. 2026
_________________________________________________________________

_________________________________________________________________Trump บอกว่าดีลอิหร่านใกล้สำเร็จแล้วถ้าจริง ซีนที่อาจจะ...
20/05/2026

_________________________________________________________________

Trump บอกว่าดีลอิหร่านใกล้สำเร็จแล้ว
ถ้าจริง ซีนที่อาจจะตามมา

→ น้ำมันร่วง
→ เงินเฟ้อลด
→ Fed มีเหตุผลลดดอกเบี้ย
→ สินทรัพย์เสี่ยงฟื้น

ฟังดูดีมาก แต่มีคำสำคัญอยู่คำเดียวคือ “ถ้า”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Trump-Xi Summit ที่หลายคนคาดหวัง
จบลงโดยที่อิหร่านยังไม่ถูกแตะอย่างมีนัยสำคัญ

Xi ไม่ได้ให้คำมั่นเรื่องการกดดันเตหะราน
และข้อเสนอจากฝั่งอิหร่านที่ Trump บอกว่า
“ไม่ผ่านแม้แต่บรรทัดแรก” ก็ยังอยู่บนโต๊ะ

ตอนนี้ Trump บอกว่าใกล้แล้ว
แต่ตลาดเคยได้ยินแบบนี้มาหลายรอบในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ถ้าดีลเกิดขึ้นจริง มันจะเป็น game changer ที่ใหญ่มาก
น้ำมันที่วิ่งเกิน $100 จะร่วงแรง
bond yields จะคลาย
Fed จะมีพื้นที่หายใจ

แต่ถ้ามันเป็นแค่ความหวังอีกครั้ง
ตลาดที่ price in ข่าวดีล่วงหน้าไปแล้วจะเจ็บหนักกว่าเดิม

ผมอยากให้ดีลนี้สำเร็จเหมือนกัน
แต่ระหว่างรอยืนยัน ยังไม่ถึงเวลา Google Lambos ครับ

ใครติดตามสถานการณ์อิหร่านอยู่บ้าง คอมเมนต์ได้เลยครับ
_________________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: Lark Davis / Sky News, market data 19 พ.ค. 2026
_________________________________________________________________

_________________________________________________________________สองสัปดาห์ก่อนทองร่วงหนัก หลัง PPI ออกมาแรงกว่าคาดและ y...
18/05/2026

_________________________________________________________________

สองสัปดาห์ก่อนทองร่วงหนัก หลัง PPI ออกมาแรงกว่าคาดและ yield พุ่ง
หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า super cycle ของทองจบแล้วหรือเปล่า
Goldman Sachs มีคำตอบที่ต่างออกไป

รายงานล่าสุดจาก Goldman บอกว่า
ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังจะเร่งซื้อทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้

และนั่นจะเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองฟื้นกลับมาภายในสิ้นปี
ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย ไม่ใช่กองทุน ETF
แต่คือธนาคารกลางที่ซื้อเป็น institutional scale

บริบทที่ต้องเข้าใจคือ
ธนาคารกลางจีน อินเดีย และตุรกีสะสมทองมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว

เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะกลัวเงินเฟ้อ
แต่เพราะต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในทุนสำรอง
เมื่อ geopolitical ตึงเครียด แรงจูงใจนั้นยิ่งชัดขึ้น

แต่มีสิ่งที่ต้องคิดคู่กัน
Goldman มองถูกบ่อย แต่ก็ไม่ได้มองถูกเสมอไป

และถ้า Fed ต้องแข็งกร้าวต่อเนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังไม่จบ
yield ที่สูงจะยังกดทองอยู่ระหว่างทาง

การที่ธนาคารกลางซื้อเพิ่มจะพยุงราคาได้
แต่อาจไม่ได้ทำให้มันวิ่งแรงทันที

ถ้าถือทองระยะยาว รายงานนี้เป็นข่าวดีที่ยืนยันทิศทาง
แต่ถ้าหวัง bounce เร็วๆ อาจต้องอดทนกว่าที่คิด

ใครถือ GLD หรือทองกายภาพอยู่บ้าง
มองสถานการณ์นี้ยังไงครับ
_________________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: Bloomberg / Goldman Sachs, market data 18 พ.ค. 2026
_________________________________________________________________

_________________________________________________________________ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะมากกว่า 250% ของ GDPสูงที่สุดในโลก ...
18/05/2026

_________________________________________________________________

ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะมากกว่า 250% ของ GDP
สูงที่สุดในโลก ห่างจากอันดับสองอย่างมีนัยสำคัญ
และคำตอบของรัฐบาลต่อปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้คือ — กู้เพิ่ม

Reuters รายงานพิเศษวันนี้ว่า
งบประมาณเพิ่มเติมรอบใหม่ของญี่ปุ่นจะมาพร้อมกับการออกหนี้ใหม่

ไม่ใช่การตัดรายจ่าย ไม่ใช่การขึ้นภาษี แต่คือพันธบัตรชุดใหม่
นายกฯ อิชิบะกำลังเดินบนเส้นทางเดิมที่รัฐบาลญี่ปุ่นทุกชุดเลือกมาหลายสิบปี

คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่ว่า “ญี่ปุ่นจะกู้เงินไหม” เพราะคำตอบนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
แต่คือ “โมเดลนี้จะยืนได้อีกนานแค่ไหน”

ตราบใดที่คนญี่ปุ่นยังซื้อพันธบัตรรัฐบาลตัวเอง
และ BOJ ยังคุมอัตราดอกเบี้ยได้
ระบบนี้ก็ยังเดินต่อได้

แต่ถ้าวันไหน yield ของ JGB เริ่มวิ่งออกนอกการควบคุม
ญี่ปุ่นจะเป็นบทเรียนที่ตลาดโลกจะจำไปอีกนาน

ตอนนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น
แต่ทุกครั้งที่กู้เพิ่ม ระยะห่างจากจุดนั้นก็แคบลงอีกนิด

ใครติดตามสถานการณ์ JGB หรือเงินเยนอยู่บ้าง
คอมเมนต์ได้เลยครับ
_________________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: Reuters Asia (Exclusive), market data 16 พ.ค. 2026
_________________________________________________________________

_________________________________________________________________ทุกคนบอกว่า Trump-Xi Summit สัปดาห์นี้เป็นข่าวดีผมอยากใ...
18/05/2026

_________________________________________________________________

ทุกคนบอกว่า Trump-Xi Summit สัปดาห์นี้เป็นข่าวดี
ผมอยากให้ดูที่ผลลัพธ์จริงๆ ก่อน

จีนจะซื้อ Boeing เพิ่ม
เรื่องปกติที่เกิดทุก 2-3 ปีอยู่แล้ว

จีนจะซื้อเนื้อวัวเพิ่ม
แค่กลับไปซื้อสิ่งที่หยุดซื้อไปก่อนหน้านี้

จีนจะร่วมประณามเกาหลีเหนือเรื่องนิวเคลียร์
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
ทั้งสองประเทศแทบไม่เคยทำให้เกาหลีเหนือยอมสละอาวุธนิวเคลียร์ได้จริง

ถ้านี่คือ “ดีล” ที่ออกมาจากการประชุมสองผู้นำใหญ่ที่สุดในโลก
มันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เจรจาไม่สำเร็จ

_________________________________________________________________

สิ่งที่ Trump ต้องการจริงๆ คือให้ Xi กดดันอิหร่าน
แต่ Xi หัวเราะกับข้อเสนอนั้น
และยื่นข้อเสนอกลับมาที่ Trump บอกว่า “ไม่น่ารอดตั้งแต่บรรทัดแรก”

ฝั่งจีนต้องการคุยเรื่องไต้หวัน
ฝั่งสหรัฐฯ กลับไม่แตะเรื่องนั้นเลย
สองฝ่ายนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ต่างคนต่างมีวาระของตัวเอง

ตลาดยังไม่ตื่นตระหนก เพราะ semiconductor ยังวิ่งพยุงอยู่
แต่ Bond Yields กำลังส่งสัญญาณที่น่าเป็นห่วงกว่า

2Y, 5Y, 10Y, 30Y ขยับขึ้นพร้อมกันทั้งหมด
และกำลังใกล้ระดับสูงสุดของเดือนกุมภาพันธ์ 2025

CPI และ PPI สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 น้ำมันเกิน $100

ถ้าเงินเฟ้อกลับมาจริงและอิหร่านยังไม่จบ
หุ้น semiconductor จะพยุงตลาดได้นานแค่ไหน

ตอนนี้ความหวังที่เป็นจริงที่สุดคือ ceasefire ยังคงอยู่
และไม่มีการปะทะทางทหารเกิดขึ้น

นั่นไม่ใช่ชัยชนะ แต่มันคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้จากสัปดาห์นี้

ใครติดตาม Bond Yields และสถานการณ์อิหร่านอยู่บ้าง
คอมเมนต์ได้เลยครับ

_________________________________________________________________

มุมมองส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
| ที่มา: , market data 16 พ.ค. 2026
_________________________________________________________________

ที่อยู่

29/1 อาคารปิยะเพลส 9A ชั้น 9, Soi Langsuan, Lumphini, Pathum Wan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Quantum Wealth Investment Advisory Securities Co.,Ltdผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์