16/11/2020
ปี 2020 เป็นปีที่ผมทำเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จมากมาย ทั้งเป้าหมายทางการเงิน ธุรกิจ ยอดขาย ผลกำไร และ ยอดผู้ติดตาม
แต่น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด ผมเริ่มรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนช่วงที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจออีกครั้ง ผมเกิดความสงสัยในตัวเองและมีคำถามมากมายในหัวก่อนนอนทุกคืน
ว่าสรุปแล้ว “ความสำเร็จ” ของผมคืออะไรกันแน่ แล้วผมจะมีเงินล้านไปทำไม ทำไมผมถึงไม่รู้สึกประสบความสำเร็จ ทั้งที่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ทั้งหมดได้แล้ว
จนผมได้มาเจอข้อความหนึ่งที่ Simon Sinek เขียนเอาไว้ในหนังสือ Start with why ว่า “ความสำเร็จ” กับ “การบรรลุเป้าหมาย” เป็นคนละเรื่องกัน แต่บ่อยครั้งคนเรามักคิดว่ามันเหมือนกัน เป้าหมายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ มีความหมายชัดเจน และตรวจวัดได้ ในขณะที่ความสำเร็จเป็นเรื่อง “ความรู้สึก” หรือ “ภาวะ” บางอย่าง
การบรรลุเป้าหมาย คือ การทำสิ่งที่ต้องการเสร็จลุล่วง ส่วนความรู้สึกว่า “ประสบความสำเร็จ” นั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณเข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องการสิ่งนั้น
ตอนแรกที่อ่านบทนี้ผมยอมรับว่าไม่เข้าใจ แต่ก็พยายามอ่านซ้ำวนหลายรอบ ไปพร้อมๆ กับการนึกภาพย้อนกลับไปในอดีตของตัวเอง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นและความรู้สึกตอนผมเริ่มลงมือทำทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเขียนสิ่งที่คิดทั้งหมดลงในกระดาษว่า ทำไมผมถึงต้องการสิ่งนั้น ทำไมผมถึงต้องการเงินล้าน ทำไมผมถึงต้องการเป้าหมายที่ตั้งไว้ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ผมเริ่มต้นทำสิ่งเหล่านี้ ผมเขียนลงไปหลายอย่างมาก จนสุดท้ายผมก็ค้นพบว่า
ความจริงแล้ว ผมอยากมีเงินล้านก็เพราะตอนนั้นผมขัดสนและไส้แห้ง ผมรู้สึกเครียดเมื่อเงินในบัญชีใกล้จะหมดตอนสิ้นเดือน ผมจึงอยากมีเงินเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่รู้สึกกังวลเรื่องพวกนี้อีก
ผมอยากมีอิสรภาพทางการเงิน เพื่อที่ผมจะได้สามารถกินข้าวกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่บนโต๊ะอาหารในห้องครัว
ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่ทำให้เราสามารถกินข้าวกับไข่ปลาคาเวียร์มื้อละหมื่นบนโต๊ะอาหารสุดหรู แต่การได้กินข้าวต้มกับปลาเค็มบนโต๊ะอาหารกับครอบครัวโดยที่ตัวผมไม่ต้องดิ้นรนทำงานหาเงินอยู่ในกรุงเทพฯ ต่างหาก คือ ความสำเร็จ
นี่คงเป็นเหตุผลที่ตอนเด็กเราถึงไม่ได้อยากประสบความสำเร็จ เพราะจริงๆ เราประสบความสำเร็จตั้งแต่ตอนเด็กแล้ว ที่เราดิ้นรนอยากมีเงินล้านทุกวันนี้ก็เพื่อกลับไปสัมผัสความรู้สึกแบบตอนที่เรายังเด็กเท่านั้นเอง สิ่งนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผมโหยหาอย่างแท้จริง ซึ่งมันไม่ใช่เงินล้านแต่อย่างใด
จำนวนยอดขาย ผลกำไร และผู้ติดตามจากเพจสมองไหล ทำให้ผมบรรลุเป้าหมาย แต่ข้อความจากผู้คนที่ส่งเข้ามาว่า “พวกเขาเติบโตในปีนี้ได้ก็เพราะติดตามเพจสมองไหล” ต่างหาก ที่ทำให้ผมรู้สึกประสบความสำเร็จ เพราะนี่คือเหตุผลตั้งแต่วันแรกที่ผมเริ่มต้นทำเพจ
ผมไม่ได้กำลังจะบอกว่า “เงินไม่สำคัญ” นะครับ เพียงแต่อยากให้เข้าใจว่า เงิน คือ “เป้าหมาย” แต่เหตุผลที่เราอยากหาเงินต่างหากคือ “ความสำเร็จ” และ เราจะสัมผัสมันได้ก็ต่อเมื่อเรารู้เหตุผลที่ทำสิ่งนั้น
สองสิ่งนี้ต้องไปคู่กัน แต่มันเป็นคนละเรื่องกัน ผมหลงคิดว่า การบรรลุเป้าหมาย คือ ความสำเร็จ มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จเสียที
เพราะต่อให้ผมบรรลุเป้าหมายจนทำเงินล้านได้ แต่ไม่ได้กลับไปกินข้าวพร้อมหน้ากับครอบครัว หรือ ต่อให้ผู้ติดตามเพจสมองไหลทะลุ 1 ล้านคน แต่ไม่มีใครเติบโตได้จากสิ่งที่ผมทำ มันก็ไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกว่าผมประสบความสำเร็จได้ แม้ว่าเป้าหมายทุกอย่างจะเสร็จลุล่วงก็ตาม
นี่คงเป็นเหตุผลที่คนประสบความสำเร็จทางการเงินจนมีทุกอย่างแล้ว มักจะบอกเสมอว่า เขาไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่เห็นลูกหลานอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาก็พอ เพราะเหตุผลที่เขาทำทุกอย่างมาทั้งชีวิตก็เพื่อสิ่งนี้แหละ
นี่คือบทที่ผมเขียนแล้วรู้สึกขนลุกที่สุดตั้งแต่เคยเขียนมา
อย่างไรก็ตาม ผมเขียนบทนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนใจตัวเองและทุกคน ว่าอย่ามัวแต่ให้ความสำคัญกับการบรรลุเป้าหมาย จนลืมเหตุผลในวันแรกที่เราเริ่มต้นทำสิ่งนั้น เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะไม่มีวันได้สัมผัสกับความสำเร็จอย่างแท้จริง
แล้วคุณล่ะครับ ค้นหา “เป้าหมาย” กับ “ความสำเร็จ” ของตัวเองเจอหรือยัง ลองพิมพ์เข้ามาบอกกันได้นะครับ
Start with why ทำไมต้องเริ่มด้วยทำไม หนังสือเล่มโปรดที่ผมชอบที่สุดในปีนี้
“เปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้น
ด้วยการอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม”
แต่ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองควรอ่านเล่มไหน
ทักมาปรึกษาสมองไหลได้เลย
สั่งซื้อหนังสือออนไลน์ง่ายๆ ส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณ
ได้ที่ Inbox เพจ #สมองไหล