ลูกสาวสอนพ่อลงทุน

ลูกสาวสอนพ่อลงทุน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ลูกสาวสอนพ่อลงทุน, บริการด้านการลงทุน, Bangkok.

เอม มทินา ผู้ก่อตั้ง ลูกสาวสอนพ่อลงทุน และโรงเรียน Millionaire Kids ค่ะ
CFA Charterholder
Youtube, Spotify: Aim Martina
ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ
ระวังมิจฉาชีพ ไม่มีการชวนลงทุน ติดต่อผ่านช่องทางนี้เท่านั้นค่ะ

น้องๆ Highschool โรงเรียน NIST จัดงาน Money Mind Summit เป็นปีที่สองแล้วค่ะ เด็กๆ เริ่มต้นสนใจการลงทุนกันเร็วมาก น่าชื่น...
28/05/2026

น้องๆ Highschool โรงเรียน NIST จัดงาน Money Mind Summit เป็นปีที่สองแล้วค่ะ เด็กๆ เริ่มต้นสนใจการลงทุนกันเร็วมาก น่าชื่นชมมากค่ะ

น้องๆ คนไหนสนใจเข้าฟังสามารถลงทะเบียนแล้วมาเจอกันได้นะคะ พี่เอมว่า เห็น speaker ท่านอื่นๆแล้ว น่าฟังมากๆค่ะ🙇‍♀️👍🙏📌

น้องๆ ไต้หวัน ได้สร้างผลตอบแทนทบต้น ตั้งแต่เด็กๆเลย โชคดีมากค่ะ⤵️⤵️
27/05/2026

น้องๆ ไต้หวัน ได้สร้างผลตอบแทนทบต้น ตั้งแต่เด็กๆเลย โชคดีมากค่ะ⤵️⤵️

"ไต้หวัน" เตรียมเปิดบัญชีลงทุนเด็กอายุ 6-18 ปี หวังกระตุ้นการเกิด-สร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยรัฐจะโอนเงินสนับสนุนเข้าบัญชีลงทุนอัตโนมัติทุกเดือน พร้อมรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ

Lunch time reading ค่ะ 🥘 🍱 🍲
27/05/2026

Lunch time reading ค่ะ 🥘 🍱 🍲

อะไรทำให้เรารวย ?

อาทิตย์ก่อนมีคนถามผมว่า "อะไรทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิต"

คำถามนี้เป็นคำถามปรัชญามากๆ แต่นั้นอาสิอะไรทำให้คนเราประสบความสำเร็จในชีวิต....

_
_
_
_
_
_

__
_
_
_
_

แต่ช่างมันเหอะ เรามาตอบหัวข้อคลิ๊กเบดของเราดีกว่า

"รวยไม่ใช่เรื่องโชค มันเป็นเรื่องของพฤติกรรมที่วัดได้ และทำซ้ำได้"

คำพูดนี้มาจาก นักเศรษฐศาสตร์ Annamaria Lusardi จาก George Washington University

ในปี 2011 นักเศรษฐศาสตร์ Annamaria Lusardi จาก George Washington University และ Olivia Mitchell จาก Wharton ตีพิมพ์งานวิจัยผ่าน NBER (National Bureau of Economic Research) ที่กลายเป็นหนึ่งในงานที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในด้านนี้

คำถามที่พวกเขาต้องการตอบคือ: financial literacy มีผลต่อความมั่งคั่งจริงไหม?

คำตอบคือ ใช่ อย่างมีนัยสำคัญมาก

งานวิจัยพบว่า:

"""
คนที่มี financial literacy สูงมีแนวโน้ม ลงทุนในตลาดหุ้นมากกว่า
มีแนวโน้ม วางแผนเกษียณมากกว่า และทำมันได้ก่อน ผลลัพธ์คือมี wealth สะสมมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับคนที่มี financial literacy ต่ำ แม้จะควบคุมตัวแปรอื่นๆ เช่น รายได้ การศึกษา และอาชีพแล้ว
"""

[ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ในงานวิจัยอีกชิ้นของ Lusardi พบว่า คนส่วนใหญ่ตอบคำถามพื้นฐาน 2 ข้อไม่ได้
คำถาม 2 ข้อนั้นง่ายมาก ทุกคนลองตอบดู:

- ถ้าคุณฝากเงิน 100 บาทที่อัตรา 2% ต่อปี หลัง 5 ปีคุณจะมีเงินมากกว่า เท่ากับ หรือน้อยกว่า 110 บาท?
- เงินเฟ้อสูงขึ้น แต่บัญชีออมทรัพย์ของคุณให้ดอกเบี้ยคงที่ กำลังซื้อของคุณจะ เพิ่มขึ้น เท่าเดิม หรือลดลง?

คนที่รวยไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด — แต่คือคนที่ "ชอบวางแผน" ที่สุด

ในปี 2002 นักเศรษฐศาสตร์ John Ameriks, Andrew Caplin และ John Leahy เผยแพร่งานวิจัยผ่าน NBER ที่ตั้งชื่อได้ตรงมากว่า "Wealth Accumulation and the Propensity to Plan"

พวกเขาสร้างดัชนีวัด "ความชอบวางแผน" ของแต่ละคน แล้วดูว่ามันสัมพันธ์กับ wealth สะสมไหม

ผลลัพธ์พบว่า คนที่มี propensity to plan สูงมี wealth มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะควบคุมรายได้, การศึกษา, และอายุแล้ว

แปลว่าอะไร?

.

แปลว่า นิสัยวางแผนต่างหากที่กำหนด wealth — ไม่ใช่รายได้

;

;
;

ในปี 1996 นักวิจัย Thomas Stanley และ William Danko ตีพิมพ์หนังสือชื่อ The Millionaire Next Door ซึ่งเป็นผลจากการศึกษา millionaire จริงๆ ในสหรัฐฯ มาหลายปี

สิ่งที่พวกเขาพบทำให้หลายคนตกใจ:

Millionaire ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในย่านหรูหรา พวกเขาอยู่ใน middle-class neighborhood บ้านธรรมดา รถไม่ใหม่ นาฬิกาไม่ได้หรู แต่งตัวเรียบง่าย คนที่รายได้สูงกลับมีแนวโน้มเป็น UAW มากกว่า เพราะค่าใช้จ่ายขยายตามรายได้ (lifestyle inflation)

- ความมั่งคั่งไม่ได้วัดจากสิ่งที่คุณมี — วัดจากสิ่งที่คุณ เก็บไว้ได้

William Sharpe นักเศรษฐศาสตร์ผู้ได้รับรางวัล Nobel พิสูจน์ด้วยคณิตศาสตร์ง่ายๆ ว่า:

"""
ก่อนหักค่าธรรมเนียม นักลงทุนทุกคนรวมกันได้ผลตอบแทนเท่ากับตลาดพอดี เพราะทุกคนคือตลาด นั้นหมายความว่า หักค่าธรรมเนียมออก นักลงทุนโดยเฉลี่ย แพ้ตลาดเสมอ
""""

ข้อมูลจาก Vanguard และ Morningstar ยืนยันสิ่งที่ทฤษฎีบอก มากกว่า 75% ของ active fund managers แพ้ S&P 500 ในระยะ 10 ปี ค่าธรรมเนียม active fund: 1–2% ต่อปี vs index fund: 0.05–0.15% ต่อปี

ลองนึกภาพ: ถ้าคุณลงทุน 1,000,000 บาท ด้วย returns 8% ต่อปีเป็นเวลา 30 ปี
-Index fund (cost 0.1%): จะได้ประมาณ 9.2 ล้านบาท (แม้ ประเทศไทยจะแพงกว่านั้นหลายสิบเท่า)
-Active fund (cost 1.5%): จะได้ประมาณ 7.0 ล้านบาท
ส่วนต่าง 2.2 ล้านบาท — จากค่าธรรมเนียมที่ดูเหมือนเล็กน้อยในแต่ละปี

นั่นคือเหตุผลที่ Jack Bogle ผู้ก่อตั้ง Vanguard และผู้สร้าง index fund แรกของโลก บอกว่า:

"Don't look for the needle in the haystack. Just buy the haystack."

สิ่งที่ทำได้เลยวันนี้
จากงานวิจัยทั้งหมด มี 5 สิ่งที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุด:
1. เพิ่ม Financial Literacy - อ่านหนังสือการเงิน 1 เล่มต่อไตรมาส เข้าใจดอกเบี้ยทบต้น, เงินเฟ้อ, และ asset allocation
2. สร้าง Written Financial Plan - ไม่ต้องซับซ้อน แค่มีเป้าหมาย, รายรับ-รายจ่าย, และแผนการออม-ลงทุนที่เป็นลายลักษณ์อักษร
3. ออม ≥20% ของรายได้ก่อนใช้จ่าย - แบบ automatic ไม่ต้องพึ่ง willpower
4. ลงทุนใน low-cost index fund - ลด friction ลด bias ลด cost
5. รู้จัก bias ของตัวเอง -โดยเฉพาะ loss aversion และ overconfidence — แล้วสร้างระบบที่บังคับให้ไม่ต้องตัดสินใจในช่วง panic

NUTH

25/05/2026

Space X IPO พวกเราคิดว่ายังไงกันบ้างคะ

  ปรับตัวขึ้น 3% วันนี้ ทะลุ 65,000 จุดเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ส่วนหนึ่งมาจากหุ้น   ที่ปรับตัวขึ้น 53% ตั้งแต่ต้นปี...
25/05/2026

ปรับตัวขึ้น 3% วันนี้ ทะลุ 65,000 จุดเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ส่วนหนึ่งมาจากหุ้น ที่ปรับตัวขึ้น 53% ตั้งแต่ต้นปี และมีนำ้หนักคิดเป็น 7% ของ Nikkei225

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศออกมา ซึ่งดูเหมือนจะชะลอตัวลง ไม่ได้ทำให้ BOJ ต้องรีบขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ราคานำ้มันยังปรับตัวลงตำ่กว่า 100 แล้ว นี่คือเหตุผลว่าทำไมวันนี้ อินเดียก็ปรับขึ้นด้วยเช่นกัน!!

น้องๆ คนไหนอยากปรึกษาเรื่องการทำงานในสายการเงิน ไป Career Day ได้คุยกับพี่ๆตัวท็อปในอุตสาหกรรมการเงินเลยค่ะ ⤵️⤵️
24/05/2026

น้องๆ คนไหนอยากปรึกษาเรื่องการทำงานในสายการเงิน ไป Career Day ได้คุยกับพี่ๆตัวท็อปในอุตสาหกรรมการเงินเลยค่ะ ⤵️⤵️

ยิลด์ขึ้น หุ้นวิ่งไม่ได้ หนทางของ S&P 500 สู่ 9,000 จุด?แปลบทความของ J.P. Morgan Private Bank น่าที่สนใจมาให้อ่านกันค่ะ ...
24/05/2026

ยิลด์ขึ้น หุ้นวิ่งไม่ได้ หนทางของ S&P 500 สู่ 9,000 จุด?

แปลบทความของ J.P. Morgan Private Bank น่าที่สนใจมาให้อ่านกันค่ะ เป็นเรื่องทำไมการที่ยิลด์ขึ้น หุ้นลง ถึงไม่น่ากลัว และยังมองว่า S&P 500 กำลังทะยานสู่ 9,000 จุด

1. 🚀 หนทางสู่ 9,000 จุด: เจาะลึกดัชนี S&P 500 จะพุ่งทะยานต่อไปได้อย่างไร?

รายงานบอกว่า S&P 500 มีสิทธิ์จะพุ่งไปแตะ 9,000 จุดได้ภายในกลางปี 2027 ซึ่งคิดเป็นการเติบโตอีกประมาณ ~22% จากระดับปัจจุบัน!

มาจาก 3 ปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนให้ภาพนี้เกิดขึ้นจริง

1. วัฏจักร AI บูมรอบใหม่: ใหญ่ขึ้นและกระจายตัวกว้างขึ้น (A Bigger, Broader AI Supercycle)

ปัจจุบัน ปฏิวัติ AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

สถิติใหม่ในรอบหลายปี: ตลาดหุ้นไม่เคยเห็นการเติบโตของกำไรในระดับ "เลขสองหลัก" ติดต่อกันยาวนานถึง 6 ไตรมาส นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินโลก (GFC)

การเติบโตที่เร่งตัวขึ้น: กำไรทั่วโลกเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 15.3% (YoY) ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว พุ่งสู่ 22.6% ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ ซึ่งเป็นการเติบโตจากฐานที่สูงอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวจากขาลง

ดังนั้น 💡 กุญแจสำคัญสู่ 9,000 จุดคือ

การที่ เงินย้ายจากกลุ่ม Semi ไปสู่การประยุกต์ใช้ (From Infrastructure to Adoption)

เมื่อบริษัทในเซกเตอร์อื่นๆ (เช่น ค้าปลีก การแพทย์ หรือก่อสร้าง) นำ AI ไปใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน จะช่วยดันอัตรากำไร (Margins) ให้สูงขึ้นโดยทั่ว

ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Cloud กำลังอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใน AI สูงถึง 8 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี และคาดว่าจะทะลุ 1.16 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027 ซึ่งเงินจำนวนนี้จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภาคเอกชนโดยตรง

Adoption is a key
---

2. แต่บอนด์ยิลด์กำลังขึ้นนะ เราจะรับมือกับแรงเทขายในตลาดพันธบัตรยังไง(Digesting a Bond Market Sell-off)

ปกติแล้ว ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวลดลงในระยะสั้นเมื่อผลตอบแทนพันธบัตรขยับตัวแรงเกินค่าเฉลี่ย

แต่ J.P. Morgan มองว่า นี่คือการปรับฐานที่เฮลตี้ (Healthy Correction) เพื่อล้างสถานะเก็งกำไรที่หนาแน่นเกินไปในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI

---

3. ผลกระทบจากความขัดแย้งใน "ช่องแคบฮอร์มุซ" (Hormuz Hangover)

ในปี 2026 นี้ บริบทการลงทุนโลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในช่วงต้นปี นักลงทุนต่างเทใจให้ตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลว่าหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ มีมูลค่า (Valuation) แพงเกินไป แต่ **ความขัดแย้งในอิหร่านและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ได้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

หุ้นสหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำ: ...วิกฤตนี้ทำให้หุ้นสหรัฐฯ กลับมาทำผลงานได้ดีกว่า (Outperform) หุ้นโลกอีกครั้ง เนื่องจากสหรัฐฯ มีความพึ่งพาพลังงานจากภายนอกน้อยกว่าภูมิภาคอื่น

🔮 สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป:
หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย และสามารถส่งน้ำมันดิบกว่า 14 ล้านบาร์เรลต่อวันกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกได้ ภูมิภาคที่เคยบอบช้ำหนักจากต้นทุนพลังงาน เช่น ยุโรป และ ญี่ปุ่น ก็อาจจะพลิกกลับมาฟื้นตัวและสร้างผลตอบแทนแซงหน้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ชั่วคราว

---
📌 บทสรุปสำหรับนักลงทุน

หนทางสู่ S&P 500 ที่ 9,000 จุด ถูกปูทางด้วยโครงสร้างพื้นฐานของ AI ที่กำลังเพิ่ม Productivity ให้กับเศรษฐกิจในวงกว้าง คล้ายกับยุคอินเทอร์เน็ตบูมในช่วงปี 1995–2000 ...แม้ว่าระหว่างทางจะต้องเจอกับความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง แต่การปรับฐานในระยะสั้น ถือเป็นโอกาสในการ rebalance และจัดพอร์ตสำหรับการลงทุนระยะยาว

สำหรับลูกสาว มันคือ Buy and Diversified ค่ะ

#ลูกสาวสอนพ่อลงทุน

บทความเต็มๆ ในคอมเมนต์

สรุปคลิป Market Brief ให้ทีนี้แล้วค่ะ ⤵️⤵️
24/05/2026

สรุปคลิป Market Brief ให้ทีนี้แล้วค่ะ ⤵️⤵️

24/05/2026

Hilight ของ Market Brief ในอาทิตย์นี้ค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ลูกสาวสอนพ่อลงทุนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์