30/08/2026
จาก #งบบริษัท สหรัฐ Earnings Q2 ที่ผ่านมา พี่ลส คิดว่า เราเริ่มได้เห็น Pattern ใหม่ๆ เกิดขึ้นแล้วค่ะ....
บริษัทที่ประกาศ Earnings ดี แล้วราคาหุ้นปรับตัวขึ้น จะเป็นต้อง earnings ที่อยู่เหนือความคาดหมาย
ซึ่งคนเอาความคาดหวังไปใส่ กลุ่ม Spenders (hyperscalers), กลุ่มเซมิ เยอะแล้ว
กลุ่มที่คนยังไม่ได้คาด กลุ่มที่ยังไม่ชัด กลุ่มที่ถูกลืมไปเพราะไม่ได้เกี่ยวกับ เอไอตรงๆ ตะหากที่เป็นกลุ่มที่น่าติดตาม
Low Expectation + Surprise = ราคาหุ้นตอบรับดี
ในไตรมาสที่ผ่านมา เราได้เห็นว่า มีบริษัทที่เป็น Non-AI ที่กำลังได้ประโยชน์จากเอไอ
AI ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของบริษัท Tech อีกต่อไป เมื่อบริษัทในโลกจริงเริ่มเห็นประโยชน์จาก AI มากขึ้น
ช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึงผู้ชนะจาก AI นักลงทุนมักนึกถึง Nvidia, Microsoft, Alphabet หรือบริษัทที่ขาย Cloud และ Data Center เป็นอันดับแรก
เพราะบริษัทเหล่านี้เป็นผู้สร้าง “โครงสร้างพื้นฐาน” ให้กับ AI และเป็นกลุ่มที่เห็นรายได้จาก AI ชัดเจนที่สุดในช่วงแรกๆ
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าจากนี้
จะกลายเป็น “ใครกำลังใช้ AI แล้วทำให้ธุรกิจของตัวเองดีขึ้น?”
เพราะเริ่มมีหลักฐานมากขึ้นว่า AI กำลังเคลื่อนออกจากโลกของบริษัทเทคโนโลยี ไปสู่ธุรกิจใน Real Economy ตั้งแต่การท่องเที่ยว การบริการ ไปจนถึงอุตสาหกรรมยาและ Healthcare
และหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากในเวลานี้คือ Moderna ที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปในอาทิตย์ก่อน....
หลายคนรู้จัก Moderna จากวัคซีน Covid-19
แต่สิ่งที่ Moderna พยายามสร้างมาตลอดคือการเป็นบริษัทที่ใช้ mRNA เป็น “platform” สำหรับพัฒนายาหลายประเภท
ความน่าสนใจคือ mRNA มีลักษณะคล้ายกับเทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่ายาแบบดั้งเดิม
แทนที่จะเริ่มต้นพัฒนายาใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง นักวิทยาศาสตร์สามารถกำหนดก่อนว่าต้องการให้ร่างกายสร้าง protein อะไร จากนั้นออกแบบ mRNA sequence ที่เหมาะสม ทดลอง และนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงการออกแบบรอบต่อไป
Moderna เองระบุว่าบริษัทใช้ AI และ machine learning ในหลายส่วนของ value chain ตั้งแต่ drug design, clinical development, manufacturing ไปจนถึง commercial operations
และเดือนสิงหาคม 2026 เราเพิ่งเห็น development ที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นอีกขั้น
ครั้งแรกที่ สามารถผลิต #วัคซีนมะเร็ง ที่ผู้ป่วยแต่ละคนได้รับ “ยาไม่เหมือนกัน”
Moderna และ Merck กำลังพัฒนา intismeran autogene หรือ mRNA-4157/V940 ซึ่งเป็น personalized mRNA cancer vaccine
Concept ของยานี้ต่างจากยาทั่วไปอย่างมาก
เพราะแทนที่จะผลิตยา 1 สูตรให้คนเป็นล้านคน
แนวคิดคือ
ผู้ป่วย 1 คน → วิเคราะห์มะเร็งของคนคนนั้น → สร้างวัคซีนเฉพาะสำหรับคนนั้น
แพทย์นำ tumor ของผู้ป่วยไป sequencing เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็ง
จากนั้นเลือกเป้าหมายที่เรียกว่า neoantigens ซึ่งมีโอกาสทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถจดจำเซลล์มะเร็งได้
แล้วจึงสร้าง personalized mRNA vaccine เพื่อ “สอน” ระบบภูมิคุ้มกันว่า
"เซลล์ที่มีลักษณะแบบนี้คือศัตรู"
ก่อนนำวัคซีนไปใช้ร่วมกับ Keytruda ของ Merck ซึ่งเป็น immunotherapy ที่ช่วยปลดเบรกของระบบภูมิคุ้มกัน
และวันที่ 19 สิงหาคม 2026 Moderna และ Merck ประกาศว่า Phase III trial ในผู้ป่วย melanoma ซึ่งถือว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก
นี่เป็น milestone สำคัญ เพราะไม่ใช่เพียงการทดลองในห้องแล็บหรือ Phase I แต่เป็นการทดลอง Phase III ซึ่งเป็นขั้นปลายของการพัฒนายาก่อนเข้าสู่กระบวนการ regulatory review
นี่อาจเป็นหนึ่งในผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดของ AI ต่อ Healthcare ค่ะ
ยังมีอีกหลายบริษัทใน Earnings ที่ประกาศในครั้งนี้ ที่บ่งบอกว่า นำเอไอมาใช้และช่วยลดต้นทุนได้ และเพิ่มรายได้ได้ อย่างเช่น Airbnb, CRM, CocaCola เป็นต้น
เราคิดว่ายังมีบริษัทใน Healthcare, Finance, Industrial, Travel และอีกหลายอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ AI เปลี่ยน economics ของธุรกิจตัวเองได้
ดังนั้น
AI trade ระยะแรกคือการลงทุนในคนที่ขายพลั่ว
แต่ AI trade ระยะต่อไป อาจเป็นการค้นหาว่า
ใครเอาพลั่วเหล่านั้นไปขุดเจอทองได้จริง
คนอยากลงทุนในบริษัทที่ได้ทองมา และไม่ได้เป็นเพียงแค่คนขายพลั่วเท่านั้นค่ะ 💯💯
#ลูกสาวสอนพ่อลงทุน